แก้มลิง ศาสตร์พระราชา ในการแก้ปัญหาน้ำท่วม ในลุ่มน้ำยม-น่าน และเจ้าพระยา

แบ่งปัน

 

คอลัมน์ เปิดมุมมอง

โดย ประสิทธิ์ อรรคไกรสีห์ TEAM GROUP

 

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริถึงลิงที่อมกล้วยไว้ในกระพุ้งแก้มได้คราวละมาก ๆ และมีพระราชกระแสอธิบายว่า “ลิงโดยทั่วไป ถ้าเราส่งกล้วยให้ ลิงจะรีบปอกเปลือก เอาเข้าปากเคี้ยว แล้วนำไปเก็บไว้ที่แก้มก่อน ลิงจะทำอย่างนี้จนกล้วยหมดหวีหรือเต็มกระพุ้งแก้ม จากนั้นจะค่อย ๆ นำออกมาเคี้ยวและกลืนกินภายหลัง” ต่อมาจึงเกิดเป็น “โครงการแก้มลิง” เพื่อสร้างพื้นที่กักเก็บน้ำ ไว้รอการระบายและนำไปใช้ประโยชน์ในภายหลัง

 

กรมชลประทานได้นำศาสตร์พระราชาในเรื่อง “แก้มลิง” มาแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำยมและลุ่มน้ำน่านเหนือจังหวัดนครสวรรค์ บริเวณจังหวัดสุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก และจังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำประสบปัญหาน้ำท่วมทุกปี

 

ต่อมาได้พัฒนาพื้นที่ลุ่มต่ำที่มีน้ำท่วมซ้ำซากเป็นพื้นที่แก้มลิง เมื่อน้ำล้นตลิ่งและเกิดน้ำท่วมจะมีการผันน้ำส่วนเกินจากแม่น้ำยมและแม่น้ำน่านเข้ามาเก็บไว้ชั่วคราวในพื้นที่แก้มลิง เสมือนลิงอมน้ำไว้ในกระพุ้งแก้ม และคายน้ำออกมาเมื่อลำน้ำยมและลำน้ำน่านมีระดับน้ำลดลง สามารถบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดจากน้ำท่วมตลอดลำน้ำยมและลำน้ำน่าน รวมทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่าง

 

ในการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงเหนือจังหวัดนครสวรรค์ ประกอบด้วย พื้นที่แก้มลิงย่อยทั้งหมด 69 แห่ง ในเขตจังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร และนครสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่ 153 ตำบล 24 อำเภอ

ดังแสดงในรูปที่ 1 ทำให้สามารถเก็บกักน้ำไว้ชั่วคราวเพื่อรอการระบายได้ 2,049 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่แก้มลิงในเขตชลประทาน 723 ล้านลูกบาศก์เมตร และพื้นที่แก้มลิงนอกเขตชลประทาน 1,326 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งในการควบคุมและบริหารจัดการน้ำดังกล่าวให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์ จำเป็นต้องมีการก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารชลประทาน เช่น ประตูระบายน้ำ ถนนหรือคันคลองที่ใช้เป็นคันกั้นน้ำ สถานีสูบน้ำ เป็นต้น ดังรูปที่ 2

 

พร้อมทั้งจะต้องมีกฎหมายหรือกฎระเบียบในการบริหารจัดการพื้นที่แก้มลิงรองรับด้วย ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการลงทุนทั้งหมดประมาณ 29,000 ล้านบาท และค่าบริหารจัดการและค่าบำรุงรักษารวมทั้งค่าสูบน้ำด้วยไฟฟ้าอีกประมาณปีละ 1,350 ล้านบาท

 

เมื่อการพัฒนาพื้นที่แก้มลิงเหนือจังหวัดนครสวรรค์แล้วเสร็จจะส่งผลให้สามารถควบคุม ป้องกันการเกิดน้ำท่วมซ้ำซากได้เป็นอย่างดี ประชาชนกว่า 122,000 ครัวเรือนในลุ่มแม่น้ำยมและน่านมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

 

ที่สำคัญยังเป็นการช่วยชะลอน้ำหลากก่อนเข้าสู่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนล่างได้เป็นอย่างดี เกษตรกรในพื้นที่แก้มลิงสามารถเพาะปลูกได้ต่อเนื่อง สร้างรายได้เพิ่มขึ้นถึงปีละ93,000 บาทต่อครัวเรือน ทั้งยังช่วยประหยัดงบประมาณในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่แก้มลิงที่เคยถูกน้ำท่วมถึง 3,000 ล้านบาทต่อปี

 

นอกจากนี้ยังช่วยลดความเสียหาย ในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาคิดเป็นมูลค่า 5,500 ล้านบาทต่อปี

 

ขอขอบคุณ  

ประชาชาติธุรกิจ https://goo.gl/fFbWGc

 




ความเห็น


Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 12436 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics