สมเด็จพระเทพฯ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจที่อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน

แบ่งปัน

 

เมื่อวันที่ 16ม.ค.2561  เวลา 9.25 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรบ้านป่ากำ ตำบลดงพญา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ซึ่งเป็น 1 ใน 4 บ้านสาขาของบ้านขุนน้ำจอน ปัจจุบัน มีราษฎร 28 ครัวเรือน 194 คน เดิมอพยพมาจากบ้านห้วยป๋อ ตำบลบ่อเกลือเหนือ ส่วนใหญ่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลัวะ ที่รักษาเอกลักษณ์ของตนไว้เป็นอย่างดี อาทิ การแต่งกาย การเจาะหู และการสร้างบ้านที่ยังเป็นรูปทรงดั้งเดิม คือ บ้านยกพื้นสูง หลังคามุงด้วยหญ้าคาคลุมจนเกือบพื้นดิน โดยเชื่อว่าจะป้องกันสิ่งชั่วร้ายไม่ดี ไม่ให้เข้ามาในบ้าน

 

โอกาสนี้ ทรงติดตามความก้าวหน้าของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านป่ากำ ตั้งขึ้นเมื่อปี 2535 เดิมชื่อศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชนป่ากำต่อมา พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่อใหม่ ปัจจุบัน มีครู 2 คน ดำเนินกิจกรรมส่งเสริม สนับสนุนการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยให้กับประชาชนทุกคนในชุมชน จำนวน 194 คน ตามความเหมาะสมกับช่วงวัย และความสนใจของแต่ละคน อาทิ การส่งเสริมการรู้หนังสือ, การศึกษาขั้นพื้นฐานระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย, การศึกษาเพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการส่งเสริมการอ่าน นอกจากนี้ ได้ดำเนินโครงการสร้างป่าสร้างรายได้ตามพระราชดำริฯ มีผู้เข้าร่วม 8 ครอบครัว รวม 38 ไร่ โดยส่งเสริมการปลูกไม้ป่าและไม้เศรษฐกิจ ปัจจุบัน ป่าไม้เจริญเติบโตกว่า 2,200 ต้น แต่ยังไม่มีรายได้จากโครงการฯ คาดว่าในปีหน้าจะเกิดรายได้จากผลผลิตกาแฟ

จากนั้น เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดสุขศาลาพระราชทานบ้านป่ากำ ซึ่งเป็นสุขศาลา 1 ใน 3 แห่งของจังหวัด ที่มีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเพื่อให้บริการรักษาพยาบาลขั้นต้นและการสาธารณสุขแก่ประชาชนในพื้นที่ห่างไกลทุรกันดาร โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ก่อสร้างอาคารฯ พร้อมครุภัณฑ์ทางการแพทย์ เริ่มเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 4 มกราคมที่ผ่านมา โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย มีพนักงานสาธารณสุขชาวไทยภูเขาเผ่าลัวะให้บริการประจำ 1 คน ดูแล 4 กลุ่มบ้าน ได้แก่ บ้านขุนน้ำจอน บ้านป่ากำ บ้านห้วยลัวะ และบ้านปางกบ รวม 518 คน

 

ต่อมา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงติดตามการดำเนินงานโรงเรียนบ้านสว้า ห้องเรียนสาขาบ้านป่ากำ ซึ่งตั้งขึ้นในปีการศึกษา 2550 ภายใต้โครงการโรงเรียนบ้านสว้า “โครงการศูนย์การเรียนรู้หนูบ้านไกล” เพื่อแก้ปัญหาเด็กตกหล่นจากการเข้ามาเรียนที่โรงเรียนบ้านสว้า เปิดสอนชั้นอนุบาล ถึงประถมศึกษาปีที่ 4 มีนักเรียน 27 คน ครู 2 คน ดำเนินโครงการพระราชดำริต่าง ๆ ให้นักเรียนมีความรู้และทักษะพื้นฐานทางการเกษตร รวมทั้งขยายการพัฒนาจากโรงเรียนสู่ชุมชน ดำเนินกิจกรรมการผลิตทางการเกษตรในโรงเรียนสู่การผลิตอาหารในครัวเรือน ให้นำความรู้และทักษะการเรียนรู้วิชาชีพที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต การบัญชีมาใช้ในครอบครัว

โอกาสนี้ ทรงเยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานจากโรงพยาบาลบ่อเกลือ, สาธารณสุขอำเภอบ่อเกลือ, และโรงพยาบาลเฉลิมพระเกียรติ ที่ออกตรวจรักษาโรคแก่ราษฎรในพื้นที่ วันนี้ มีผู้มาขอรับบริการ 33 คน

 

เวลา 14.11 น. เสด็จพระราชดำเนินไปยังศูนย์ภูฟ้าพัฒนา อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน ทรงเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหาร และคณะอนุกรรมการโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ซึ่งมีวาระการประชุมต่าง ๆ อาทิ ผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ, แนวทางการดำเนินโครงการฯ ด้านอำนวยการ, การเกษตร, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตลอดจนการพิจารณาร่างกรอบแนวทางการดำเนินงานโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริฯ ปีงบประมาณ 2561-2563

 

โอกาสนี้ ทรงติดตามการดำเนินงานของศูนย์ภูฟ้าพัฒนา ซึ่งหน่วยงานสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และส่วนท้องถิ่นสนองพระราชดำริ มาตั้งแต่ปี 2542 ในด้านการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย และขยายผลสู่ประชาชนและเกษตรกร มีพื้นที่ดำเนินงาน 1,812 ไร่ มีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการ 127 ราย และได้ขยายผลไปสู่ชุมชนโดยรอบแล้ว ปัจจุบัน เกษตรกรสามารถปรับเปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้เหมาะสมกับพื้นที่สูง โดยทำเกษตรแบบผสมผสานคู่กับการฟื้นฟูสภาพป่า ปลูกไม้ยืนต้นคู่กับไม้เศรษฐกิจหลักแทนการทำไร่เลื่อนลอย โดยในปี 2560 สามารถสร้างรายได้จากการจำหน่ายหม่อนผลสด, กล้วย, ชาอูหลง, เมี่ยงและต๋าว สูงสุดเป็น 5 ลำดับแรก นอกจากนี้ ยังแปรรูปเพิ่มมูลค่าเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาด อาทิ กล้วยอบ, น้ำหม่อนพร้อมดื่ม, หม่อนกวน, ชาเขียวอินทรีย์, ชาอูหลงอินทรีย์, ต๋าวอบแห้ง, รวมทั้งการปลูกข้าว แปรรูปเป็นข้าวก่ำภูฟ้า

 

จากนั้น ทรงติดตามผลการดำเนินงานพัฒนาคุณภาพชีวิตด้านการศึกษาแก่นักเรียนในอำเภอบ่อเกลือ และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ สนับสนุนติดตั้งอุปกรณ์สื่อไอซีที เพื่อการศึกษาในทุกห้องเรียน รวมทั้งสนับสนุนหลักสูตรและสื่อดิจิทัลเพื่อการเรียนรู้ แล้วทรงเยี่ยมกลุ่มอาชีพนอกภาคการเกษตรที่มีการรวมกลุ่มอาชีพตามความถนัด อาทิ กลุ่มจักสานจากไม้ไผ่, การผลิตชาต้นอ่อนข้าวสาลี, การทำกระดาษจากฟางข้าว, การปลูกกาแฟบ้านห้วยโทน ซึ่งปลูกกาแฟพันธุ์อาราบิก้า, การมัดย้อมผ้าด้วยสีจากธรรมชาติ, การแปรรูปเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ใยบวบ ซึ่งจะส่งไปจำหน่ายภายใต้ตราสินค้า “ภูฟ้า” สร้างรายได้ให้กับสมาชิกและกลุ่มเกษตรกร

เวลา 16.10 น. เสด็จพระราชดำเนินไปศูนย์วัฒนธรรมภูฟ้า โครงการภูฟ้าพัฒนา อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอบ่อเกลือ ทอดพระเนตรนิทรรศการการพัฒนาชุมชนมละบริ ในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการศึกษา สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยบ่อเกลือ เข้าไปตั้งศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยมละบริ เพื่อให้เด็กและเยาวชนมละบริได้รับการศึกษาเท่าเทียมกับคนทั่วไป เน้นจัดทำหลักสูตรพิเศษโดยเฉพาะ เพื่อรักษาวัฒนธรรมประเพณีของชนเผ่า, ด้านอาชีพ มีการปลูกข้าว พืชผัก เลี้ยงสัตว์ การจัดทำบัญชีครัวเรือน, ด้านการอนุรักษ์วิถีชีวิตและภูมิปัญญา มีการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมชนเผ่ามละบริ เพื่อรวบรวมเครื่องมือเครื่องใช้ในอดีต จัดแสดงการดำรงชีวิตให้คนทั่วไปเข้าไปเรียนรู้, ด้านสุขภาพอนามัย วางแผนเรื่องการดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ ส่วนวัยแรงงานหญิงขาดทักษะการทำงานประณีต เช่น หัตถกรรม คหกรรม ด้านแรงงานชายขาดฝีมือ เช่น ก่อสร้าง ช่างยนต์ ช่างไฟฟ้า

 

จากนั้น ทอดพระเนตรแปลงเกษตรเพื่ออาหารกลางวัน ซึ่งชนเผ่ามละบริปลูกไว้เพื่อบริโภค มีทั้งพืชผัก ผลไม้ เห็ดในขอนไม้ และเห็ดนางฟ้า เลี้ยงหมูพื้นเมือง ไก่ดำภูพาน เลี้ยงปลาในกระชัง นิทรรศการผลการผลิตข้าวของชุมชนมละบริ ซึ่งในปี 2560 ปลูกข้าวนาดำ 18 ไร่ เป็นข้าวพันธุ์สันป่าตอง 1 และพันธุ์ กข.22 ได้ผลผลิต 10,200 กิโลกรัม ในจำนวนนี้แบ่งจ่ายค่าเช่าที่นา 2,500 กิโลกรัม เหลือข้าวสำหรับบริโภค 7,800 กิโลกรัม สามารถบริโภคได้ 5-6 เดือน โอกาสนี้ พระราชทานสิ่งของแก่ครูใหญ่และผู้แทนนักเรียนของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง”

 

มละบริภูฟ้า ซึ่งมีพระราชดำริให้จัดตั้งขึ้นเมื่อ 8 ปีก่อน เพื่อให้การศึกษาแก่เด็กและเยาวชนชนเผ่ามละบริ ปัจจุบันมีนักเรียนชั้นอนุบาลถึงประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 25 คน ครู 3 คน ในจำนวนนี้เป็นครูชนเผ่ามละบริ 1 คนที่จบการศึกษาระดับปริญญาตรี เน้นสอนให้นักเรียนฝึกอาชีพด้วยการทำผลิตภัณฑ์ชนเผ่ามละบริ อาทิ กระเป๋าที่ถักจากเส้นเถาวัลย์ป่า ย้อมสีธรรมชาติ เรียกว่า “ญอก” แก้วน้ำ แจกัน และไปป์สูบบุหรี่จากไม้ไผ่ทั้งนี้ มละบริ เป็นกลุ่มชนที่เดิมมีวิถีชีวิตผ่านการเก็บ หา ล่า คนไทยรู้จักกันในนาม “ตองเหลือง” ปัจจุบันอาศัยที่โครงการภูฟ้าพัฒนา 17 ครัวเรือน 71 คน มีอาชีพเป็นมัคคุเทศก์ รับจ้าง และทำการเกษตร

 

ขอขอบคุณ  

CH7  https://goo.gl/suy2A1

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 12570 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics