แพทย์แผนไทย มทร. สนองพระราชดำริพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน

แบ่งปัน

แพทย์แผนไทย มทร. ร่วมมูลนิธิชัยพัฒนา

สนองพระราชดำริพัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน

เสกสรร  สิทธาคม

        ทิ้งช่วงไปหลายวันกับการพูดถึงวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี บนพื้นฐานหลักคิดการน้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาเป็นเครื่องมือดำเนินการผลิตบัณฑิต ไปจนกระทั่งการเกื้อกูลสังคมระดับชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

        ฐานหลักการหล่อหลอมคือ ให้ความสำคัญกับทรัพยากรที่มีอยู่ใกล้ตัว ทั้งทรัพยากรธรรมชาติ ป่า น้ำ ดิน ศิลปะ วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของท้องถิ่นที่ถือว่าเป็นต้นทุนอันมีคุณค่ายิ่งต่อสรรพชีวิต

ที่จะเป็นปัจจัยเกื้อกูลนำพาชีวิตของแต่ละคนแต่ละครอบครัว ชุมชนกระทั่งสังคมใหญ่คือชาติบ้านเมืองดำรงอยู่ ดำเนินไปอย่างแข็งแกร่งในทุกมิติ

        นับตั้งแต่เปิดการเรียนการสอนแพทย์แผนไทย มทร.ได้ดำเนินกิจกรรมโดยครูอาจารย์ นักศึกษากระทั่งบัณฑิตที่จบแล้วออกพื้นที่ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปเกื้อกูลพัฒนาทั้งด้านความคิด ด้านการนำทรัพยากรที่มีอยู่ใกล้ตัวอันมีพืชสมุนไพรเป็นต้นมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้นด้วยวิถีแห่งความพอเพียง โดยมีวิทยาการสมัยใหม่เป็นเครื่องมือของภูมิปัญญาไทย

        กิจกรรมที่จะบอกเล่าคราวนี้คือวิทยาการแพทย์แผนไทยมทร.ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนาจัดฝึกอบรมชาวบ้านชาวตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ในการทำและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพร จากข้าวไทยเรานี่แหละเพื่อทำเครื่องใช้ที่จำเป็นต่อทุกคนทุกครัวเรือน เช่น แชมพู ครีมหมักผม ครีมอาบน้ำ  โลชั่นบำรุงผิว เป็นต้น

        ที่อำเภอฝาง จังหวัดใหม่คือที่ตั้งโครงการ “ความร่วมมือระหว่างมูลนิธิชัยพัฒนา-สาธารณรัฐประชาชนจีน “ตามพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี อยู่ตำบลโป่งน้ำร้อน 

จึงต้องบอกเล่าที่มาที่ไปโครงการนี้เป็นเบื้องต้น

        ดร.ไฉน น้อยแสง แห่งวิทยาลัยการแพทย์แผนไทย มทร.ธัญบุรี พร้อมด้วยสื่อมวลชนไปยังพื้นที่โครงการช่วงวันที่ 7-8 พ.ย. ที่ผ่านมา มีคุณอนุตรา วรรณวิโรจน์ มูลนิธิชัยพัฒนาดูแลพื้นที่คอยต้อนรับให้รายละเอียดทั้งที่มาของโครงการและจุดประสงค์ที่ดำเนินการจัดอบรมชาวบ้านในพื้นที่เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากทรัพยากรชีวภาพของชุมชนเพื่อเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ

โดยเน้นวิถีแห่งเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริของสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีและแนวคิดความต้องการรัฐบาลจีนด้วย

        คุณอนุตราบอกว่า รัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน ประสงค์ที่จะสร้างศูนย์ร่วมมือทางวิชาการกับและต่างประเทศ ประเทศไทยเพื่อประโยชน์แก่ประชาชนบนพื้นที่สูงทางภาคเหนือของไทย เพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษาในปี 2550 รัฐบาลจีนจึงได้ทูลเกล้าฯถวายเงิน 8 ล้านหยวนหรือประมาณ 40 ล้านบาทเพื่อใช้ในการสนับสนุนดำเนินโครงการระยะที่ 1 ปี 2552 และทูลเกล้าฯถวายเงิน 10 ล้านหยวน ประมาณ 50 ล้านบาท ใช้ในการสนับสนุนดำเนินโครงการระยะที่ 2 ปี 2555 ในรูปแบบสิ่งของ สิ่งปลูกสร้าง เครื่องจักรกล บุคลากร พันธุ์พืช และปัจจัยการผลิต รวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยี

        ในการนี้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีจึงได้พระราชทานพระราชานุมัติให้สำนักงานมูลนิธิชัยพัฒนาดำเนินโครงการดังกล่าวบนที่ดินราชพัสดุ ตำบลโป่งน้ำร้อน อำเภอฝางแห่งนี้ เนื้อที่ประมาณ 578 ไร่ เดิมเป็นพื้นที่บางส่วนของศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่1 เชียงใหม่(สวพ.1) มีกิจกรรมหลากหลายตั้งแต่วิจัยและพัฒนาการผลิตพืช

เป็นต้นว่าพัฒนาเทคโนโลยีผลิตเห็ดครบวงจร ผลิตและขยายพันธุ์สตรอเบอรี่ ผลิตและอนุรักษ์พันธุกรรมพืชผัก สมุนไพรและเครื่องเทศทั้งของไทย ผลิตพืชและระบบการปลูกเพื่อการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน พัฒนาศักยภาพการผลิตข้าวและพืชหลังทำนา ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้หอม พัฒนาป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ไปจนกระทั่งเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์เพื่อจำหน่ายในช่วงฤดูกาลต่างๆ เป็นต้น”

         คุณอนุตราบอกด้วยว่าที่ผ่านมาจนถึงวันนี้โครงการตามแนวพระราชดำริดังกล่าวได้ร่วมกันทดลองปรับปรุงและพัฒนาผลผลิตทางการเกษตรจนได้ผลเป็นที่น่าพอใจ

เช่น ต้นกล้าสตรอเบอรี่ เห็ดสด เช่น เห็ดนางลมฮังการี เห็ดนางฟ้าภูฐาน เห็ดหัวลิง เห็ดนางลมสีทอง เห็ดหลินจือสายพันธุ์กรมวิชาการ หรือสมุนไพรอย่างเจียวกูหลานสรรพคุณแก้อักเสบ แก้ไข ขับเสมหะ แก้หลอดลมอักเสบ แก้อ่อนเพลีย ว่ากันว่ายังมีสรรพคุณเกี่ยวกับการลดน้ำตาลในเส้นเลือด และเป็นองค์ประกอบของสบู่ ช่วยดูแลผิวที่เป็นแผลได้ เป็นต้น ในขณะที่เป็นอาหารก็ได้ชาวบ้านนำมาจิ้มน้ำพริก รวมทั้งยังมีพืชสมุนไพร ไม้ผลไม้ยืนต้นอีกมากมายที่จัดทำในแบบแปลงทดลองที่ชาวบ้านสามารถไปศึกษาเรียนรู้นำไปพัฒนาในพื้นที่ตัวเอง

        ที่สำคัญคือการหล่อหลอมสำนึกแห่งการเห็นคุณค่าความสำคัญของทรัพยากรธรรมชาติ คือการดูแลป่า ดูแลน้ำ ดูแลดินไปพร้อมๆกับการใช้ประโยชน์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต วันนี้โครงการได้มีบทบาทช่วยเหลือชุมชนรอบๆบริเวณโครงการ การฝึกอบรมพัฒนาอาชีพเสริมโดยวัตถุดิบจากพืชผักสมุนไพรไปผลิตเป็นผลิตภัณฑ์สนองแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอย่างแท้จริง”

        คุณอนุตรากล่าวทิ้งท้ายช่วงนี้ว่า

พื้นที่ตั้งโครงการเป็นพื้นที่ธรรมชาติที่งดงามด้วยภูเขา ด้วยแมกไม้ ลำธาร

อีกด้านหนึ่งคือพื้นที่แหล่งน้ำพุร้อนแหล่งใหญ่ที่งดงาม จึงเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่น่าสัมผัสยิ่งส่วนหนึ่งในอำเภอฝางทีเดียว

………………………………………………….




ความเห็น

  • กบ.ทบ. wrote on 14 ธันวาคม, 2012, 9:56

    ทรงพระเจริญ



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 9609 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics