วังไกลกังวล..วังที่ในหลวงเสด็จฯแปรพระราชฐานบ่อยที่สุด

แบ่งปัน

 cats

          ในรัชกาลปัจจุบัน วังไกลกังวลเป็นวังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ใช้เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไม่กี่ปีมานี้  “ในหลวง” ทรงมีอาการประชวร พระองค์ท่านก็ได้ใช้เป็นที่ประทับเพื่อพักฟื้นพระวรกาย และพักผ่อนพระอิริยาบถ

           เดิม “วังไกลกังวล” เป็นวังส่วนพระองค์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2469 เพื่อพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี โดยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จากพระคลังข้างที่

           ตั้งอยู่ที่ชายทะเล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อยู่ห่างจากหาดหัวหินไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร โดยมีหม่อมเจ้าอิทธิเทพสรรค์ กฤดากร เป็นสถาปนิกผู้ออกแบบและควบคุมการก่อสร้าง

3_kaikangwon001_1

          ประกอบด้วย พระตำหนักเปี่ยมสุข ปลุกเกษม เอิบเปรม เอมปรีย์

          ในรัชกาลที่ 7 ทรงออกพระนามเรียกวังแห่งนี้ว่า สวนไกลกังวล

          และในตราสัญลักษณ์ของวังเมื่อ พ.ศ. 2472 ได้ออกนามว่า พระราชวังไกลกังวล

          อย่างไรก็ตาม เนื่องจากไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีพระบรมราชโองการประกาศยกเป็นพระราชวัง ดังนั้น จึงยังคงเรียกว่า วังไกลกังวล

 

          ต่อมาได้เป็นสถานที่ประทับแปรพระราชฐานฤดูร้อนของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ทรงออกนามเรียกวังแห่งนี้ในพระราชนิพนธ์เรื่องทองแดง ว่า วังไกลกังวล

          พาไปเที่ยววังไกลกังวล

          วังไกลกังวล ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองหัวหินไปทางทิศเหนือประมาณ 3 กิโลเมตร อยู่ถนนเพชรเกษม กม.ที่ 229

         วังแห่งนี้ พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นโดยใช้พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ สำหรับใช้เป็นที่ประทับในฤดูร้อน และพระราชทานแด่สมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี พระบรมราชินี

         เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2469 ต่อมาก็ได้รับการซ่อมแซม และก่อสร้างเพิ่มเติมในสมัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

         มีพระตำหนักหลายหลังมีชื่อคล้องจองกัน ได้แก่ พระตำหนักเปี่ยมสุข ปลุกเกษม เอิบเปรม เอมปรีดิ์ สร้างอยู่กลางอุทยานไม้ดอก ไม้ประดับนานาพันธุ์ โดยมีพื้นที่ด้านหนึ่งติดชายทะเล รวมทั้งยังมี พิพิธภัณฑ์หอย ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ได้รวบรวมหอยทุกชนิดมาให้ชมกัน

tour13

         พระตำหนักเปี่ยมสุข

         สำหรับพระตำหนักต่างๆ นั้น ปัจจุบัน พระตำหนักเปี่ยมสุข เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของในหลวงและสมเด็จพระราชินีฯ

Hua-Hin-Wang-Klai-Kangwon1

        พระตำหนักน้อย เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมราชชนนี

        พระตำหนักปลุกเกษม เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามราชกุมารี

        พระตำหนักเอิบเปรม เอมปรีย์ เป็นที่ประทับแปรพระราชฐานของพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์

        ใครอยากไปเที่ยวพระราชวังไกลกังวล เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. (ในช่วงที่ไม่มีการแปรพระราชฐานมาประทับ)

        โดยบัตรเข้าชมผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ใครสนใจโทรศัพท์สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์หมายเลข 032- 511115

        ถ้าจะแนะนำมีเรื่องเดียวครับ..โปรดแต่งกายให้”สุภาพ”

         ขออนุญาตเล่าถึงความเป็นมา

        วังแห่งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯทรงโปรดปรานแปรพระราชฐานไปประทับที่หัวหิน โดยเสด็จไปปีละหลายครั้ง โดยทุกครั้งทรงประทับแรม ณ พระตำหนัก “แสนสำราญ” ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนเรศวรวรฤทธิ์ ส่วนข้าราชบริพารที่ตามเสด็จก็พักผ่อนกันตามบังกาโลเล็กๆใกล้เคียงที่ประทับ

        ต่อมา พระองค์ก็ตกลงพระราชหฤทัยจับจองที่ดิน ณ ตำบลบ่อฝ้าย มีเนื้อที่หลายสิบไร่และมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้หม่อมเจ้าอิทธิเทพสรร กฤดากร(พระโอรสในกรมพระนเรศวรฯ)เป็นนายช่างใหญ่ควบคุมการก่อสร้างพระที่นั่งและตำหนักใหญ่น้อย

        เมื่อหม่อมเจ้าอิทธิเทพฯรับสนองพระบรมราชโองการตามพระราชประสงค์ ก็เริ่มต้นด้วยการล้อมรั้ว และแผ้วถางหญ้าพร้อมโค่นต้นไม้ถมปรับพื้นที่จนเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็ทรงวางแผนผังพระราชวังอย่างงดงาม ตรงทางเข้ามีป้ายติดประกาศ “Private Property , Get Out” เพื่อบอกว่าเป็น”ที่ส่วนตัว”

        ประวัติระบุว่า ในระหว่างที่กำลังก่อสร้างพระราชวังนั้น พระเจ้าพี่ยาเธอ กรมพระกำแพงเพชรอัครโยธิน ซึ่งทรงดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงคมนาคม ได้เสด็จไปตรวจราชการที่หัวหิน พอทรงทราบว่าพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว กำลังทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างพระราชวังใหม่ก็ทรงรู้สึกสนพระทัย จึงเสด็จไปทอดพระเนตรและได้ทรงถือวิสาสะเสด็จเข้าไปในเขตรั้วเพื่อทอดพระเนตรรอบๆบริเวณที่กำลังก่อสร้าง

        บังเอิญวันนั้น ผู้ควบคุมการก่อสร้างกำลังตรวจงานอยู่ เห็นกรมพระกำแพงเพชรฯเสด็จเข้ามาภายในรั้ว ก็โมโหแล้วเดินไปชี้ป้ายว่า “ที่ส่วนตัว ออกไปให้พ้น” กรมพระกำแพงเพชรฯ ทอดพระเนตรป้ายแล้วรับสั่งถามว่า “แม้แต่ฉันก็เข้าไปไม่ได้หรือ”       

        ท่านผู้ควบคุมการก่อสร้างทูลตอบว่า “ใคร ๆ ก็เข้าไม่ได้ทั้งสิ้น” ด้วยสำเนียงอันห้วนและเฉียบขาด

        กรมพระกำแพงเพชรฯ ก็ต้องจำพระทัยออกจากบริเวณนั้นโดยดุษณีภาพ

60663755br6

        พระราชวังแห่งนี้ มีวางแบบแปลนอย่างเหมาะสมและมีความสง่างามสมเป็นพระราชวัง เริ่มด้วยมีกำแพงแก้วล้อมรอบ มีประตูใหญ่ทางด้านถนนไปมฤคทายวันและชะอำ  มีที่สำหรับทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์พักผ่อนและเฝ้ายาม มีถนนยาวเหยียดเข้าไปถึงพระที่นั่ง “เปี่ยมสุข” ซึ่งเป็นที่ประทับของรัชกาลที่ 7 และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี มีลักษณะเป็นตึกแบบสแปนิชสูง 2 ชั้น พร้อมทั้งหอสูงสำหรับเสด็จพระราชดำเนินขึ้นไปประทับเล่น และทอดพระเนตรไปได้รอบๆด้าน

        ห้องทางขวามือ เป็นห้องบรรทมของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี มีเฉลียงเล็กๆ สองด้าน

        ถัดไปเป็นห้องสรงซึ่งทำอย่างวิจิตรงดงาม มีถังสรงน้ำอย่างสวยงาม ตามพระบัญชรมีตัวอักษรย่อ “ร.พ.” ติดอยู่ในกลุ่มเมฆขาวทุกแห่ง

        ต่อจากห้องสรงก็ถึงเฉลียงเดินติดต่อไปถึงห้องบรรทมของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทางด้านตะวันออก มีเฉลียงออกไปชมวิวอันสวยสดงดงามอย่างสุดลูกหูลูกตา

        ต่อจากนั้น ก็ถึงห้องสรงน้ำอีกห้องหนึ่ง และมีทางสำหรับลงบันไดมายังเบื้องล่าง เลี้ยวซ้ายมือไปเป็นห้องพระกระยาหาร  ต่อจากนั้นก็เป็นห้องประทับเล่นมีพระบัญชาอยู่

        รอบด้านตรงกลางห้องตั้งโต๊ะเก้าอี้พอสมควรและตามข้างผนังห้องอีกสี่ด้าน มีเก้าอี้ยาวคลุมด้วยถุงขาวถัดจากห้องประทับเล่นเป็นเฉลียงหินขาวอันกว้างใหญ่มีบันไดลงไปสู่สวนภายนอกที่กลางสนามใหญ่มีนาฬิกาแดด แบบโบราณติดตั้งอยู่และมีทางเดินไปถึงเขื่อนยาวทางด้านทะเล

        ถัดไปทางขวามือ มีพระตำหนักอีกหลังหนึ่งเรียกว่า “ตำหนักน้อย” ซึ่งสมเด็จกรมพระสวัสดิ์ฯและพระองค์เจ้าหญิงอาภรพรรณี พระบิดามารดาของสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณี โปรดเสด็จฯไปประทับพักผ่อนเมื่อตามเสด็จฯไปหัวหิน

        ทางด้านซ้ายของพระที่นั่งเปี่ยมสุข มีท้องพระโรงอันกว้างใหญ่ เรียกว่า “ศาลาเริง” พื้นขัดมันอย่างงดงามเบื้องบนมีเฉลียงเล็กๆ ซึ่งเดินไปได้รอบๆ สำหรับประทับเล่น และตั้งเวทีแสดงละคร

(พระราชวังพญาไท)

        ศาลาเริงนี้โปร่ง มีประตูรอบทุกด้านคล้ายท้องพระโรงที่พระราชวังวังพญาไท ซึ่งเป็นโรงพยาบาลพระมงกุฏเกล้าในปัจจุบัน

        ถัดจากศาลาเริง เยื้องไปทางเบื้องหลังก็ถึงตำหนัก “ปลุกเกษม” เป็นตำหนักโปร่งๆ แบบไทยปนสมัยใหม่ มีห้องนอนหลายห้องด้านหลัง

        ต่อจากนั้นในระยะไม่ห่างไกลเท่าใดนักก็ถึงตำหนักเล็ก ๆ ชั้นเดียวคู่ฝาแฝด การก่อสร้างและการวางห้องเครื่องใช้ คล้ายคลึงกัน หลังที่เรียก “เอิบเปรม” หลังที่ 2 เรียก “เอมปรีด์” ตำหนักฝาแฝดนี้เตี้ยเกือบติดพื้นดินซึ่งสร้างเป็นแบบบังกาโลสำหรับตากอากาศชายทะเลอย่างแท้จริง อยู่ได้อย่างสบายสำหรับผู้ที่ไม่ชอบบันไดสูง

        พระราชวังไกลกังวล เมื่อสร้างเสร็จเรียบร้อย พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ และสมเด็จพระนางเจ้ารำไพพรรณีเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยข้าราชบริพารประทับแรมครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2473 และมีการสมโภชขึ้นพระราชวังด้วย

        ต่อมาใน พ.ศ.2475 ได้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองซึ่งขณะนั้น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯและสมเด็จพระราชินี กำลังประทับอยู่ที่วังไกลกังวลอีก แต่ก็มีเรื่องยุ่ง ๆ ตลอดมา

         พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าฯ ทรงมีพระราชดำรัสว่า “ตั้งชื่อไกลกังวล อาจจะผิดไปเสียแล้ว ที่จริงดูเหมือนจะใกล้กังวลมากกว่า”

        และในรัชกาลปัจจุบันเพลงพระราชนิพนธ์ชื่อ”ไกลกังวล” ….ซึ่งหลายคนอาจจะไม่คุ้นหู

        เพลง”ไกลกังวล” เป็นเพลงทำนองเดียวกับ “เกิดเป็นไทย ตายเพื่อไทย” หรือ WHEN

        เป็นเพลงที่ทรงพระราชนิพนธ์เพื่อโปรดเกล้าฯ ให้เป็นเพลงประจำวงดนตรี อ.ส.วันศุกร์ โดยจะบรรเลงเป็นเพลงสุดท้ายทุกครั้งที่เลิกเล่นดนตรี ผู้ที่โปรดเกล้าฯ ให้ประพันธ์คำร้องภาษาอังกฤษ คือ อดีตสมาชิกวุฒิสภาของประเทศฟิลิปปินส์ Mr. Raul Manglapus ส่วนคำร้องภาษาไทยที่มีชื่อว่าเพลง “ไกลกังวล” นั้นผู้ประพันธ์คำร้องคือนายวิชัย โกกิละกนิฐ

1013095_660689467279108_202010642_n

เนื้อเพลง “ไกลกังวล”

        อยู่ไกลกังวลชนม์ชื่นฉ่ำ หาดทรายและน้ำนำไกลเศร้า ไม่มีหาดไหนงามเทียมเท่า คลื่นครวญคลอเคล้าวอนรักฝั่ง ค่ำคืนไม่เหงาเราเริงสุข ไม่มีความทุกข์ใดมาบัง ได้ยินแต่เสียงดนตรียัง สนุกกันทั้งยามค่ำคืน

         รุ่งอรุณแล้วฟ้าเรืองเรื่อ แต่ใจยังเหลือความเริงรื่น สนุกจริงหนอคลอเสียงคลื่น โต้ลมฉ่ำชื้นยามพลิ้วผ่าน โน่นเดือนยังค้างฟ้าลอยเด่น แต่เราไม่เว้นความสำราญ แข่งกันคอยรับทิวาวาร สนุกสนานกันเถิดเอย

        เปิดฟังเพลงพระราชนิพนธ์ได้ที่นี่

                                   

…………………………………………….

ที่มา : oknation.net/blog/chai ลูกเสือหมายเลข 9




ความเห็น

  • พรดี สาตราวาหะ wrote on 1 สิงหาคม, 2013, 12:54

    ภาพประกอบ รูปที่ 10 ที่มีตัวอักษรเขียนว่าKlai Kangvon Palace ที่จริงเป็นพระราชวังพญาไทนะคะ  หลักฐานหาได้ง่ายดาย ในกูเกิล  และของจริงที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ค่ะ

  • suvara LoveKing wrote on 1 สิงหาคม, 2013, 12:55

    ข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายความจงรักภักดี และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันใหญ่หลวงที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ตลอดกาล ตลอดไป
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

  • เล็กเล็ก น้อยน้อย wrote on 1 สิงหาคม, 2013, 17:35

    รูปที่ 10 อ่านคำบรรยายใต้ภาพให้หมดจะทราบว่า เป็นการเปรียบเทียบ ศาลาเริง ก่อสร้างประตูรอบๆคล้ายพระราชวังพญาไท เป้นการยกภาพพระราชวังพญาไทมาอ้างอิงข้อเขียนเพื่อเปรียบเทียบภาพให้เห็นค่ะ

  • พรดี สาตราวาหะ wrote on 2 สิงหาคม, 2013, 1:56

    อ่านละเอียดแล้วค่ะ คือแต่เดิมในภาพมีลายมือเขียนเป็นภาษาอังกฤษ ว่า”Klai Kangvon Palace”และลายมือภาษาไทยเขียนว่า “วังไกลกังวล” จึงได้ท้วงติงมาเพราะเห็นเป็นบทความที่ให้ความรู้ค่ะ  ขณะนี้ไม่มีลายมือนั้นแล้ว  จึงตรงกับคำบรรยายค่ะ  ขอบพระคุณ

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics