ทำไมผมจึงต้องปกป้อง..สถาบันพระมหากษัตริย์..อย่างเอาเป็นเอาตาย

แบ่งปัน

914049

      ..ก็เพราะบางคนนึกว่าผมเป็นเจ้าไง….และหลายคนคงว่าอย่างนั้น…

      ..เปล่าเลย…หากเรามองเข้าในสังคมไทย ให้กว้าง…กว้าง … ไม่ใช่เฉพาะผมเท่านั้น..แต่มีคนมากมาย ที่ผมเชื่อว่า..คนเหล่านั้นได้รักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสถาบันด้วยใจจริง เพราะ สิ่งที่พระองค์ทรงทำต่างหาก..ทำทุกวัน ทุกเวลา ต่อเนื่อง ยาวนาน กว่า ๖๐ ปี มันตราตรึงในหัวใจของผม ของเขา และของพวกเราทั้งหลาย…

      ผมยังจำคำสัมภาษณ์ของคุณยายคนหนึ่งที่มาร่วมงานถวายพระพรที่ลานพระบรมรูปทรงม้าได้แม่นยำว่า คุณยายไม่ได้มาดูในหลวงหรอก แต่มาให้ในหลวงเห็น…เห็นว่ายายมา….

      ให้พระองค์เห็นว่า มีราษฎรธรรมดาเล็ก ๆ คนหนึ่ง มาเพื่อถวายความจงรักภักดี

      “..เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม…เพื่อประโยชน์ของมหาชนชาวสยาม..” รูปประโยคเรียบง่าย ธรรมดาๆ เหมือนใครจะพูดก็คงพูดได้….

       แต่ตลอด ๗๐ ปีที่ผ่านมา.. จากเหนือจรดใต้ที่เต็มไปด้วยป่ารกชัฏ เทือกเขาเสียดฟ้า ดอยทุกดอย หุบทุกหุบ ลุ่มทุกราบ..จะมีใครตระเวนไปดูแลทุกข์สุขราษฎรได้มากขนาดนี้อีก… จะทำงานได้ทุกที่ แม้กลางดินกลางทราย …จะคุยกับทุกคน แม้ยากดีมีจน ในทุกที่ได้หรือไม่…

      “..เราจะครองแผ่นดินโดยธรรมฯ “ …คือมาตรฐานคุณภาพชีวิตของคนไทย ยุค ๒๕๐๐ ก่อนที่กาชาดสากล หรือองค์กรโลกบาลใด ๆ จะเอ่ยถึงการดูแลคุณภาพชีวิตและคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ หรือสิทธิความเป็นคนเสียอีก”…

      เราอาจคิดว่าเป็นเพียง ปฐมบรมราชโองการตามราชประเพณี แต่เปล่าเลย..

      นั่นคือ คำประกาศจากน้ำพระทัยของพระราชาพระองค์นี้ ที่พิสูจน์แล้วว่าเป็นจริง ยืนยงท้าทายกาลเวลามานานถึง ๗๐ ปี

      น้อยคน…ที่เฝ้ามองพระองค์ และเห็นพระองค์อย่างแท้จริง

      น้อยคน…ที่ฟังพระองค์ และได้ยินคำสอน และคำเตือนสติเต็มสองหู..

      น้อยคน..ที่เอ่ยถึงพระองค์ ด้วยความรู้จักในพระองค์อย่างแท้จริง…

      ผมจึงอยากใช้โอกาสนี้ เล่าเรื่องของคนน้อยคนเหล่านั้นได้พบ ได้ยิน ได้เห็น และได้ปลื้มใจอย่างไร เล่าสู่กันฟังให้ได้รับรู้กันบ้าง ให้ชื่นใจ และถ้าเป็นไปได้ ให้พวกเราได้ยินและพร้อมใจกัน เล่าเรื่องเหล่านี้ให้ลูกหลานได้ฟัง…

      ว่า “…ความสุขของคนไทยนั้น…มีได้จริงแล้ว จากพระราชาพระองค์นี้…

      แม้ว่ามันก็ตกหล่น หายไปบ้างเพราะหลายคน ไม่เข้าใจ…ไม่เดินตามรอยพระบาทนี้…”

      ลูกหลานของเราจะได้รู้ชัดเจนว่า ทำไมคนไทยจึง ควรรักพระเจ้าอยู่หัวและรักสถาบันฯ

      และทำไม การต่อสู้ของนักการเมืองจึงควรมีสติ และมีคุณธรรมให้มากกว่านี้

      เพื่อนของผม เขาเดินทางจากกรุงเทพฯ ไปทำงานต่างจังหวัด และมีโอกาสได้ฟังการประชุมเรื่องน้ำ ในลุ่มน้ำปิง ปีนี้ฝนฟ้าตามฤดูกาลมาล่ากว่ากำหนด และการจัดการพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำเร็ว เพราะกลัวว่าน้ำจะท่วม จนน้ำเหลือติดก้นอ่างไม่เท่าไร ปีนี้น้ำคงแล้งอีกแน่…

      เราทราบข่าวก็พลอยกังวลกับเรื่องน้ำท่วม และภัยแล้ง ที่เวียนมาจนเป็นวาระซ้ำซาก

      แต่เปล่าเลย…ในการประชุม เขาไม่ได้ถกกันเรื่องแล้ง มีน้ำหรือไม่มีน้ำกันสักเท่าไรแล้ว สำหรับเขา เขาเคยแย่งกัน ทะเลาะกันจนมันเลยจุดนั้นมาแล้ว วันนี้ เขาหันหน้ามาคุยกันด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจว่าจะหาทางช่วยเหลือกันอย่างไร เพื่อใช้น้ำที่มีอยู่ ไม่ว่าจะน้อยหรือมากก็แล้วแต่ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุก ๆคน และทำอย่างไรจึงจะ “รักษา” น้ำให้มีต่อไปพอสำหรับทุกคน อย่างยั่งยืน

      โดยมี คณะทำงานของเขื่อนภูมิพล เป็นเจ้าภาพ

      “ตอนนี้..คนต้นน้ำ รักษาป่าเพื่อรักษาต้นน้ำ เพื่อคนกลางน้ำได้ใช้เพาะปลูก คนกลางน้ำก็กลับไปดูแลคนต้นน้ำ ที่เสียสละช่วยรักษาป่าและต้นน้ำ.”

      ส่วนคนปลายน้ำเช่นเราท่านเล่า..ทำอะไรกันบ้างหรือยัง…เรายังใช้น้ำกันอย่างฟุ่มเฟือย ใช้ทิ้งๆ ขว้างๆ หรือไม่..??? เขาพูดกันคำหนึ่งว่า

      “น่าเสียดาย…ที่พ่อหาน้ำไว้ให้แล้ว เราน่าจะใช้ให้คุ้มค่า แต่นี่พวกเรากลับใช้น้ำกันสุรุ่ยสุร่ายเหมือนของฟรี..”

      เขาอยากเชื่อมต่อเพื่อให้คนปลายน้ำ โดยเฉพาะอยุธยา กรุงเทพ สมุทรปราการได้ร่วมกันดูแลน้ำกับเขาด้วย เขาอยากให้ ทีมงานของ กฟผ. เขื่อนภูมิพล เป็นเจ้าภาพ

       เขาว่า แค่ชื่อ “ภูมิพล” ก็ขลังแล้ว เพราะมันคือชื่อของพ่อผู้มุ่งมั่น หาน้ำ เก็บน้ำ ไว้ให้ลูกหลานคนไทยได้ใช้อย่างจริงจังมานานแล้ว

       ทำให้ผมนึกถึงพระราชดำรัสของสมเด็จฯ ที่พระราชทานไว้ว่า “…“พระเจ้าอยู่หัวเป็นน้ำ ฉันจะเป็นป่า ป่าที่ถวายความจงรักภัคดีต่อน้ำ …พระเจ้าอยู่หัวสร้างอ่างเก็บน้ำ ฉันจะสร้างป่า” (พระราชดำรัสของสมเด็จพระราชินี พระราชทานเมื่อ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๒๕)

        “ป่าไม้ช่วยซึมซับน้ำฝนไว้ใต้ดิน เรียกว่า น้ำใต้ดินค่อยๆ ระบายลงมาเป็นธารน้ำ เป็นลำคลอง เป็นแม่น้ำ ให้เราได้ใช้กันตลอดมา เราจึงควรถนอมรักษาป่าไว้ให้คงอยู่เป็นต้นน้ำลำธาร เพื่อว่าลูกหลานเราจะได้ไม่ลำบาก ” (พระราชดำรัส เมื่อ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๔)

        บางคนพูดว่า…ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบของประเทศเรา หากเดินตามรอยพระบาทของพระองค์ท่านประเทศเราคงไปได้ดี….

        “ในหลวงคิดให้แล้ว ทำให้เห็น ริเริ่มให้ดูแล้ว แต่..ผู้ที่ควรทำกลับมองไม่เห็น..แม้แต่น้อย..”

       น้อยคน…ที่เฝ้ามองพระองค์ และเห็นพระองค์อย่างแท้จริง

       น้อยคน…ที่ฟังพระองค์ และได้ยินคำสอน และคำเตือนสติเต็มสองหู..

       ปากเราก็บอกว่าเทิดทูนพระองค์ แต่เราไม่เคยทำตามแบบอย่างของพระองค์เลย…เรามีน้ำใช้ เพราะต้องมีป่า ป่าต้นน้ำ คนไทยน่าจะมีความสุข เพราะมีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอก่อน ก่อนที่จะเน้นระบบจัดการน้ำหลายแสนล้าน..ผมเชื่อและเห็นด้วยกับชาวบ้านเหล่านั้น…

       เกือบ ๗๐ ปีของรอยพระบาทที่เหยียบย่างทั่วแผ่นดิน หยดพระเสโท (เหงื่อ) ของพ่อ แลกมาเป็นแม่น้ำลำธารให้พสกนิกรของพระองค์(คนไทย)ได้อาบได้กินตลอดปี อย่างมีความสุข ทั่วหน้ากัน…

       ทำไมผมจึงต้องปกป้องสถาบัน เพราะไม่ใช่ผมเกิดมาเป็นเจ้า

        แต่เพราะวันนี้..ไม่มีใครคิดถึงราษฎรทั่วแผ่นดิน มากเท่าพระเจ้าแผ่นดิน พระองค์นี้อีกแล้ว…

…………………………………………………………………………

ที่มา : เฟซบุ๊ค พลตรี ม.จ.จุลเจิม ยุคลhttps://www.facebook.com/chulcherm.yugala/posts/10151673299808371




ความเห็น

  • วินัย จันทร์ละมูล wrote on 8 ตุลาคม, 2013, 13:35

    ทรงพระเจริญ…
    ร่วมปกป้องสถาบัน

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics