เรียนรู้พระราชปณิธานใน“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ”เพื่อมุ่งสู่การตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน

แบ่งปัน

เรียนรู้พระราชปณิธาน

ใน“สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ”

เพื่อมุ่งสู่การตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน

                                                                           ดร.สุทิน ลี้ปิยะชาติ 

        ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ เดือนนี้เป็นเดือนมหามงคล ด้วยเป็นเดือนแห่งวันประสูติในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระแม่เจ้าของปวงชนชาวไทยและพระคู่บารมีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

ดังนั้น เพื่อความเป็นสิริมงคลของทุกท่าน ผมขอเชิญพระราชดำรัสที่สะท้อนพระราชปณิธานและพระเมตตาในการปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อพสกนิกรชาวไทย ให้ทุกท่านได้น้อมนำเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อผลแห่งความพัฒนาและความเจริญให้บังเกิดแก่ท่านผู้อ่านทุกท่าน ดังนี้ครับ

        ขอเริ่มต้นจากพระราชปณิธานเพื่อราษฎรและแผ่นดินไทย ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะบุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ๒๕๒๒ ความตอนหนึ่งว่า

        “…ความจริงที่ข้าพเจ้ามีกำลังใจและกำลังกายที่จะปฏิบัติหน้าที่รับใช้บ้านเมือง ก็เนื่องด้วยเหตุนึกถึงคำของพ่อที่สอนมาตั้งแต่เล็กๆ และก็เมื่อแต่งงาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงสอนตลอดมาว่า แผ่นดินนี้มีคุณ มีบุญคุณแก่ชีวิตของพวกเรามากมายนัก เพราะฉะนั้นชีวิตที่เกิดมานี้อย่าได้ว่างเปล่า จงตอบแทนให้รู้สึกตัวเสมอว่าเป็นหนี้บุญคุณ…

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและข้าพเจ้ารู้สึกว่า ทำงานเท่าไรก็ยังไม่คุ้ม ยังไม่สมกับที่บรรพบุรุษของเผ่าไทยทั้งหลาย ผู้มีพระคุณ ผู้ที่ได้ปกป้องยึดผืนแผ่นดินนี้ได้มาตลอด แล้วดูตามประวัติศาสตร์แล้ว ท่านทั้งหลายก็แน่วแน่ในปณิธานที่จะทำนุบำรุงผืนแผ่นดินนี้ไว้ให้เป็นแผ่นดินที่ร่มเย็น เป็นแผ่นดินที่ทุกคนมีอิสระ เสรีที่จะมีความเชื่อถือในศาสนาใดก็ได้ มีความสงบสุขอยู่ในศาสนาของตน โดยที่ไม่มีการข่มเหงรังแกบีบคั้น

อันนี้เป็นลักษณะประเสริฐของบรรพบุรุษไทยทั้งหลาย ซึ่งข้าพเจ้าอยากขอให้ทุกท่านนำคำพูดของข้าพเจ้าไปคิดดูให้ดี แล้วก็จะเห็นว่าข้าพเจ้านั้นไม่ได้วิเศษอะไรเลย เพียงแต่ว่าเมื่อนึกถึงพระคุณอย่างนี้แล้ว ก็ต้องยิ่งพยายามที่จะทำให้สุดความสามารถ…”

       สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงงานอยู่เคียงข้างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสมอ และทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ โดยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมทุกข์สุขของราษฎรในภูมิภาคต่างๆ ทำให้ทรงรับทราบถึงปัญหาต่างๆ ของราษฎร และเป็นที่มาของโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มีคุณค่าและเป็นประโยชน์แก่พสกนิกร สังคม และประเทศอย่างมากมาย ซึ่งล้วนอยู่บนพื้นฐานของความห่วงใยในราษฎรและแผ่นดินไทย

       ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่คณะกรรมการอาสาสมัครและอาสาสมัครสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน เมื่อวันที่ ๒ มีนาคม ๒๕๑๐ ความตอนหนึ่งว่า

       “…เรามีความสุขแต่ลำพังโดยไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของคนอีกหลายคนที่แวดล้อมเราอยู่นั้นไม่ได้  ผู้มีเมตตาจิตหวังประโยชน์ส่วนรวมย่อมรู้จักแบ่งปันความสุขเพื่อผู้อื่น และพร้อมที่จะช่วยบรรเทาความทุกข์ของผู้อื่นตามกำลังและโอกาสเสมอ…”

        สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องตอบแทนบุญคุณของแผ่นดิน ดังพระราชดำรัสพระราชทานในโอกาสเสด็จฯ ไปพระราชทานของที่ระลึกแก่ผู้บริจาคเงินสมทบทุนสงเคราะห์ชุมชนของสภาสังคมสังเคราะห์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ณ อาคารใหม่ สวนอัมพร เมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๑๙ ความตอนหนึ่งว่า

       “…เราทั้งหลาย รวมทั้งตัวข้าพเจ้าเองนั้น จะต้องมีหน้าที่ที่จะตอบแทนบุญคุณประเทศชาติหรือผืนแผ่นดินนี้ อันเป็นที่เกิด ที่อาศัยและกระทำกิจทุกอย่างทุกประการที่จะก่อให้เกิดความมั่นคง ความผาสุก ความสวัสดีแก่แผ่นดินนี้…”

       พระราชปณิธานและน้ำพระทัยที่ทรงมุ่งมั่นพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรให้ดีขึ้นนี้ มีอยู่เต็มเปี่ยมในพระราชหฤทัยเสมอ ดังพระราชดำรัสพระราชทานแก่บุคคลต่างๆ ที่เข้าเฝ้าฯ ถวายชัยมงคลในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๓๕ ความตอนหนึ่งว่า

        “…เราเรียกแผ่นดินนี้ว่าแผ่นดินแม่ เพราะแผ่นดินนี้เป็นที่เกิดและเลี้ยงดูคนไทยมากว่า ๗๐๐ ปี ควรที่เราทั้งหลายจะบำรุงรักษาแผ่นดินให้คงความอุดมสมบูรณ์ไว้ ถ้าเรามัวแต่ตักตวงผลประโยชน์จากผืนดิน… สักวันหนึ่งแผ่นดินแม่คงตายจากเราไป โดยไม่มีวันหวนกลับคืนมา คงเหลือไว้ซึ่งพื้นดินที่แห้งแล้ง สิ้นสภาพจากการเป็นดินที่จะทำการเพาะปลูกได้ คงจะมีแต่ฝุ่นตลบไปหมด เสมือนแผ่นดินที่ไร้วิญญาณไร้ความหมายใดๆ ต่อชีวิตบนผืนโลก ขณะนี้ เรายังมีเวลาและโอกาสที่จะฟื้นฟูรักษาแผ่นดินแม่…”

        ด้วยพระราชปณิธานดังที่ได้กล่าวมาแล้วนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงเสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจในทุกภูมิภาคของประเทศไทย ไม่ว่าหนทางจะยากลำบากเพียงใด บางครั้งทรงต้องใช้เวลาทรงงานอย่างยาวนานในบางพื้นที่ ถึงมืดค่ำ เพื่อทรงรับฟังปัญหาและทุกข์ สุขของราษฎรที่มาเข้าเฝ้าฯ รับเสด็จและพระราชทานแนวทางแก้ไขปัญหาให้หน่วยราชการต่างๆ รับไปดำเนินการ

        การพระราชทานความช่วยเหลือนั้น มีหลากหลาย ขึ้นอยู่กับลักษณะและระดับความรุนแรงของปัญหา นับตั้งแต่การสงเคราะห์ในขั้นต้น เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาเร่งด่วน เช่น การดูแลรักษาสุขภาพอนามัย การรักษาพยาบาล การบริโภค ไปจนถึงการพัฒนาอาชีพ การพัฒนาคน และการอนุรักษ์และพัฒนาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นการพัฒนาในระยะยาว และเพื่อรักษาผืนแผ่นดินไทยให้อุดมสมบูรณ์เพื่ออนุชนรุ่นหลังของสังคมไทยต่อไป ด้วยทรงถือว่า เป็นหน้าที่ของทุกคนชาวไทยที่จะต้องปฏิบัติตนและปฏิบัติงานให้สมบูรณ์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือและสมัครสมานสามัคคีกัน เพื่อพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญและถาวรตลอดไป

        ดังพระราชดำรัสในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย ในโอกาสขึ้นปีใหม่ ๒๕๒๒ เมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๒๑ ความตอนหนึ่งว่า

        ขอให้ท่านทั้งหลายแต่ละคนกระทำสัตย์สัญญาแก่ตนเองว่า จะตั้งใจปฏิบัติงานให้ดีที่สุดตามหน้าที่และความสามารถของตนๆ จะทำความคิดความเห็นให้เที่ยงตรงและกระจ่างแจ่มใส จะเอื้อเฟื้อช่วยเหลือกันด้วยความหวังดีและบริสุทธิ์ใจ เพื่อให้เกิดความรัก ความสามัคคีที่แท้จริงในชาติไทยขึ้น เป็นกำลังอันกล้าแข็งและมั่นคง สำหรับสร้างสรรค์ความดีความเจริญทุกๆ ประการให้เต็มบริบูรณ์เพื่อทำให้ชาติประเทศของเรายืนยงอยู่ได้ตลอดไปด้วยความวัฒนาผาสุก”

        ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่เปรียบมิได้ และเพื่อเป็นการดำเนินตามรอยพระยุคลบาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเฉพาะในหน้าที่ของการเป็นพลเมืองที่ดี ตอบแทนพระคุณของแผ่นดิน

 

ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งในพัฒนาประเทศไทยให้พัฒนาและเจริญรุ่งเรือง ด้วยการการคิดดี ทำดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต รับผิดชอบทั้งต่อตนเอง สังคมและประเทศชาติ มีจิตใจที่สงบหนักแน่น ไม่วู่วาม ไม่ปล่อยให้อคติต่าง ๆ เข้าครอบงำ แต่มีความเพียร อดทนที่จะปฏิบัติหน้าที่ของตนให้ดีที่สุดตามหลักธรรม เพื่อผลแห่งความเจริญที่จะเกิดขึ้นแก่ผู้ปฏิบัติและทุกๆ ท่านในสังคมไทยโดยรวมตลอดไป ทูลเกล้าฯ ถวายเป็นราชสักการะแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ พระแม่ของปวงชนชาวไทยในโอกาสเดือนมหามงคลนี้ครับ.




ความเห็น

  • หนทางยาวไกล wrote on 17 สิงหาคม, 2012, 13:40

    ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญมีสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

  • น้ำข้าว wrote on 22 สิงหาคม, 2012, 13:19

    ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนานขอ อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ สถิตทั่วทั้งโลกหล้า อีก ทั้งพระสยามเทวาธิราชฯ โปรดจงคุ้มครองพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง …ด้วยเทิญ” เรารักพระเจ้าอย่หัว” “ทีกายุโก โหตุ มหาราชา” ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน สถิตย์เป็นมิ่งขวัญแก่ประชาชนชาวไทย ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

chaopraya02 เขียน 8434 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2013 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved.