สุวรรณ ปาลี จ.ลำพูน : ภูมิใจในอาชีพพระราชทานจากในหลวง ร.9 ทำ“ฟาร์มโคนม”

แบ่งปัน

5815

         สำนักงานปศุสัตว์เขต 5 จัดทำยุทธศาสตร์โคนมในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน 

         คือ พัฒนาองค์ความรู้การเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกร พัฒนาและเพิ่มศักยภาพการผลิตน้ำนมโค ส่งเสริมการบริโภคนมและการพัฒนาผลิตภัณฑ์นมเพื่อการแข่งขัน และสร้างความเข้มแข็งให้แก่องค์กรโคนมและผลิตภัณฑ์นม 

         โดยมีเป้าหมายให้เกษตรกรสามารถผลิตน้ำนมได้ 14 กก.ต่อตัวต่อวัน และคุณภาพน้ำนมผ่านเกณฑ์มาตรฐานชั้นดี ไม่น้อยกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ลดต้นทุนต่อฟาร์ม สร้างกำไรให้เกษตรกรไม่น้อยกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ต่อปี 

         เพิ่มอัตราการบริโภคนมภายในพื้นที่ขึ้นปีละ 10 เปอร์เซ็นต์ ตลอดจนเสริมสร้างความเข้มแข็งในองค์กรเกษตรกรโคนม และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการนมทั้งระบบ 

        นสพ.ไพโรจน์ เฮงแสงชัย ปศุสัตว์เขต 5 กล่าวว่า นอกจากนี้ยังมีพันธกิจในการพัฒนาองค์ความรู้การเลี้ยงโคนมให้กับเกษตรกร ปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์โคนม 

        เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำนม พัฒนาฟาร์มโคนมและศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบให้ได้มาตรฐานและเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการฟาร์มและสุขภาพโคนมให้มากยิ่งขึ้น 

5814

        ทางด้าน นายสุวรรณ ปาลี เจ้าของฟาร์มโคนม อยู่ที่ ต.ห้วยยาบ อ.บ้านธิ จ.ลำพูน ซึ่งเป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมลำพูน จำกัด เล่าว่า ก่อนหน้านี้ตนเองทำงานเป็นพนักงานบริษัทและทำสวนยาสูบ หลังจากแต่งงานแล้ว จึงเก็บเงินซื้อที่นาจำนวน 4 ไร่ 2 งาน และหันมาเลี้ยงโคนม 

        เนื่องจากในตำบลห้วยยาบมีการเลี้ยงโคนมอยู่แล้ว และเห็นเพื่อนบ้านมีรายได้จากการเลี้ยงโคนมที่แน่นอนทุกเดือน โดยในตอนแรกได้ลองเลี้ยงโคเนื้อก่อน 

        ต่อมาจึงทดลองเลี้ยงโคนมดูบ้าง เพราะคิดว่าน่าจะมีรายได้ดีกว่านี้ จึงเริ่มเลี้ยงโคนม 9 ตัว และสมัครเป็นสมาชิกสหกรณ์โคนมลำพูน 

        “การให้อาหารโคนม เราจะให้หญ้าสดคือหญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 และมอริชัส (หญ้าขน) การตัดหญ้าก็จะใช้แรงงาน ไม่ใช้เครื่องจักร แล้วเอามาโม่ให้วัวกิน เราจะเน้นให้วัวกินอาหารที่มีคุณภาพดี เพราะจะทำให้น้ำนมดี 

        หากน้ำนมมีมาตรฐานดี ราคาก็จะดีตาม ส่วนมาตรฐานฟาร์มนั้น ผมเป็นคนที่ชอบดูแลเรื่องความสะอาดอยู่แล้ว หากคอกวัวสะอาด วัวก็จะอารมณ์ดี สำหรับการผสมเทียม จะใช้น้ำเชื้อพันธุ์ของกรมปศุสัตว์ 87-93.7 เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากสภาพอากาศในบ้านเราเป็นเขตร้อนมาก ทำให้วัวหอบและเหนื่อยง่าย จึงต้องเลือกใช้น้ำเชื้อจากกรมปศุสัตว์ 

5816

         โดยในปี 2556 ฟาร์มแห่งนี้ได้ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้สหกรณ์รายย่อยโดยมีสมาชิกเข้ามาศึกษาอย่างต่อเนื่อง”นายสุวรรณ กล่าว 

         ตอนนี้มีโคนมทั้งหมด 61 ตัว ผลิตน้ำนมได้วันละ 350 กิโลกรัม ราคาอยู่ที่ 16.60 บาท/กก. ถ้าส่งขายที่ อ.ส.ค.ในราคา 18 บาท/กก. มีรายได้เฉลี่ยเดือนละ 120,000 บาท 

         หักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ อาทิ ค่าอาหารสัตว์ ค่าแรงงาน จำนวน 4,000 บาท คงเหลือ 70,000 บาทต่อเดือน 

         นายสุวรรณบอกว่าพอใจในสิ่งที่ทำอยู่ และภูมิใจในอาชีพพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

         นอกจากนี้ เขายังได้รับคัดเลือกให้เป็นสมาชิกดีเด่นด้านการจัดการฟาร์ม และได้รับรางวัลดีเด่นอีกมากมาย 

         เช่น รางวัลคุณภาพน้ำนมดีเด่นมา 8 ปี จากการเลี้ยงโคนมมา 11 ปี คนดีเด่นด้านการมีจิตสำนึกที่ดี ด้านอาหารปลอดภัย ฟาร์มโคนมดีเด่นของสำนักงานปศุสัตว์และสำนักสุขอนามัย สำนักงานที่ 5 ในปี 2555… เป็นต้น.




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics