‘ดา ตอร์ปิโด’ อ่วม!

แบ่งปัน

วันนี้(13 มิ.ย.2556) หนังสือพิมพ์แนวหน้าเสนอข่าว… ดา ตอร์ปิโดอ่วม! ศาลอุทธรณ์จำคุก 15 ปี คดีบังอาจหมิ่นสถาบัน เครือข่ายภาคปชช.ไทย นัดชุมนุมใหญ่ 16 มิ.ย.นี้

ผู้มื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่12 มิถุนายน ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดอ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ในคดีที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 7 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องน.ส.ดารณี ชาญเชิงศิลปกุลหรือ ดา ตอร์ปิโด อายุ 55ปี แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์และพระราชินี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา112 มีอัตราโทษจำคุก 3-15 ปี

โดยฟ้องโจทก์เมื่อวันที่9ต.ค.2551ระบุพฤติการณ์สรุปว่าระหว่างเดือน ม.ค.-มิ.ย.2551เวลากลางคืนจำเลยขึ้นปราศรัยบนเวทีเสียงประชาชน ณ ท้องสนามหลวงด้วยการกระจายเสียงทางเครื่องขยายเสียง ท่ามกลางประชาชนที่มาฟังจำนวนหลายคน ซึ่งเป็นบุคคลที่สามโดยกล่าวคำพูดจาบจ้วง ล่วงเกิน เปรียบเทียบ และเปรียบเปรย หมิ่นประมาท ดูหมิ่นและแสดงความอาฆาตมาดร้ายถึงพระมหากษัตริย์และพระราชินี ทำให้ประชาชนเข้าใจว่าทั้งสองพระองค์ทรง เป็นผู้อยู่เบื้องหลังการชุมนุมประท้วงของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพื่อจะล้มล้างรัฐบาล โดยประการที่น่าจะทำให้ เสื่อมเสียพระเกียรติยศชื่อเสียง ถูกดูหมิ่นและถูกเกลียดชัง เจตนาจะทำให้ประชาชนเสื่อมศรัทธา ไม่เคารพสักการะเหตุเกิด ที่แขวงพระบรมมหาราชวัง เขตพระนคร กทม.จำเลยปฏิเสธ

คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อวันที่15 ธ.ค.54 พิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่ามีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ชนะสงคราม3นาย ที่เป็นสายสืบฟังการปราศรัย พบว่าจำเลยกล่าวข้อความดูหมิ่นพระมหากษัตริย์ จึงบันทึกเสียงลงแผ่นซีดีพยานหลักฐานโจทก์ จึงรับฟังได้ว่าจำเลยกล่าวคำพูดจาบจ้วง ดูหมิ่นสถาบันซึ่งจำเลยกระทำผิดมาตรา112ให้จำคุก3 กระทงๆละ5ปี รวมจำคุก15ปี แต่จำเลยอุทธรณ์ให้ศาลยกฟ้อง

ศาลอุทธรณ์ ตรวจสำนวนระชุมปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า พฤติการณ์ของจำเลยทำให้สถาบัน เสื่อมเสียเกียรติยศ ชื่อเสียง เห็นควรลงโทษสถานหนัก เพื่อมิให้บุคคลอื่นกระทำเป็นเยี่ยงอย่าง ที่ศาลชั้นต้นพิพากษาจำเลยมานั้นชอบแล้ว อุทธรณ์จำเลย ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน

หลังฟังคำพิพากษา น.ส.ดารณี ถูกนำตัวไปคุมขังที่ทัณฑสถานหญิงโดยตลอดระยะเวลาการพิจารณาคดีจำเลยไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราวแต่อย่างใด

ด้านน.ส.ดารณี กล่าวยอมรับว่าลังถูกคุมขังมานานกว่า5ปีแล้ว ไม่เคยมีแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.)คนใดมาเยี่ยมเลย มีเพียง น.ส.สุดา รังกุพันธุ์ แกนนำกลุ่มปฏิญญาหน้าศาลเท่านั้นที่มาเยี่ยม เมื่อถึงเวลาพ้นโทษแล้วไม่แน่ใจว่ายังจะร่วมต่อสู้กับกลุ่ม นปช.ต่อไปหรือไม่       

วันเดียวกัน เวลา09.30น.บริเวณหน้าศาลฎีกา นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ แกนนำแนวร่วมคนไทยรักชาติรักแผ่นดิน พร้อมมวลชนกว่า 200คนได้รวมตัวกันเข้ายื่นชื่อประชาชนไทยจำนวนกว่า5,000,000คนให้ประธานศาลฎีกาเพื่อให้ใช้อำนาจตุลาการหยุดยั้งนักการเมืองในรัฐบาล-รัฐสภาในการทำลายชาติเพื่อความมั่นคงปลอดภัยแห่งราชอาณาจักรไทย จากนั้นนายสุชาติ ศรีสังข์ เป็นตัวแทนอ่านแถลงการณ์เครือข่ายภาคประชาชนไทยพร้อมกันนี้ยังได้ส่งสำเนาถึงผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ทหารเรือและทหารอากาศด้วย นอกจากนี้จะจัดให้มีการชุมนุมใหญ่วันอาทิตย์ที่16มิ.ย.ที่สนามหลวงตั้งแต่เวลา18.00น.เป็นต้นไป

สำหรับความคืบหน้ากระแสข่าวการปรับคณะรัฐมนตรีภายใต้รัฐบาลการนำของ น.ส.ย่างลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีมีออกมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์นำคณะนักกีฬา 4th Asian Indoor & Martial Arts Games 2013 เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการโอลิมปิค จำนวน 177 คน เข้ารับโอวาทจาก น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ระหว่างเดินเข้าตึกสันติไมตรี น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพล.อ.ยุทธศักดิ์ได้เดินมาพร้อมกัน จนถูกผู้สื่อข่าวซักถามถึงการปรับ ครม.พล.อ.ยุทธศักดิ์จะมาเป็นรองนายกฯอีกหรือ แต่นายกฯได้แต่ยิ้มแล้วตอบว่า ยังไง ก็คงขอทำงานก่อน ถ้ามีความเหมาะสมเมื่อไหร่จะแจ้งให้ทราบ

เมื่อถามว่าจากปัญหาโครงการรับจำนำข้าว ถึงเวลาจะเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เลี่ยงตอบโดยบอกว่ารอให้นายวราเทพ รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกฯ รวบรวมข้อมูลก่อน  ส่วนในการปรับ ครม.จะดูหลักเกณฑ์ความเหมาะสม และดูความเชื่อมโยงการทำงานต่อด้วย และหลายๆอย่าง ถ้าจะมีปรับเมื่อไหร่ จะแจ้ง เมื่อถามว่านายบุญทรง เตริยาภิรมย์ ยังเหมาะสมที่จะดำรงตำแหน่ง รมว.พาณิชย์อีกหรือไม่ นายกฯรีบปฎิเสธไม่ขอตอบประเด็นนี้

ขณะเดียวกันในส่วนของรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ต่างป่ายเบี่ยงเลี่ยงที่จะพูดถึงกระแสข่าวการปรับ ครม.โดยเฉพาะ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ได้ย้ำทันทีว่าเป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีคนเดียวที่ทราบ นอกนั้น คือ พวกห่านตกใจง่าย ใครเดินผ่านไปมาก็ร้อง ส่วนกระแสข่าวจะปรับย้านให้ไปดำรงตำแหน่ง รมว.ยุติธรรมนั้นก็ไม่ทราบ ส่วนตัวยังไง ก็ได้ จะปลดออก ก็ออก จะย้าย ก็ย้าย เรื่องนี้ไม่มีใครรู้ นอกจากนายกฯก็ รอนายกฯปรับ

ด้าน นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกระแสข่าวปรับ ครม.อาจมีหลายตำแหน่งรวมถึง รมว.มหาดไทยว่าอำนาจการปรับ ครม.อยู่ที่นายกฯ คนอื่นไปพูด คงไม่ได้

ขณะที่ นายประชา ประสพดี รมช.มหาดไทย เป็นตำแหน่งที่อาจถูกปรับออกพ้น ครม.ว่าเราไม่มีสิทธิ์ที่จะได้รู้เลย เป็นอำนาจของนายกฯเพียงคนเดียว ส่วนตัวอยู่ได้ทุกสถานะ ไม่มีปัญหา โดยจะทำงานที่ได้รับมอบหมายจนถึงนาทีสุดท้าย  ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ แกนนำ นปช. ซึ่งหลังมีกระแสข่าวการปรับครม.มาอย่างต่อเนื่อง หลังมีปัญหาในโครงการรับจำนำข้าวว่าตอนนี้ยังมีกำลังใจในการทำงานเกิน

ด้าน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.กระทรวงคมนาคม กล่าวว่าไม่มีปัญหาและไม่มีความกังวล ว่าจะโดนปรับออกหรือโยก หลังมีกระแสข่าวจะปรับ ครม.ในช่วงปลายเดือน ก.ค.หรือต้นเดือน ส.ค.2556หากมีการปรับต้องปรับไปในทางที่ดีขึ้น และยืนยัน ไม่มีความกังวลถึงโครงการต่างๆ ที่ได้ทำไปแล้ว เนื่องจากเบื้องต้นได้วางนโยบายตามแนวทางที่เหมาะสม ถึงจะมีการปรับ หรือจะมีคนมาดำเนินโครงการต่อไม่มีปัญหาแต่อย่างใด เชื่อว่าโครงการจะสามารถดำเนินไปได้




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics