วันเฉลิมพระชนมพรรษา : วันแห่งความรักและความผูกพัน

แบ่งปัน

วันเฉลิมพระชนมพรรษา : วันแห่งความรักและความผูกพัน

6

โดย วสิษฐ เดชกุญชร

เมื่อผมเริ่มเข้าไปรับตำแหน่งและปฏิบัติหน้าที่เป็นนายตำรวจราชสำนักประจำ ในปี พ.ศ. 2513 นั้น สถานการณ์บ้านเมืองวิกฤต การคุกคามของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์เป็นไปอย่างรุนแรง และลุกลามออกไปยังหลายจังหวัด ทั้งในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ และบางส่วนของภาคกลาง

แต่เป็นที่เห็นได้ชัดว่าความวิกฤตของสถานการณ์ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแปรพระราชฐานเสด็จ ฯ ไปประทับต่างจังหวัด และเสด็จฯ ทรงเยี่ยมประชาชนในทุกภาค โดยไม่ทรงพระวิตกหรือหวาดหวั่นในอันตรายที่อาจจะเกิดแก่พระยุคลบาท

ตรัสแล้วตรัสอีกว่าประชาชนอยู่ที่ไหน ต้องเสด็จฯที่นั่นและก็ทรงทำเช่นนั้นจริง ๆ

สมัยนั้นการคมนาคมไม่เจริญและสะดวกเหมือนสมัยนี้แม้รัฐบาลจะจัดเครื่องบินและเฮลิคอปเตอร์ถวายเป็นพระราชพาหนะ แต่เมื่อเสด็จฯ ถึงปลายทางแล้ว ก็ยังต้องเสด็จฯ ต่อโดยรถยนต์ไปตามถนนหนทาง ซึ่งบางสายเป็นทางลำลองและทุรกันดารหมู่บ้านหลายหมู่บ้านไม่มีถนนสำหรับรถยนต์ และต้องทรงพระดำเนิน (เดิน) เข้าไปแต่พระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถก็ทรงพระอุตสาหะ ทรงพระดำเนินไปจนถึง

ที่เสด็จฯ ทรงเยี่ยมเขาจนถึงตัวและถึงครัวเช่นนั้น ถ้าเป็นนักการเมืองก็ต้องแปลว่าหาคะแนนเสียงเพื่อการเลือกตั้ง แต่ไม่มีเหตุผลหรือความจำเป็นที่พระเจ้าอยู่หัวจะทรงทำเช่นนั้น เพราะทรงอยู่ในตำแหน่งพระมหากษัตริย์ที่ไม่ต้องอาศัยคะแนนเสียงแต่อย่างใดพระราชประสงค์ ในการเสด็จ ฯ ทรงเยี่ยมมีอย่างเดียว คือเพื่อทรงศึกษาให้เห็นปัญหาหรือทุกข์ของประชาชนด้วย พระองค์เองเพื่อจะได้หาทางช่วยแก้ปัญหาหรือบรรเทาทุกข์ให้เขา

ในตำแหน่งและหน้าที่นายตำรวจราชสำนักประจำ ผมต้องตามเสด็จ ฯ ถวายความปลอดภัยไปทุกแห่งทั่วประเทศในช่วงเวลาประมาณ 12 ปีที่ผมอยู่ในตำแหน่งและหน้าที่นั้น ผมได้ตามเสด็จ ฯ ไปทุกจังหวัดและทุกอำเภอในประเทศไทยบางจังหวัดบางอำเภอมากกว่าหนึ่งครั้ง

เพราะฉะนั้น ผมจึงมีบุญได้เห็นความมานะบากบั่นและความอุทิศพระวรกายของพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถอย่างใกล้ชิดจะเสด็จ ฯ ที่ไหนก็ตาม เจ้าหน้าที่พยายามที่จะถวายความสะดวก จัดที่ประทับและที่เสวยให้ แต่ในหลายกรณีก็ทำได้ยากเพราะภูมิประเทศและสถานการณ์บังคับ

จึงต้องประทับใต้ร่มไม้และเสวยข้าวห่ออยู่เสมอ ๆ และก็เป็นที่เห็นได้ชัดว่า ไม่เป็นปัญหาสำหรับพระเจ้า อยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถดูประหนึ่งว่าทั้งสองพระองค์ทรงผ่านการฝึกภาคสนามอย่าง ทหารหรือตำรวจมาแล้ว

ทั้งสองพระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ในการบริหารพระวรกายและทรงออกพระกำลังอย่างสม่ำเสมอแม้กระนั้นโรคภัยไข้เจ็บก็ไม่ยกเว้นผู้ใดพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระบรมราชินีนาถจึงทรงพระประชวรเป็นครั้งคราวบางครั้งก็เบาบางครั้งก็หนักจะเห็นว่าต้องเสด็จฯ ประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราชมานาเป็นเวลาถึง 3 ปีแล้ว

แต่ผู้ใกล้ชิดพระยุคลบาทยืนยันว่า แม้จะทรงพระประชวรและไม่ทรงสามารถจะเสด็จฯ ทรงเยี่ยมประชาชนได้อย่างแต่ก่อน แต่ทั้งสองพระองค์ก็ยัง ทรงติดตามศึกษาปัญหาและทุกข์ของประชาชนอย่างสม่ำเสมอโดยไม่หยุดยั้งเจ้าหน้าที่ยังต้องกราบบังคมทูลรายงานให้ทรงทราบความคืบหน้าของการดำเนินโครงการตามพระราชดำริ และยังพระราชทานคำแนะนำในการแก้ปัญหาของประชาชนอยู่อย่างต่อเนื่องเป็นปกติ

ความรักความผูกพันอันแน่นแฟ้นและตราตรึงระหว่างพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมราชินีนาถ และประชาชนนั้น จะเห็นได้จากจำนวนคนไทยที่เดินทางจากทุกสารทิศไปยังโรงพยาบาลศิริราชทุกวัน เพื่อทูลเกล้า ฯ ถวายดอกไม้และของเยี่ยม

ในตอนเช้าวันพรุ่งนี้ วันพุธที่ 5 ธันวาคม อันเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่วันพระราชสมภพเวียนมาถึงเป็นครั้งที่ 85 เมื่อเสด็จฯ ออกมหาสมาคม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม โลกจะได้เห็นประจักษ์พยานของความรักความผูกพันอันแน่นแฟ้นและตราตรึงระหว่างพระมหากษัตริย์และ ประชาชนคนไทยอีกครั้งหนึ่ง

ผมขอร่วมกับพี่น้องคนไทยทั้งชาติ

น้อมเกล้า ฯ ถวายชัยมงคล

ขอจงทรงพระเจริญ

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10234 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics