เหตุการณ์กันยายน เมื่อ 50 ปีมาแล้ว ขณะเสด็จฯ ณ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

แบ่งปัน

เหตุการณ์กันยายน เมื่อ 50 ปีมาแล้ว

ขณะเสด็จฯ ณ เมลเบิร์น ออสเตรเลีย

อธิการบดีมหาวิทยาลัยเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาบัตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น นครเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย เมื่อวันจันทร์ ที่ ๓ กันยายน ๒๕๐๕

 พระราชทานพระราชดำรัสในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาบัตรนิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

คำประกาศสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ในโอกาสที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย

ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น วันจันทร์ ที่ ๓ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๐๕

ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม

        วันนี้ นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่พวกเราทั้งหลายได้มีโอกาสรับเสด็จพระมหากษัตริย์ผู้ยังทรงครองราชย์อยู่ในปัจจุบัน และทรงเป็นประมุข แห่งพระราชวงศ์ที่มิใช่พระราชวงศ์ในเครือจักรภพ

         โอกาสอันดีเช่นนี้ น่าจะเตือนใจพวกเราให้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระประมุข และพระราชวงศ์ผู้ทรงสถาปนา และอุปถัมภ์มหาวิทยาลัยต่างๆ ในหลายประเทศตั้งแต่ครั้งโบราณกาล ให้จดจำรำลึกถึง “นักบุญหลวง” ผู้ทรงสถาปนาโบสถ์ ประจำคิงส์คอลเลจ แห่งมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ในทางภูมิปัญญาอันล้ำลึก และหวนคำนึงถึงมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ในข้อที่ว่า

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระคุณทรงรังสรรค์แต่ครั้งโบราณกาล

ทั้งหอคอยตระหง่าน สุสาน และอนุสาวรีย์ เรียงราย

อีกวิถีหลายสายเพื่อรองบาทบทจรแห่งปราชญ์และบุรุษเกรียงไกร”

        การอุปถัมภ์การศึกษาในประเทศไทยเป็นโบราณราชประเพณีเช่นเดียวกับในประเทศอังกฤษ ในคริสต์ศตวรรษที่ ๑๓ พ่อขุนรามคำแหงมหาราชทรงสถาปนาศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้

       ส่วนในสมัยใหม่ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระบรมอัยกาธิราช ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ตั้งโรงเรียนมากมาย ซึ่งหนึ่งในจำนวนนั้นได้กลายเป็น จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในปัจจุบัน

       สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรมพระบรมราชนก สมเด็จพระราชบิดาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงศึกษา วิชาการแพทย์ ณ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ทรงมีส่วนสำคัญในการก่อตั้งคณะแพทย์แห่งโรงพยาบาลศิริราช อีกทั้งได้ทรงพระกรุณาส่งนักศึกษาแพทย์ไทย ไปศึกษา ยังต่างประเทศด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์

       พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพ ณ เมืองเคมบริดจ์ ซึ่งมิใช่เมืองเคมบริดจ์เก่าแก่ ที่เกี่ยวข้องกับราชสำนัก แต่เป็นเมืองเคมบริดจ์ใหม่ในรัฐแมสซาชูเซตส์แห่งสหรัฐอเมริกา

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงศึกษา ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แม้จะสนพระราชหฤทัยในสาขาวิทยาศาสตร์แต่ได้ทรงเปลี่ยนไปศึกษากฎหมายและรัฐประศาสนศาสตร์

        ในฐานะพระมหากษัตริย์ ทรงอุปถัมภ์สยามสมาคม และองค์กรทางการศึกษาและอาชีพมากมาย ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ก่อตั้งทุนภูมิพลเพื่อพระราชทานแก่นิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และทุนมูลนิธิ อานันทมหิดลเพื่อพระราชทานแก่บัณฑิตไทยที่มีผลการศึกษายอดเยี่ยมเพื่อไปศึกษาต่อต่างประเทศ ในสาขาแพทยศาสตร์

        และเมื่อไม่นานมานี้ได้รวมถึง สาขาวิทยาศาสตร์ และเกษตรศาสตร์ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย และได้เสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทาน ปริญญาบัตร แก่ผู้สำเร็จการศึกษาด้วยพระองค์เอง

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวสนพระราชหฤทัยในด้านการสาธารณสุขไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการศึกษา ทรงรณรงค์เพื่อต่อสู้กับอหิวาตกโรค เพื่อควบคุมโรคเรื้อน และเพื่อบำบัดฟื้นฟูผู้ป่วยโรคโปลิโอ

        ทรงพระกรุณาพระราชทานความช่วยเหลือสนับสนุนกิจการเหล่านี้ ด้วยทรงปฏิบัติพระองค์เป็นแบบอย่าง พระราชทานทุนทรัพย์และสิ่งของตลอดจนหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ และเรือสำหรับสภากาชาดไทยซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงเป็นสภานายิกา

         พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใฝ่พระราชหฤทัยในการนำประโยชน์จากความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ และการแพทย์สมัยใหม่มาใช้ เพื่อประโยชน์สุขของพสกนิกร และก็ยังทรงสนพระราชหฤทัยอย่างลึกซึ้งในศิลปวัฒนธรรมไทยโบราณและ การศาสนาอีกด้วย

         ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภกของทุกศาสนาในประเทศไทย ทรงส่งเสริมศิลปะและดนตรีประจำชาติ (ทั้งนี้มิใช่จะทรงละเว้นความสนพระราชหฤทัยในศิลปะ และดนตรีแขนงอื่นแต่อย่างใด) ทั้งยังทรงพระราชอุตสาหะในการธำรงรักษาความพิศุทธ์ของภาษาไทย

         สุดท้ายนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินมา ณ มหาวิทาลัยเมลเบิร์น บ่ายวันนี้ในฐานะพระประมุขของประเทศที่พวกเราทั้งหลายได้รู้จักพสกนิกรของพระองค์และเรียนรู้ที่จะชื่นชอบในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาไทย ซึ่งเป็นอาคันตุกะของเรา ในรัฐวิกตอเรีย

         ในการประกาศสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เราขอแสดงความชื่นชมนักศึกษาเหล่านั้น และประชาชนชาวไทยทั้งประเทศด้วย

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ (*1)

________________________________________

                และขณะที่เสด็จฯในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ได้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ทุกคนควรรำลึกเป็นตัวอย่างของผู้นำที่มีความเข้มแข็งและทรงเปี่ยมด้วยพระราชธรรม ความไม่โกรธ

กล่าวคือ เมื่อเสด็จพระราชดำเนินไปเยือนต่างประเทศเป็นทางการ ในพิธีทูลเกล้าฯ ถวายปริญญานิติศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ ณ มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

ทรงถูกนักศึกษากลุ่มหนึ่งที่มีความคิดรุนแรง ไม่เข้าใจพระองค์และเมืองไทย บางคนถือป้ายที่มีข้อความกล่าวร้ายต่อพระองค์ท่าน บางกลุ่มส่งเสียงโห่ ลบหลู่พระเกียรติ และเกียรติภูมิของชาติไทยอย่างรุนแรง

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงบรรยายถึงเหตุการณ์ในวันนั้นในพระราชนิพนธ์ ความทรงจำในการตามเสด็จต่างประเทศ ตอนหนึ่งว่า ถึงเวลาที่พระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จไปพระราชทานพระราชดำรัสที่กลางเวที ยังไม่ทันจะอะไร  ก็มีเสียงโห่ดังขึ้นมาจากกลุ่มปัญญาชนข้างนอก

ข้าพเจ้ารู้สึกว่ามือเย็นเฉียบ หัวใจหวิวๆ อย่างไรพิกล รู้สึกสงสารพระเจ้าอยู่หัว จนทำอะไรไม่ถูก ไม่กล้าแม้แต่จะมองขึ้นดูพระพักตร์ท่าน ด้วยความสงสาร และเห็นพระทัย ในที่สุดฝืนใจมองขึ้นไปเพื่อถวายกำลังพระทัย แต่แล้วข้าพเจ้านั่นเองแหละที่เป็นผู้ได้กำลังใจกลับคืนมา เพราะมองดูท่านขณะที่ประทับยืนกลางเวที เห็นพระพักตร์ทรงเฉย

ทันใดนั้นเอง คนที่อยู่ในหอประชุมทั้งหมดปรบมือเสียงสนั่นหวั่นไหวคล้ายจะถวายกำลังพระทัยท่าน พอเสียงปรบมือเงียบลง

คราวนี้ข้าพเจ้ามองขึ้นไปบนเวทีอีก เห็นพระเจ้าอยู่หัวทรงเปิดพระมาลาที่ทรงคู่กับฉลองพระองค์ครุย แล้วหันพระองค์ไปโค้งคำนับกลุ่มที่ส่งเสียงเอะอะอยู่ข้างนอกอย่างงดงาม และน่าดูที่สุด

พระพักตร์ยิ้มนิดๆ พระเนตรมีแววเยาะหน่อยๆ แต่พระสุรเสียงราบเรียบยิ่งนัก

ขอขอบใจท่านทั้งหลายเป็นอันมาก ในการต้อนรับอันอบอุ่น และสุภาพเรียบร้อยที่ท่านแสดงต่อแขกเมืองของท่าน รับสั่งเพียงเท่านั้นเอง (*2)

แล้วหันพระองค์มารับสั่งต่อกับผู้ที่นั่งฟังอยู่ในหอประชุม

“…เป็นประเทศเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับออสเตรเลีย แต่มีประวัติศาสตร์เก่าแก่ยาวนาน มีอารยธรรมสูงส่งมานาน นานมาก…

รับสั่งว่า ต้องขอโทษที่จะบอกว่า

(ถึงจังหวะนี้ ทรงหันไปทางผู้ชุมนุม แล้วน้อมพระเศียรลงเล็กน้อย)

         “..นานจนข้าพเจ้าไม่แน่ใจว่า ขณะนั้น  ประเทศออสเตรเลียอยู่ที่ไหน…

 ผลปรากฏว่า นักศึกษาเงียบกริบทั้งบริเวณงาน และเปลี่ยนเป็นปรบมือสนั่นหวั่นไหว  (*3)

แสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงพระปรีชาสามารถมากในการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้า และทรงเปี่ยมด้วยพระราชธรรม ความไม่โกรธอย่างแท้จริง

        พระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชอัธยาศัยประกอบด้วยพระเมตตา ไม่ปรารถนาก่อเวรภัยให้ผู้ใดผู้หนึ่ง ไม่ทรงพระพิโรธด้วยเหตุที่ไม่ควร

         แม้มีเหตุให้ทรงพระพิโรธ แต่ทรงข่มได้ สงบระงับโดยการใส่ใจพิจารณาจนพบต้นเหตุ

         แม้แต่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ไม่เคยเห็นพระเจ้าอยู่หัวแสดงอาการโกรธผู้ใด

________________________________________

 

คุณธรรมของผู้นำ (ความไม่โกรธ)

ความไม่โกรธ หมายถึง ผู้มีอัธยาศัย ประกอบด้วยเมตตาธรรม

เป็นคนใจเย็น อารมณ์ดี ยิ้มแย้มแจ่มใสอยู่เสมอ เป็นคนหนักแน่น

ไม่เป็นคนเจ้าอารมณ์ ไม่โกรธง่าย ไม่เอาแต่ใจตนเอง

ไม่ปรารถนาก่อเวรภัยกับใครๆ เป็นคนมีเหตุผล

ไม่ขุ่นเคืองใจในเหตุที่ไม่ควรขุ่นเคือง

แม้มีเหตุที่ควรจะขุ่นเคืองใจสามารถระงับใจไว้มิให้ขุ่นเคือง

ผู้นำทุกระดับ หากมีใจเปี่ยมด้วยเมตตา บรรยากาศในการทำงานจะราบรื่น

แม้บางครั้งผู้อยู่ในปกครองกระทำความผิด

จะพิจารณาตามเหตุผลเสียก่อนจึงลงโทษ

ไม่ทำด้วยความโกรธ

ยอมรับว่าคนเราอยู่รวมกัน อาจมีผิดพลาด กระทบใจกันบ้าง

แต่คนที่ควบคุมอารมณ์ได้จะได้รับการยกย่องและยอมรับจากหมู่ชน (*2)

 ________________________________________

ที่มา  : (*1) (คำแปลอย่างไม่เป็นทางการ) หน้าสารานุกรมในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว www.haii.or.th

        : (*2) คุณธรรมของผู้นำ (ความไม่โกรธ) โดย อ.วันเพ็ญ social.thepbodint.ac.th/topmenu.php?c=listknowledge&q_id=230

        : (*3) หนังสือ “โลกนี้คือละคร” โดย ดร.วิษณุ เครืองาม

 




ความเห็น

  • คุณธรรม wrote on 19 กันยายน, 2012, 11:11

    ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ และ มีพระพลานามันสมบูรณ์แข็งแรงด้วยเถิดนะค่ะ

  • วันดี wrote on 2 ตุลาคม, 2012, 11:25

    พระเจ้าอยู่หัวของเราเป็นพระมหา­กษัติย์ที่ ดีและยิ่งใหญ่และรักประชนชาวไทย­ของท่านมาก ผมขอเกิดในใต้พระบาททุกชาติไป

  • ร้อย.สพ.คส.ฯ พัน.สพ.กระสุน 24 wrote on 8 ตุลาคม, 2012, 7:41

    ทรงพระเจริญยิ่ยืนนาน

ผู้เขียน

เขียน 10300 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics