เรียนรู้พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าฯในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา(1)

แบ่งปัน

 เรียนรู้พระราชดำรัส

ในสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ

ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา(1)

                                                          ดร.สุทิน ลี้ปิยะชาติ

               ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เดือนนี้เป็นเดือนมหามงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ผมขออัญเชิญพระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระราชทานแก่คณะบุคคลที่เข้าเฝ้าฯ ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 

                พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานแก่คณะบุคคล ที่มาเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิตเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2545 

               โดยทรงขอบพระทัยผู้ที่มีส่วนร่วมสนับสนุนพระราชกรณียกิจและโครงการที่ทำนุบำรุง สมาชิกศิลปาชีพ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ เพื่อสร้างความอยู่ดีกินดีของปวงชนชาวไทยในภูมิภาคต่างๆ ความตอนหนึ่งว่า

                “…ข้าพเจ้าขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรี และก็ขอบพระคุณที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลตลอดมาในด้านการทนุบำรุง สมาชิกศิลปาชีพ มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพถ้าไม่ได้รับการช่วยเหลืออย่างมากจากรัฐบาล มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพก็คงจะไม่สามารถดำเนินการช่วยเหลือประชาชนมากเท่าที่ควรจะเป็น ที่เป็นมาทุกๆปี เมื่อข้าพเจ้าไปภาคอีสาน โดยเสด็จฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว…

                …ก็ไปสนับสนุนชาวบ้านให้ทำการทอผ้า และปลูกหม่อนเลี้ยงไหม…ซึ่งข้าพเจ้าก็ได้จัดให้มีวัน เรียกว่า วันไหม ที่จังหวัดสกลนคร และได้เชิญชาวต่างประเทศ คณะทูต แล้วก็เพื่อนๆ ข้าพเจ้าตามประเทศต่างๆ ให้มาในงานวันไหมนี้ ชาวบ้านก็จะส่งไหมต่างๆ ที่เขาทอไว้แล้วมาแสดง…

               …ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของชาวต่างประเทศมาก แล้วก็จะขอมาประจำทุกปี แล้วซื้อผ้าไหมไทย…

               อันนี้เป็นสิ่งที่ข้าพเจ้าหวังและฝันเอาไว้ที่ว่าวันหนึ่งจะทำสำเร็จ โดยที่ปล่อยเดี่ยวชาวบ้าน ได้ให้เปิดตลาดตามจังหวัดต่างๆ ตามภาคพื้นต่างๆ ของประเทศไทยอย่างภาคใต้นี่ก็เก่งมากในการปัก ปักสวยเหลือเกิน แล้วก็การสานย่านลิเภา ซึ่งก็เป็นที่สนใจของชาวต่างประเทศ… 

                …แล้วก็ที่ข้าพเจ้าขอบคุณรัฐบาลมากในการช่วยเหลือมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพเพราะเมื่อข้าพเจ้าตามเสด็จไปทางภาคอีสานประชาชนทราบก็จะมากันเต็ม เอาผ้าที่เขาทอมาขายแก่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ซึ่งเราก็จะตรวจดูแล้วทุกผืน

               …เพื่อที่จะได้ตลาดกว้างขวางขึ้นเขาก็ทำตามนั้น…อันนี้ข้าพเจ้าก็คิดว่า ทั้งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้า และรัฐบาลก็เช่นกัน คงจะต้องมีความหนักใจมาก ในการที่เรียกว่า คนหนุ่ม คนสาว จบการเล่าเรียนแล้วหางานทำไม่ได้

                  …อันนี้เป็นที่เชื่อใจว่าคนไทยเป็นทรัพยากรของแผ่นดินจริงๆ ที่รัฐบาลและท่านทั้งหลายช่วยสนับสนุนนี่ จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติเป็นอย่างมาก

               …ข้าพเจ้ายังต้องขอบคุณท่านทั้งหลายที่สนับสนุนงานของข้าพเจ้า และช่วยกันใช้สินค้าไทยและขอบคุณคนตาบอดที่ไปช่วยบริจาคโลหิต ในวันเกิดของข้าพเจ้าที่อายุ 70 นี่ แล้วซาบซึ้งมากขอบพระคุณสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทยที่ดำเนินโครงการ เรียกว่า โรงทาน อันนี้ข้าพเจ้าซาบซึ้งมาก…

                …เมื่อข้าพเจ้าไปเยือนเมืองจีน ทางจีนเขาทราบว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับข้าพเจ้าพยายามยกระดับความเป็นอยู่ของราษฎรให้เขาอยู่ดีกินดีขึ้น เขาก็เต็มใจในฐานะที่เป็นมิตรประเทศที่จะช่วยเหลือ

               …และข้าพเจ้าก็ตั้งอีกอย่างหนึ่งขึ้นมา โดยใช้เงินของศิลปาชีพซื้อที่ดินมาก แต่ละแห่งตั้งโครงการฟาร์มตัวอย่าง เพราะทราบดีจากทางเพื่อนที่คุ้นเคยอยู่สหประชาชาติว่าต่อไปโลกเรา อาหารอาจจะขาดแคลนก็เป็นได้ก็เลยคิดว่าถ้าแต่ละประเทศสามารถผลิตอาหารมากขึ้น ก็จะช่วยมากในอนาคตที่จะไม่ให้เกิดมีความอดอยากเกิดขึ้น ข้าพเจ้าก็เลยมีฟาร์มตัวอย่าง และอีกอย่างราษฎรที่มาหาและพูดว่าไม่มีงานจะทำ เรียนจบก็ไม่มีงานจะทำ ก็ได้มาอาศัยบรรจุเป็นคนงานของฟาร์มตัวอย่าง ในเวลาเดียวกันเขาก็ได้ดูว่าการเลี้ยงสัตว์ต่างๆ วิธีไหนบ้าง การเลี้ยงสัตว์ที่ถูกต้อง และเมื่อเขาออกไปแล้วเขาก็สามารถที่จะเลี้ยงสัตว์ของเขาได้โดยถูกต้อง โครงการฟาร์มตัวอย่าง ก็ได้รับความช่วยเหลือจากองค์การของรัฐบาลมากมายทางปศุสัตว์ ได้รับความช่วยเหลือมากมาย

             …หวังให้เป็นแหล่งผลิตอาหาร เป็นคลังอาหารที่จะหล่อเลี้ยงคนไทย จะไม่เป็นที่น่าหวาดเกรงว่าต่อไปอาหารจะแพงมาก

             …และอีกอย่างคนงาน ประชาชนก็ดีใจได้มารับจ้างทำงานเป็นจำนวนมาก แต่ละฟาร์มตัวอย่าง และก็เราก็จ่ายค่าแรงให้เขาดีเชียว เพื่อเขาได้ไปเลี้ยงครอบครัว

               …ถึงแม้โครงการส่งเสริมศิลปาชีพจะขาดทุน แต่แผ่นดินจะมีกำไร แผ่นดินไทย เพราะการที่แผ่นดินมีคนที่มีงานทำ มีประชาชนที่มีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดี ก็เป็นของที่พวกเราต้องการกัน

               …ขอขอบพระคุณท่านทั้งหลายอีกครั้งหนึ่งที่ให้กำลังใจและช่วยเหลือตลอดมา ขอบคุณมาก…”

             พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานแก่คณะบุคคล ที่มาเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2546  ทรงกล่าวถึงพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการจัดทำฟาร์มตัวอย่าง เพื่อให้พสกนิกรมีงานและรายได้ในการเลี้ยงตัวเอง รวมทั้งทรงกล่าวถึงพระราชกรณียกิจในด้าน การอนุรักษ์ป่าและสัตว์น้ำในทะเล เพื่อรักษาความสมดุลของธรรมชาติ ความตอนหนึ่งว่า

             “…ข้าพเจ้าคิดว่าเป็นการให้กำลังใจอย่างมาก แก่ผู้ที่พยายามอย่างยิ่ง ที่จะทำหน้าที่ตอบแทนสนองคุณแผ่นดิน บ้านเกิด เมืองนอน สนองพระมหากรุณาธิคุณ แห่งพระบรมราชวงศ์ แล้วก็สนองพระคุณแห่งพระบวรพุทธศาสนา ที่ได้ปกป้องผืนแผ่นดินนี้มาตลอดให้คนไทย เป็นคนที่เข้าใจและอ่อนโยน มีเมตตากรุณาต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย

                ... เมื่อตุลาคมปีที่แล้ว ข้าพเจ้าก็ได้มีโอกาสได้รับเชิญไปที่สหรัฐอเมริกา และประเทศฝรั่งเศส เพื่อไปรับรางวัลที่สหรัฐอเมริกาด้านมนุษยธรรม…ซึ่งข้าพเจ้าภาคภูมิใจมากที่สุด และก่อนจะไป บังเอิญเรือใบทองคำ ที่เป็นฝีมือของชาวศิลปาชีพสำเร็จมา…

             ข้าพเจ้าก็อดไม่ได้ในความปลื้มปีตินี้เพราะว่าเป็นฝีมือของเด็กๆ ที่ยากจน 73 คนสมาชิกของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพสร้างขึ้น…เด็กชาวบ้าน 73 คน ต้องเรียกว่าเขาเป็นศิลปินของชาติไทย แปลว่าช่างทองคำหลวง

             …เป็นลูกชาวนาชาวไร่จริงๆ สิ่งนี้เป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าภาคภูมิใจ ที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย ได้เกิดมาในพระบวรพุทธศาสนาและได้เกิดมาอยู่ในตำแหน่งที่จะรับใช้ชาติบ้านเมือง รับใช้ประชาชนคนไทยทั้งหลายอย่างน้อยให้เขาได้รับความสุขโดยทั่วไป

                …ข้าพเจ้าเองได้ไปเห็นชาวบ้านต่างๆ แล้ว ก็เห็นว่าเขาทำงานหนักมาก แต่ก็ไม่เคยทราบเลยว่า คนไทยสามารถเป็นศิลปินแห่งชาติได้จนกระทั่งศิลปาชีพเจริญขึ้นมาได้ทุกวันนี้ก็เพราะลูกหลานของชาวไร่ ชาวนา

             …ซึ่งข้าพเจ้าก็คิดว่า อันนี้เป็นความสำเร็จอย่างใหญ่หลวงของมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ที่ได้เห็นได้เฟ้นเอาเพชรต่างๆ ของไทยออกมา ขัดเกลา แล้วทำให้เขาได้มีโอกาส มีวาสนา ได้แสดงฝีมือความเก่งของเขาขึ้น จริงๆ แล้ว ประเทศไทยของเรานี้ เพียบพร้อมไปด้วยคนที่มีความสามารถในแผนกต่างๆ ขอให้ได้โอกาสเท่านั้นเอง เมื่อได้โอกาสแล้ว เขาก็สามารถที่จะแสดงออกมาเต็มที่ ว่าเขาเป็นคนไทยที่มีความสามารถ 

             …ข้าพเจ้าก็รู้สึกว่า เข้าใจว่าคนเรานี่เกิดมากขึ้น ปลาก็ถูกกินมากขึ้นทุกทีๆ แล้วบางครั้ง การที่น้ำเสียหรือทิ้งของต่างๆ สกปรกลงไปในแม่น้ำลำคลองมากๆ หรือทะเลมากๆปลาก็สูญพันธุ์ไปไม่ใช่น้อย…ข้าพเจ้าเองก็ไม่รู้เรื่อง ทิ้งปะการังเทียมลงไปในน้ำ ก็จะทำให้มีปลามากขึ้น ก็ช่วยกันทุกๆ แผนกก็ช่วยกัน ทางการรถไฟ ทางรถไฟก็ช่วย ทางทหารเรือก็ช่วย ทิ้งของลงไปอย่างเรือเก่าๆ และอะไรอีกนะ มีผู้ช่วยอยู่ข้างหลัง มีรถไฟคันเก่าๆ เค้าก็เอามาถวาย ก็ทิ้งลงไปในน้ำ แหมได้ผล ไม่เคยคิดเลย จะได้ผลอย่างนั้น ไม่ถึงปี ปลาต่างๆ ก็เริ่มเข้ามา แทนจะหนีไปในทะเลลึกหมด ก็เริ่มเข้ามาที่เราทิ้งปะการังเทียมต่างๆ ทำที่จังหวัดปัตตานี นราธิวาสปัตตานี ทำมาก แล้วก็เฝ้าดูผลกัน ปรากฏว่าผลได้ดีมาก

            …ชาวบ้านก็เป็นอันว่าสบายใจ ได้จับปลาได้พอมีพอกิน เค้าก็มาขอบใจข้าพเจ้า…ข้าพเจ้าเองก็อยากจะแข็งแรงมากๆ

            …ก็อธิษฐานว่า ขอให้แข็งแรงต่อไป เพื่อที่จะได้ออกไปช่วยราษฎร อย่างที่ทำอย่างนี้ เพราะเขาก็ยังยากจนอยู่ อยากจะให้แข็งแรง แล้วได้ออกไปช่วยอย่างสม่ำเสมอ…อย่างเวลาที่ไปทางภาคเหนือ ก็พวกที่มาขอความช่วยเหลือก็คือชาวเขาเผ่าต่างๆ บอกว่าไม่อยากปลูกฝิ่น…แต่เขาเกิดมา พ่อแม่เขาก็ปลูกแต่ฝิ่น

             …ข้าพเจ้าก็เลยไปปรึกษา ก็ไปซื้อที่ต่างๆ ทำโครงการฟาร์มตัวอย่าง 8 แห่ง ทั่วประเทศไทย อย่างบนเขาซื้อฟาร์มตัวอย่าง ให้เลี้ยงอะไรสารพัดต่างๆ แล้วก็จ้างชาวเขาทุกเผ่า จ้างชาวบ้าน มาทำงานในโครงการฟาร์มตัวอย่างขึ้น เพื่อสอนชาวบ้าน เพื่อให้สะสมอาหารเพิ่มขึ้น จะได้ไม่มีปัญหาในเรื่องอาหารการกินและทำโครงการฟาร์มตัวอย่าง

              …อย่างที่สองก็คือ ต้องการให้ทุกๆคน ที่ข้าพเจ้าพบปะ ได้มีอาชีพ ได้มีทางทำมาหากิน…ให้เขาเป็นลูกจ้างในฟาร์มตัวอย่างในเวลาเดียวกัน เขาก็เห็นวิธีเลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เลี้ยงแกะ…ชาวบ้านก็ได้เห็น แล้วก็ได้เงินทุกวัน เพราะได้ค่าจ้างทุกวัน ข้าพเจ้าบอกว่าต้องการคนงานมากๆ เพื่อให้ชาวเขาเหล่านี้ได้มีงานทำ ได้เลิกปลูกฝิ่นเด็ดขาด พอทำงานในฟาร์มตัวอย่าง

             …พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สอนข้าพเจ้าเสมอว่า ป่าชายเลนให้ช่วยกันระวังรักษา เพราะว่าป่าชายเลน เหมือนสถานอนุบาลของสัตว์น้ำเล็กๆ ตอนที่เขายังเล็กๆ เขายังไม่สามารถเลี้ยงตัวได้ การที่มีป่าชายเลน ก็ทำให้เขาเลี้ยงตัวได้ และรอดชีวิตเป็นปลาใหญ่ขึ้นมา เป็นกุ้งใหญ่ ปูใหญ่เจริญเติบโต เป็นอาหารของมนุษย์ต่อไป

                 …การที่ทางการเขาสงวนป่าเอาไว้ ก็เพื่อความสมดุลของธรรมชาติ เพราะว่าทุกครั้งที่มีพายุมีฝนอะไรมา ต้นไม้ต่างๆ จะดูดน้ำเข้าไว้ที่ลำต้น และใต้ดิน และจะกลายเป็นน้ำบาดาลเป็นประโยชน์แก่พวกเราเอง…ก็ขอขอบพระคุณทุกท่านมาก กุศลกรรมต่างๆ ที่ข้าพเจ้าทำ ก็ขอให้ทุกท่านประสบความสุขกาย สุขใจ มีอายุมั่นขวัญยืน ทุกประการ

              พระราชดำรัสในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระราชทานแก่คณะบุคคล ที่มาเข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคล ในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดาพระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2547  ทรงกล่าวถึงคุณค่าของความเมตตาที่ประชาชนมีให้กันเสมอมา ความตอนหนึ่งว่า

              ”…ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้แทนของประชาชนชาวไทยกล่าวอวยชัยให้พรแก่ข้าพเจ้า เป็นพรที่เพราะและเป็นที่ซาบซึ้งสำหรับข้าพเจ้ามาก…และเป็นกำลังใจอย่างยิ่ง…ขอขอบคุณผู้ที่เดินทางมาร่วมชุมนุมอยู่ ณ ที่นี้…ซึ่งพร้อมใจกันมาให้พรข้าพเจ้าอย่างเนืองแน่นในวันนี้…และที่จะลืมขอบคุณเสียไม่ได้เลยก็คือรัฐบาลและประชาชนทุกคนที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการกุศล และเป็นเกียรติแก่ข้าพเจ้า…แต่ละกลุ่ม องค์กร ช่วยคิดหากิจกรรมที่เป็นสาธารณกุศล…อย่างน่าสรรเสริญ

             …สิ่งที่ประชาชนทั้งหลายพร้อมใจกันปฏิบัติเนื่องในโอกาสที่ข้าพเจ้ามีอายุครบ 6 รอบนี้ ล้วนแต่เป็นความดีงาม และเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง และสังคมไทย สะท้อนถึงความมีน้ำใจของคนไทย การรู้จักการให้ความเสียสละ ความสามัคคีของชนชาติไทยซึ่งเป็นคุณธรรมอันสำคัญ ที่จะช่วยให้บ้านเมืองของเราอยู่รอด และคนในชาติมีความสุขข้าพเจ้าได้เป็นพระราชินีตั้งแต่อายุ 17 ปีเศษ

              …วันเวลาผ่านไปถึง 54 ปี ที่ข้าพเจ้าได้ถวายรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และได้ออกไปช่วยประชาชน แต่ข้าพเจ้าไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่าย ข้าพเจ้ามีความสุขทุกครั้งที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชน เพราะข้าพเจ้ารู้สึกว่าคนไทยเรานี่น่ารัก เมื่อข้าพเจ้าเห็นคนที่อายุน้อยกว่ามารอพบ ข้าพเจ้าก็เกิดความเอ็นดู ส่วนผู้ที่อายุมากกว่าก็ให้ความเมตตาแก่ข้าพเจ้า

             …ดังนั้น เราจึงอยู่ด้วยกันด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันเสมอมา และพยายามจะถ่ายทอดน้ำใจไปสู่กันและกัน…แรกทีเดียวที่จะตั้งต้นศิลปาชีพเมื่อปลายปี พ.ศ.2513 เกิดน้ำท่วมใหญ่ที่จังหวัดนครพนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้าได้ไปเยี่ยมราษฎร และพระราชทานสิ่งของช่วยเหลือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่า ไม่ทรงอิ่มพระทัยเลย รับสั่งว่าประชาชนเขายากจน แล้วยังมาประสบภัยพิบัติอีก ทรงรู้สึกว่าต้องช่วยให้เขามีโอกาสในชีวิต ช่วยให้เขามีทางทำมาหากิน ต้องพยายามหาต้นตอความทุกข์ยากของเขา

              …พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงถือเป็นพระราชกิจสำคัญยิ่งที่สุดที่จะเสด็จฯ ออกไปเยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นห่างไกล และกันดาร และทรงปลาบปลื้มพระทัยว่า ได้สามารถทรงช่วยรัฐบาลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการที่เสด็จฯ ออกไปพบปะราษฎรได้ทราบทุกข์สุขของเขา

                …ต่อมาจึงได้ทรงสร้างพระตำหนักตามภาคต่างๆที่จะประทับแรม แล้วออกไปดูแลทุกข์สุขราษฎรได้สะดวกขึ้น…ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเปิดงานศิลป์แผ่นดินครั้งล่าสุด ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เห็นแล้วบังเกิดความสุข ความปีติโสมนัสอย่างยิ่งว่า นี่คือคนที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้าเอาใจใส่และเอามาจากครอบครัวชาวนาที่ยากจนบัดนี้กลายมาเป็นครอบครัวชาวนา ที่มีความสามารถสูงสุดในทางด้านศิลปะ และที่มาตอบแทนพระคุณแผ่นดินได้…ท่านทั้งหลายคงเห็นกับตาแล้วว่า งานฝีมือชั้นเลิศทั้งหลาย เป็นฝีมือของลูกหลานชาวนาทั้งนั้นวันนั้นเป็นวันที่ข้าพเจ้าปลื้มปีติเหลือเกิน…ฝีมือของศิลปาชีพครั้งหลัง ที่ข้าพ เจ้าได้ชมนี้ เป็นหนึ่งในโลกจริงๆ ที่ข้าพเจ้าได้ดูตลอดมาในโลก สมควรที่คนไทยจะภาคภูมิใจ…

            …ท้ายที่สุดนี้ ข้าพเจ้าขอขอบคุณทุกท่านที่บำเพ็ญประโยชน์ และความดีนานาประการ เพื่อเป็นการกุศลของข้าพเจ้า…ข้าพเจ้าเองก็บังเกิดความสุขใจและมีกำลังใจที่จะรักษาสุขภาพให้แข็งแรงเพื่อทำงานให้แก่ประเทศชาติและประชาชนต่อไป..ขอให้มีความสามัคคี ร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อช่วยให้ประเทศของเรามีความรุ่งเรือง ไพบูลย์ ยิ่งๆขึ้นตลอดไป ขอบพระคุณมาก…

            ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เพื่อความเป็นสิริมงคลของทุกท่านในเดือนอันเป็นมหามงคลวันเฉลิมพระชนมพรรษา และด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ ผมขอเชิญชวนทุกท่านได้ศึกษาพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถพระราชทานแก่คณะบุคคลในวโรกาสต่างๆ ต่อไปครับ

ขอขอบคุณสยามรัฐ

 




ความเห็น

  • กบร.ศสพ. wrote on 26 สิงหาคม, 2010, 8:20

    ไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคนทั้งชาติ

  • นางวีภา ศรีสุวรรณ wrote on 26 มิถุนายน, 2012, 9:58

    พระราชินีทรงเป็น “แม่ของแผ่นดิน”
    ข้าพระพุทธเจ้าขอเกิดเป็นธุลีดินใต้เบื้องพระยุคลบาททุกชาติสมัย
    ด้วยสำนึกในพระมหากรุณา .. . พระเมตตา . .. และน้ำพระทัย
    ขอถวายพรชัย .. . ให้พระองค์ . . ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • สมมาตร wrote on 28 มิถุนายน, 2012, 11:18

    พระราชดำรัสของทุกพระองค์ มีคุณค่าเสมอ

  • พระทัย wrote on 12 กรกฎาคม, 2012, 9:28

    ไทยเป็นไทยมาได้ทุกวันนี้ก็เพรา­ะกษัตริย์ทุกพระองค์ตั้งแต่ครั้­งอดีตกาลนานมา และวีรชนคนกล้าที่สละเลือดเนื้อ เพื่อให้ไทยยังคงเป็นไทยสืบต่อไ­ป จนถึงปัจจุบันก็มีพ่อหลวงและแม่­หลวงคู่บุญบารมีปกครองประเทศชาต­ิด้วยทศพิราชธรรม ทั้งเป็นนักคิด นักพัฒณา พระองค์ทั้งสองพระองค์ทรงตรากตร­ำทรงงานหนักเพื่อประชาชนของพระอ­งค์ อยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้ร่มเงาของพระองค์ทั้งสอง ขอคุณพระศรีรัตนไตรและสิ่งศักดิ­์สิทธิ์ทั้งหลาย เทวดาฟ้าดิน ทรงปกป้องคุ้มครองพ่อหลวงและแม่­หลวงและพระบรมวงศ์ให้มีพระชนยาว­นานตลอดไป

  • สาวงาม wrote on 1 สิงหาคม, 2012, 9:54

    ในวาระ ศุภฤกษ์ เวียนบรรจบ
    ผ่านพิภพ แผ่นดิน ถิ่นสยาม
    รอยยิ้มที่ ร้อยหัวใจ ไทยทั่วคาม
    ร่วมประสาน เทิดไท้ ชัยมงคล

    ทวีชัย ไทยทั้งหล้า ร่วมน้อมนำ
    ธ สถิต เทิดล้ำ ไทยทุกหน
    พระนางเจ้า สิริกิติ์ ภูวดล
    แผ่นดินไทย สุขล้น ด้วยพระบารมี

    ขอพระองค์ มีพระชนม์ ยิ่งยืนนาน
    พระพลานามัย พ้นผ่าน สุขสดใส
    ด้วยเดชะ บารมี ของเทิดไท้
    บันดาลให้ ทุกข์ของไทย พ้นภัยพาล

  • ดำรง wrote on 1 สิงหาคม, 2012, 12:02

    น้ำพระทัยของท่านประเสริฐสุด ๆ หาที่ใดเปรียบได้ ทรงทำเพื่อลูก ๆ ของพระองค์อยู่ดีกินดี มีความสบายพอตัว

  • น้องชลี wrote on 1 สิงหาคม, 2012, 14:43

    ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานค่ะ พระองค์คือแม่ของแผ่นดินที่แท้จ­ริงไม่มีใครรักเราเท่ากับแม่หลว­งอีกแล้วค่ะ ขอพระองค์ท่านทรงพระเจริญๆๆ. หนูรักแม่หลวงยิ่งสิ่งอื่นใด ..

  • เดือนงาย wrote on 7 สิงหาคม, 2012, 13:53

    พระราชประวัติ พระราชินี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ชม ภาพพระราชินี รูปพระราชินี อ่าน กลอนพระราชินี ติดตาม พระบรมราโชวาท พระราชดำรัส โครงการพระราชดำริ และ พระราชกรณียกิจ ของ พระราชินี
    ขอเชิญชวนพสกนิกรชาวไทย ร่วมลงนามถวายพระพร พระราชินี เพื่อแสดงความจงรักภักดี และร่วมเฉลิมพระเกียรติ
    เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ
    ได้เวียนมาบรรจบ ครบรอบอีกวาระหนึ่ง ในวันที่ 12 สิงหาคมนี้ พร้อมอ่านพระราชประวัติ
    พระราชกรณียกิจ และพระบรมฉายาลักษณ์ี พระแม่แก้วของแผ่นดิน ได้ที่นี่ค่ะ

  • สายชน wrote on 10 สิงหาคม, 2012, 14:19

    พระองค์ ทรงเป็น พระผู้ทรงพระอัฉริยะ ในทุกด้าน พระองค์ ทรงเป็น พระผู้ทรงเปี่ยมล้นด้วยเมตตา พระองค์ ทรงเป็น พระผู้ที่ปวงข้าพระพุธเจ้าตราตรึงไว้ในใจ ตลอดไป

  • ข้าราชการ wrote on 17 สิงหาคม, 2012, 13:24

    ในวโรกาส วันเฉลิมฉลองพระชนมพรรษา 12สิงหาคม ครบรอบ 80พรรษา ข้าพระพุทธเจ้าขอให้พระบรมชินีนาถทรงหายจากอาการประชวน และขอให้พระบรมราชินีนาถมีความสุข

  • ช.พัน.202 wrote on 22 สิงหาคม, 2012, 12:24

    สิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยเอาไว้ด้วยกันนั่นก็คือ ๓ สถาบันหลัก ได้แก่ สถาบันชาติ สถาบันศาสนา และสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งบ่งบอกถึงความเป็นชาติไทยที่ไม่ยอมให้ใครมาทำลาย

  • กบ.ทบ. wrote on 19 พฤศจิกายน, 2012, 14:35

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 9596 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics