“ในหลวง” แสดงให้เห็นถึงความประหยัด

แบ่งปัน

 

“ในหลวง” แสดงให้เห็นถึงความประหยัด


 

 

ตัวอย่างที่ดีที่สุดและสูงค่าที่สุด ที่เราควรจะเอาเป็นแบบอย่างก็คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ พระองค์ท่านทรงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุด ในการแสดงให้เห็นถึงความประหยัดและใช้ประโยชน์ของสิ่งของได้ อย่างสูงสุด และมีประสิทธิภาพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงงานของพระองค์ในพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน โดยห้องทรงงานนั้นจะอยู่ใกล้ห้องบรรทม เป็นห้องเล็กๆขนาด 3 * 4 เมตรเท่านั้นเอง ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์

โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ สำหรับการทรงงานเพื่อประชาชนของพระองค์ตลอดเวลา อย่างเมื่อทรงออกตรวจงานภายนอก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่ง กับข้าราชบริพารเสมอๆ ว่า การนั่งรถคนละคันนั้นเป็นการสิ้นเปลือง จึงทรงให้นั่งรถร่วมกันแล้วเรียกว่า นั่งรถหารสองและไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียดด้วย

นอกจากนั้นคนไทยเกือบทุกคนจะทราบเรื่องเกี่ยวกับสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ถูกนำมาตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์ โดยคณะทันตแพทยศาสตร์ของมหาวิทยาลัย ซึ่งต่อมาก็ถูกเผยแพร่เป็น

จำนวนมาก ภาพหลอดยาสีพระทนต์พระราชทานนี้แสดงให้เห็นว่า พระองค์ท่านทรงใช้จนรบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอดที่มีรอยบุ๋มลึกลงไปถึงเกลียวคอหลอด เพราะทรงใช้ด้ามแปรงสี ฟันรีดและกดเพื่อให้ได้ยาสีฟันจนเกลี้ยงหลอดนั่นเอง

ท่านผู้หญิงเพชรา เตชะกำพุด ทันตแพทย์ส่วนพระองค์ ให้สัมภาษณ์แก่หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2542 เกี่ยวกับเรื่องความประหยัดดังนี้ ครั้งหนึ่งเคยกราบทูลท่านว่า ลูกศิษย์ที่

มหาวิทยาลัยฟุ่มเฟือยมากกระเป๋าถือต้องใช้ของนอกมีแบรนด์เนม บางคนไม่มีเงินซื้อก็ไปเช่าเอาที่สยามสแควร์เดือนละ 1,000 2,000 ไม่เหมือนสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามมกุฎราชกุมารี พระองค์ท่าน สะพายอะไรก็ได้

วันก่อนเข้าไปในห้องสรงสมเด็จพระเทพฯ เห็นหลอดยาสีพระทนต์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามมกุฎราชกุมารี ทรงรีดใช้จนเกลี้ยงหลอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสว่า ของเราก็มี วันก่อนนี้ยังใช้

ไม่หมด มหาดเล็กมาทำความสะอาดห้องสรงคิดว่าหมดแล้วเอาไปทิ้ง แล้วเปลี่ยนหลอดใหม่มาให้ เราก็บอกให้มหาดเล็กนั้นไปเอากลับมา เรายังสามารถใช้ต่อได้อีก 5 วันนอกจากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวฯ ไม่ทรงโปรดสวมเครื่องประดับใดๆ เลย เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้นแต่นาฬิกาข้อมือ เท่านั้น

โดยมีบันทึกว่าในปีหนึ่งๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเบิกดินสอใช้เพียง 12 แท่ง โดยทรงใช้ดินสอเดือนละ 1 แท่งเท่านั้น และทรงใช้จนกระทั่งดินสอนั้นกุดจนใช้เขียนไม่ได้แล้วเสมอ เห็นตัวอย่างใน

พระจริยวัตรของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แล้ว ก็น่าแปลกที่เด็กๆหลายคนนั้นมีค่านิยมเกินตัว นิยมใช้เงินและสิ่งของฟุ่มเฟือย บางรายไม่มีก็พยายามจะขวนขวายมาให้ได้ แม้จะไปเช่ามาใช้แบบชั่วครั้งชั่ว คราวก็ยอม

พระมหากษัตริย์ของเราพระองค์ท่านยังทรงประหยัด เราก็สมควรน้อมนำแบบอย่างของพระองค์ท่านมาปฏิบัติ และหากพ่อแม่สามารถสอนลูกให้ประหยัดตามแนวทางของพระองค์ท่านได้ ก็เท่ากับหยิบยื่น

อนาคตของความเป็นเศรษฐีให้กับลูกแล้วนั่นเอง

เรื่องราวความประทับใจที่มีต่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเรื่องนี้เป็นข้อเขียนของคุณจิก ประภาส ชลศรานนท์ ซึ่งตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์มติชน ฉบับวันอาทิตย์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๓ คอลัมน์

คุยกับประภาสได้บอกเล่าถึง ยาสีพระทนต์ของในหลวงคุณจิกเล่าว่า

มีภาพๆ หนึ่งเอามาให้ดูกัน เป็นภาพหลอดยาสีฟันที่ถูกใช้แล้ว เห็นทีแรกไกลๆ ก็ไม่รู้สึกอะไรมากหรอก เป็นภาพที่ติดอยู่บนบอร์ดที่โรงเรียนของลูก ระหว่างที่ยืนรอลูกๆ ลงมาจากห้องเรียน จึงได้อ่านข้อ

ความ ที่ประกอบภาพนี้ อย่างละเอียด


ภาพ หลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ภาพหลอดยาสีฟันที่เห็นนี้ ต้องเรียกว่าเป็นหลอดยาสีพระทนต์ประวัติศาสตร์ เพราะนี่คือ หลอดยาสีพระทนต์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเห็นแล้วรู้สึกเหมือนผมไหม ครับ ความฉ่ำเย็นจากที่ไหนก็ไม่รู้อาบลงมากลางกระหม่อมเลย

ภาพนี้ถูกตีพิมพ์เป็นโปสเตอร์โดยคณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์ฯ ครูที่โรงเรียนของลูกผม ไปพบเข้าเลยนำมาถ่ายสำเนาติดบอร์ดให้เด็กนักเรียนได้เรียนรู้และเข้าใจคำว่า ประหยัดศาสตราจารย์พิเศษ

ทันตแพทย์หญิงท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช ทันตแพทย์ประจำพระองค์ อดีตคณบดีคณะทันตแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนเล่าให้ฟังว่า ครั้งหนึ่งทันตแพทย์ประจำพระองค์ กราบถวายบังคม ทูลเรื่องศิษย์ทันตแพทย์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยบางคนมีค่านิยมในการใช้ของต่างประเทศ และมีราคาแพง รายที่ไม่มีทรัพย์พอซื้อหาก็ยังขวนขวาย เช่ามาใช้เป็นการชั่วครั้งชั่วคราว

ซึ่งเท่าที่ทราบมา มีความแตกต่างจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ที่ทรงนิยมใช้กระเป๋า ที่ผลิตภายในประเทศเช่นสามัญชนทั่วไปทรงใช้ดินสอสั้นจนต้องต่อด้าม แม้ยาสีพระทนต์ของพระองค์ท่าน ก็ทรงใช้

ด้ามแปรงพระทนต์รีดหลอดยาจนแบนจนแน่ใจว่าไม่มียาสีพระทนต์หลงเหลือ อยู่ในหลอดจริงๆเมื่อกราบบังคมทูลเสร็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงรับสั่งว่า ของพระองค์ท่านก็เหมือนกัน และยังทรงรับสั่งต่อไปด้วยอีกว่า เมื่อไม่นานมานี้เองมหาดเล็กห้องสรง เห็นว่ายาสีพระทนต์ของพระองค์คงใช้

หมดแล้วจึงได้นำหลอดใหม่มาเปลี่ยนให้แทน เมื่อพระองค์ได้ทรงทราบ ก็ได้ขอให้เขานำยาสีพระทนต์หลอดเก่า มาคืนและพระองค์ท่านยังทรงสามารถใช้ต่อไปได้อีกถึง 5 วัน จะเห็นได้ว่าในส่วนของพระองค์ ท่านเองนั้น ทรงประหยัดอย่างยิ่ง ซึ่งตรงกันข้ามกับ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ที่ทรงพระราชทานเพื่อราษฎรผู้ยากไร้อยู่เป็นนิจ พระจริยาวัตรของพระองค์ได้แสดงให้เห็นอย่างแจ่มชัดถึงพระวิริยะ อุตสาหะ ตลอดจนความประหยัดในการใช้ของอย่างคุ้มค่า

หลังจากนั้นทันตแพทย์ประจำพระองค์ได้กราบพระบาททูลขอพระราชทานหลอดยาสีพระ ทนต์หลอดนั้น เพื่อนำไปให้ศิษย์ได้เห็นและรับใส่เกล้าเป็นตัวอย่างเพื่อประพฤติปฏิบัติใน โอกาสต่อๆ ไป

ประมาณหนึ่งสัปดาห์หลังจากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชทานส่งหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้น มาให้ถึงบ้านทันตแพทย์ประจำพระองค์รู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นเกล้ายิ่ง เมื่อได้พิจารณาถึงลักษณะของหลอดยาสีพระทนต์เปล่าหลอดนั้นแล้วทำให้เกิดความ สงสัยว่า เหตุใดหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้จึงแบนราบเรียบโดยตลอด คล้ายแผ่นกระดาษโดยเฉพาะบริเวณคอหลอด ยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปเกือบถึงเกลียว คอหลอด เมื่อได้มีโอกาสเข้าเฝ้าอีกครั้งในเวลาต่อมา จึงได้รับคำอธิบายจากพระองค์ว่า

หลอดยาสีพระทนต์ที่เห็น แบนเรียบนั้นเป็นผลจากการใช้ด้ามแปรงสีพระทนต์ ช่วยรีดและกดจนเป็นรอยบุ๋มที่เห็นนั่นเอง และเพื่อที่จะขอนำไปแสดงให้ศิษย์ทันตแพทย์ ได้เห็นเป็นอุทาหรณ์ จึงได้ขอพระ

ราชานุญาตซึ่งพระองค์ท่านก็ได้ทรงพระเมตตาด้วยความเต็มพระทัย

ผมมีโอกาสได้ยืนมองดูรูปหลอดยาสีพระทนต์หลอดนี้อยู่เนืองๆ เวลาไปรอรับลูกที่โรงเรียน และเมื่อยิ่งดูก็ยิ่งได้รับรู้ถึง ปรัชญาที่พระองค์พระราชทานผ่านมาทางหลอดยาฯ นี้แล้วผมก็พบว่าแก่นแท้ของการ

ประหยัดมันอยู่ตรงนี้นี่เอง ไม่ใช่ไม่ยอมใช้เลยแต่ต้องรู้จักใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ไม่ใช้แบบเหลือทิ้งเหลือขว้าง และทำให้ผมคิดไปถึงการใช้ทรัพยากรธรรมชาติบนโลกใบนี้ หลอด ยาสีพระทนต์ของในหลวง หลอดนี้สอนผมให้เข้าใจว่า ในความเป็นจริงแล้ว มนุษย์เรายังคงต้องใช้ทรัพยากรธรรมชาติต่อ ไม่ใช่ไม่ใช้เลย แต่จะใช้อย่างไรมากกว่า

ตัวอย่างง่ายๆ เรื่องการใช้น้ำเราไม่ควรประหยัดน้ำจนต้นไม้ที่ปลูกอยู่ตายเพราะขาดน้ำ แต่เราควรระวังการเปิดน้ำทิ้งไว้ เราควรระวังท่อน้ำรั่ว หยด ซึม เราควรระวังเรื่องสิ้นเปลืองเหล่านี้ต่างหาก แล้วผมก็คิด

เลยไปถึงเรื่องอื่นๆ อีกหลายเรื่องรวมทั้งเรื่องเขื่อนว่าทำไมบางครั้งโลกเราถึงต้องยอมเสีย พื้นที่ป่าบางพื้นที่เพื่อสร้างเขื่อนบ้าง

ที่มา: http://brainbank.sl.ac.th

 




ความเห็น

  • จำปา wrote on 18 เมษายน, 2013, 14:34

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในราชวงศ์จักรี เป็นที่รู้จักกันทั่วโลกถึงชื่อเสียงของท่านในพระราชกรณียกิจของท่านในสมัยที่ท่านยังสบายดีอยู่ แต่ปัจจุบันท่านมีอายุมากขึ้นทำให้ท่านเจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆ มากมายเพราะอายุที่มากขึ้นของท่านด้วย

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช มีความสามารถหลายทางยกตัวอย่างเช่น กีฬา เรือใบ ที่ต่างประเทศต่างให้การยอมรับ หรือจะให้พูดได้ว่า ในหลวงทำได้ทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนมีความสุข มีความรู้ทางได้การเกษตรเพื่อให้ประชาชนมีการงานทำ คิดค้น การใช้ เศรษฐกิจพอเพียง ที่ทุกคนให้การยอมรับ ผมดูในข่าวพระราชสำนัก แต่ก่อนพระเจ้าอยู่หัว ได้เข้าไปช่วยคนที่ยากจน ถึงที่ ถึงจะทุรกันดาร ขนาดไหนพระเจ้าอยู่หัวก็เข้าไปช่วยให้ชีวิตดียิ่งขึ้น จนถึงตอนนี้พระเจ้าอยู่หัวได้อยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช ก็ยังทรงงานตลอด ไม่เคยมีการหยุดพัก พระเจ้าอยู่หัวได้ทำเพื่อคนไทยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราควรรักพระเจ้าอยู่หัวให้มากๆ ท่านดูแลประเทศของเราให้น่าอยู่มาก เราก็ควรจะดูแลประเทศของเราแทนพระเจ้าอยู่หัวท่านจะได้พัก ไม่ต้องมากลุ้มใจ

    จากทั้งหมดนี้ที่ได้กล่าวมา จึงรวมเป็นความรู้สึกของข้าพเจ้าที่เทิดทูน พระองค์ท่าน ท่านทรงเป็นบุคคลสำคัญที่สุดในประเทศไทย ข้าพเจ้าจึงหวังว่าทุกคนในชาติของเรา จะประพฤติปฏิบัติตนเป็นคนดี ทำตัวให้เป็นประโยชน์ของประเทศ ข้าพเจ้าจึงขอให้พระองค์จงทรงพระเจริญ อยู่เป็นร่มโพธิร่มไทรของประชาชนชาวไทยอีกนานเท่านาน

  • ไข่มุข wrote on 18 เมษายน, 2013, 14:59

    ไม่ว่าจะเป็นความประหยัด ความขยัน การให้การศึกษาแก่ลูก การให้ลูกได้เลือกเรียนในสิ่งที่ชอบ ความเมตตา การช่วยเหลือผู้อื่น ความเสียสละ และอื่นๆอีกมากมาย ท่านทรงสอนคนไทย ด้วยการกระทำ….

  • อาหรับ wrote on 18 เมษายน, 2013, 15:46

    เราจะร่วมกันทำหน้าที่ของความเป็นคนไทยให้ดีที่สุดเพื่อพ่อหลวงของเรา

  • น้องสอง wrote on 19 เมษายน, 2013, 10:44

    ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ “ความพอดี และประหยัด”
    ห้องทรงงานของพระองค์ในพระตำหนักจิตรลดาฯ จะอยู่ใกล้ห้องบรรทม เป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3 x 4 เมตรเท่านั้น ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ สำหรับการทรงงานเพื่อประชาชนของพระองค์ตลอดเวลา ยามเมื่อทรงออกตรวจงานภายนอก รับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันนั้นเป็นการสิ้นเปลือง จึงทรงให้นั่งรวมกัน และไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด ซึ่งเรียกว่า นั่งรถหารสอง
    คนไทยเกือบทุกคนจะทราบเรื่อง “หลอดยาสีฟันของในหลวง” ที่ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปถึงเกลียวคอหลอด เพราะทรงใช้ด้ามแปรงสีฟันรีดและกดเพื่อไม่ให้ยาสีฟันเหลือทิ้งเลย และยังมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่เป็นตัวอย่างให้เราเห็นถึงความพอดีและความประหยัด เช่น ในหลวงไม่โปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้นแต่นาฬิกา หรือ มีบันทึกว่า ในปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอเพียง ๑๒ แท่ง ใช้เดือนละแท่ง และทรงใช้จนกระทั่งดินสอนั้นกุดจนใช้ไม่ได้แล้วเสมอ
    แล้วตัวเราเองละ เป็นสามัญชนคนธรรมดา เราเองเข้าใจถึงคำว่าประหยัดได้มากเพียงใด เราใช้ชีวิตอย่างพอดีได้ขนาดไหน หากคนไทยทุกคนรู้จักคิด และยึดการกระทำของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง ประเทศของเราก็จะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน

  • สุทน wrote on 23 เมษายน, 2013, 12:49

    แล้วตัวเราเองละ เป็นสามัญชนคนธรรมดา เราเองเข้าใจถึงคำว่าประหยัดได้มากเพียงใด เราใช้ชีวิตอย่างพอดีได้ขนาดไหน หากคนไทยทุกคนรู้จักคิด และยึดการกระทำของพระองค์ท่านเป็นแบบอย่าง ประเทศของเราก็จะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างยั่งยืน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • รักษ์ดินแดน wrote on 10 กรกฎาคม, 2013, 11:10

    ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการประชวร

  • ก้อย wrote on 5 พฤศจิกายน, 2014, 17:32

    หนูรักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่สุดในโลกเลยค่ะ ท่านสอนให้ประชาชนของพระองค์อยู่อย่างพอเพียง หนูได้เห็นดินสอของพระองค์แล้ว คิดว่าไม่มีใครทำได้แน่นอน เหลือสั้นนิดเดียวก็ยังเอาไม้มาต่อให้มันยาว ยาสีฟันรีดแล้วรีกอีก อยากได้จักรยานก็ต้องออมเงินซื้อเอง ขอบคุณที่นายหลวงทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนนะคะ หนูสัญญาค่ะว่าหนูจะเป็นเด็กดีเชื่อฟังพ่อแม่ จะเอาปริญญาไปฝากพ่อกับแม่ค่ะ -ก้อย

  • นศท.ธนวัฒน์ wrote on 25 กุมภาพันธ์, 2015, 14:10

    ขอให้พระองค์ทรงหายจากอาการประชวรไวๆด้วยเถอะ  ขอให้พรองค์ทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 35993 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics