เรื่องเล่า “ในหลวง ร.๙” ไม่ได้บรรทม ๗ วัน ๗ คืน.ทรงแก้วิกฤต “๑๔ ตุลา”

แบ่งปัน

โดย พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร

“อดีตนายตำรวจราชสำนักฯ” ย้อนเหตุการณ์ “ในหลวง ร.9” ทรงแก้วิกฤต “14 ตุลาฯ” ทรงห่วงสถานการณ์บ้านเมือง ไม่ได้บรรทม 7 วัน 7 คืน 

เมื่อวันที่ 14 ต.ค.60 เวลา 10.45 น. ที่ห้องประชุม 14 ตุลา อนุสรณ์ 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ถ.ราชดำเนินกลาง มีการจัดงานรำลึก 44 ปี 14 ตุลา 

โดยมี พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตนายตำรวจราชสำนักประจำ กล่าวปาฐกถา 14 ตุลา ประจำปี 2560 “ในหลวงรัชกาลที่ 9 กับ 14 ตุลา” ว่า 

 เหตุการณ์ 14 ตุลาฯ 2516 ถือเป็นวิกฤตของคนไทยในเวลานั้น บ้านเมืองมีปัญหาเรื่องคอมมิวนิสต์ เป็นเพราะสหรัฐอเมริกาเป็นศัตรูกับโซเวียตและประเทศใหญ่ที่ปกครองระบอบดังกล่าว 

ตอนนั้นลัทธิคอมมิวนิสต์ทำท่าว่าจะขยายตัว สหรัฐฯ ก็กลัวเพลี่ยงพล้ำให้กับค่ายคอมมิวนิสต์จึงดำเนินนโยบายเป็นปฏิปักษ์ รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ก็ดำเนินนโยบายปฏิปักษ์กับคอมมิวนิสต์ 

“เมื่อรัฐบาลเป็นเผด็จการ การปราบปรามจึงมีขึ้นบ่อยและรุนแรง 

นักการเมืองที่ถูกสงสัยถูกจับกุมจำนวนมาก 

อย่างไรก็ตาม ก่อน 14 ตุลาฯ มีนิสิตนักศึกษาออกแถลงการณ์ประณามรัฐบาลที่ยึดอำนาจไม่ยอมคืนประชาธิปไตยและเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 

รัฐบาลจอมพลถนอมจึงจับกุมเป็นผู้ต้องหากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ ปฏิกิริยาต่างๆ ก็เริ่มชุมนุมกว้างขวาง เป็นจำนวนแสน รัฐบาล รู้ว่า จะระงับไม่ได้ แต่ก็ใช้ไม้แข็งปราบ” 

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวต่อว่า ขณะนั้นตนดำรงเป็นตำรวจราชสำนักฯ เห็นการชุมนุมก็รู้ว่าจะบานปลาย ตนกับตำรวจและทหารในวังจึงออกไปดูเหตุการณ์โดยมีผู้แทนนิสิตนักศึกษาพาออกไป ตอนนั้นเหตุการณ์ชุมนุมเป็นโดยสงบ จึงรู้สึกว่าไม่หนักหนาอะไร 

ไม่สบายใจก็เพียงแต่ นักเรียนอาชีวะที่มีท่อนไม้ท่อนเหล็กเท่านั้น เมื่อกลับเข้ามายังสวนจิตรลดาตอนเที่ยงวันที่ 13 ตุลาฯ 

ตนได้รับคำสั่งให้ไปรับผู้แทนนิสิตนักศึกษา เพื่อพาเข้าเฝ้าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว(รัชกาลที่ 9) กระทั่งบ่าย 4 โมง ตนจึงพาเข้าไปยังศาลาดุสิดาลัย ขาดเพียงคนเดียว คือ นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล แกนนำนักศึกษา 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จลงเมื่อช่วงเย็นเวลา 5 โมงครึ่ง 

แต่ตนไม่ได้เข้าไป อยู่ข้างนอก จนเวลาเกือบ 2 ทุ่ม เมื่อเข้าเฝ้าเสร็จ ตนก็ไปส่งนักศึกษากลับ 

แต่ตอนก่อนออกจากสวนจิตรลดา พวกเขาบอกว่า ถูกหักหลัง 

ตนก็ถามถึงรู้ว่า เสกสรรทำผิดข้อตกลงที่บอกว่า จะไม่เคลื่อนขบวนชุมนุมมาบริเวณพระราชวังดุสิต เมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องผู้แทนนักศึกษาก็ไม่ยอมออกจากวัง 

ตนเลยรับหน้าที่พาตัวเสกสรรค์เข้ามา เสกสรรค์ตอนนั้นพูดเกือบไม่รู้เรื่อง เสียงไม่มี เมื่อพาตัวเข้ามา ถึงขั้นต้องขอให้หมอหลวงมาดูอาการ เสกสรรค์ก็เถียงกับธีรยุทธ บุญมี หนึ่งในตัวแทนนักศึกษา ตนซึ่งรู้เหตุการณ์ที่แท้จริงก็ช่วยอธิบาย 

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวว่า ตอนนั้นผู้แทนนักศึกษาข้างนอก บอกว่า ผู้แทนนักศึกษาที่เข้าวังยอมหมดแล้ว ทำให้นักศึกษาที่ชุมนุมไม่ยอม เคลื่อนมาที่หน้าสวนจิตรฯ 

  

 

เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่คนจำนวนแสนมาชุมนุมหน้าวัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชกระแสรับสั่ง ว่า รัฐบาลยอมปล่อยนักศึกษา 13 คนที่ถูกจับ 

และยังมีข้อตกลงว่าจะพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ใน 20 เดือน แทนที่รัฐบาลระบุว่าใน 3 ปี 

แต่นักศึกษาข้างนอกไม่เชื่อ อยากให้คนในวังมายืนยัน ซึ่งเสกสรรค์เลือกตน 

ตนก็ยอมออกไปขึ้นเวทีปราศรัยของนักศึกษาพูดผ่านเครื่องขยายเสียง 

โดยรับ “กระแสพระราชดำรัส ในหลวง(รัชกาลที่ 9)” ไปอ่านให้ที่ชุมนุมฟัง ว่า พระองค์รับสั่งเรื่องความสามัคคีปรองดองของคนไทย โดยอ่านสำเนาพระราชดำรัสที่ว่ารัฐบาลยอมปล่อยนักศึกษาและจะพระราชทานรัฐธรรมนูญใหม่ 

“ผมได้พูดแถมท้ายอีกว่า เมื่อในหลวงรับสั่งแบบนี้ ก็สมควรที่จะยุติการชุมนุมกลับบ้านกันได้แล้ว 

ในหลวงไม่ได้บรรทมมา 7 วัน 7 คืน เพราะห่วงสถานการณ์บ้านเมือง ผมพูดเสร็จก็มีเสียงปรบมือ 

แล้วไม่รู้ใครเป็นต้นเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี แล้วทั้งหมดก็หันหน้าไปทางพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน 

ผมคุกเข่าร่ำไห้ด้วยความปีติที่เหตุการณ์ยุติลงได้ 

 

แต่อีกครู่เดียว ขณะที่ผมกำลังลงจากเวทีได้ยินเสียงระเบิดดังขึ้นทันที 

ปรากฏว่า เป็นเด็กอาชีวะที่พกระเบิดมา แล้วเกิดอุบัติเหตุ ก็คิดว่าคงไม่มีอะไร แต่ต่อมาได้ยินเสียงระเบิดตามมาอีก เป็นเสียงแก๊สน้ำตา 

หลังเหตุการณ์ชุมนุมยุติ นักศึกษากำลังกลับจากหน้าวังสวนจิตรฯ ไปทาง ถ.ราชวิถี ผมทราบภายหลังว่า เหตุที่ปะทะเพราะตำรวจได้รับคำสั่งไม่ให้ผ่านเส้นทางดังกล่าว” 

“เมื่อปะทะกันตีกันหน้าวัง ตำรวจใช้กระบองและแก๊สน้ำตา มีข่าวว่านักศึกษาถูกฆ่าหน้าวังแพร่กระจายไปทั่วกรุงเทพฯ นี่เป็นที่มาของความมหาวิปโยค 14 ตุลา 2516 

ผมออกจากสวนจิตรฯ เพื่อมาขอร้องตำรวจที่คุมเหตุการณ์ให้ถอนกำลังแล้วแจ้งว่าเข้าใจผิด ตำรวจคนนั้นพยักหน้าเฉยๆ แต่ไม่เกิดอะไรขึ้น การปะทะรุนแรงจนนักศึกษาส่วนหนึ่งขอให้ทหารเปิดประตูวัง แต่ทหารไม่เปิด 

จนในหลวงรับสั่งให้เปิด มีนักศึกษาเข้าไป 2 พันคน บางคนเข้ามาได้ ก็ว่าผมหลอกให้ไปถูกตี 

และเมื่อพระองค์ก็ได้เสด็จลงพร้อมพระบรมราชินีนาถและทูลกระหม่อมหญิงเพื่อทรงเยี่ยมนักศึกษาที่เข้ามา แต่เหตุการณ์ข้างนอกปะทะจนกลายเป็นจลาจลถึงรุ่งเช้าอีกวัน เหตุการณ์จึงค่อยๆ ซาลง 

ในหลวงทรงพระราชทานพระราชดำรัสผ่านโทรทัศน์ ทรงชี้แจงเหตุที่เกิดขึ้นให้ทราบว่ายุติแล้ว 

จะเห็นว่าพระพักตร์เศร้าหมองอย่างที่ไม่เคยเห็น ผมเป็นตำรวจราชสำนักมา 3 ปี ไม่เคยเห็นมาก่อน 

ต่อมาเหตุการณ์ในกรุงเทพฯ สงบลงในที่สุด เหลือเฉพาะในต่างจังหวัดซึ่งสุดท้ายเมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่ในหลวงทรงรับสั่งทุกอย่างจึงสงบ” อดีตนายตำรวจราชสำนัก กล่าว 

พล.ต.อ.วสิษฐ กล่าวอีกว่าเหตุการณ์ที่เหลือเป็นเรื่องทางการเมือง ในหลวงทรงใช้พระราชอำนาจตั้งรัฐบาลใหม่ มีนายสัญญา ธรรมศักดิ์ เป็นนายกฯ มีการทำความเข้าใจกับนักศึกษาหลายประการ เช่น การอภัยโทษนักศึกษาที่ชุมนุม ค่าเสียหายแก่คนเจ็บคนตาย รัฐบาลรับข้อเสนอหมดจนนายสัญญาตั้งรัฐบาลเสร็จนักศึกษาก็พอใจ……. 

…… 

ที่มา : คัดบางส่วนจาก “คมชัดลึก” 

http://www.komchadluek.net/news/politic/299005 

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics