ความเป็นอยู่ของราษฎร คือ อุดมการณ์ในพระราชหฤทัย..ยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ ๑๐๐ – ๒๐๐ มาตรา

แบ่งปัน

378829_373036402787005_800437151_n

      ๘๐ ปีก่อน ตอนคนปล้นชิงอำนาจพระมหากษัตริย์ ยังไม่มีสำนึกว่า…ทำผิดมหันต์แก่ราษฎรและชาติบ้านเมือง..(วันนั้น)

      คำเตือนวันนั้น ว่ายังไมถึงเวลา ถูกประณามว่าเป็นคำเรียกร้องของผู้สูญเสียอำนาจจากระบบสมบูรณาญาสิทธิราช…

      กลุ่มคนที่คิดว่าตนเองเรียนรู้จากเมืองนอกเมืองนา จนเจนจบศาสตร์แห่งการปกครองแล้ว..จนมองข้ามความปรารถนาดีของคนที่อยู่กับการปกครองมา ๒๐๐ ปี

       มันน่าสลดใจ…เสียใจจริง ๆ….ผมอยากร้องตะโกนอีกครั้งว่า….

       …พระมหากษัตริย์ของไทยเราทุกพระองค์ ทรงรู้จักหน้าที่ของพระองค์เองดีว่า ไม่เคยทรงมีพระราชอำนาจสูงสุด และทรงเข้าพระทัย (ใจ)ในหน้าที่ของพระองค์ว่า คือดูแลและรักษาสมดุลของผู้มีอำนาจในสมัยก่อน อาทิ เจ้าพระยา พระยา ……… ให้ทุกคนปฏิบัติต่อราษฎรของพระองค์อย่างดี ให้ราษฎรมีความผาสุก

       พระมหากษัตริย์อยู่กับพระราชอำนาจ ทรงเรียนรู้มาอย่างยาวนานว่า ปัญหาของอำนาจคืออะไร คุณค่าของอำนาจคืออะไร และสิ่งควบคุมอำนาจได้คืออะไร…สายพระเนตรของพระมหากษัตริย์ เล็งเห็นไกลไปเกือบร้อยปี

        … ไม่ใช่เป็นกฤษดาภินิหาร แต่คือประสบการณ์ของจริง ที่พระองค์ทรงแลกมาด้วยเลือดเนื้อของบรรพบุรุษไทยในอดีต ตลอด ๗๐๐ ปีที่ผ่านมา…

        ถึงวันนี้ ผู้คนบางคนได้เสวยอำนาจ ใช้อำนาจ และเริ่มหลงกับอำนาจ ถึงขั้นจะเหลิงอำนาจแล้ว..ผมอยากบอกดังๆ ถือเป็นการเตือนสติ ก่อนบ้านเมืองจะล่มจม ไปมากกว่านี้ ในความเหิมเกริมของนักการเมืองถึงขนาด “ขาดสติ ทำเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งอาจเป็นการเสี่ยงต่อความเสื่อมของพระมหากษัตริย์!” เรื่องอะไรพวกเราก็รู้ๆอยู่ อย่าคิดว่าขอแค่ชนะ ในเกมชิงอำนาจการเมืองของท่านทั้งหลาย เท่านั้นก็พอ

       ..ผมอยากบอกดังๆ ถือเป็นการเตือนสติ ก่อนบ้างเมืองจะล่มจม…

       หยุดทะเลาะกัน..นับแต่…เดี๋ยวนี้เสียเถิด…

       ความเป็นอยู่ของราษฎร คือ อุดมการณ์การปกครองในพระราชหฤทัยของพระมหากษัตริย์ ยิ่งกว่ารัฐธรรมนูญ ๑๐๐ – ๒๐๐ มาตรา

       ความอยู่ดี มีสุข ของราษฎร คือความมั่นคงของชาติ ยิ่งกว่าที่มา ส.ส. ส.ว. องค์กรอิสระ หรือกติกาการเลือกตั้ง ที่เล่นเป็นลิเก ให้นายโรงสนุกสนาน ให้คนบ้าใบเต้นแร้งเต้นกา เต้นกันอยู่ขณะนี้

       น้ำท่วมกว่า ๓๐ จังหวัด ครอบครัวไทยนับหมื่นๆ ครอบครัว ตกทุกข์ได้ยากจากน้ำท่วม และกำลังจะมีพายุใหญ่อีกระลอกมา…นี่คือปัญหาสำคัญของชาติ ของประเทศไทย

       สหกรณ์ครู ที่ล่มไปนานหลายปี (ก่อนจะล่มอีก ๖๐ กว่าสหกรณ์) ก่อความเดือดร้อนแก่ครอบครัวครูนับหมื่น (อีกนับแสนในไม่ช้า) คือปัญหาสำคัญของชาติ และของประเทศไทย

       ราษฎรยากจน ขาดหมอ ขาดยา ขาดอาหาร ขาดความมั่นคงในอาชีพ ที่อยู่และเครื่องนุ่งห่ม นี่คือปัญหาของชาติ ของประเทศไทย

       ขุนเขาป่าไม้ น้ำมัน แม่น้ำลำธาร ทะเลทุกตารางนิ้ว และทรัพยากรทั้งหลายที่อยู่บนดิน ใต้ดินและบนฟ้า คือสมบัติของลูกหลานทุกคน แต่ถูกโกงกินเป็นของส่วนตัวและพวกพ้อง คือปัญหาของชาติ ของประเทศไทย

      กฎหมายตามอำเภอใจ ศีลธรรมถูกมองข้าม ความถูก-ผิด ถูกละเลย คือต้นเหตุชาติฉิบหาย

      ผมเชื่อมั่น เอาศีรษะเป็นประกันได้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถึงแม้ตอนนี้ทรงพระประชวร ทรงพระชนมายุมาก แต่ในพระราชหฤทัยทรงเป็นห่วงประชาชนอยู่ตลอดเวลา ว่าประชาชนของพระองค์ท่านตอนนี้ตกทุกข์ได้ยาก จากน้ำท่วมบ้านเรือนของเขาและความแร้นแค้นในชีวิตอย่างไรจะทรงหาวิธีการแก้ไขได้อย่างไร

      พระองค์เคยมีพระราชดำริที่ทรงเคยให้ไว้เกี่ยวกับวาตภัย อุทกภัย น้ำท่วมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ก็มีแต่รับทราบ พะยะคะ, พะยะครับ หาได้ตอบสนองตามพระราชดำริที่พระองค์ทรงแนะ ถึงจะทำกันบ้างก็น้อยนิด

       แต่ถ้า มีผลประโยชน์ก้อนโตเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็รีบจะทำกัน ไม่ฟังเสียงประชาชนส่วนใหญ่ เมื่อประชาชนรู้ทันลุกขึ้นมาคัดค้าน หนักๆ เข้าก็มาโบ้ย (โยน) เข้าใส่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่าเป็นโครงของพระองค์ท่าน เพื่อเอาพระบารมีมาปกป้องตัวเอง

       รัฐธรรมนูญที่อ้างกันว่าเป็นกฎหมายสูงสุดนั้น พวกเราฉีกทิ้งกันจนนับไม่ถ้วนแล้ว

       ถึงวันนี้ ผู้คนได้เสวยอำนาจ ใช้อำนาจ และเริ่มหลงกับอำนาจ ถึงขั้นจะเหลิงอำนาจแล้ว ท่านเหล่านั้นควรจะรู้ตัวเอง ว่าควรทำ หรือควรเลิกทำอะไรได้แล้ว…ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ ข้อความที่เขียนไว้ หรือไม่เขียนไว้..หรือมีมติรับรองหรือไม่รับรองหรอก…มันอยู่ที่ “สันดาน” คนต่างหาก

       พวกเรายอมรับความจริงเถิดว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกปล้น พระราชอำนาจ ไปนานหนักหนาแล้ว ทุกวันนี้เราหยิบยืมมาเพื่อสร้างภาพให้การเมืองดูว่า ถูกต้องเท่านั้น ทั้งที่ นักการเมือง ไม่เคยรับผิดชอบต่อปัญหาของชาติที่กล่าวมาข้างต้นเลยสักครั้ง

       ไม่เคยยอมให้ราษฎรเป็นเจ้าของประเทศจริงๆ ไม่ยอมรับสิทธิเสรีภาพ ไม่เคยกระจายการปกครองอย่างแท้จริง (ไม่ต้องพูดถึงที่เป็นหน้าที่อันควรทำของผู้ปกครองอีกนับไม่ถ้วน)

       ๘๐ ปี ไม่เคยแก้ไขทุกข์ยากราษฎรอย่างจริงจังกันเลย..

       บัดนี้ สถาบันกษัตริย์เหลือเพียงสิ่งเดียว คือ พระราชสิทธิ สิทธิส่วนตัวที่จะทำอะไรของตนเองบ้าง ที่ทำแล้วคนอื่นยอมรับด้วยความเคารพต่อกันเยี่ยงมนุษย์

       แต่ถ้าจะบังคับให้พระองค์ทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วเกิดไม่ถูกใจ รัฐบาล และนักวิชาการและประชาชนที่ชั่วๆบางคน ก็ไม่ต้องก่นด่า และอย่าขู่จะล้างโคตรกัน

       ในลัทธิการปกครองแบบรัฐธรรมนูญที่เทิดทูนบูชากันราวเทพเจ้านั้น เหลือพื้นที่ไว้ให้พระองค์สักนิด จะได้ไหม???? หลายคนอาจไม่เคารพ พระมหากษัตริย์ในฐานะประมุขแห่งรัฐ (เพราะมีบางคนพูดว่านายกรัฐมนตรีเป็นประมุขแห่งรัฐบ้างแล้ว…) ก็ขอให้เคารพต่อพระองค์ในพระราชสิทธิ์เถิด

       เชื่อผมเถอะ…ถ้าพระมหากษัตริย์ ทรงพระราชสิทธิ์แล้ว มีคำตอบแก่รัฐสภาว่า …

      “ท่านทั้งหลาย เลิกทะเลาะกันได้ไหม พวกท่าน(เธอ) เห็นว่าปัญหาการแก้รัฐธรรมนูญของพวกท่าน(เธอ) มันยิ่งใหญ่กว่าความเดือดร้อนของราษฎรหรือ …รัฐธรรมนูญของพวกท่านท่าน(เธอ) จะแก้หรือไม่ ยังรอได้ ราษฎรยังไม่ตาย แต่น้ำท่วมและอุทกภัย ราษฎรตาย ตายจริง ขอให้เอาจริง กับปัญหาของราษฎรก่อนได้ไหม

       ผมอยากรู้จริง ๆ ว่าพวกคุณจะอายไหม …………

……………………………………..

ที่มา : เฟซบุ๊ค พลตรี ม.จ.จุลเจิม ยุคล https://www.facebook.com/chulcherm.yugala 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics