พระมหากรุณาธิคุณ “นาโต่โมเดล” วิทยาลัยเกษตรเชียงราย

แบ่งปัน

 

พระมหากรุณาธิคุณ นาโต่โมเดลวิทยาลัยเกษตรเชียงราย


 

 

โดย เสกสรร สิทธาคม

“…ชาตินั้นเปรียบได้กับชีวิตคน กล่าวตามหลักความจริง คนเราประกอบด้วยร่างกายส่วนหนึ่งจิตใจส่วนหนึ่ง ทั้งสองส่วนคุมกันอยู่บริบูรณ์ชีวิตก็คงอยู่

ส่วนใดส่วนหนึ่งทำลายไปชีวิตก็แตกดับ เพราะอีกส่วนหนึ่งจะต้องแตกทำลายไปด้วย ชาติของเรานั้นมีผืนแผ่นดินและประชากรอันรวมกันอยู่เป็นส่วนร่างกาย มีศิลปวิทยามีธรรมเนียมประเพณีมีความเชื่อถือและความคิดจิตใจที่จะสามัคคีกันอยู่เป็นปึกแผ่น

ซึ่งรวมเรียกว่า “ความเป็นไทย”เป็นส่วนจิตใจ ชาติไทยเราดำรงมั่นคงอยู่ก็เพราะยังมีทั้งบ้านเมืองและความเป็นไทยพร้อมบริบูรณ์ แต่ถ้าความเป็นไทยของเรามีอันเป็นต้องเสื่อมสลายไปด้วยประการใดแล้ว ชาติก็ต้องสิ้นสูญ

เพราะถึงหากบ้านเมืองและผู้คนจะยังอยู่ก็ไม่มีสิ่งใดประสานยึดเหนี่ยวให้รวมกันอยู่ได้ จะต้องแตกแยกจากกันไปในที่สุด เหมือนส่วนต่างๆของร่างกายที่ต้องแตกจากกันเมื่อสิ้นชีวิต…”

พระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทร์วิทยาเขตปัตตานี ศุกร์ 22 กันยายน 2521

ผมไปที่วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสาขาศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ เมื่อปลายปี 2555 เป็นครั้งล่าสุด จากที่เคยไปมา 2-3 ครั้ง แต่ก็หลายปีมาแล้ว จำวันที่ไม่ได้คงจะราวๆปลายเดือนพฤศจิกายน หรือไม่ก็เดือนธันวาคมไม่เกินนี้ เพราะถ้าเกินก็ปีใหม่ 2556 และได้รายงานภาพรวมไป

แต่ยังคงค้างรายละเอียดอีกบางจุดที่เป็นผลพวงของการน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไปประยุกต์ใช้ในการจัดการเรียนการสอนและใช้หลอมหล่อนักเรียนทั้งระดับ ปวช.- ปวส.สายเกษตร


เมื่อจบแล้วที่เรียนต่อก็เรียนไป แต่ที่หันไปประกอบอาชีพได้น้อมนำเอาแนวพระราชดำริไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันแล้วสามารถสร้างครอบครัว เป็นที่พึ่งของพ่อแม่ญาติพี่น้องตลอดจนชุมชนได้สร้างความสุขความสงบให้เกิดขึ้นได้เพราะความพอมีพอกินไม่อดอยากขาดแคลนดังอดีตอย่างน่าชื่นชม

ที่สำคัญยังเป็นกำลังของชุมชนของชาติบ้านเมืองรักษาสืบสานทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมได้อย่างดีเยี่ยม

ขอย้อนบอกเล่าถึงพื้นที่อีกหนหนึ่งว่าวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์การเรียนบ้านนาโต่นี้ อยู่ที่หมู่บ้านนาโต่หมู่ 20 ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง เป็นพื้นที่ราบในหุบเขา มีแม่น้ำคำไหลผ่านทั้งปี ความสูงจากระดับน้ำทะเล 862 เมตรโดยประมาณ อยู่ห่างตัวจังหวัดเชียงราย 86 กม.

เนื่องจากพื้นที่เป็นภูเขาการเดินทางจึงต้องใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง มีชนเผ่าต่างๆประกอบด้วยไทยใหญ่ จีน อาข่า เป็นต้น ประกอบอาชีพทำพืชไร่ รับจ้าง รายได้เฉลี่ย 22,000 บาท/ปี/ครัวเรือน

มีโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีเนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 4 รอบ 2 เมษายน 2546 เป็นสถานศึกษารองรับเยาวชนในพื้นที่ย่านนั้นระดับประถมมัธยมต้นอยู่แห่งเดียว

รองรับเด็กๆ ลูกหลานชาวไทยภูเขาหลายเผ่าเพื่อให้ได้เรียนหนังสืออย่างน้อยที่สุดก็ภาคบังคับโดยไม่ต้องไปเรียนไกลบ้าน โดยมีกองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดนดูแลรับผิดชอบ

ด้วยพระราชหฤทัยห่วงใยของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ในโอกาสทางการศึกษาในระดับที่สูงขึ้นของเยาวชนในครอบครัวยากจนในพื้นที่ห่างไกลกันดาร โดยเฉพาะบนยอดดอยอย่างบ้านนาโต่และบ้านใกล้ๆในอำเภอแม่ฟ้าหลวง

อย่างน้อยที่สุดคือการศึกษาสายวิชาชีพ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) กระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ขยายไปรองรับการเรียนสายอาชีพ เน้นด้านการเกษตรเมื่อปี 2549


เพื่อให้โอกาสแก่นักเรียนในร.ร.ตชด.บ้านนาโต่และร.ร.ใกล้เคียงได้เรียนสายอาชีวะต่อได้ในพื้นที่โดยไม่ต้องไปเรียนไกลบ้านบ้านแม่คำน้อย บ้านห้วยกระ บ้านโป่งไฮ บ้านปางมะหัน บ้านม้งเก้าหลังและบ้านหัวแม่คำ เพื่อจะได้ไม่ต้องมีค่าใช้จ่ายอะไรมากมายนักและมีความรู้มีความชำนาญในการสร้างอาชีพ สร้างครอบครัว พัฒนาการเกษตร เป็นกำลังสำคัญในการดูแลรักษาธรรมชาติป่าเขาแหล่งน้ำ โดยได้รับการอบรมบ่มนิสัยจากนโยบายการเรียนการสอนของสถาบันการศึกษาสายอาชีวะที่เน้นการหล่อหลอมปลูกฝังการดำเนินชีวิตตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

คือการปลูกฝังสำนึกแห่งความไม่โลภ ไม่ประมาท มีเหตุมีผล มีความพอประมาณ มีภูมิคุ้มกัน มีความกตัญญูกตเวที มีความสามัคคี มีเมตตากรุณา ความเอื้อเฟื้อเผื่อ ความรักความผูกพันหวงแหนในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและไม่ข้องแวะยาเสพติดอย่างประเภท

“นักเรียนนักศึกษามีทั้งที่ประจำอยู่ในพื้นที่และเรียนไปกลับ หลักการของการเรียนสายฝึกอาชีพนอกจากฝึกจากพื้นที่วอทยาลัยแล้ว คนบ้านไกลให้เอาโครงการไปทำที่บ้านด้วย โดยให้ใช้พื้นที่ของตัวเองในบ้านทำรูปแบบการเกษตร ส่วนที่กินนอนประจำก็ใช้พื้นที่วิทยาลัยทำโครงการ พอขึ้นปี3 ให้ทุกคนทำโครงการเกษตรเสนอ ผลงานของนักเรียนเคยนำส่งประกวดได้รางวัลระดับภาคมาแล้ว” อาจารย์ที่ดูแลท่านหนึ่งบอก

ในการไปเยือนศูนย์การเรียนบ้านนาโต่หรือนาโต่โมเดลกับ ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการคณะกรรมการอาชีวศึกษา(กอศ.) คราวนี้ได้สัมผัสผลพวงจากการอบรมบ่มนิสัยเยาวชนอดีตนักเรียนอาชีวะรุ่นแรกที่ยึดวิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียงฯตั้งแต่ตอนเรียนจนจบแล้วไปประกอบอาชีพ

วันนี้อดีตนักเรียนดังกล่าวเป็นนักธุรกิจอยู่ในพื้นที่ตัวเอง สร้างฐานะครอบครัวเป็นที่พึ่งของพ่อแม่ชุมชนแล้วก็ยังเกื้อกูลโรงเรียนเกื้อกูลรุ่นน้องๆอย่างสำนึกในพระคุณที่นำการศึกษาไปถึงหมู่บ้าน แล้วก็ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ตอนเรียนชั้นประถมผมใช้เวลาว่างไปรับจ้างเลี้ยงหมูด้วย เพราะบ้านยากจน อยากช่วยพ่อแม่ พอจบม.3 ได้รู้ว่ามีการเปิดสอนอาชีวะด้านเกษตรผมจึงมาสมัครเรียน

จึงมารู้อีกว่าวิทยาลัยเกษตรฯที่มาเปิดเพราะพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเทพฯที่ทรงห่วงเยาวชนในครอบครัวยากจน โดยเฉพาะชาวไทยภูเขา แล้วได้น้อมนำแนวพระราชดำริพอเพียงมาเป็นเครื่องมืออบรมบ่มนิสัยให้พวกเรานักเรียน

ไม่ฟุ้งเฟ้อ ต้องขยัน ต้องอดทน ต้องไม่เรียนเพื่อมุ่งที่จะร่ำรวยด้วยความโลภ แล้วเน้นย้ำไม่ให้มุ่งอบายมุข ต้องกตัญญู ฯลฯ

มาเรียนคือได้ลงมือทำเอง ทำให้ได้ความรู้ความชำนาญ ทำแล้วมีรายได้ มีอาหาร ก็ทำให้แทบไม่ต้องรบกวนเงินทางบ้าน แล้วเรียนก็ไม่ได้เสียค่าเทอม ในช่วงเรียนก็เอาไปเริ่มที่บ้าน ผมตั้งใจว่าเมื่อจบแล้วจะไม่เป็นลูกจ้างใครจะทำเองคำพูดของอดีตศิษย์เก่ารุ่นแรก อาจี เซมื่อ ที่แวะเวียนมาเยี่ยมเยือนโรงเรียนและน้องๆเผื่อว่าจะเกื้อกูลอะไรได้บ้างในฐานะเสี่ยเลี้ยงหมู(คำล้อจากคุณครูและคนที่สนิทสนม)


การปรากฏตัวของอาจีในฐานะศิษย์เก่าที่ยังคงไปมาหาสู่สถานศึกษาที่อบรมบ่มนิสัยความดีงามสร้างความชำนาญให้ความรู้จนมีอาชีพเป็นหลักแหล่งมั่นคงในท้องถิ่นตัวเอง เป็นเครื่องหมายการแสดงออกของความกตัญญูกตเวที

สื่อมวลชนหลายแขนงที่ร่วมไปคราวนี้ สนใจและพูดคุยสัมภาษณ์กันแทบจะทุกสื่อ แม้แต่แม็กกาซีน “ขายดี” ในเครือของคุณปัญญา นิรันดร์กุล รวมทั้งผมด้วยซึ่งจริงๆคราวก่อนที่มาดูเหมือนอาจีจะกำลังเรียนปวช.หรือปวส.ปีสองนี่แหละ วันนี้เป็นเสี่ยไปซะแล้ว

ถึงตรงนี้อาจีบอกสื่อมวลชนว่าก่อนมาเรียนที่ศูนย์การเรียนบ้านนาโต่ไปกูเงินมาเพื่อทำอาชีพเลี้ยงหมูแล้วก็จะเลี้ยงปลา เมื่อได้มาเรียนก็สบโอกาสไม่ต้องไปหาความรู้ความชำนาญที่ไหน ก็ที่วิทยาลัยนี่แหละ เรียนไปด้วยลงทุนเลี้ยงหมูตามฝันไปด้วย ขายให้โรงเรียนแล้วก็ส่งคืนต้นดอก เมื่อเรียนจบก็ยึดอาชีพนี้มาวันนี้แล้วเก็บเงินซื้อที่ได้ 40 ไร่ปลูกชากาแฟ

“ผมไม่เคยลืมที่จะสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่พระราชทานหลักการดำเนินชีวิตพอเพียง สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเทพฯที่พระราชทานศูนย์การเรียนอาชีวศึกษาบ้านนาโต่

สำนึกในพระคุณคุณครูทุกท่านที่บอกให้ผมอดทนในฐานะรุ่นบุกเบิกต้องทำอะไรเองกับคุณครูนอกจากเรียน ผมก็จะไปให้กำลังใจน้องๆเป็นประจำ

แล้วก็ย้ำให้สำนึกในสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่แม้เราจะอยู่ในป่าบนยอดเขาก็ยังทรงแผ่พระเมตตาพระราชทานโอกาสให้ได้เท่าเทียมเยาวชนในเมืองเช่นกัน” อาจีสรุปทิ้งท้าย.

…………………………………………………..

 




ความเห็น



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 35981 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics