“สงครามแห่งสายน้ำ สงครามแห่งพระมหากษัตริย์”

แบ่งปัน

7

                                                                           โดย Danis D.Gray

    ขณะที่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระประชวร ทรงกำลังสำรวจภาพแห่งความหายนะจากหน้าต่างโรงพยาบาลชั้น ๑๖ ของพระองค์ พระมหากษัตริย์พระชนมายุ ๘๓ พรรษาทรงพบกับบางสิ่งที่ท้าทายพระองค์ อย่างฝังรากลึกมานานแทบตลอดพระชนม์ชีพนั่นคือ “น้ำระดับน้ำได้เพิ่มขึ้นรอบๆ พระองค์ กระแสน้ำไหลท่วมท้นกรุงเทพมหานครและเอ่อล้นตลิ่งของแม่น้ำเจ้าพระยา 
    “แม่น้ำของกษัตริย์” ไหลเชี่ยวผ่านโรงพยาบาลศิริราชที่ซึ่งพระองค์ประทับอยู่ในรถเข็นพระที่นั่งมานานตลอดระยะเวลา ๒ ปี เหตุการณ์น้ำท่วมที่ร้ายแรงที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ คือ สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ทรงเพียรพยายามอย่างอุตสาหะมานะ และอาจมากกว่าผู้หนึ่งผู้ใดที่เคยพยายามป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น
    พระองค์ได้ทรงส่งสัญญาณเตือนภัย แม้ว่าอาจไม่มีใครใส่ใจในทุกครั้งก็ตาม พระองค์ทรงคัดค้านการพัฒนาที่เกินพอดี และทรงเสนอแนวคิดที่จะทุเลาความเสียหายอย่างใหญ่หลวงจากการขึ้นลงของน้ำประจำปี ตลอดจนการเพิ่มขึ้นของน้ำจากพายุมรสุม
    ความทุกข์ของประเทศด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตเกือบ ๔๐๐ คน และอีก ๑๑๐,๐๐๐ คนไม่มีที่อยู่ คือภาพที่แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนถึงการเพิกเฉยต่อคำเตือนของพระองค์ รวมถึงข้อจำกัดในความสามารถของมนุษย์ที่พยายามควบคุมธรรมชาติ ซึ่งในบางครั้งนั้นมีความรุนแรงเกินกำลัง 
    นักวิเคราะห์กล่าวไว้เช่นกันว่า ในการรับมือกับปัญหาที่ซับซ้อนดังกล่าวนั้น ไม่มีคนหนึ่งคนใดเพียงคนเดียวสามารถทดแทนแผนงานที่ผ่านการประสานงานอย่างรัดกุมและดำเนินการโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีหน้าที่ แต่ในบางครั้งนั่นก็คือสิ่งที่นักวิจารณ์มองว่าประเทศไทยกำลังขาดแคลนเช่นกัน
    แม้กระทั่งปัจจุบัน ขณะที่เมืองหลวงของประเทศไทยและบริเวณโดยรอบกำลังต่อสู้กับความเชี่ยวกราก พระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ก็ทรงกำลังเสนอข้อแนะนำถึงวิธีที่ดีที่สุดในการหาเส้นทางระบายน้ำจากที่ราบทางตอนเหนือเพื่อลงสู่ทะเล แต่ไม่เหมือนกับในอดีต 
    พระมหากษัตริย์ผู้ทรงมีพระบารมีภายใต้รัฐธรรมนูญไม่สามารถทรงทำหน้าที่ตรวจสอบ, ชักจูง หรือในบางครั้งไม่อาจทรงตำหนิติเตียนเหล่าข้าราชการที่ทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพได้ ในฐานะผู้ทรงสืบเชื้อสายจากบรรดาพระมหากษัตริย์ทั้งปวงของไทยในอดีต ซึ่งต่างล้วนทรงถือว่า การควบคุมน้ำ คือพระราชกรณียกิจในพระองค์
    เริ่มจากหนึ่งในโครงการพัฒนาตามพระราชดำริโครงการแรก คือ อ่างเก็บน้ำในปี ๑๙๖๓ เพื่อกักเก็บน้ำและป้องกันน้ำทะเลเข้าท่วมพื้นที่ตากอากาศชายทะเลหัวหิน จนกระทั่งปัจจุบัน โครงการพระราชดำริมีจำนวนมากกว่า ๔,๓๐๐ โครงการ และกว่า ๔๐% ของจำนวนโครงการทั้งหมดนั้น ล้วนเกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำ 
    พระราชดำริและข้อเสนอแนะของพระองค์นั้น มีปรากฏอยู่อย่างแจ้งชัด โดยปราศจากข้อสงสัย ตลอดในนโยบายและการจัดการแหล่งน้ำต่างๆ ของประเทศไทยมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๔๐ ปี” 
    เดวิด เบลค ผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากมหาวิทยาลัยอีสต์แองเกลียแห่งอังกฤษ ซึ่งทำการศึกษาเรื่องนี้ในประเทศไทยกล่าว แม้ว่าจะไม่ทรงผ่านการศึกษาในเรื่องนี้อย่างเป็นทางการ แต่พระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระราชสมภพในสหรัฐอเมริกาพระองค์นี้ ได้ทรงแสดงให้เห็นพระอัจฉริยภาพด้านวิศวกรรมและวิทยาศาสตร์ โดยในช่วงคริสต์ศตวรรษ ๑๙๙๐ นั้น พระองค์ได้ทรงใส่พระราชหฤทัยกับเมืองหลวงอันแสนเปราะบางของประเทศไทย “ในลักษณะที่ดูเหมือนประหนึ่งผู้ทำลายบรรยากาศแห่งความสุข กับช่วงเวลาแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจของอาเซียน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนประชาชนเรื่องน้ำท่วม การจราจรที่เลวร้าย และความทุกข์ยากแร้นแค้นต่างๆ นานาที่กำลังจะเกิดขึ้น
    โดมินิค ฟาวเดอร์ บรรณาธิการอาวุโสของหนังสือเกี่ยวกับพระองค์ที่ใกล้วางจำหน่าย ชื่อ “การมองโลกในแง่ร้ายและคำเตือนต่างๆ คือสิ่งที่คนไทยไม่อยากได้ยินฟาวเดอร์กล่าวเพิ่มเติมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเพียรพยายามที่จะแก้ปัญหา ดังเห็นได้จากการที่พระองค์ทรงไม่ยอมรับ “ข้าราชการ (บางกลุ่ม) ที่โต้แย้งและไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นจริงในขณะนี้”
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเรียกยุทธศาสตร์ที่สำคัญอย่างหนึ่งของพระองค์ว่า “แก้มลิง โดยมีที่มาจากลิงทรงเลี้ยงเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ซึ่งมักเก็บกล้วยไว้ข้างแก้มจำนวนมาก จากนั้นจึงทยอยนำออกมากลืนกินในภายหลัง กระแสน้ำประจำปีที่ไหลผ่านจากเหนือลงใต้ ตามเส้นทางที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงเทพมหานครนั้น ถูกหันเหให้ลงสู่ “แก้มลิงหลังจากนั้นจึงถูกผันลงสู่ทะเล หรือถูกส่งเข้าสู่ระบบชลประทานต่อไป มีการสร้างแหล่งกักเก็บน้ำที่เกี่ยวข้อง ซึ่งประกอบไปด้วยทำนบ คลองและประตูระบายน้ำ ตลอดจนพัฒนาระบบระบายน้ำในเมืองหลวง ซึ่งทำให้เกิดผลงานในการบรรเทาปัญหาน้ำท่วม ตลอดช่วงทศวรรษ ๑๙๙๐ จนถึงทศวรรษที่ผ่านมา
    เราต้องถือเอาความกราดเกรี้ยวของสายน้ำไว้เป็นครู ถ้าเราสามารถหาหนทางเก็บน้ำที่ไหลท่วมไว้ในแหล่งกักเก็บน้ำก่อน จากนั้นจึงนำออกมาใช้เมื่อเราต้องการได้ก็จะเป็นประโยชน์ ๒ ชั้น กระแสพระราชดำรัสในปี ค.ศ. ๑๙๙๐
    อย่างไรก็ตาม เบลคกล่าวว่าแผนการณ์ดังกล่าวนั้น มีผลทำให้ชุมชนโดยรอบกรุงเทพมหานคร ต้องเสียสละเพื่อรักษาใจกลางเมืองหลวงไว้ และนั่นคือสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นขณะนี้ ซึ่งรวมถึงกลุ่มข้าราชการที่รู้ดีเกินควรและทำการผันน้ำลงสู่ทุ่งนา แทนที่จะเป็นแหล่งกักเก็บน้ำตามที่วางแผนไว้ นับแต่นั้น แหล่งกักเก็บน้ำหลักถูกย้ายไปสู่ฝั่งตะวันตก พื้นที่ทางตอนเหนือและตะวันออกถูกแทนที่ด้วยนิคมอุตสาหกรรม บ้านจัดสรร สนามกอล์ฟและสนามบินนานาชาติ
    สาเหตุสำคัญของน้ำท่วม คือ ข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเราสร้างบ้านเรือนอยู่บนหนองน้ำ ประเด็นของข้าพเจ้า คือว่า มนุษย์ทำการเปลี่ยนแปลงธรรมชาติมากเกินไปจากสิ่งที่เคยเป็น” 
    กระแสพระราชดำรัสในช่วงแรกเมื่อปี ๑๙๗๑ นั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนถึงการตัดไม้ทำลายป่าอย่างมโหฬารในภาคเหนือว่าจะนำมาสู่การเกิดอุทกภัย การตัดไม้ทำลายป่าจะลดความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน และนั่นได้กลายเป็นสาเหตุสำคัญของอุทกภัยในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลา ๒ ทศวรรษครึ่งที่ผ่านมา ด้วยการเสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกหัวระแหงของประเทศ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่ภาคใต้ ตลอดจนสร้างระบบชลประทานบนเทือกเขาสูง สำหรับชาวเขาในภาคเหนือ พระองค์ทรงให้การสนับสนุนการสร้างเขื่อนขนาดใหญ่ในประเทศไทย ซึ่งแต่ละแห่งมีชื่อตามพระนามของพระบรมวงศานุวงศ์ รวมถึงพระนามของพระองค์เอง แม้ว่าหลังจากนั้นพระองค์จะทรงตระหนักถึงภยันตรายและโปรดการสร้างเขื่อนขนาดเล็ก และทำนบกั้นน้ำแทนก็ตาม
    พระองค์ทรงแก้ปัญหาความแห้งแล้งด้วยการเลี้ยงเมฆให้เกิดฝน ด้วยวิธีโปรยสารเคมีจากเครื่องบิน ซึ่งเป็นวิธีที่ต้องใช้ทั้งความพยายามและโชคช่วยด้วยเช่นกัน 
    “ไม่ใช่ทุกโครงการพระราชดำริล้วนประสบความสำเร็จ มีหลายๆ กรณีที่การคิดค้นหรือหลักการของพระองค์ ถูกนำไปปฏิบัติอย่างไม่เหมาะสมเช่นกันเบลคกล่าว
    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตรัสว่า พระองค์ทรงเป็นเพียงแค่ผู้เสนอ “แนวคิดที่อาจเป็นไปได้ แต่การนำไปใช้นั้น ขึ้นอยู่กับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ถ้าพวกเขาแปลความผิดหรือจัดการในทางที่ผิด แนวคิดเหล่านั้นก็ไม่เป็นผล
    สุเมธ ตันติเวชกุล ผู้ดูแลมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งทำหน้าที่สนองงานตามโครงการพระราชดำริ กล่าวว่า ในบรรดาสิ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทำเพื่อส่วนรวมนั้น

     สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การตั้งพระราชหฤทัยในการพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน พระองค์ได้ทรงใช้พระราชฐานะของพระองค์เพื่อผลักดันเรื่องนี้ให้เดินหน้าเป็นวาระแห่งชาติ สิ่งที่พระองค์ทรงคิดค้นบางอย่างนั้น นำมาซึ่งความประหลาดใจเช่นกัน เพื่อช่วยขจัดน้ำเน่าเสียอย่างรุนแรงในใจกลางกรุงเทพมหานคร

     พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำอย่างง่ายด้วยผักตบชวา ซึ่งเป็นพืชที่มีคุณสมบัติดูดซับสารพิษ หลังจากนั้นจึงทำการสลายพิษในพืชชนิดนี้และนำไปใช้เป็นเชื้อเพลิง รวมถึงใช้ถักทอในงานหัตถกรรม พระองค์ได้ทรงอธิบายถึงเมืองหลวงที่แผ่ขยายอาณาบริเวณออกไปใหญ่โต และเต็มไปด้วยน้ำเน่าเสีย ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยคูคลองมากมายว่า กรุงเทพมหานครเปรียบเสมือนห้องสุขาที่ไม่มีระบบชักโครก
    พระองค์ได้ทรงประดิษฐ์กังหันน้ำต้นทุนต่ำ ซึ่งประกอบด้วยวงล้อใบพายอย่างในเรือกลไฟสมัยก่อน และทรงได้รับสิทธิบัตรนานาชาติ ซึ่งถือเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกและพระองค์เดียว ในบรรดาพระมหากษัตริย์ทั้งหลายทั้งปวงของโลกใบนี้.

     แปลโดย คุณนพนันท์ อรุณวงศ์ ณ อยุธยา
     ขอขอบคุณ เปลว สีเงิน แห่ง นสพ.ไทยโพสต์ (พ.ศ.2553)

………………………………………………..




ความเห็น

  • คนไทยรักเเผ่นดิน wrote on 2 ธันวาคม, 2011, 11:31

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน เรารักในหลวงที่สุด พระองค์จริงใจที่สุด พระองค์ทรงมีเเต่ให้กับให้ ประดุจความรักที่พ่อมีต่อลูก

  • เกรียงไกร wrote on 28 ธันวาคม, 2011, 10:51

    ทรงทำเพื่อประเทศไทยอย่างแท้จริง ขอให้คนไทยรักกัน สามัคคีกัน และทำดีเพื่อถวายในหลวง

  • สองพี่น้อง wrote on 9 มิถุนายน, 2012, 9:42

    ผมจะเดิมตามรอย พระองค์ครับ

  • เป็นหนึ่ง wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 9:32

    ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานค่ะ พระองค์คือพ่อของแผ่นดินที่แท้จ­ริงไม่มีใครรักเราเท่ากับพ่อหลว­งอีกแล้วค่ะ ขอพระองค์ท่านทรงพระเจริญๆๆ. หนูรักพ่อหลวงยิ่งสิ่งอื่นใด ..

  • เด็กบางบอน wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 9:09

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงตระหนักถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจากน้ำเป็นอย่างดี ประกอบกับสายพระเนตรที่ยาวไกล จึงมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำรูปแบ­บต่าง ๆ เพื่อราษฎรของพระองค์

  • รักน้ำ wrote on 20 สิงหาคม, 2012, 11:43

    น้ำพระทัยของท่านประเสริฐสุด ๆ หาที่ใดเปรียบได้ ทรงทำเพื่อลูก ๆ ของพระองค์อยู่ดีกินดี มีความสบายพอตัว

  • เด็กวัด wrote on 20 สิงหาคม, 2012, 13:26

    พระองค์ทรงมีสายพระเนตรที่ยาวไก­ล ทรงเห็นความสำคัญ่ของการป้องกัน­น้ำในฤดูน้ำหลาก ทรงคิดหาวิธีป้องกัน และทรงมีพระดำริให้สร้างเขื่อนเ­พื่อกักเก็บน้ำเป็นการแก้ไขปัญห­าน้ำแล้งในฤดูแล้ง

  • แก้ว wrote on 21 สิงหาคม, 2012, 10:52

    ในหลวงท่านห่วงใยประชาชนของท่าน­มากแค่ไหน คนไทยทั้งหลายย่อมทราบดีไม่ว่าจ­ะรู้จากทีวี หรือจากอินเตอร์เน็ต ท่านเสด็จไปดูน้ำด้วยพระองค์เอง­ในตอนกลางคืนซึ่งไม่มีใครคาดคิด­แน่นอนในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ขอน้อมถวายพระพรให้พระองค์มีพระ­พลานัยแข็งแรง เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของคนไทยตลอด­ไป

  • แดดร้อนๆ wrote on 22 สิงหาคม, 2012, 11:07

    จะขอจงรักภักดีต่อพระองค์ตลอดไปค่ะ จะพยายามทำดีเพื่อพ่อหลวงค่ะขอให้ในพ่อหลวงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยค่ะ

  • ชาวสยาม wrote on 25 กันยายน, 2012, 12:59

    ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราช
    โปรดปกป้องอภิบาล ในหลวง
    ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

  • พนักงานเอกชน ป.ธุรกิจกฎหมาย  wrote on 25 กันยายน, 2012, 14:54

    ด้วยพระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวทางพระราชดำริในพระองค์ เรียบง่าย ปฏิบัติได้ผลเป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
    ข้าพระพุทธเจ้า
    ข้าราชการและลูกจ้างพนักงานเอกชน ป.ธุรกิจกฎหมาย 

  • กบ.ทบ. wrote on 19 พฤศจิกายน, 2012, 10:42

    ทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 10261 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics