จะบอกหน่วยงานใดเข้าไปช่วย..ตรัสตอบด้วยพระราชอารมณ์ขัน “ก็ต้องไปบอก ‘โง่’ ยังไงล่ะ..”

แบ่งปัน

 

ท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้เล่าเหตุการณ์สมัยเมื่อตามเสด็จ ฯ ในหลวง(รัชกาลที่ 9) กับนิตยสาร ลิปส์ ฉบับครบรอบ 11 ปี  ปักษ์แรก เมื่อ กรกฎาคม 2553  (คอลัมน์ ร้อยถ้อยคำ ร้อยดวงใจ ถวายแด่ในหลวง) ว่า

.

ผมเป็นข้าของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 9) มาตลอดชีวิต

ครั้งที่มีโอกาสได้ใกล้ชิดพระองค์ท่านมากที่สุด คือ ตอนถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องศูนย์รวมแห่งดวงใจ (Center of Nation)

ซึ่งผมตามเสด็จ ฯ พระองค์ท่าน 1 ปีเต็ม ๆ

.

บางครั้ง ทรงขับรถไปเยี่ยมราษฎรด้วยพระองค์เอง โดยผมนั่งอยู่ด้านหลัง เพื่อใช้กล้องบันทึกภาพไปด้วย

.

บางครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินขึ้นเขา ผมจะเดินนำหน้าห่างจากพระองค์ประมาณสัก 1 วา  เวลาหกล้มไปพระองค์ก็ทรงฉุดให้ลุกขึ้น

.

ตอนนั้นพระองค์ทรงมีพระชนมายุ 60 พรรษาแล้วนะ ส่วนผมก็ 50 กว่าเห็นจะได้

.

พระองค์ท่านจึงตรัสว่า “ทำไมถึงสู้แรงเราไม่ได้” (หัวเราะ)

 .

นั่นเป็นครั้งหนึ่งที่ผมประทับใจมาก

 

.

มีอีกครั้งหนึ่ง ที่ผมไม่เคยลืม คือ ตอนที่พระเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 9) ทรงขับรถเข้าไปในสลัมแถวคลองรังสิต

.

พอไปถึง พระองค์ก็ทรงก้าวพรวดลงจากรถ ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นั่นต่างตกอกตกใจเป็นการใหญ่ ว่า ในหลวง เสด็จ ฯ จึงรีบเปิดไฟกันพรึบพรับ

.

ครั้งนั้นเสด็จ ฯ ไปทอดพระเนตรน้ำในคลอง

.

แล้วตรัสถามประชาชน ว่า น้ำที่เห็นอยู่นี้นำไปใช้อะไรบ้าง เขาก็บอกว่าใช้ทั้งกินทั้งอาบ

.

แต่พระองค์ทรงให้ความรู้ ว่า น้ำนี้กินไม่ได้นะ เป็นอันตราย

.

หลังจากนั้น จึงเกิดโครงการเอาน้ำดีมาไล่น้ำเสีย เรื่องเกี่ยวกับน้ำที่ผมทำงานถวายพระองค์ท่านมานานหลายปีแล้ว โดยออกไปสำรวจคูคลองต่าง ๆ ในกรุงเทพ ฯ

.

แล้วถ่ายภาพมาถวายให้ทอดพระเนตรเพื่อที่จะได้ทรงวางแนวทางแก้ไข ไม่ต้องให้ประชาชนต้องประสบกับอุทกภัย

.

ผมอาสาทำงานถวายพระองค์ท่าน เพราะผมเรียนมาทางด้านธรณีวิทยา ผมทำงานด้วยใจรักแล้วดีใจที่ได้แบ่งเบาพระราชภาระส่วนหนึ่ง

.

เพราะพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 9) ทรงงานหนักอยู่ตลอดเวลา ภารกิจหลักของพระองค์ท่าน คือ เรื่องน้ำ

 

.

ถ้าน้ำท่วม พระองค์ก็ทรงหาทางช่วยบรรเทาทุกข์

.

ถ้าน้ำแห้ง พระองค์ท่านก็พระราชทานฝนหลวงแก่ประชาชน

.

ผมเคยถามพระองค์ ว่า เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้มาแล้ว จะให้ไปบอกกล่าวกับหน่วยงานใดของรัฐบาลให้เขาช่วยแก้ปัญหา

.

พระองค์ทรงเงียบไปครู่หนึ่งและก็ตรัสด้วยพระราชอารมณ์ขันว่า “ก็ต้องไปบอก ‘โง่’ ยังไงล่ะ”

.

ตอนแรก ผมก็ยังไม่เข้าใจ

.

กระทั่งทรงอธิบายว่า “โง่” นั้น หมายถึง “NGO” ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ทำงานอย่างไม่หวังผลตอบแทนในปัจจุบันนี้ (*อธิบาย* ทรงอ่านออกเสียงแบบคำรวม..โดย “NGO” หรือ NGOs ย่อมาจากคำว่า Non Govermental Oganizations แปลตรงตัว คือ องค์กรที่ไม่ใช่องค์กรของรัฐ ในต่างประเทศมักเรียกว่า “องค์ที่ทำงานโดยไม่แสวงหากำไร” หรือ “องค์กรอาสาสมัครเอกชน”..สำหรับประเทศไทยมักเรียกว่า “องค์กรการกุศล” หรือ “องค์กรสาธารณประโยชน์” ..ที่มา http://oknation.nationtv.tv/blog/itsp/2010/07/10/entry-2)

.

จึงมีองค์กร “โง่” ในพระบรมราชูปถัมภ์ อยู่มากมาย (ยิ้ม)

.

 

นอกจากนี้ ผมยังทำภาพยนตร์ถวายพระองค์ท่านด้วย ที่ผ่านมาเคยมีเรื่องร่มเกล้า .

ส่วนตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ก็สร้างขึ้นตามพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ(ในรัชกาลที่ 9)

.

ด้วยทรงเห็นว่าคนไทยสมัยนี้ไม่ค่อยรู้เรื่องประวัติศาสตร์ จึงอยากให้คนรุ่นหลังได้รู้จักรากเหง้าของเรา ซึ่งผมก็พยายามศึกษาข้อมูลเพื่อทำให้ใกล้เคียงกับประวัติศาสตร์มากที่สุด

.

ถ้าหากจะให้ทำหนังที่ได้แรงบันดาลใจ อีกสักเรื่อง ..ผมคิดถึงเรื่อง..ข้าวพระราชทาน..หรือไม่ก็เรื่องคุณทองแดง

.

พระราชดำรัสของพระเจ้าอยู่หัวเรื่องอะไรก็ตามล้วนเป็นของดีทั้งนั้น แต่เรื่องที่ผมคิดว่าคนไทยควรยึดถือเอาไว้ให้มั่นคืออย่าแตกสามัคคีอันนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญของประเทศชาติเลย

.

ถ้าถามถึงเรื่องที่ทรงตรัสกับผมโดยตรง แล้วประทับใจ ก็ต้องบอกว่า มีมากมาย

.

เช่น ทรงสอน ว่า จงทำงานให้หนักโดยไม่จำเป็นต้องเอาหน้า

.

ยิ่งไปกว่านั้น คือ ทรงงานให้เราเห็นเลย พระองค์เสด็จ ฯ เข้าไปในป่าดงซึ่งเป็นพื้นที่ของผู้ก่อการร้ายในสมัยนั้น แม้แต่ทหารยังไม่ค่อยกล้าเข้าไปเลย

.

ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่มีความกล้าหาญและเด็ดเดี่ยวมาก

 

.

นับเป็นบุญของชาวไทยที่มีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเสียสละขนาดนี้

.

แต่คนรุ่นใหม่อาจจะมองไม่เห็น นี่คือที่มาของความแตกสามัคคีที่ทำให้บ้านเมืองเราสับสนวุ่นวายกันอยู่ทุกวันนี้

.

เมื่อคนรุ่นใหม่ไม่ได้เห็นภาพพระองค์ทรงงาน จึงทำให้มีบางส่วนคิดว่าพระองค์มิได้ทรงทำอะไรให้ประชาชนอีก ทั้งในช่วงหลังพระองค์ยังประชวรอยู่ในโรงพยาบาลตลอด

.

หลายคนจึงลืมไปแล้วว่าท่านเคยทำอะไรให้กับประเทศชาติบ้าง

.

ผมจึงอยากให้ทุกคนย้อนกลับไปมองว่าที่ผ่านมาทรงเหนื่อยยากตรากตรำเพื่อคนไทยมากมายแค่ไหน

.

หรือแม้แต่ วันนี้ที่ทรงมีสุขภาพพลานามัยไม่แข็งแรงนัก ก็ยังทรงงานอยู่เสมอด้วยการรับสั่งให้ ดร.สุเมธ ตันติเวชกุล ช่วยสานต่อให้สำเร็จลุล่วง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นการทำเพื่อประเทศชาติทั้งสิ้น

.
น่าชื่นใจนะ ที่แม้พระเจ้าอยู่หัวจะมีพระชนมายุมากและประชวรก็ยังทรงห่วงใยราษฎรเสมอ

……………………………………..

 

ที่มา นิตยสารลิปส์ ฉบับครบรอบ 11 ปี ปักษ์แรก กรกฎาคม 2553

ภาพ prachachat

และ VARIETY.TEENEE.COM

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics