พระราชกรณียกิจ คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรโดยแท้

แบ่งปัน

พระราชกรณียกิจ คือ การบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรโดยแท้

18

ในปี ๒๕๒๐ คณะบุคคลอันประกอบด้วยประชาชนทุกสาขาอาชีพ ได้พร้อมกันแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการน้อมเกล้าฯถวายพระราชสมัญญา มหาราชพร้อมจัดงานถวายพระพรและเฉลิมพระเกียรติในวันเฉลิมพระชนมพรรษา โดยใช้ชื่อว่า ๕ ธันวามหาราช

พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า “สมเด็จพระภัทรมหาราช” มีความหมายว่า “พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่ง” ต่อมามีการถวายพระราชสมัญญาใหม่ว่า “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช” และ “พระภูมิพลมหาราช” อนุโลมธรรมเนียมเช่นเดียวกับ “พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว” ที่ทรงได้รับพระราชสมัญญาว่า “พระปิยมหาราช”

ต่อมา เพื่อความพร้อมเพรียงในหมู่พสกนิกรชาวไทยในอันที่จะถวายพระราชสมัญญา มหาราชจึงได้มีการสำรวจประชามติทั่วประเทศ

ปรากฎว่า ประชาชนมีความเห็นชอบเป็นเอกฉันท์

พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีขณะนั้น จึงได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต ถวายพระราชสมัญญา มหาราชเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๓๐

ในวันประกาศถวายพระราชสมัญญา มหาราชนั้น ทุกผู้คนที่ได้อยู่ในงานและผู้ที่ได้รับชมการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ ได้ยินด้วยหูและมองเห็นด้วยตาว่า ขณะที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีประกาศถึงประโยคที่ว่า จึงขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตประกาศความสมานฉันท์พร้อมเพรียงกัน เฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชสมัญญาเป็น มหาราชนั้น เสียงฟ้าได้คำรามขึ้นและดังอยู่ตลอดเวลาจนสิ้นคำว่า

ขอพระมหาราชเจ้าเผยแผ่ พระบรมกฤษฎาเดชานุภาพคุ้มเกล้าคุ้มกระหม่อมเหล่าพสกนิกรตลอดในจิรัฐิติกาล เทอญ

ก็มีฝนตกลงมาทันที นับว่าเป็นเพราะพระบุญญาบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยแท้ ที่แม้แต่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เบื้องบนก็รับทราบและแสดงปาฏิหาริย์ให้เห็นประจักษ์แก่ทุกๆคน

การที่บุคคลใดจะได้เกิดมาและมีบุญญาธิการจนได้เป็นถึงพระมหากษัตริย์นั้นถือว่าเป็นการยากอย่างยิ่งเนื่องจากในแต่ละแผ่นดินจะมีพระมหากษัตริย์ได้เพียงพระองค์เดียวเท่านั้น

และยิ่งการได้เป็น มหาราชนั้นก็ยิ่งยากกว่ายากไม่รู้อีกกี่เท่า

นั่นคือการกล่าวถึงการเป็น มหาราชในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

        แต่พระมหาราชในสมัยประชาธิปไตยนั้น  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลฯนับเป็นพระมหากษัตริย์องค์แรกในประวัติศาสตร์ไทยที่ปวงชนต่างถวายนามให้เป็น มหาราช

พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเปรียบเสมือน “พ่อหลวงของปวงชนชาวไทย” ทรงพระปรีชาสามารถในทุกแขนงวิชา ทรงรักและห่วงใยพสกนิกร และแก้ไขปัญหาต่างๆ ทรงริเริ่มจัดตั้งมูลนิธิต่างๆ ทรงค้นคว้า วิจัย การทำฝนเทียม ด้านการเกษตร การชลประทาน การสาธารณสุข และอื่นๆอีกมากมาย ทรงส่งเสริมความรักและสามัคคีให้เกิดในชาติ ทรงดูแลทุกข์สุขประชาชน ตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ซึ่งทรงงานหนักมากที่สุดของโลก.

สำหรับประเทศไทยที่ปัจจุบันมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข พระราชอำนาจในการปกครองประเทศของพระมหากษัตริย์ได้ถูกแบ่งกระจายไปตามสถาบันการเมืองต่างๆ เช่น พระราชอำนาจในการตรากฎหมายแผ่นดิน(อำนาจนิติบัญญัติ)ตกอยู่กับคณะรัฐบาล  พระราชอำนาจในการพิพากษาอรรถคดี(อำนาจตุลาการ)ตกอยู่กับศาลยุติธรรม

พระมหากษัตริย์จึงน่าจะทรงมีพระราชกรณียกิจจานุกิจแห่งพระมหากษัตริย์น้อยกว่าที่เคยมีในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ และก็น่าจะทรงมีโอกาสสร้างผลงานได้น้อยกว่าโดยปริยาย

หากความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ เนื่องจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯทรงมีพระมหากรุณาธิคุณ มีสายพระเนตรที่ยาวไกลกว่าราษฎรของพระองค์ยิ่งนัก

พระองค์ไม่ทรงเพิกเฉยต่อความเป็นอยู่ของพสกนิกรของพระองค์ ทรงตระหนักดีว่าประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศซึ่งอาศัยอยู่ในชนบทโดยเฉพาะอย่างยิ่งชาวนาชาวไร่ยังประสบปัญหานานาประการในการดำรงชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ทำกิน การประสบภัยพิบัติทั้งจากธรรมชาติหรือจากมนุษย์ด้วยกันเอง ปัญหาทางการศึกษาที่ยังกระจายไปไม่ทั่วถึง ปัญหาสาธารณสุขโรคภัยไข้เจ็บของผู้คนที่อยู่ห่างไกลสถานที่บำบัดรักษา

โดยนโยบายของรัฐบาลเท่าที่มียังไม่สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

พระองค์จึงทรงมีพระราชดำริอุทิศเวลาส่วนใหญ่ ปีละประมาณ ๗ เดือนเสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานไปประทับแรม ณ พระราชตำหนักต่างๆในแต่ละภาคของประเทศดังนี้

พระราชวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์

พระราชตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่

พระราชตำหนักภูพานราชนิเวศน์ จ.สกลนคร

พระราชตำหนักทักษิณราชนิเวศน์ จ.นราธิวาส

และในบางปีก็จะเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ พระราชวังบางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา

นอกจากนี้ยังมีบ่อยครั้งที่เสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ ที่ประทับชั่วคราวตามจังหวัดต่างๆทุกภาค ซึ่งอยู่ในเขตโครงการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริหรือที่ทำการของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจต่างๆ

ทั้งนี้เพื่อที่จะได้ทรงมีโอกาสเยี่ยมเยือนทุกข์สุขของราษฎรของพระองค์ได้ทั่วถึงยิ่งขึ้น การใช้เวลาเสด็จพระราชดำเนินไปประทับแรม ณ ต่างจังหวัดนั้นพระองค์ทรงเลือกช่วงเวลามิให้ตรงกับงานพระราชพิธีรัฐ พิธีสำคัญหรืองานที่ต้องทรงรับรองพระราชอาคันตุกะ

ส่วนงานพิธีอื่นๆไม่ว่าจะเกี่ยวกับการศึกษา พิธีทางศาสนา งานการกุศล การเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาททูลเกล้าฯถวายเงินหรือสิ่งของโดยเสด็จพระราชกุศล ในบางกรณีก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ผู้แทนพระองค์ไปในงานดังกล่าว

ทั้งนี้เพื่อที่พระองค์จะได้ทรงมีเวลาทุ่มเทกับพระราชภารกิจด้านการพัฒนาชนบทอย่างเต็มที่

อย่างไรก็ตามหากปรากฏว่าในระหว่างที่ไม่ได้ประทับอยู่ในกรุงเทพมหานคร แล้วมีพระราชกิจสำคัญ เช่น บุคคลสำคัญจากต่างประเทศเดินทางมาเยือนหรือทูตานุทูตจำเป็นต้องเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสารตราตั้งหรือถวายบังคมลาในโอกาสที่พ้นจากตำแหน่งหน้าที่

ก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้เดินทางไปเฝ้าละอองธุลีพระบาทและทรงรับรองบุคคลนั้นๆเช่นเดียวกับที่ทรงประทับอยู่ในกรุงเทพมหานคร

พระราชนิเวศน์ต่างๆดังกล่าวประกอบด้วยพระตำหนักซึ่งเป็นที่ประทับ และยังโปรดเกล้าให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอื่นๆด้วยเช่น ใช้ให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีต่างๆไม่ว่าเป็นพิธีทางศาสนา พิธีเข้าเฝ้าฯ พิธีพระราชทานเลี้ยงพระราชอาคันตุกะ

ตลอดจนการพระราชทานเลี้ยงข้าราชการพลเรือนทหารตำรวจพ่อค้าประชาชนในพื้นที่ การพระราชทานเลี้ยงในการนี้เป็นการเลี้ยงอย่างไม่มีพิธีรีตองแต่อย่างใด หากเป็นพระประสงค์ที่จะส่งเสริมให้ข้าราชการทุกฝ่ายที่ปฏิบัติหน้าที่ในท้องถิ่นรู้จักคุ้นเคยกับข้าราชการด้วยกัน ตลอดจนข้าราชสำนัก อันจะมีผลทำให้สามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและร่วมประสานงานในภารกิจช่วยเหลือราษฎรโดยใกล้ชิดต่อไป

ส่วนหัวหน้าหน่วยราชการก็จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หมุนเวียนกันเข้ารับพระราชทานเลี้ยงร่วมโต๊ะเสวย เพื่อจะได้มีโอกาสกราบบังคมทูล ณ สภาพความเป็นจริงในท้องที่พร้อมทั้งรับสนองพระบรมราโชบายไปพิจารณาปฏิบัติให้เป็นประโยชน์แก่ท้องถิ่นที่รับผิดชอบต่อไป

พระราชนิเวศน์ทุกแห่งมีเรือนรับรองซึ่งเป็นทั้งที่พักของข้าราชบริพารและเป็นสถานที่รับรองต้อนรับผู้มาเยือนไม่ว่าจะเป็นชาวต่างประเทศหรือข้าราชการส่วนต่างๆ ที่มาติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในราชสำนัก

ตลอดจนเป็นสถานที่สำหรับปรึกษาหารือกันอย่างไม่เป็นทางการในการร่วมมือกันในงานพัฒนาทุกส่วน อาคารอื่นๆก็จะเป็นสถานที่ปฏิบัติงานและเป็นที่พักของข้าราชการและข้าราชบริพารหน่วยต่างๆที่มีหน้าที่เฉพาะในภารกิจต่างจังหวัด

สำหรับหน่วยงานที่มีหน้าที่บริการประชาชนโดยตรงก็คือหน่วยแพทย์หลวงซึ่งเปิดที่ทำการชั่วคราวเพื่อรักษาพยาบาลโดยไม่คิดมูลค่าแก่ราษฎรที่มาแสดงความจำนงขอรับการตรวจโรค

อีกหน่วยหนึ่งคือคลังพัสดุ ซึ่งมีหน้าที่จัดเตรียมถุงของขวัญพระราชทานประกอบด้วยสิ่งของที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีพประจำวันสำหรับมอบให้แก่ผู้แทนหน่วยทหารและตำรวจซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในราชการร่วมในพื้นที่เดียวกันเนื่องจากไม่ทรงสามารถเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานได้ทุกหน่วย

สำหรับการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรซึ่งถือว่าเป็นพระราชภารกิจหลักนั้น  จะเป็นการเสด็จพระราชดำเนินอย่างเป็นทางการ  ไปทรงเยี่ยมกิจการโครงการต่างๆ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  และไปทรงเป็นประธานในพิธีต่างๆตามที่ทางจังหวัดกราบบังคมทูลเชิญเสด็จฯ  เมื่อโอกาสอำนวยเท่านั้น

เนื่องจากทรงมีพระราชภารกิจมากมายอยู่แล้ว ในการสอดส่องทอดพระเนตรสภาพพื้นที่และสภาพความเป็นอยู่ของราษฎร การเสด็จพระราชดำเนินในลักษณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นส่วนพระองค์โดยแท้จริง พื้นที่ที่จะเสด็จฯนั้นเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็จะร่วมกันพิจารณาความเหมาะสมโดยกลั่นกรองจากข้อมูลที่รวบรวมจากหนังสือขอพระราชทานกราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินจากหน่วยงานต่างๆ

ส่วนที่หมายอื่นก็จะทรงกำหนดเอง  เพราะก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงศึกษาสถานการณ์ล่วงหน้าทุกครั้ง จะทรงพิจารณาเส้นทางภูมิประเทศ  ตลอดจนความยุ่งยากอันเป็นปัญหาที่ราษฎรในพื้นที่ประสบอยู่ และทรงวางแผนพัฒนาไว้อย่างคร่าวๆ  จนกว่าจะทอดพระเนตรสภาพที่แท้จริงแล้วจึงปรับแผนให้เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

จะทรงสังเกตสภาพภูมิประเทศ สภาพความเป็นอยู่ สภาพแหล่งน้ำ สภาพเส้นทางคมนาคม สภาพพื้นที่เพาะปลูกและสภาพป่าไม้ ตลอดทางทุกครั้ง

เสด็จถึงที่หมายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระราชปฏิสันถารกับราษฎรในพื้นที่โดยเฉพาะผู้ที่รอบรู้เกี่ยวกับสภาพพื้นที่ในบริเวณดังกล่าวรวมทั้งเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น

ในโอกาสนี้หากทรงพบปัญหาเกี่ยวกับการดำรงชีพหรือในบางกรณีเมื่อราษฎรทูลเกล้าฯถวายฎีกาก็จะเสด็จฯไปทอดพระเนตรพื้นที่ที่ประสบปัญหาด้วยพระองค์เอง จากนั้นจึงมีพระราชดำรัสถึงแนวทางแก้ปัญหากับเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาและรักษาความมั่นคงที่โดยเสด็จฯ

สำหรับฎีกาที่ทูลเกล้าฯถวายนั้นจะทรงรับกลับมาเพื่อที่จะกลับมาโปรดเกล้าฯให้หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรับไปพิจารณาศึกษาตามพระราชดำริก่อนที่จะดำเนินการช่วยเหลือตามความเหมาะสม

ในโอกาสเดียวกันนี้สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถก็จะทรงแยกขบวนไปทรงเยี่ยมราษฎรเพื่อทรงซักถามความเป็นอยู่ทั้งในเรื่องการอาชีพ การสาธารณสุข การศึกษาเล่าเรียนของเด็ก

ตลอดจนทรงรับราษฎรที่สมัครเข้าเป็นสมาชิกศิลปาชีพโดยอาจจะผลิตผลงานตามที่ถนัดแล้วส่งไปยังมูลนิธิฯที่สวนจิตรลดาเพื่อจัดจำหน่ายให้ หรือให้เดินทางไปฝึกงานศิลปาชีพ ณ พระราชนิเวศน์ในภาคนั้นๆโดยได้รับค่าตอบแทนในระหว่างการฝึกงานรวมถึงอาหารและที่พักด้วย

นอกจากนี้ยังทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้หน่วยแพทย์หลวงที่โดยเสด็จจัดตั้งหน่วยแพทย์ชั่วคราวเพื่อรักษาพยาบาลราษฎรผู้เจ็บป่วย สำหรับบางรายที่มีอาการหนักก็โปรดเกล้าฯให้รับไว้เป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์

ซึ่งจะทรงขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอนุเคราะห์นำคนไข้ไปรักษายังโรงพยาบาลตามที่แพทย์แนะนำ โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานเงินค่าเดินทางอย่างเพียงพอส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลนั้นคนไข้ไม่จำเป็นต้องเสียแม้แต่น้อย ในโอกาสนี้จะมีเจ้าหน้าที่บันทึกประวัติและอาการคนไข้แต่ละคนอย่างละเอียดเพื่อเก็บไว้เป็นข้อมูลในการติดตามผลการรักษาต่อไป

เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงปฏิบัติพระราชภารกิจด้านการพิจารณาการวางโครงการแล้วเสร็จก็จะเสด็จฯ มาสมทบกับขบวนเสด็จของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถที่จุดเยี่ยมราษฎร จนเสร็จสิ้นภารกิจจึงเสด็จฯกลับพระตำหนัก

ซึ่งแต่ละวันนั้นเวลาจะไม่แน่นอนสุดแล้วแต่จะมีพระราชภารกิจมากหรือน้อย หรือแล้วแต่สภาพเส้นทางคมนาคมที่บางครั้งทุรกันดารเหลือแสน

เมื่อกลับจากเสด็จฯไปทอดพระเนตรสภาพที่แท้จริงของพื้นที่แล้วจะทรงใช้เวลาพิจารณาข้อมูลเบื้องต้นโดยละเอียดถี่ถ้วน ประกอบเข้ากันกับข้อมูลและรายงานทางวิชาการของเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาตลอดจนรายงานจากเจ้าหน้าที่ที่ตามเสด็จฯหรือจากใจความฎีการ้องทุกข์ที่ราษฎรทูลเกล้าฯ

ในบางโอกาสก็โปรดเกล้าฯให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับกิจการพัฒนาเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อกราบบังคมทูลรายงานและถวายความเห็น รับพระราชทานพระราชดำริเพิ่มเติมเพื่อนำไปปฏิบัติแล้วส่งรายงานมาทูลเกล้าฯถวายเป็นระยะๆ

ตามปกติจะทรงเสด็จพระราชดำเนินติดตามทอดพระเนตรผลงานความก้าวหน้าหรือทรงแก้ไขอุปสรรคให้ลุล่วงไปด้วยดีในพื้นที่เดิมจนกระทั่งโครงการเริ่มเป็นรูปร่างขึ้น

นอกจากนี้ยังทรงชำนาญในการวางแผนงานจากแผนที่ประกอบกับภาพถ่ายทางอากาศเป็นพิเศษเพราะทรงศึกษาการใช้ประโยชน์จากแผนที่โดยทรงตรวจสอบความถูกต้องกับพื้นที่จริงอยู่ตลอดเวลา

แนวพระราชดำริในการจัดตั้งโครงการพัฒนาชนบทจะมีลักษณะคล้ายคลึงกันในทุกภูมิภาค พระองค์จะทรงพิจารณาสภาพพื้นที่ในแต่ละภูมิภาคเสียก่อนและมักจะทรงพิจารณาท้องที่ค่อนข้างห่างไกลจากความเจริญเป็นอันดับแรก

ทั้งนี้หมายความว่ามิได้ทรงก้าวก่ายงานของทางราชการ หากแต่ทรงพยายามส่งเสริมงานด้านการพัฒนาท้องถิ่นให้สอดคล้องกับของทางราชการ

ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จขึ้นประทับเบื้องหลังพวงมาลัยรถพระที่นั่ง ทรงออกรถไปยัง ณ ที่หมายข้างหน้า คือหมู่บ้านต่อไป ตามเส้นทางเสด็จฯนั้นเมื่อทรงทอดพระเนตรเห็นชาวบ้านยืนคอยรับเสด็จอยู่ข้างทางเป็นกลุ่มใหญ่  และใช้ไฟนีออนมาติดตั้งไว้ให้สว่างไสวเป็นที่สังเกตเห็น พระองค์จะทรงหยุดรถพระที่นั่งและทรงเปิดโอกาสให้ราษฎรได้เฝ้าสมกับที่ตั้งตาตั้งใจคอยอยู่เป็นเวลานาน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถจะเสด็จพระราชดำเนินไปตามถนนในหมู่บ้านและทรงหยุดรับของถวาย ทรงปฏิสันถารกับราษฎรเป็นระยะๆ โดยมิเห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อยพระวรกายเลย

ซึ่งส่วนใหญ่ชาวบ้านเหล่านี้จะได้รับพระราชทานความช่วยเหลือมาแล้ว ยกตัวอย่างเช่นได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สร้างฝายพระราชทานแก่ราษฎร ยังผลให้ราษฎรสามารถเพาะปลูกพืชผลจนมีรายได้เลี้ยงชีพดีขึ้น จึงพร้อมใจกันมาเฝ้ารอรับเสด็จตามทางเสด็จฯเพื่อกราบบังคมทูลให้ทรงทราบว่า พระมหากรุณาธิคุณได้ดลบันดาลให้ราษฎรสามารถปลูกพืชพันธุ์ได้และยังได้ผลิตผลเพิ่มขึ้นอีกด้วย.

ขอขอบคุณ mblog.manager.co.th




ความเห็น

  • สมมาตร wrote on 29 มิถุนายน, 2012, 10:43

    ทั้งสองพระองค์เห็นคุณค่าของประชาชนคนไทยเสมอ คิดถึงจิตใจของผู้อื่น โดยไม่นึกถึงความลำบากของพระองค์ ขอทรงพระเจริญ

  • สมรักษ์ แสงภักดี wrote on 9 สิงหาคม, 2012, 8:37

    ทราบซึ้งในน้ำพระราชหฤทัยมากครับ
    ทรงพระเจริญ

  • ส.อ.ชานนท์ ขวาอุ่นหล้า wrote on 11 สิงหาคม, 2012, 9:00

    พระองค์ทรงเหน็จเหนื่อยเพื่อปวงประชาโดยแท้

  • นกน้อย wrote on 28 ธันวาคม, 2012, 9:23

    พระราชกรณียกิจของ “ในหลวง” เป็นการการบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรโดยแท้

  • ข้าราชการโรงเรียนเสนาธิการทหารบก wrote on 26 มิถุนายน, 2013, 8:55

    พ่อ คนนี้ ….คิดค้น แก้ไขเพื่อใคร…ถ้าไม่ใช่…เพื่อเราชาวไทย
    พ่อ คนนี้ ….ต้องเหนื่อยกายเพื่อใคร…ถ้าไม่ใช่…เพื่อเราชาวไทย
    พ่อ คนนี้ ….ต้องเหนื่อยใจเพื่อใคร…ถ้าไม่ใช่…เพื่อเราชาวไทย
    พ่อ คนนี้ ….ต้องอดทนเพื่อใคร…ถ้าไม่ใช่…เพื่อเราชาวไทย

ผู้เขียน

เขียน 10276 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics