อินโดนีเซียประณามสหรัฐรับรองสถานะกรุงเยรูซาเลม

แบ่งปัน

อินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ที่สุดของโลกประณามการที่สหรัฐรับรองสถานะกรุงเยรูซาเลมเป็น “เมืองหลวง” ของอิสราเอล ด้านตุรกีกล่าวว่ารัฐบาลวอชิงตันฉีกสนธิสัญญาสันติภาพฉบับปี 2536 และละเมิดมติยูเอ็นฉบับปี 2523

          วันนี้ (7 ธ.ค.) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากกรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ว่าประธานาธิบดีโจโก วิโดโด กล่าวว่าอินโดนีเซียของประณามอย่างหนัก ต่อการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศรับรองให้กรุงเยรูซาเลมมีสถานะเป็น “เมืองหลวงอย่างเป็นทางการ” ของอิสราเอล และเตรียมย้ายสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟไปยังกรุงเยรูซาเลม ว่าจะสร้างแรงกระเพื่อมครั้งเลวร้ายต่อเสถียรภาพและความมั่นคงบนโลกในภาพรวม รัฐบาลจาการ์ตาขอเรียกร้องให้รัฐบาลทรัมป์ทบทวนการตัดสินใจดังกล่าว

ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ผู้นำอินโดนีเซีย

          ด้านนางเรตโน มาร์ซูดี รมว.กระทรวงการต่างประเทศอินโดนีเซีย กล่าวว่ารัฐบาลจาการ์ตามีจุดยืนเคียงข้างปาเลสไตน์ และสหรัฐในฐานะประเทศผู้นำแห่งโลกเสรีควรตระหนักถึง “ความหมายแท้จริงของคำว่าประชาธิปไตย” โดยท่าทีของอินโดนีเซียซึ่งเป็นประเทศมุสลิมขนาดใหญ่ที่สุดของโลก มีขึ้นในเวลาเดียวกับที่นายกรัฐมนตรีนาจิบ ราซัค ผู้นำมาเลเซีย กล่าวถึงสถานการณ์นี้เช่นกัน ว่าเป็นเรื่องที่ไม่อาจรับได้ และเรียกร้องให้ประชาคมอาหรับรวมพลังกันต่อต้านสหรัฐและอิสราเอลในเรื่องนี้ อีกทั้งมีรายงานด้วยว่า กระทรวงการต่างประเทศในกรุงจาการ์ตาเชิญเอกอัครราชทูตสหรัฐเข้าพบเพื่อ “แสดงความวิตกกังวล” ต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

          ขณะที่กระแสต่อต้านจากประชาคมโลกโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศมุสลิมหรือโลกอาหรับยังคงมีออกมาอย่างไม่ขาดสาย โดยประธานาธิบดีเรเซป เทย์ยิป เออร์โดกัน ผู้นำตุรกี กล่าวว่าการตัดสินใจของผู้นำรัฐบาลวอชิงตันละเมิดมติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) หมายเลข 465 วันที่ 1 มี.ค. 2523 เกี่ยวกับอาณาเขตของ “รัฐอาหรับที่ถูกยึดครองตั้งแต่ปี 2510” ที่หมายถึงเขตเวสต์แบงก์ ฉนวนกาซา ฝั่งตะวันออกของกรุงเยรูซาเลมที่เป็นเขตเมืองเก่า และที่ราบสูงโกลัน โดยสาระสำคัญของมติคือการประณามโครงการขยายอาณาเขตนิคมยิวในเมืองเฮบรอนของเขตเวสต์แบงก์ และเรียกร้องไม่ให้รัฐสมาชิกสหประชาชาติ ( ยูเอ็น ) มอบความสนับสนุนแก่อิสราเอล ในการขยายอาณาเขตรุกล้ำพื้นที่  “รัฐอาหรับ”

          นอกจากนี้ ผู้นำตุรกีกล่าวด้วยว่า ท่าทีของสหรัฐยังขัดต่อข้อตกลงสันติภาพอิสราเอล-ปาเลสไตน์ ฉบับปี 2536 ที่ระบุให้สถานะของกรุงเยรูซาเลมต้องมาจากการตัดสินใจร่วมกันระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์เท่านั้นด้วย

 

 

 

 

 

 

ขอขอบคุณ เดลินิวส์

http://bit.ly/2ABpknP




ความเห็น


Spam protection by WP Captcha-Free




1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 2976 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics