HM the King stepped forward against political storms to protect his people and the nation

แบ่งปัน

ทรงยืนรับคลื่นลมการเมืองแทนประชาชนและบ้านเมือง

HM the King stepped forward against political storms to protect his people and the nation

พูลเดช กรรณิการ์

Pooldech Kannika

 2103-00

        คนไทยทุกคนมีบุญที่ได้เกิดมาและอยู่ภายใต้พระบรมโพธิสมภารของในหลวง เพราะนอกจากพระองค์จะเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่สุดประเสริฐ ปกครองแผ่นดินด้วยทศพิธราชธรรม เป็น “ผู้ปกครอง” ที่ไม่มีผู้ปกครองคนใดในโลกเสมอเหมือน พระองค์ยังเป็น “พ่อของแผ่นดิน” ที่ทุ่มเทการทำงานเพื่อประชาชนอย่างที่ไม่มีผู้ปกครองคนใดในโลกทำได้ ด้วยความรักความห่วงใยในประชาชนอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่ได้หวังผลทางการเมืองหรืออย่างอื่นเช่นผู้ปกครองทั่วไป

         Thai people are very fortunate that they were born and lived under the royal Optisompar of His Majesty King Bhumibol Adulyadej. Apart from being the greatest monarch reigning the country with the principle of the ten royal virtues and being real “ruler“ like no others, His Majesty is also the “father of the nation” who has been dedicating himself for the welfare of his people as no other rulers in this world could do the same, with his sincere love and care for his people and expecting nothing else in return.

         

         หาก 65 ปีที่ผ่านมา คนไทยไม่มีพระเจ้าแผ่นดินที่สุดประเสริฐอย่างพระองค์ บ้านเมืองและคนไทยจะเป็นอย่างไรจากปัญหาการเมืองที่รุมเร้าประเทศไทยมาตลอด

         If in the past 65 years we hadn’t had such a great ruler as His Majesty, what the political problem would have turned the nation and the people into?

 

         พระองค์ขึ้นครองราชย์ท่ามกลางการแย่งชิงอำนาจของ “คณะราษฎร” สองฝ่าย ที่ต่อสู้กันมาภายหลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 เป็นผลสำเร็จ

          His Majesty accessed to the throne among the usurpation of the two groups of Khana Ratsadon that battled with each other after the revolution in B.E. 2475.

 

         บ้านเมืองระส่ำระสายเพราะการต่อสู้ทางการเมือง พระมหากษัตริย์หนุ่มต้องยืนอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดจากการแย่งชิงอำนาจของผู้มีอำนาจในบ้านเมืองตอนนั้น พระองค์ต้องรับแรงถาโถมทางการเมืองมากมายเพราะคำสัญญาว่า “จะไม่ทอดทิ้งประชาชน”

         The nation turned into a state of political turmoil but the young king had to stand amid the political conflicts stemmed from the fighting for power among the powerful tyrants at that time. Only for keeping his promise to his people that he “will not abandon the people,”  the young king had to stand against tremendous political pressures.

 

         สถานการณ์บ้านเมืองในตอนนั้น คนไทยไม่รู้จะพึ่งใคร นอกจากพระเจ้าอยู่หัวของพวกเขา อันสะท้อนออกมาเป็นเสียงตะโกนของคนไทยผู้หนึ่งว่า “ในหลวงอย่าทิ้งประชาชน”

         The feeling of Thai people at that time was so hopeless. They felt that they had no one else to rely on except their own king. The shout of one Thai saying “Your Majesty, please do not abandon us,” could truly reflect such the situation.

 

         นับแต่วันนั้นมา ในหลวงไม่เคยทั้งประชาชนเลย แม้ว่าภยันตรายทางการเมืองจะรายล้อมรอบตัวพระองค์ และ “อะไรก็เกิดขึ้นได้กับพระองค์” แม้แต่ถึงชีวิต ถัดจากยุคคณะราษฎรสองฝ่าย พระองค์ต้องเผชิญหน้ากับเผด็จการทหารเบ็ดเสร็จครองเมืองที่ทั้งข่มขู่กดดันพระองค์ แสดงอำนาจบาตรใหญ่เหนือพระองค์ และพร้อมที่จะเป็นภยันตรายต่อพระองค์ทุกเมื่อเช่นกัน

         Since then, His Majesty never abandons his people no matter if the political dangers are surrounding him and “anything could happen to him” and even to his own life. After the era of  the two Khana Ratsadon groups, His Majesty encountered the military junta who tried to intimidate him and were ready to cause harm to him at any time.

 

        พระองค์ต้องดำรงสถานะพระเจ้าแผ่นดินอยู่อย่างกล้ำกลืนเพื่อให้ประชาชนมีที่ยึดเหนี่ยว และทรงแปรความกล้ำกลืนเป็นการออกบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่พสกนิกรทุกหัวระแหงทั่วประเทศ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่า “พวกเขายังมีพระเจ้าอยู่หัวอยู่กับพวกเขา”

        His Majesty had to maintain, with tolerance, his status as head of the state so that his people could have something to rely on. The tolerance was transformed into his several visits to his people living in all over the country so that the people would feel and realise that “they still have their king on their sides.”

 

        ยุคลัทธิคอมมิวนิสต์แผ่เข้าสู่ประเทศไทย พระองค์ต้องเผชิญมรสุมทางการเมืองอีกครั้ง เพราะพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งลัทธิคอมมิวนิสต์จะต้องทำลายและล้มล้างตามสูตรการปฏิวัติประชาชนที่ทำกันมาในหลายประเทศ ทั้งที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ควรถูกยกเว้นการโค่นล้มทำลายและเพราะพระองค์เป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่นอกเหนือนิยามการถูกทำลายของลัทธิคอมมิวนิสต์นี่เอง ที่ทำให้ในที่สุดลัทธิคอมมิวนิสต์ไม่สามารถชนะสงครามประชาชนในประเทศไทยได้

        During the communist era that spreading into Thailand, His Majesty had to face the political storms once more because, according to the people’s revolution formula that had taken place in several other countries, he was a monarch that the communism wanted to destroy and subvert although, in fact, His Majesty should not have been a target of the communism’s subversion. And because of His Majesty, the communism suffered a defeat in the people’s revolution battle in Thailand.

 

        เราคนไทยและประเทศไทยจึงรอดพ้นจากการปกครองระบอบคอมมิวนิสต์มาได้เพราะพระองค์ท่านหมดจากยุคลัทธิคอมมิวนิสต์ แทนที่ปัญหาการเมืองจะไม่ต้องไปกระทบพระองค์อีก กลับไม่เป็นเช่นนั้น การต่อสู้ระหว่างประชาชนที่ต้องการประชาธิปไตย กับเผด็จการที่ยังตกทอดมา ก่อให้เกิดวิกฤตการเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า

       Therefore, by His Majesty’s greatness, all the Thais and the country were saved from communism. After that communist era, in stead of being unaffected by no more political problems, His Majesty still suffered several political battles between the people who cried for democracy and the tyrants that took place over and over again.

 

       เหตุการณ์ 14 ตุลา เหตุการณ์ 6 ตุลา เหตุการณ์พฤษภาปี 35 บ้านเมืองวิกฤตและเสียหายอย่างหนัก ประชาชนเสียเลือดเสียเนื้อ ใครเล่าจะสามารถดับวิกฤตของบ้านเมืองได้ นอกจากพระองค์

       พระองค์ต้องลงมาแก้วิกฤตการเมืองของบ้านเมืองครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะไม่อาจทิ้งประชาชนและปล่อยบ้านเมืองให้ลุกลามเสียหายต่อไปได้ การเมืองยังคงวนเวียนอยู่กับพระองค์ทั้งที่ไม่ประสงค์จะเกี่ยวข้อง

        The uprisings on 14 October 1973, 16 October 1976 and in May 1992 brought crises and substantial damage to the country as a large number of innocent people were dead. Apart from His Majesty, who else would be able to resolve such crises. His Majesty had to intervene in those situations because he could not abandon his people and let the damage continue spreading in the country. Politics has been circulating around His Majesty despite his unwillingness to get involved.

 

       มีใครสำนึกบ้างว่า พระองค์ทรงยอมเปลืองตัวเพื่อแก้ไขปัญหาการเมืองที่ไม่รู้จักจบสิ้น เพื่อบ้านเมืองที่พระองค์ทรงฟูมฟักมา และเพื่อประชาชนที่พระองค์ไม่เคยทอดทิ้ง

       Who would realise why His Majesty had to take a risk trying to resolve the never-ending political problems for his country and his people whom he never abandons?

 

       จนในที่สุด วิกฤตการเมืองก็ถาโถมเข้าสู่พระองค์ เมื่อ “การเมืองชั่วร้าย” หันไปเล่นงานพระองค์ เพราะต้องการอำนาจสูงสุดทางการเมืองโดยที่ไม่ต้องการให้มีใครหรือสถาบันใดอยู่เหนือกว่าและคอยทัดทาน

       Eventually, a political crisis has hit His Majesty once again when the “evil politics” wanted to obtain complete political power that is under no individual or institution.

 

       การเมืองชั่วร้ายทำลายพระองค์ด้วยการสร้างความเข้าใจผิดต่อประชาชนที่มีต่อพระองค์ ก่อเกิดวิกฤตในบ้านเมืองสองปีซ้อนด้วยการจลาจลในปี 2552 และ 2553 สร้างความทุกข์ให้กับพระองค์ที่ทรงห่วงบ้านเมืองและประชาชนมากยิ่งขึ้นในยามที่พระชนมายุมากแล้วและยังทรงพระประชวร แทนที่พระองค์จะได้พักผ่อนและสบายพระทัยหลังจากทรงงานหนักและทรงเผชิญกับวิกฤตการเมืองมาตลอด 65 ปี

      The evil politics has been attempting to subvert His Majesty by defaming him, causing the two national crises with insurgencies in 2009 and 2010 which brought extreme suffering to the aged and ill king who should have been taking a rest with happiness and peace after having been hard working and facing several political crises for the past 65 years.

 

      ทั้งที่พระองค์สามารถเอาพระองค์รอดได้ด้วยการลอยตัวออกจากปัญหาการเมือง แต่เพราะพระองค์ไม่เคยทิ้งประชาชนและไม่อาจปล่อยบ้านเมืองให้เสียหายได้ ทำให้พระองค์ต้องเผชิญคลื่นลมทางการเมืองแทนประชาชนตลอดมา.

       Although His Majesty could have saved himself by leaving aside all political issues and problems. But as His Majesty never deserts his people and the country, he had been always facing all political storms in stead of his people.

 

………………………………

ที่มา : นสพ.สยามรัฐ

Source: Siamrath

 

 




ผู้เขียน

เขียน 10249 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics