สมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่

แบ่งปัน

 

วานนี้ (23ม.ค.2561) เวลา 08.56 น. สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ไปยังหอประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 โอกาสนี้ พระราชทานปริญญากิตติมศักดิ์แก่ผู้ทรงคุณวุฒิ 6 ราย, พระราชทานปริญญาบัตรและเกียรติบัตรแก่ศาสตราจารย์เกียรติคุณที่ได้รับอนุมัติแต่งตั้ง 2 ราย, พระราชทานปริญญาบัตรแก่ดุษฎีบัณฑิต มหาบัณฑิต และบัณฑิต จาก 21 คณะ 1 วิทยาลัย 1 บัณฑิตวิทยาลัย รวม 6,388 ราย ในจำนวนนี้ มีบัณฑิตที่ได้รับเหรียญรางวัลเรียนดีตลอดหลักสูตร เหรียญทอง 143 ราย และเหรียญเงิน 517 ราย

ในการนี้ พระราชทานพระราโชวาทความว่า “ความเจริญของชาติบ้านเมืองนั้น เป็นความเจริญส่วนรวมซึ่งเกิดจากผลงาน หรือผลแห่งการกระทำของคนทั้งชาติ หมายความว่า หากคนในชาติต่างปฏิบัติหน้าที่การงานให้สำเร็จผลที่ดี ที่เป็นประโยชน์ และประพฤติปฏิบัติแต่สิ่งที่ดีที่ถูกต้องแล้ว ผลดีที่บังเกิดขึ้นก็จะประสานส่งเสริมกัน เป็นความเจริญอันแท้จริง และยั่งยืนของชาติบ้านเมือง บุคคลผู้สำนึกตระหนักว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของชาติ และปรารถนาจะได้อยู่ได้อาศัยในบ้านเมืองที่มีความสุขความเจริญแท้ จึงต้องตั้งใจพยายามประพฤติตนปฏิบัติงาน ให้บรรลุผลที่ดีที่ถูกต้อง โดยไม่หวั่นไหวย่อท้อต่ออุปสรรคใด ๆ บัณฑิตทั้งหลายสำเร็จการศึกษาแล้ว ต่อไปจะต้องเป็นกำลังสำคัญในการสร้างสรรค์ความเจริญของประเทศชาติ ทุกคนจึงควรทำความเข้าใจเรื่องนี้ให้ทราบชัด แล้วลงมือปฏิบัติโดยไม่รั้งรอ”

เวลา 14.45 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทรงเปิดอาคาร “เฉลียวอยู่วิทยานุสรณ์” ที่สร้างจากเงินของผู้บริจาค เพื่อทดแทนอาคารเรียนหลังเดิมที่มีสภาพทรุดโทรม และเพื่อรองรับการจัดการศึกษาของคณะวิทยาศาสตร์ให้มีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น โดยเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง 3 ชั้น เชื่อมต่อกับอาคารเคมี 1 อย่างสอดคล้องลงตัว ชั้นล่าง เป็นห้องปฏิบัติการเป่าแก้ว พร้อมเครื่องมือครุภัณฑ์และอุปกรณ์สำหรับเป่าแก้ว, ห้องเรียนปฏิบัติการกระบวนวิชาเป่าแก้ว และห้องแสดงประวัตินายเฉลียว อยู่วิทยา ส่วนชั้น 2 และ ชั้น 3 เป็นห้องปฏิบัติงานวิจัย แบ่งเป็นห้องวิจัยสำหรับบุคคลากร และห้องวิจัยสำหรับโครงการที่มีความร่วมมือกับหน่วยงานอื่น ๆ

 

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการพระราชกรณียกิจพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กับอาคารเคมี 1 ซึ่งเป็นอาคารเรียนหลังแรกของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 2507 ปัจจุบันได้บูรณะให้คงความงดงามทางสถาปัตยกรรม ใช้เป็นสถานที่จัดการเรียนการสอนของคณะวิทยาศาสตร์ ส่วนนิทรรศการงานวิจัยดีเด่นของนักวิจัยคณะวิทยาศาสตร์ นำเสนอผลงานวิจัยที่สำคัญ เช่น ลายจกโหล่งลี้ เป็นงานวิจัยที่รวบรวมกราฟลายจก “โหล่งลี้” ที่มีชื่อเสียงของชาวลำพูน เพื่อเป็นการอนุรักษ์งานเสริมสร้างมูลค่าให้กากอุตสาหกรรมไทย เป็นงานวิจัยที่นำกากอุตสาหกรรมชนิดอินทรีย์ เช่น เศษแก้ว นำไปผลิตเป็นวัตถุดิบ ผลิตเซรามิกก่อสร้าง และวัสดุบำบัดน้ำที่ใช้งานได้จริง และงานวิจัยเครื่องประดับเงินรูปแบบล้านนาประยุกต์ ที่ใช้หินสีและพลอยเนื้ออ่อนในเขตภาคเหนือตอนบน

เวลา 15.40 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังห้องประชุม อาคารมูลนิธิขาเทียม ในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี อำเภอแม่ริม ในการนี้ ทรงวางพวงมาลัยถวายสักการะพระรูปสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ แล้วทรงเป็นประธานการประชุมสามัญประจำปี 2561 ของคณะกรรมการมูลนิธิฯ ซึ่งมีวาระต่าง ๆ อาทิ ผลการดำเนินการของมูลนิธิฯ ในปีงบประมาณ 2560, โครงการออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ ซึ่งปี 2560 ได้ให้บริการทำขาเทียมให้กับคนพิการขาขาดที่สำนักงานมูลนิธิฯ จังหวัดเชียงใหม่ และออกหน่วยทำขาเทียมพระราชทานเคลื่อนที่ทั้งในประเทศ และต่างประเทศ อาทิ ที่จังหวัดกระบี่ อุดรธานี และกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา รวม 2,589 ขา

 

โอกาสนี้ ทอดพระเนตรนิทรรศการนวัตกรรมมูลนิธิขาเทียมฯ ซึ่งได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และบริษัทเอกชน พัฒนาการทำขาเทียมอย่างมีคุณภาพระดับสากล อาทิ การผลิตน่องเทียมสำเร็จรูปจากเบ้าอ่อนเพื่อใช้แทนโฟมแข็ง ป้องกันอันตรายจากสารเคมีระหว่างการทำน่องเทียม ประหยัดเวลาในการผลิต มีน้ำหนักเบา ราคาประหยัด ทดลองใช้กับคนพิการไปแล้วประมาณ 350 คน และสามารถใช้งานได้ดี, โครงการพัฒนาและวิจัยข้อเข่าแบบหลายจุดหมุนสำหรับขาเทียมระดับข้อเข่า ที่มีตอขายาว มีความมั่นคง ปลอดภัย และทนทาน กว่าการติดตั้งข้อเข่าแบบบานพับ, การพัฒนาและผลิตข้อเข่าเทียมแบบหลายจุดหมุน ซึ่งประกอบง่าย แข็งแรง ใช้วัสดุในประเทศ การผลิตข้อเข่าเทียมชนิดหลายจุดหมุน 4 แกน สำหรับผู้ใหญ่และเด็ก เพื่อให้เด็กได้ใช้ข้อเข่าที่มีคุณภาพใกล้เคียงของจริง ทำให้พัฒนาการใกล้เคียงเด็กปกติ และการออกแบบและผลิตเท้าเทียมรูปแบบใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการหักของแกนเท้าแบบเดิม นอกจากนี้ มูลนิธิฯ ยังร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 19 เชียงใหม่ กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน ตั้งแต่ปี 2555 จัดทำมาตรฐานฝีมือแรงงานประกอบอาชีพ สาขาช่างเครื่องช่วยคนพิการ ทำให้ชาวบ้านมีตำแหน่งเป็น “ช่างเครื่องช่วยคนพิการ” ในโรงงานขาเทียม 82 แห่งทั่วประเทศ และเพิ่มพูนทักษะช่างเครื่องช่วยคนพิการ ให้มีมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ

 

โอกาสนี้ พระราชทานขาเทียมแก่คนพิการขาขาด 3 ราย เป็นเด็กชายอายุ 7 ปี และ 5 ปี ที่พิการแต่กำเนิด และชายอายุ 47 ปี ขาขาดระดับใต้เข่าซ้าย จากการเหยียบกับระเบิด เป็นตัวแทนรับพระราชทานขาเทียมแก่ผู้ถูกกับระเบิด จำนวน 14 คน ซึ่งศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ศูนย์บัญชาการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ส่งมารับบริการทำขาเทียม ณ มูลนิธิขาเทียม

 

ขอขอบคุณ  

Ch7 https://goo.gl/UqCXuq

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 12570 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics