บิ๊กตู่ ชี้ ต้องหาต้นตอปัญหาประเทศ วอนทุกฝ่ายเสียสละ อย่ายึดติดถือมั่น

แบ่งปัน

นายกฯ ชี้แก้ปัญหาประเทศต้องหาต้นตอให้เจอ แล้วแก้ทุกปม บนความยอมรับ-เสียสละทุกฝ่าย เชื่อสุดท้ายไม่นำสู่ความขัดแย้งอีก พร้อมเร่งขจัดทุจริต ผ่านทั้งการบังคับใช้กฎหมาย ยก 7 ปัญหาเร่งด่วนต้องแก้

วันที่ 11 ส.ค.60 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวในรายการ “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน” ว่า การแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศและประชาชนนั้นไม่ว่าจะเป็นปัญหาใดก็ตาม เราต้องหาต้นตอของปัญหาที่แท้จริงให้พบ ซึ่งปัญหาบ้านเมืองเป็นในเชิงโครงสร้าง เชื่อมโยงกันหลายมิติ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องแก้ทุกปมที่ต้นตอปัญหาต่างๆ ไปพร้อมๆ กัน จึงจะได้ผลสัมฤทธิ์ทั้งระบบ รวดเร็ว และยั่งยืน โดยที่ทุกคน ทุกฝ่าย เข้าใจ ยอมรับ พอใจ ร่วมมือในทุกกิจกรรม ทำด้วยความสมัครใจ เต็มใจ และเห็นประโยชน์ส่วนร่วมเป็นที่ตั้ง เราอาจจะต้องเสียสละส่วนน้อย เพื่อประโยชน์ส่วนใหญ่ แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรคคือคนที่เกี่ยวโยงกับหลักคิด และหลักวิชาการ ที่มาจากวิถีชีวิต ความเชื่อ รวมทั้งหลักวิชาการที่ย่อมเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา สภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งหากเรายึดติด ถือมั่น ไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงใดๆ เลย ก็จะไม่เกิดการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เสียหายน้อยกว่า หรือไม่เสียหายเลย

โดยที่การแก้ปัญหาต้องพิจารณาทั้งปัจจัยภายใน ภายนอก ข้อเท็จจริง หลักการ หลักวิชาการ แล้วนำมาหาข้อยุติให้ได้ว่าสาเหตุของปัญหาคือเราต้องแก้ไขอย่างไร ใครเกี่ยวข้องบ้าง วิธีการซึ่งเป็นที่ยอมรับจากทุกฝ่ายทำอย่างไร ซึ่งอาจต้องกระทบใครบางคน หรือบางพื้นที่ แต่ทางออกที่ดีที่สุดสุดท้ายก็ต้องยึดประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นสำคัญ ย่อมต้องการความเสียสละ ความร่วมมือ ซึ่งต้องมีการชดเชยตามความเหมาะสมด้วย ใครทำแบบนี้ก็จะไม่นำไปสู่ความขัดแย้งอีก เกิดความปรองดองในการแก้ปัญหาทุกปัญหา ทุกวันนี้การแก้ปัญหาของประเทศ มีทั้งง่ายและยาก มีทั้งปัญหาเดิม ปัญหาสะสม ปัญหาทับซ้อน รัฐบาลและ คสช. จึงมุ่งแก้ปัญหาเดิม ลดปัญหาใหม่ ไม่ใช่แก้ตรงนี้ และไปสร้างปม สร้างเงื่อนไขใหม่ขึ้นมา ที่สำคัญจะไม่ยอมละเลย เพิกเฉย หรือทิ้งปัญหาให้เป็นภาระของรัฐบาลในอนาคต เพราะว่าแต่ละอย่างต้องทำต่อ

“การที่มีบางกลุ่ม บางฝ่ายออกมากล่าวอ้างหลักสากลบ้าง สิทธิมนุษยชน รักษ์สิ่งแวดล้อมบ้าง ผมอาจกล่าวได้ว่า ก็ถูกต้อง แต่พอเอามาผสมโรงกัน มันทำให้ทำอะไรไม่ได้เลย พัฒนาก็ไม่ได้ อะไรก็ไม่ได้ แต่ความเสียหายมันเกิดขึ้น ทุกครั้ง ทุกวัน ทุกเดือน ทุกปี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่เคยชินกับการถูกปล่อยปละละเลย ไม่จริงใจในการช่วยเหลือ อาจจะถูกนายทุนที่ไม่ดีหลอกใช้ หรือทำให้ถูกบังคับใช้กฎหมายที่ไม่เป็นธรรม กลายเป็นแพะรับบาปและเป็นเหยื่อเกมการเมือง ที่มีเจตนาไม่บริสุทธิ์ โดยถูกนำไปอ้างความชอบธรรม ผมพูดถึงโดยรวม”

ทั้งนี้ตนคิดว่าสิ่งที่เป็นปัญหา “เร่งด่วน” ของบ้านเมืองก็คือ 1. การเร่งลดความเหลื่อมล้ำในสังคม ดูแลให้ประชาชนเท่าเทียมในทุกๆ ด้าน แต่ไม่ใช่เรื่องง่าย มันสลับซับซ้อนมากมาย หลายวิธีการ หลายขั้นตอน หลายแผนงานโครงการ มันเอาเร็ว เอาด่วนไม่ได้ ต้องค่อยๆ ทำไป ตามนโยบาย ตามศักยภาพที่เรามีอยู่

  1. การพัฒนาศักยภาพคน ให้มีทักษะความรู้ เป็นคนดีมีคุณธรรม มีจิตสาธารณะ 3. สร้างความมั่นคงในมิติต่างๆ ทั้งด้านเศรษฐกิจ พลังงาน และต้องดูแลให้ทุกฝ่ายมีหลักคิด ลัทธิ ศาสนา มีคุณธรรม จริยธรรม ธรรมาภิบาล ให้สังคมปราศจากความขัดแย้ง ประชาชนอยู่อย่างมีสันติสุข 4. การยกระดับด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ต้องเร่งให้มีกฎหมายที่ทันสมัย อำนวยความสะดวก ไม่เป็นอุปสรรคและลดภาระให้กับภาคธุรกิจ และประชาชน ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างความขัดแย้งระหว่างเจ้าหน้าที่และประชาชน ในการบังคับใช้กฎหมายด้วย เร่งขจัดทุจริต ผ่านทั้งการบังคับใช้กฎหมาย และปรับวิธีการให้รัดกุมและเป็นสากล เร่งสร้างการยอมรับ ความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ในกระบวนการยุติธรรม ตำรวจ อัยการ และศาลด้วย องค์กรอิสระด้วย 5. การดูแลสภาพแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ จัดสรรที่ดินเพื่อรักษาทรัพยากรธรรมชาติ
  2. ยกระดับการบริหารราชการของภาครัฐ ที่ต้องเร่งพัฒนาแบบบูรณาการ ตามนโยบายประเทศไทย 4.0 โดยปรับระบบราชการให้ทันสมัย ไม่ล่าช้า และต้องเร่งดูแลการใช้จ่ายงบประมาณของภาครัฐ และภาระ รัฐสวัสดิการที่จำเป็น ซึ่งนับวันจะสูงขึ้นต่อเนื่อง 7. การดูแลความเสี่ยงจากภายนอก เพิ่มขึ้นในทุกมิติ ทั้งเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การขยายอิทธิพลของประเทศมหาอำนาจในโลก ทำให้เห็นการก่อการร้ายเพิ่มขึ้น มีลัทธิสุดโต่ง อาชญากรรมข้ามชาติและปัญหายาเสพติดก็ยังไม่หมดไป และต้องเร่งดูแลภัยคุกคามไซเบอร์ การฉ้อโกงในโลกออนไลน์ และป้องกันโรคระบาด ทั้งนี้ไม่ใช่เรื่องที่ง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป และไม่ใช่ความสำเร็จของรัฐบาลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นความสำเร็จของ คนไทยทั้งประเทศ

    โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ส.ค. 2560




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 2272 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics