เรื่องเล่า ทูลกระหม่อมพ่อ จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

แบ่งปัน

 

เรื่องเล่า “ทูลกระหม่อมพ่อ” จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระสติปัญญา เพื่อดูแลประชาชนคนไทยให้มีอาชีพมีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน ห่างไกลจากความทุกข์ยาก แร้นแค้น โรคภัยนานาประการ เปรียบประดุจดัง “พ่อของลูกทั้งแผ่นดิน” ตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ 70 ปี เห็นได้จากโครงการพระราชดำริต่างๆ กว่า 4,000 โครงการ ภายใต้หลักความพอเพียง ทั้งการแพทย์สาธารณสุข การเกษตร การชลประทาน การพัฒนาที่ดิน การศึกษา การพระศาสนา การสังคมวัฒนธรรม การคมนาคม ตลอดจนการเศรษฐกิจเพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกรในชนบท ทั้งยังทรงขจัดปัญหาทุกข์ยากของประชาชนในชุมชนเมือง เช่น ทรงแก้ปัญหาการจราจร อุทกภัย และปัญหาน้ำท่วม น้ำเน่าเสีย ฯลฯ

 

และไม่ว่าในหลวงรัชกาลที่ 9 จะทรงงานหนักเพียงใด ในฐานะ “ทูลกระหม่อมพ่อ” ของพระราชโอรสและพระราชธิดาทั้ง 4 พระองค์ ทรงมอบความรักความอบอุ่นอย่างใกล้ชิด ทรงอบรมสั่งสอนให้ทรงรู้จักหน้าที่ของตน อีกทั้งยังทรงปฏิบัติให้เห็นเป็นตัวอย่าง ถึงภาระหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ที่จักต้องดูแลพสกนิกรใต้เบื้องพระยุคลบาท โดยเฉพาะ “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว” ซึ่งทรงเป็นองค์รัชทายาท ดังจะเห็นได้จากภาพข่าว หลายครั้งที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่ต่างๆ ทั่วประเทศ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมทั้งพระราชโอรสและพระราชธิดา โดยเสด็จอย่างพร้อมเพรียงด้วย

มีการบันทึกไว้ในหนังสือ “สี่เจ้าฟ้า” ฉบับเรียบเรียงใหม่โดย ลาวัณย์ โชตามระ ไว้ว่า ในขณะทรงพระเยาว์ ทุกวันทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าชายจะตื่นบรรทมแต่เช้า เวลาประมาณ 07.00 น. เมื่อเสร็จธุระส่วนพระองค์แล้ว จะเสด็จลงเพื่อออกกำลังกลางแจ้ง เช่นเดียวกับเด็กธรรมดาทั่วไป มีวิ่งเล่นเอาเถิดบ้าง ซ่อนหาบ้าง
ในส่วนของการอบรมเลี้ยงดูพระราชโอรสเพียงพระองค์เดียวนั้น เมื่อทูลกระหม่อมเจ้าฟ้าชายเสด็จกลับจากโรงเรียนแล้ว ก่อนจะเสด็จเข้าบรรทมตอนหัวค่ำ พระองค์จะต้องเข้าเฝ้าฯ ทูลกระหม่อมพ่อ และทูลกระหม่อมแม่ เพื่อรับพระบรมราโชวาท และทรงสวดมนต์ก่อน

 

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “ในหลวงรัชกาลที่ 10” ทรงเคยเล่าไว้ในโอกาสต่างๆ ดังพระราชดำรัสสั้นๆ แต่ชัดเจนของพระองค์เมื่อครั้งยังทรงพระราชอิสริยยศเป็น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่หน้ากุฏิสมเด็จพระญาณสังวร วัดบวรนิเวศวิหาร เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2508 ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือเทิดพระเกียรติ “ในหลวงของเรา” จัดทำโดย อัครวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ คงพอจะเปิดเผยให้เห็นถึงความรู้สึกเบื้องลึกในพระราชหฤทัยที่พระราชโอรสองค์นี้มีต่อทูลกระหม่อมพ่อ

“ข้าพเจ้าก็เป็นข้าพระบาทคนหนึ่งของพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่ต้องเคารพบูชาพระองค์เช่นเดียวกับท่านทั้งหลาย ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่งสุดจะพรรณนา ก็ตอบได้แต่เพียงเท่านี้” หรืออย่างเมื่อครั้งตามเสด็จสมเด็จพระบรมชนกนาถและพระราชชนนี เยี่ยมเยียนราษฎรในพื้นที่ทุรกันดาร แร้นแค้น พระองค์ทรงได้รับพระราชทานคำสอน ดังได้บันทึกไว้ในหนังสือ “50 พรรษา มหาวชิราลงกรณ” เขียนโดย จิราภา อ่อนเรือง นักข่าวหนังสือพิมพ์อาวุโส ความตอนหนึ่งว่า

 

“..ยังทรงจำได้ดีว่า ทูลหม่อมพ่อและสมเด็จแม่มักจะพระราชทานคำสั่งสอนอยู่เสมอว่า ความสุขของพระองค์ท่านทั้งสองนั้นจะไม่มีสิ่งใดยิ่งไปกว่าการที่ได้ทรงเห็นพระราชโอรส พระราชธิดา มีความผูกพันรักใคร่กัน ช่วยเหลือกันและเป็นกำลังสำคัญของพระราชวงศ์ในการที่จะรับใช้บ้านเมือง..”

นั้น ขณะทรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมักจะโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ในงานต่างๆ ทั้งงานที่ไม่ใช่งานพระราชพิธีโดยตรง เช่น การแข่งขันกีฬา การเปิดการแสดงต่างๆ ทรงสั่งสมพระประสบการณ์เกี่ยวกับบ้านเมืองและราษฎร เมื่อทรงพระเจริญวัยได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านต่างๆ นานัปการ ทั้งพระราชกรณียกิจด้านกิจการทหารและตำรวจ พระราชกรณียกิจด้านการศาสนา ศิลปวัฒนธรรมและจารีตประเพณีในวาระสำคัญของชาติ อาทิ พระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ อันเป็นพระราชพิธีสร้างขวัญกำลังใจแก่เกษตรกรประจำทุกปี โดยมีพระราชประสงค์ที่จะดำรงรักษาความผูกพันระหว่างสถาบันกษัตริย์และเกษตรกรตามรอยพระราชบุพการี
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาหลายทศวรรษ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการเพื่อความร่มเย็นเป็นสุขของประชาชนด้วยพระวิริยอุตสาหะ ทรงยึดมั่นในพระสัจจะวาจาที่ทรงเจริญรอยตามพระยุคลบาทพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณสถิตอยู่เหนือเศียรเกล้าของชาวไทย

“พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างอันประเสริฐ แล้วเราก็มีหน้าที่ที่จะต้องรับใช้พระองค์ท่านตามความสามารถของเรา อาจจะเป็น silly answer ของเรา เราก็มีความจงรักภักดีใต้เบื้องพระยุคลบาท แล้วก็ยึดพระองค์เป็นหลักชัย แล้วก็ถวายการรับใช้สุดความสามารถของเรา เวลาตามเสด็จก็ได้เห็นสิ่งที่พระองค์ท่านปฏิบัติ หรือได้เห็นพระราชกรณียกิจ หรือพระราชจริยวัตร ตลอดจนได้ทราบพระราชปณิธานอันแรงกล้าของล้นเกล้าฯ ทั้ง 2 พระองค์ ในเรื่องของความห่วงใยประชาราษฎร์ หรือในความใกล้ชิดหรือความผูกพันที่พระองค์มีต่อพสกนิกรของท่าน อันนี้ข้าพเจ้าก็ถือว่าเป็นหนึ่งในหลายๆ คนที่รับใช้สนองพระเดชพระคุณอยู่ก็พยายามเท่าที่ความสามารถจะมีอยู่ที่จะสนองพระราชปณิธานเท่าที่กำลังสติปัญญาจะทำให้ได้” ความบางช่วงบางตอนที่ได้พระราชทานสัมภาษณ์แก่นิตยสารดิฉัน สะท้อนชัดเจนว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแน่วแน่ในคำสอนและแบบอย่างที่ดีจากพระบรมราชชนกและทรงยึดเป็นหลักชัยเสมอมา.

 

#คมชัดลึก #ตามรอยพ่อ(กปอ.29)




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 12570 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics