สะพานนี้..มีความรักที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกร..เชื่อมต่อกันไว้..ไม่มีวันพังทลาย..

แบ่งปัน

 

 

หนึ่งในภาพจำ..สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

……..

เพื่อร่วมกันรื้อฟื้นภาพความทรงจำครั้งประวัติศาสตร์ในอดีตให้หวนกลับคืนมา อีกครั้ง

.

การก่อสร้างสะพานไม้ที่มีลักษณะเดียวกันบนสถานที่เดิม ซึ่งสะพานถูกรื้อถอนออกไปนานมากแล้ว จากสภาพเก่าทรุดโทรม

.

ด้วยการรวบรวมเงินจากทุกภาคส่วนที่มีจิตศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะสร้างสะพาน แห่งนี้ขึ้นมา โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐแต่อย่างใด

……

 

“…พระองค์ท่านได้มีโครงการตามแนวพระราชดำริ เพื่อประโยชน์ของพสกนิกรของพระองค์ในพื้นที่บ้านเจาะบากง ซึ่งถูกสังคมลืมเลือนไปจากความเป็นถิ่นทุรกันดารที่อยู่ห่างไกล…”

#นางเอี๊ย ศรีสุข ภรรยาของลุงพร้อม

วันที่ ๗ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๔ หมู่ ๓ บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก จ.นราธิวาส

ภาพความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ไม่ถือพระองค์

.

ข้างพระวรกาย มีคุณลุงสวมเพียงเสื้อสีขาว และนุ่งผ้าขาวม้าเก่าคร่ำ เนื้อตัวเต็มไปด้วยดินโคลน อีกทั้งไม่ได้สวมรองเท้า

.
ชายผู้นั้นคือ ลุงพร้อม จินนาบุตร ผู้มีโอกาสเข้าเฝ้ารับเสด็จอย่างใกล้ชิด ในขณะนั้นมีวัยเพียง ๔๗ ปี ปัจจุบันได้เสียชีวิตไปแล้วเมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๕๗ ด้วยวัย ๘๐ ปี

.

คุณยายเอียะ ศรีสุข อายุ ๗๙ ปี ซึ่งเป็นภรรยาของลุงพร้อม เล่าให้ฟังว่า

ขณะที่ชาวบ้านเจาะบากง ทั้งชาวไทยพุทธและมุสลิม กำลังทำนาอยู่ในพื้นที่ เห็นรถยนต์ของตำรวจนำขบวนเสด็จ ฯ ผ่านเข้ามา ไม่ได้มีการแจ้งกำหนดการให้ชาวบ้านได้ทราบล่วงหน้า

.
ลุงพร้อมและชาวบ้านที่กำลังทำนาอยู่แถวนั้น จึงได้พากันวิ่งออกมาเฝ้ารับเสด็จ

.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงรับสั่งให้รถยนต์พระที่นั่งหยุด

.

แล้วตรัสถามว่า “ที่นี่ที่ไหน”

.

ลุงพร้อมตอบว่า หมู่บ้านเจาะบากง

.

พระองค์ ได้ตรัสออกมาว่า “หมู่บ้านนี้ไม่มีในแผนที่ ในแผนที่มีแต่บ้านโคกกูโนและบ้านโคกกูยิ”

.

ซึ่งหมู่บ้านทั้งสองแห่งนั้น เป็นหมู่บ้านที่มีเขตติดต่อกับบ้านเจาะบากง

.

 

จากนั้น พระองค์ท่านได้ตรัสถามถึงสภาพความเป็นอยู่ในพื้นที่

.

ในครั้งนั้น ลุงพร้อมจึงได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานให้มีการขุดคลองเชื่อมต่อคลองเจาะบากง เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ ได้มีแหล่งน้ำไว้ใช้สำหรับทำการเกษตร

.

จากนั้น ในหลวง ร.๙ จึงเสด็จลงจากรถยนต์พระที่นั่ง แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปที่สะพานไม้และประทับกับลุงพร้อม เพื่อทอดพระเนตรสภาพพื้นที่บริเวณดังกล่าว

.

หลังจาก ในหลวง ร.๙ เสด็จกลับไปแล้ว

.

อีกไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาทำการขุดคลองเชื่อมต่อคลองเจาะบากง ตามที่ลุงพร้อมได้กราบบังคมทูลขอ

.

โครงการชลประทานมูโนะ ที่เข้ามาดูแลพื้นที่นาและพื้นที่ทางการเกษตรให้กับราษฎรในพื้นที่บ้านเจาะบากงและพื้นที่โดยรอบของ ต.ปูโยะ

.

ทำให้ครัวเรือนในพื้นที่แห่งนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีน้ำท่าอุดมสมบูรณ์ มีเจ้าหน้าที่คอยมาดูแลและให้ความช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด

………………………………………………..

*** สร้างสะพานไม้อีกครั้ง

เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๘๗ พรรษา นายเจษฎา จิตรัตน์ นายอำเภอสุไหงโก-ลก จึงร่วมกับส่วนราชการ ภาครัฐ ภาคเอกชน และพลังมวลชนในพื้นที่

.

จัดทำโครงการ “ย้อนรอยพระราชกรณียกิจ ครั้งหนึ่ง ณ สะพานบ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ อ.สุไหงโก-ลก”

.

ขณะ ที่นายสะมะแอ เจ๊ะอารง อายุ ๖๘ ปี ช่างผู้ออกแบบและร่วมสร้างสะพานแห่งนั้นในอดีต ได้ตอบรับที่จะกลับมาสร้างสะพานนี้ขึ้นใหม่ ด้วยการนำไม้นากบุดที่นำเข้าจากประเทศมาเลเซียมาจัดสร้าง จะได้ไม่ทำลายทรัพยากรป่าไม้ในประเทศไทย โดยขนาดของสะพานจะยึดมาตรฐานเดิม คือ กว้าง ๔ เมตร ยาว ๒๔ เมตร ส่วนแรงงานทั้งหมดจะเป็นชาวบ้านในพื้นที่เป็นหลัก มีทหารกับอาสาสมัครรักษาดินแดน (อส.) สับเปลี่ยนหมุนเวียนมาช่วยสร้าง

.

 

โดยไม่มีการจ่ายค่าตอบแทนให้ เพราะทุกคนต่างเต็มใจที่ทุ่มเทแรงกายมาสร้างสะพาน เช่นเดียวกับกลุ่มแม่บ้านของแต่ละหมู่บ้านใน ต.ปูโยะ จะหมุนเวียนจัดทำอาหารมาจัดเลี้ยงผู้ช่วยสร้างสะพานทุกวันจนกว่าจะแล้วเสร็จ

.

 ในพื้นที่หมู่ ๓ บ้านเจาะบากง ต.ปูโยะ มีชาวไทยพุทธ ๙๗ คน ๒๘ ครัวเรือน จากทั้งหมด ๑๕๐๗ คน ๓๑๗ ครัวเรือน คิดเป็นร้อยละ ๖.๔๔ จากจำนวนประชากรทั้งหมดที่มีทั้งชาวไทยพุทธและอิสลาม แต่ในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น

.

ในขณะที่พื้นที่อื่นๆ ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

.

ชาวบ้านที่นี่ไม่มีใครคิดทิ้งถิ่นฐานไปอยู่ต่างพื้นที่ พี่น้องไทยพุทธไปร่วมงานบุญของพี่น้องมุสลิม ไม่ต่างกับพี่น้องมุสลิมที่จะมาร่วมงานบุญของพี่น้องไทยพุทธทุกครั้งที่ได้ ทราบข่าว

“…ทุกคนต่างรวมใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อสร้างเข้มแข็งให้กับพื้นที่ จนเห็นผลในเชิงประจักษ์ ซึ่งการสร้างสะพานไม้เฉลิมพระเกียรติครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งงานที่เป็นความภาคภูมิใจของชาวบ้านในพื้นที่

.

และจะเป็นการพิสูจน์พลังความสามัคคีของคนในพื้นที่บ้านเจาะบากง ให้คนต่างพื้นที่ได้เห็นและนำไปเป็นแบบอย่างว่า การรู้รักสามัคคีตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะสร้างประโยชน์ให้กับหมู่บ้านและชุมชนของตนได้อย่างประเมินค่าไม่ได้

 

.

ทั้งนี้ หลังสะพานไม้เฉลิมพระเกียรติแห่งนี้แล้วเสร็จ จะมีการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ที่เชื่อมโยงการเดินทางโดยเรือกับศูนย์ศึกษาธรรมชาติป่าพรุสิรินธร หรือป่าพรุโต๊ะแดงต่อไป…”

นางเอี๊ย ศรีสุข ภรรยาของลุงพร้อม บอกว่า รู้สึกดีใจที่ภาพแห่งความทรงจำที่เป็นความภาคภูมิใจของครอบครัวในอดีตทำให้ มีการสร้างสะพานไม้เจาะบากงขึ้นมาอีกครั้ง

.

เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดีที่พสกนิกรในพื้นที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระองค์ท่านได้มีโครงการตามแนวพระราชดำริ เพื่อประโยชน์ของพสกนิกรของพระองค์ในพื้นที่บ้านเจาะบากง

.

ซึ่งถูกสังคมลืมเลือนไปจากความเป็นถิ่นทุรกันดารที่อยู่ห่างไกล

.

หากลุงพร้อมได้รับทราบถึงพลังที่ยิ่งใหญ่นี้คงมีความรู้สึกดีใจไม่ต่างจากตน

.

ซึ่งในช่วงชีวิตหนึ่งได้มีโอกาสชื่นชมพระบารมีของพระองค์ท่าน

.

และได้มีส่วนร่วมในประวัติศาสตร์สำคัญที่จะย้อนรอยไปถึงเรื่องราวในอดีตอีกครั้ง

 

………………………………………….

เอกสารประกอบเรื่อง /ขอบคุณ

– หนังสือพิมพ์เนเชั่น

– หนังสือพิมพ์มติชน

สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์ น้อมศิระกราน กราบแทบพระยุคลบาท ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ที่มา เพจ นิทรรศการพลังแผ่นดิน อัศจรรย์งานศิลป์แผ่นดินสยาม ต้องการติดตาม คลิกที่นี่

____________________________________

#KingBhumibol

#สมเด็จพระภัทรมหาราช

#รักในหลวงคิดถึงในหลวงสุดหัวใจ

#ฉันรักพระองค์มาตั้งแต่จำความได้

#ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

#สถิตในดวงใจตราบนิจนิรันดร์

#ฉันเกิดในรัชกาลที่๙

#นั่งนับวันที่พ่อจาก




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics