สมเด็จพระเทพฯ ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในพื้นที่อำเภออมก๋อย และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

แบ่งปัน

 

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงติดตามการดำเนินงานโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ในพื้นที่อำเภออมก๋อย และอำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

 

วานนี้24ม.ค.2561 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง ซึ่งกองบินตำรวจ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดถวาย ไปทอดพระเนตรและทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์การเรียนรู้การพัฒนาอมก๋อย ตามพระราชดำริ อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ที่ตั้งขึ้นตามพระราชดำริ เมื่อปี 2552 เพื่อเป็นศูนย์กลางส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาตามแนวพระราชดำริในการยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และราษฎรชาวไทยบนพื้นที่สูงในอำเภออมก๋อยและใกล้เคียง มุ่งเน้นการพัฒนาผ่านแหล่งศึกษาตามธรรมชาติด้วยกระบวนการเรียนรู้ ที่มีความสมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการรักษาวัฒนธรรมประเพณีท้องถิ่น

ในการนี้ ทรงเปิดโรงงานแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ที่เกิดขึ้นจากโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร เช่น มะขามป้อม ไม้ยืนต้นที่มีอยู่ในพื้นที่ป่าอำเภออมก๋อย ซึ่งทางศูนย์ฯ ได้รวบรวมผลิตผลจากราษฎรมาแปรรูปจัดส่งให้กับบริษัท ดอยคำผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด เพื่อนำไปแปรรูปเป็นน้ำมะขามป้อม โดยในช่วงกลางเดือนพฤศจิกายน 2560 ถึงกลางเดือนมกราคม 2561 ราษฎร 703 คน ที่เข้าร่วมโครงการมีรายได้คนละ 1,800 บาท นอกจากนี้ ยังมีการแปรรูปกาแฟผลสดเป็นกาแฟคั่ว รวมถึงแปรรูปกล้วยอบ ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรกลุ่มตัวแทนชาวบ้านแล้วนำไปจำหน่ายยังร้านค้าภายในศูนย์ฯ และร้านภูฟ้า

ส่วนด้านการเกษตร เน้นให้ความรู้แก่ราษฎรในพื้นที่ และผู้ที่สนใจมาศึกษาเรียนรู้การเกษตรแบบผสมผสาน ผลิตอาหารไว้เพื่อบริโภคภายในครัวเรือน และมีเพียงพอต่อเนื่องตลอดทั้งปี โดยใช้ความรู้ของชุมชนชาวกะเหรี่ยง ในการเลือกพืชผักให้สอดคล้องกับฤดูกาล แต่เสริมสร้างเทคนิคการดูแลสมัยใหม่ อาทิ การปรับปรุงบำรุงดิน การป้องกันศัตรูพืช แต่ยังคงเน้นการใช้สารชีวภัณฑ์

 

ในการนี้ ทรงเยี่ยมราษฎรในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้พื้นที่อำเภออมก๋อย กลุ่มสมาชิกผู้เก็บมะขามป้อม และกลุ่มผู้เก็บยางรัก ที่ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2558 โดย กศน.อำเภออมก๋อย และหน่วยงานสังกัดกรมป่าไม้ ปัจจุบันมีสมาชิกรวม 1,556 ครัวเรือน 61 หมู่บ้าน 125 ชุมชน จากการดำเนินโครงการในปี 2560 สมาชิกและประชาชนในพื้นที่ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากผลผลิตโครงการ รวมทั้งการเก็บหาของป่า คนละ 52,780 บาทต่อปี โอกาสนี้ มีพระราชดำรัสกับสมาชิกฯ ถึงการเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการสร้างป่า สร้างรายได้

จากนั้น ทอดพระเนตรผลิตภัณฑ์ของชุมชน ที่นำงานหัตถกรรมของราษฎรในพื้นที่มาจำหน่าย อาทิ ผ้าทอพื้นเมือง เสื้อผ้า พวงกุญแจ น้ำพริก รวมถึง ร้านกาแฟ และในการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ พระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทานร่วมกับกรมป่าไม้ และสำนักงาน กปร. ก่อสร้างฝายต้นน้ำห้วยบอน พร้อมระบบส่งน้ำ ขุดสระเก็บน้ำ และก่อสร้างสถานีสูบน้ำพร้อมทั้งระบบท่อส่งน้ำไปยังบ่อเก็บน้ำเดิม เพื่อสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ในพื้นที่ของศูนย์ฯ ได้ตลอดทั้งปี นอกจากนี้ ยังมีพระราชดำริให้ศึกษา พัฒนา ปรับปรุงรูปแบบของการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตรต่าง ๆ เพิ่มเติม

 

เวลา 13.35 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานส่งเสริมการศึกษาแก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล ที่ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านเมโลเด อำเภออมก๋อย ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อปี 2543 ต่อมาสำนักงานโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และองค์กรภาครัฐ และเอกชน ได้สนับสนุนงบประมาณก่อสร้างอาคาร พร้อมสื่ออุปกรณ์การเรียน ปัจจุบันดำเนินงานจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย โดยจัดการศึกษาตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระดับอนุบาลถึงมัธยมศึกษา และกิจกรรมส่งเสริมการรู้หนังสือให้แก่ราษฎรในชุมชน ที่เน้นพัฒนาทักษะการฟัง การพูดภาษาไทยเพื่อการสื่อสาร เน้นการใช้สื่ออุปกรณ์ใกล้ตัว เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจและสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน การจัดกิจกรรมฯ นี้ ราษฎรสนใจที่จะเข้ามามีส่วนร่วม แต่บางรายไม่กล้าที่จะเข้ามาเรียนรู้เนื่องจากมีอายุมากแล้ว โดยทางศูนย์การเรียนฯ ได้ส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมาช่วยสอนกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมชนเผ่า ตามโครงการ “อุ้ยสอนหลาน” อาทิ การทอผ้าพื้นเมือง การปั่นด้าย การเล่นดนตรีประจำเผ่า ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เยาวชนรู้จัก เข้าใจ หวงแหนศิลปะประเพณีและวัฒนธรรมแล้ว ยังช่วยให้เข้าใจถึงความสำคัญของการศึกษา นอกจากนี้ทางศูนย์การเรียน ยังเป็นต้นแบบการทำเกษตร และขยายผลสู่ชุมชน สนับสนุนโครงการสร้างป่า สร้างรายได้ ทั้งการเพาะปลูกพืชผักสวนครัวและไม้ผล อันจะเป็นต้นแบบในการพึ่งพาอาศัยกันระหว่างคนกับสิ่งแวดล้อม

 

เวลา16.19 น. เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามผลการดำเนินงานของศูนย์อำนวยการโครงการพัฒนาตามพระราชดำริ อำเภอสันป่าตอง ซึ่งในปี 2522 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ จัดซื้อที่ดิน 6 ไร่ 47 ตารางวา เพื่อเป็นสถานีกลางที่ใช้เป็นที่พักเตรียมลำเลียงอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ และกล้าไม้ ก่อนจะนำไปปฏิบัติงานในพื้นที่ “โครงการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ จังหวัดแม่ฮ่องสอน” เนื่องจากในอดีตการคมนาคมลำบาก ต่อมามีการขยายโครงการเพิ่มเติมเนื้อที่รวม 25 ไร่เศษ เมื่อการคมนาคมสะดวกจึงได้น้อมนำแนวพระราชดำริจากโครงการดังกล่าวมาเป็นต้นแบบการดำเนินงาน เพื่อเปลี่ยนเป็น “ศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรแบบบูรณาการอย่างครบวงจร” ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเพิ่มความสามารถและโอกาสในการผลิตและประกอบอาชีพให้กับราษฎรกลุ่มเป้าหมาย พร้อมเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเรียนรู้เชิงนิเวศในท้องถิ่นสำหรับประชาชน นักเรียน นิสิต นักศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน

 

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรกิจกรรมใน 8 ฐานเรียนรู้ ซึ่งเป็นการบูรณางานร่วมกันระหว่างศูนย์ฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ฐานเรียนรู้พืชผักปลอดภัย สาธิตการปลูกพืชผักตามความต้องการของท้องถิ่นและความเหมาะสมของฤดูกาล, ฐานเรียนรู้การปลูกพืชผสมผสานโดยมีไม้ผลเป็นพืชหลัก สาธิตการปลูกลำไย และพืชทางเลือก เช่น มะม่วง มะนาว และพืชสมุนไพรแซม เพื่อเสริมรายได้ระหว่างรอผลผลิตไม้ผล, ฐานเรียนรู้ด้านประมง สาธิตการเลี้ยงสัตว์น้ำให้เหมาะสมตามฤดูกาล, ฐานเรียนรู้บ้านเกษตรกรตัวอย่าง เป็นการสาธิตการจัดพื้นที่ 1 ไร่ โดยแบ่งเป็น พื้นที่อยู่อาศัย ปลูกพืชผักและเลี้ยงสัตว์ ที่สามารถสร้างรายได้รายวันแก่ผู้อยู่อาศัยและพึ่งพาตนเองได้ตามแนวพระราชดำริปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง นอกจากนี้ ยังมีฐานเรียนรู้การปลูกหม่อนผลสด, ฐานเรียนรู้ด้านการพัฒนาที่ดิน, ฐานเรียนรู้ด้านปศุสัตว์ และฐานเรียนรู้ด้านการเพาะเห็ด โดยมีพื้นที่เป้าหมายในการขยายผลสู่เกษตรกร 11 ตำบล 120 หมู่บ้านในอำเภอสันป่าตอง เพื่อให้เกษตรกรและผู้ที่สนใจเข้าไปศึกษาเรียนรู้ก่อนนำไปปรับใช้และขยายผลต่อไป

 

ขอขอบคุณ  

Ch7  https://goo.gl/hoUkUu

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 12570 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics