“กรมทรัพย์สินทางปัญญา” หนุนตีทะเบียนสินค้าแบรนด์

แบ่งปัน

             แนะเจ้าของแบรนด์สินค้าแจ้งรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้าสกัดจับสินค้าปลอม

            นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า กรมได้ขอให้ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของสินค้า ทั้งเจ้าของเครื่องหมายการค้า และตัวแทนสิทธิที่นำสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย แจ้งความจำนงเพื่อขอรับความคุ้มครองเครื่องหมายการค้า ณ จุดนำเข้าและส่งออก เพื่อป้องกันไม่ให้มีการนำสินค้าที่ทำการปลอมเครื่องหมายการค้าถูกนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศ หรือส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าที่ได้รับความนิยม เช่น เสื้อผ้า เครื่องหนัง รองเท้า นาฬิกา โทรศัพท์และอุปกรณ์เสริม แผ่นซีดี และดีวีดี

             ทั้งนี้ การแจ้งรายละเอียดสินค้า ที่มีเครื่องหมายการค้าได้ดำเนินการมาต่อเนื่องเนื่อง แต่ปัจจุบันสินค้าได้มี รายละเอียดใหม่ๆ เพิ่มมากขึ้นจึงต้องการ ให้ผู้ประกอบการมีการอัพเดทข้อมูล ดังกล่าว

             “การดำเนินการดังกล่าว เป็นการสกัดกั้นสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าที่ประตูหน้าด่านของประเทศ ก่อนที่สินค้าจะกระจายเข้าสู่ตลาดภายในประเทศ หรือใช้ไทยเป็นฐานส่งออกไปยังตลาดต่างประเทศ ซึ่งผลการดำเนินการในปีที่ผ่านมา ที่ได้ดำเนินการร่วมกับกรมศุลกากร ถือว่าน่าพอใจ มีการจับกุมสินค้าละเมิดได้รวม 814 คดี มีของกลางที่ยึดได้จำนวน 1.21 ล้านชิ้น” นายทศพล กล่าว

             นายทศพล กล่าวว่า ผู้ประกอบการที่ต้องการให้กรมศุลกากรเพิ่มความ เข้มงวดในการตรวจปล่อยสินค้าที่ต้องสงสัยว่าละเมิดเครื่องหมายการค้า สามารถแจ้งความประสงค์ โดยดาวโหลดแบบฟอร์มได้ที่เว็บไซต์ของ กรมทรัพย์สินทางปัญญา www.ipthailand.go.th หรือนำเครื่องหมายการค้ามาแจ้งรับความคุ้มครองได้ที่สำนักป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา โดยไม่เสียค่า ใช้จ่าย

            อย่างไรก็ดี มาตรการตรวจจับ ณ จุดนำเข้าและส่งออก เป็นไปตามประกาศกระทรวงพาณิชย์ ว่าด้วยการส่งสินค้า ออกไปนอกและการนำสินค้าเข้ามา ในราชอาณาจักร ซึ่งเป็นสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้าปลอมหรือเลียนแบบเครื่องหมายการค้าผู้อื่น พ.ศ. 2530

            นอกจากนี้ กรมยังมีแผนในการ ตรวจสอบและจับกุมการจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินค้าที่ปลอมเครื่องหมาย การค้าที่มีการนำไปจำหน่ายตามร้านค้าตามตลาดนัด รวมถึงการจำหน่ายผ่านทางออนไลน์ ทั้งเว็บไซต์ และเฟซบุ๊ก ซึ่งที่ผ่านมากรมได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชน ดำเนินการจับกุมมาโดยตลอดและจะดำเนินการ เข้มงวดเช่นนี้ต่อเนื่อง

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 13769 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics