สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ องคมนตรีเชิญถุงพระราชทานมอบชาวเกษตรที่สูงดอยอมพายฯ

แบ่งปัน

 

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี เชิญถุงพระราชทานพร้อมผ้าห่มกันหนาวไปมอบแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ ผู้ปฏิบัติงานโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านเสาแดง และโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยอมพาย จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับติดตามการดำเนินงานเพื่อขับเคลื่อนโครงการฯ ที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พระราชทานไว้ให้บังเกิดความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดกับราษฎร

 

โดยเมื่อวันพุธที่ 10 มกราคม 2561 นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ในฐานะประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะอนุกรรมการฯ เชิญถุงพระราชทานพร้อมผ้าห่มกันหนาว จำนวน 223 ถุง จากสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มอบแก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านเสาแดง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จ. เชียงใหม่ จำนวน 147 ถุง และโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยอมพาย อำเภอแม่แจ่ม จ. เชียงใหม่ จำนวน 76 ถุง พร้อมกับติดตามการดำเนินงานเพื่อสนองพระราชปณิธานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงสืบสาน รักษา ต่อยอดโครงการของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรตลอดจนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้มีความสมบูรณ์อย่างยั่งยืนเพื่อประโยชน์กับราษฎร ซึ่งได้สร้างความปลาบปลื้มแก่ราษฎร ผู้ปฏิบัติงานและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่ทรงห่วงใยความเป็นอยู่ของราษฎรในครั้งนี้

โครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริบ้านเสาแดง อำเภอกัลยาณิวัฒนา จังหวัดเชียงใหม่ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรสภาพพื้นที่บ้านลีซอเสาแดง อำเภอแม่แจ่ม (ปัจจุบันแยกพื้นที่ออกเป็นอำเภอกัลยาณิวัฒนา) จังหวัดเชียงใหม่ ทรงพบว่าพื้นที่ป่าในอดีตถูกราษฎรแผ้วถางเพื่อใช้เป็นพื้นที่ปลูกฝิ่นและทำไร่เลื่อนลอย และหลังจากเลิกปลูกฝิ่นจึงหันมาทำการเกษตรโดยทำไร่เลื่อนลอยหรือไร่หมุนเวียนเพียงอย่างเดียวทำให้ผลผลิตไม่เพียงพอต่อการบริโภคจึงละทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำในตัวเมือง

 

นอกจากนี้ยังพบว่าราษฎรขาดโอกาสทางการศึกษาและการบริการทางสาธารณสุขขั้นพื้นฐาน จึงพระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงขึ้น เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของราษฎรให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยให้ราษฎรเรียนรู้การทำการเกษตรอย่างถูกวิธีจากการจ้างงานในพื้นที่ที่จำกัดแต่ให้ได้ผลผลิตเพียงพอต่อการเลี้ยงครอบครัว เพื่อหยุดยั้งการบุกรุกแผ้วถางป่า สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารพร้อมกับฟื้นฟูสภาพป่าที่เสื่อมโทรมให้กลับคืนความสมบูรณ์และสร้างชุมชนให้มีความมั่นคง ปลอดยาเสพติด โดยให้ราษฎรบ้านลีซอเสาแดงและราษฎรบ้านกะเหรี่ยงห้วยเขียดแห้งเข้ามาร่วมอยู่ในโครงการ

จากการดำเนินงาน สามารถหยุดยั้งการบุกรุกแผ้วถางป่าบริเวณขุนห้วยยา ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธารของลุ่มน้ำแจ่มตอนบนและมีลำห้วยสาขาที่สำคัญ ได้แก่ ห้วยตอง ห้วยยา ห้วยโป่ง ห้วยเขียดแห้ง และห้วยหมาบ้า พื้นที่บริเวณขุนห้วยยาจำนวน 3,300 ไร่ ได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพสมบูรณ์ขึ้น ราษฎรมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมทั้งส่งเสริมอาชีพให้กับราษฎรมีรายได้เสริมจากงานศิลปาชีพ ได้แก่ การทอผ้า และการทำเครื่องเงิน โดยในปี 2557 ข้อมูลความจำเป็นพื้นฐาน ระดับตำบล ราษฎรบ้านเสาแดงมีรายได้ครัวเรือนเฉลี่ย 163,370 บาท/ปี รายได้บุคคลเฉลี่ย 40,072 บาท/ปี

 

จากนั้น องคมนตรี พร้อมคณะฯ ได้เดินทางไปยังโครงการสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริดอยอมพาย ตำบลปางหินฝน อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อเชิญถุงพระราชทานพร้อมผ้าห่มกันหนาว มอบให้แก่ราษฎรและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในครั้งนี้

 

สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2546 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 พร้อมด้วย สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช ฯ สยามมกุฎราชกุมาร (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรพื้นที่ดอยอมพาย ทรงพบว่าพื้นที่ป่าดอยอมพายได้ถูกแผ้วถางทำไร่หมุนเวียนเป็นจำนวนมากกว่า 1,000 ไร่ ดินขาดสารอาหารสำหรับพืชไร่ ราษฎรจึงขยายพื้นที่เพื่อทำไร่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น พื้นที่ป่าถูกทำลายลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดอยอมพาย ซึ่งเป็นแหล่งต้นน้ำแม่ปิงน้อยมีลำห้วยสายเล็ก ๆ เช่น ลำห้วยแม่ปุ๊ ลำห้วยไม้หมื่น ที่ไหลลงสู่ลำห้วยแม่ปิงน้อย และไหลต่อไปยังลำน้ำแม่แจ่ม ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาหลักของลำน้ำแม่ปิงจะส่งผลกระทบให้ลำน้ำแม่ปิง ซึ่งเป็นลำน้ำสายหลักของประเทศขาดแคลนน้ำต่อไปในอนาคต

 

จากการดำเนินงานของสถานีพัฒนาการที่สูงฯ ได้มีการสาธิตและทดลองปลูกไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ บนพื้นที่สูง เช่น พืชผัก ไม้ดอก และไม้ผลเมืองหนาว เพื่อให้เป็นแหล่งผลิตและสำรองอาหารคุณภาพดี ราษฎรมีแหล่งจ้างงานและเรียนรู้การทำเกษตรที่ถูกต้อง รวมถึงการสร้างจิตสำนึกเห็นความสำคัญของผืนป่าให้คนอาศัยอยู่ร่วมกับป่าอย่างเกื้อกูลซึ่งกันและกัน ชุมชนสามารถพึ่งพาตนเองตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังได้ปรับปรุงระบบนิเวศต้นน้ำ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ต้นน้ำ จัดระเบียบชุมชนที่อยู่ใกล้เคียงมิให้มีการบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรนิเวศ และวัฒนธรรมต่อไป

 

ขอขอบคุณ  

สยามรัฐ https://goo.gl/SyhJbr

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 12570 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics