13กองร้อยคุมศุกร์13 ′ปู′สั่งเฉลิม พท.งัดคลิปวสันต์ปิดคดี ศาลรธน.ชี้มติ4:4ยาก

แบ่งปัน

 


บช.น.ใช้ 13 กองร้อยรับม็อบ 13 ก.ค. ′ศาล รธน.′ชี้มติ 4 ต่อ 4 เรื่องยาก คำแถลงปิดคดี พท.ยกศาลก้าวล่วงนิติบัญญัติ ใช้คำสัมภาษณ์′วสันต์′แก้ลำ ′โภคิน′ชี้ตัดสินได้ 4 แนวทาง ′เติ้ง′อยากร้องไห้สงสาร ปท. ′ปู′สั่ง′เฉลิม′ดูแล รองนายกฯลั่นคุมสถานการณ์ได้

@ ′ปู′ยืนยันไป′เขมร′

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าว กรณีพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวหาว่ารัฐบาลเตรียมหารือเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนในการเดินทางไปเยือนประเทศกัมพูชาในวันที่ 13 กรกฎาคมว่า ไม่มี เพราะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องชี้แจงทั้งหมดแล้ว กำหนดการที่ไปเยือนประเทศกัมพูชามี 2 วาระคือการเป็นแขกของนางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐอเมริกา ในการไปพูดปาฐกถาให้ภาคเอกชน และไปหารืออย่างเป็นทางการกับประเทศกัมพูชา ถือเป็นเพื่อนบ้านและประเทศ ในกลุ่มอาเซียนควรไปหารือทวิภาคี จะมีโอกาสนัดหารือกัน 2-3 ข้อนี้ ยืนยันว่าไม่มีเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนแน่นอน

@ สั่ง′เหลิม′ดูแลสถานการณ์

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัยเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 เป็นการล้มล้างการปกครอง ที่ถือว่า ขัดต่อมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในวันที่ 13 กรกฎาคมนั้น ไม่ว่าการตัดสินจะออกมาอย่างไร อาจจะสร้างความขัดแย้งและแตกแยกในสังคมไทย แต่ทุกฝ่ายต้องช่วยกัน ผู้สื่อข่าวถาม ว่า หากศาลรัฐธรรมนูญตัดสินออกมาอย่างไร ทั้ง 2 ฝ่าย ควรยุติความเคลื่อนไหวหรือไม่ น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า การแสดงออกขอให้อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายและสันติวิธี ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี ดูแลความสงบ

@ ′เหลิม′มั่นใจควบคุมได้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าทุกคนช่วยกันคงจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นเพราะหลายฝ่ายยังไม่ทราบความคำตัดสินจะเป็นในลักษณะใด มองในแง่ดีว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย แต่หากมีการชุมนุมได้กำชับตำรวจว่าห้ามใช้กำลัง ให้เน้นการเจรจา ซึ่ง พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ทั้งนี้ตนจะดูแลเหตุการณ์ด้วยตัวเอง ส่วนกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า หากเกิดอะไรขึ้นรัฐบาลต้องรับผิดชอบนั้น ยืนยันว่าเรื่องฆ่ากันไม่มีอยู่แล้ว มั่นใจว่าจะรองรับสถานการณ์ได้

@ ′เต้น′สั่งแดงฟังก่อนเคลื่อน

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ยืนยันหลังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไม่ว่าออกมาอย่างไร จะทำให้รัฐบาลนี้มีความเข้มแข็งด้วยการสนับสนุนของคนส่วนใหญ่ แต่สำหรับการตีความของบางฝ่ายกำลังรู้สึกว่าเป็นวันแห่งความหวัง เป็นวันที่ชักนำอำนาจมาสู่ตัวเอง เพราะพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ดูท่าทางมั่นใจว่าศาลจะวินิจฉัยไปในทางลบจนเปิดโอกาสให้ตนเองกลับมาสู่อำนาจอีกครั้ง การจะเป็นรัฐบาลหรือการเข้าสู่อำนาจรัฐของพรรคการเมืองทำได้ด้วยวิธีการเดียวคือการเลือกตั้ง แต่ถ้ามาลุ้นให้ศาลตัดสิน มาลุ้นการดำเนินการแบบนี้ จะทำให้ประชาชนเสื่อมถอยศรัทธามากขึ้น คนเสื้อแดงจะติดตามข่าวศาลในที่ตั้ง แกนนำรวมตัวที่ห้างอิมพีเรียล ลาดพร้าว หากผลออกมาในทางลบแกนนำคนเสื้อแดงจะมีการประชุมหารือในทันที และจะประกาศมาตรการเคลื่อนไหว

@ ′โภคิน′ชี้ตัดสิน4แนวทาง

นายโภคิน พลกุล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอดีตประธานรัฐสภา กล่าวว่า ส่วนตัวคิดว่าคำวินิจฉัยของศาลน่าจะออกมาใน 4 แนวทาง คือ 1.ขัดมาตรา 68 และนำไปสู่การยุบพรรค 2.ขัดมาตรา 68 แต่ไม่นำไปสู่การยุบพรรค 3.ข้อเท็จจริงขณะนี้ยังไม่ขัดมาตรา 68 เพราะยังไม่มีการตั้ง ส.ส.ร. และ 4.การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 ไม่เข้าข่ายมาตรา 68 ให้ยกคำร้อง แต่บอกไม่ได้ว่าศาลจะวินิจฉัยออกมาในแนวทางใด ถ้าตนเป็นศาลจะยกคำร้องว่ากระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่เข้าข่ายมาตรา 68 ซึ่งเป็นเรื่องง่ายๆ ยืนยันว่าการขอแก้ไขมาตรา 291 ถูกต้องตามครรลองกฎหมาย ไม่ใช่เรื่องที่ขัดมาตรา 68 แน่นอน

กฤษฎีกาแจงปิดคดีรัดกุม

รายงานข่าวจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แจ้งว่า เมื่อเริ่มเข้าสู่การประชุม ครม. นายอัชพร จารุจินดา เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ถูกบรรดา ครม.สอบถามเกี่ยวกับ การวินิจฉัยการแก้ไขรัฐธรรมนูญของศาลรัฐธรรมนูญมากมาย ทำให้นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เชิญให้นายอัชพรมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ โดยนายอัชพรกล่าวว่า การแถลงปิดคดีได้รวบรวมรายละเอียดต่างๆ เกือบหมดแล้ว จะทำอย่างรัดกุมมากที่สุด ภายในเวลาที่จำกัด อีกทั้งเนื่องจากเวลาไม่พอจึงจะให้นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตรวจสอบคำแถลงปิดคดีแค่คนเดียวเท่านั้น

@ ′จาตุรนต์′โพสต์ยก6ปม′แย้ง′

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ได้โพสต์ข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยระบุว่า การตัดสินให้เป็นที่ยอมรับว่าถูกต้องชอบธรรมในความคิดเห็นส่วนตัวมีเพียงทางเดียวคือการวินิจฉัยว่ายกคำร้องเนื่องจากมีความเห็นส่วนตัวว่า 1.ศาลได้รับคำร้องไปทั้งที่ไม่มีอำนาจ 2.ศาลกำลังใช้รัฐธรรมนูญมาตรา 68 ไม่ตรงกับวัตถุประสงค์ของมาตรานี้ 3.ศาลได้สั่งให้รัฐสภาชะลอการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจ 4.ศาลกำลังเข้าไปตรวจสอบร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งๆ ที่ไม่มีอำนาจตามรัฐธรรมนูญ เป็นการก้าวก่ายแทรกแซงการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ 5.ตั้งแต่ศาลรับคำร้องจนกระทั่งวินิจฉัยแล้วเสร็จ มีผลในทางปฏิบัติเท่ากับว่าศาลได้แก้รัฐธรรมนูญไปแล้วหลายบทหลายมาตราและ 6.ตุลาการหลายคนมีส่วนได้เสียไม่พึงทำหน้าที่ จึงไม่ชอบธรรมที่จะทำหน้าที่พิจารณาคดีนี้ต่อไป

@ ′โฆษกพท.′ปิดคดีชู4ข้อค้าน

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า ในวันที่ 11 กรกฎาคม จะมีการส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ตนพอสรุปการทำหน้าที่ 4 ข้อ ดังนี้ 1.ศาลไม่มีอำนาจสั่งให้รัฐสภายุติการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2.ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับคำร้องตามมาตรา 68 เพราะการรับคำร้องเป็นหน้าที่ของอัยการสูงสุด (อสส.) 3.การกระทำของพรรคไม่ได้เป็นการล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 และ 4.คำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมาย หรือที่ไม่มีกฎหมายรองรับ คงจะไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน

@ ยกศาลรธน.ก้าวล่วง

นายพิชิต ชื่นบาน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะคณะทำงานทีมกฎหมายของพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวว่า คำแถลงการณ์ปิดคดีของพรรคที่จะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 กรกฎาคมนั้น เนื้อหาจะชี้ให้เห็นว่า ศาลจะใช้อำนาจเหนือพลเมืองทั้งประเทศผ่านผู้แทนราษฎรและ กำลังใช้ดุลพินิจมาก้าวล่วงหรือห้ามการแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ได้ เพราะจะถือว่าศาลรัฐธรรมนูญกำลังล้ำแดนฝ่ายนิติบัญญัติ กระทำผิดตามรัฐธรรมนูญจะใช้อำนาจตุลาการมาครอบคลุมอำนาจอธิปไตยไม่ได้ เพราะมาตรา 291 ไม่ใช่เรื่องเกี่ยวกับการพิทักษ์รัฐธรรมนูญตามมาตรา 68 ดังนั้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 291 จึงไม่ใช่เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชา ธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขแต่อย่างใด

@ ยกคำสัมภาษณ์′วสันต์′สู้

นายพิชิตกล่าวว่า พรรคจะชี้ให้ศาลเห็นว่าศาลไม่มีอำนาจรับคำร้องดังกล่าวตามมาตรา 68 ไว้วินิจฉัยตั้งแต่ต้น จะยืนยันในคำสั่งของศาลรัฐธรรมนูญที่ 12/2549 เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2549 กรณีนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยยุบพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 63 วรรคสาม กรณีเสนอให้มีการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานตามมาตรา 7 โดยศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้นมีคำสั่งไม่รับคำร้อง เพราะเห็นว่าต้องยื่นเรื่องผ่านอัยการสูงสุด (อสส.) ก่อน ดังนั้น การยุบพรรคและการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงแตกต่างกัน นอกจากนี้ นายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ เคยให้สัมภาษณ์ผ่านสถานีโทรทัศน์วอยซ์ทีวีเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2554 ยอมรับว่าสามารถดำเนินการแก้ไขมาตรา 291 เพื่อเปิดทางให้มี ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญได้

รายงานข่าวจากทีมกฎหมาย พท.แจ้งว่าทีมกฎหมายยังอยู่ในระหว่างการตรวจทานถ้อยคำแถลงการณ์ปิดคดี โดยในช่วงเช้าวันที่ 11 กรกฎาคม จะตรวจทานเนื้อหาเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้น จะมอบอำนาจให้ตัวแทนเดินทางไปส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีในเวลา 13.00 น.

@ ′เติ้ง′สงสารประเทศ

ที่พรรคชาติไทยพัฒนา (ชทพ.) นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้า ชทพ. กล่าวว่า วันนี้ถ้าตนร้องไห้ได้จะร้องให้ดูเพราะสงสารประเทศไทย ไม่นึกว่าการเมืองจะเป็นเช่นนี้ ไม่น่าเป็นไปอย่างนี้ ขอภาวนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้เป็นด้วยความเรียบร้อยดีงาม เป็นที่พอใจกัน ทุกฝ่าย เมื่อถามว่า หลังคำตัดสินของศาลรัฐธรรม นูญบ้านเมืองจะวุ่นวายหรือไม่ นายบรรหารกล่าวว่า ไม่มีความเห็น แต่อยากให้ฟังนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ที่ยกตัวอย่างเรื่องแมวขาว แมวดำมาเปรียบการทำงานทุกอย่างต้องให้ลืม ไม่อาฆาตไม่ล้างแค้นใคร บ้านเมืองถึงจะเดินหน้าต่อไปได้ ขอคงพูดเพียงเท่านี้

@ คำแถลงชทพ.ชี้3แนว

นายชุมพล ศิลปอาชา หัวหน้า ชทพ. กล่าวว่า การส่งคำแถลงการณ์ปิดคดีจะยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญในวันที่ 11 กรกฎาคม เบื้องต้นไม่มีประเด็นใหม่เพิ่มเติม ในคำแถลงเป็นการสรุปถ้อยคำที่ได้เบิกความต่อศาลเท่านั้น

รายงานข่าวจาก ชทพ.แจ้งว่า เนื้อหาคำแถลงการณ์ปิดคดีของ ชทพ.วางไว้ 3 แนวทาง 1.อำนาจฟ้องร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 วรรคสอง ศาลรัฐธรรมนูญไม่มีอำนาจรับเรื่องไว้พิจารณาได้โดยไม่ผ่านการพิจารณาของ อสส. 2.การแก้ไขมาตรา 291 เปิดทางให้มี ส.ส.ร. มายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งที่ผ่านมา ที่จะกำหนดให้ ส.ส.ร.ขึ้นมาทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญ เหมือน กันเป็นประเพณีปฏิบัติที่ได้เคยทำมา และ 3.ในส่วนของอำนาจประธานรัฐสภา ที่จะพิจารณาว่าร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับใหม่ที่จะมีผลเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือเปลี่ยนแปลงรูปแบบของ รัฐหรือไม่ ตามหลักการเมื่อ ส.ส.ร.ยกร่างรัฐธรรมนูญแล้วเสร็จ ต้องนำกลับเข้ามาให้ที่ประชุมรัฐสภารับทราบว่าได้ยกร่างแก้ไขแล้วเสร็จ แม้ว่าจะไม่ได้ให้อำนาจปรับปรุงแก้ไขร่างฉบับของ ส.ส.ร.ได้ แต่ ส.ส.ร.จะสามารถนำข้อสังเกตจากสมาชิกรัฐสภากลับไปพิจารณาก่อนจะนำร่างไปลงประชามติ

@ ′สมเจตน์′ชี้แก้รธน.ปว.แน่

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม ส.ว.สรรหา ในฐานะ 1 ในผู้ร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 ขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 68 หรือไม่ กล่าวว่า คำแถลงปิดคดีหารือเกือบแล้วเสร็จแล้ว จะสรุปประเด็นตาม 4 แนวทางที่ศาลรัฐธรรมนูญตั้งไว้ โดยนำถ้อยคำ ที่ตนได้เบิกความต่อศาลมาสรุปให้เห็นภาพ จะมีการระบุถึงสภาวะแวดล้อม เหตุการณ์ทางการเมืองที่ผ่านมา ว่ามีความพยายามให้ได้มาซึ่งอำนาจในการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อล้มล้างรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน มุ่งแก้ไขปัญหาให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ มากกว่าการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศ เชื่อว่าหากมีการเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญจะเกิดการปฏิวัติแน่นอน

นายวรินทร์ เทียมจรัส อดีต ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ขณะนี้ได้ทำคำแถลงปิดคดีดังกล่าวแล้วเสร็จ และเตรียมยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 11 ก.ค.นี้ โดยสรุปเนื้อหาเป็นการสรุปในคำเบิกความ ตาม 4 ประเด็นที่ศาลได้ตั้งไว้เป็นแนวทางการพิจารณา

@ ′มาร์ค′แปลกใจ′ปู′ไปเขมร

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เป็นหน้าที่ของทุกฝ่ายที่ต้องช่วยกันไม่ให้เกิดความขัดแย้ง ผู้เกี่ยวข้องจะต้องบอกฝ่ายที่สนับสนุนให้ละเว้นการกระทำใดๆ ที่จะมีความเสี่ยงให้เกิดความขัดแย้งและการปะทะกัน ควรให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญสามารถทำหน้าที่ได้อย่างอิสระตามข้อเท็จจริง ไม่ใช่ตัดสินโดยฟังความเห็นของประชาชน ขอย้ำว่าอย่าคาดการณ์และมองแต่การเมือง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่นางฮิลลารี คลินตัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการประเทศของสหรัฐอเมริกา เชิญ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไปเป็นแขกพิเศษเพื่อกล่าวสุนทรพจน์ว่า เรื่องนี้ไม่ใช่วาระปกติ เพราะต้องเข้าใจว่าสหรัฐกับหลายประเทศให้ความสนใจกับทรัพยากรในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชาค่อนข้างมาก และคงพยายามที่จะผลักดันในเรื่องนี้ แต่นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องระมัดระวังไม่ดำเนินการอะไรที่จะทำให้ประเทศเสียผลประโยชน์

“ที่น่าห่วงคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศชัดเจนว่าตัวเองมีความสนใจที่จะลงทุนเรื่องธุรกิจพลังงานและพื้นที่บริเวณนี้ ดังนั้น นายกฯต้องสร้างความมั่นใจว่าทำทุกอย่างด้วยความโปร่งใส ความจริงหลายคนก็แสดงความแปลกใจถึงกรณีที่นายกฯเดินทางไปครั้งนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สหรัฐพานักธุรกิจไปที่กัมพูชา” นายอภิสิทธิ์กล่าว

@ ′นพดล′โต้แทน′แม้ว′

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมาย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้สนใจที่จะมาลงทุนเรื่องพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลดังกล่าวไม่เคยมีสัมปทานน้ำมัน และก๊าซตามที่ถูกกล่าวหามาตลอด 5-6 ปีที่ผ่านมาด้วยเป็นการป้ายสีแบบแผ่นเสียงตกร่องมาโดยตลอด ไม่น่าเชื่อว่านายอภิสิทธิ์เป็นถึงอดีตนายกรัฐมนตรีจะกล้าใส่ความให้ร้ายผู้อื่นทั้งๆ ที่เรื่องไม่มีมูลและ ไม่เป็นความจริง

@ ปชป.คาดศาลยกคำร้อง

นายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา ในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ผู้ร้องทั้ง 5 คนต่างคนต่างร่างคำแถลงปิดคดี โดยแนวทางจะเป็นการสรุปจากการให้ปากคำในชั้นไต่สวน

แหล่งข่าวจากทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เบื้องต้นคาดว่าผลการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ น่าจะออกมาว่ายกคำร้อง แต่มีการสั่งห้ามแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่สิ่งที่ปรากฏชัดอีกประเด็นหนึ่งคือศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการวินิจฉัยเรื่องนี้

@ ศาลรธน.ชี้มติ4ต่อ4ยาก

ความเคลื่อนไหวของตุลาการศาลรัฐธรรม นูญ แหล่งข่าวระบุว่า จากกำหนดการเดิมที่องค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะมีการประชุมกันตามวาระปกติในวันที่ 11 กรกฎาคม เบื้องต้นอาจจะไม่มีการประชุมกันเพราะตุลาการแต่ละคนจะใช้เวลาในการพิจารณาทำคำวินิจฉัยส่วนตนเพื่อที่จะอ่านคำวินิจฉัยส่วนตัวเพื่อประมวล ให้เป็นเสียงข้างมากในช่วงเช้าของวันที่ 13 กรกฎาคม ก่อนที่จะถึงเวลา 14.00 น.ที่นัดคู่กรณีทั้งผู้ร้องและผู้ถูกร้องมาฟังคำวินิจฉัย

“คิดว่าโอกาสที่มติจะออกมาเสมอกัน 4 ต่อ 4 คงไม่น่าจะเกิดขึ้นเพราะโอกาสที่จะเกิดขึ้นน้อยมากและไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น เพราะในวันที่ 13 กรกฎาคม องค์คณะตุลาการทุกคนจะต้องอ่านคำวินิจฉัยส่วนตนด้วยวาจาก่อน ซึ่งจะทำให้ทราบมติก่อนที่จะอ่านคำวินิจฉัยเสียงข้างมากในเวลา 14.00 น.ที่ได้นัดคู่กรณีมาฟังคำวินิจฉัย ขอยืนยันว่าองค์คณะตุลาการแต่ละคนมีความเป็นอิสระในการวินิจฉัยคดี” แหล่งข่าวระบุ

@ โฆษกศาลย้ำใช้นิติธรรม

นายสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ โฆษกศาลรัฐธรรมนูญ กล่าวว่า ในวันที่ 11 กรกฎาคม จะไม่มีการประชุมตุลาการศาลรัฐธรรมนูญประจำสัปดาห์ เพราะขณะนี้ยังไม่มีวาระเร่งด่วนเข้ามา ส่วนกรณีที่มีหลายฝ่ายได้กดดันศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ตัดสินคดีฝืนกระแสสังคมจะทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหวั่นไหวนั้น ยืนยันว่าคงไม่สามารถทำให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญหวั่นไหวได้เพราะตุลาการแต่ละท่านมีความรู้และความเชี่ยวชาญในการวินิจฉัยคดีมานาน คงไม่สามารถทำให้ หวั่นไหวหรือเอนเอียงไปข้างใดข้างหนึ่งได้ โดยตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจะยึดมั่นในหลักนิติธรรมในการพิจารณาคดี

@ ตร.สั่ง13กองร้อยพร้อม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 2 (บช.น.2) เดินทางมาประชุมเพื่อจัดเตรียมพื้นและมาตรการรับมือกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่จะมาร่วมฟังคำวินิจฉัย

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ. อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ด้านความมั่นคง พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา ที่ปรึกษา (สบ 10) ด้านความมั่นคง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมประประชุมเพื่อติดตามสถานการณ์การชุมนุมภายหลังศาลรัฐธรรมนูญจะนัดตัดสินคดีมาตรา 291 ในวันที่ 13 กรกฎาคมนี้ โดยใช้เวลาประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.อดุลย์กล่าวว่า มอบให้ พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดแล้ว สำหรับการจัดกำลังในการดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย คาดว่าจะใช้เจ้าหน้าที่ตำรวจประมาณ 13 กองร้อย

@ ผู้ร้องมั่นใจชนะชัวร์

เมื่อเวลา 19.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ ทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้ร้อง นายถาวร เสนเนียม รองหัวหน้าพรรค ในฐานะที่ปรึกษาทีมกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ นายวันธงชัย ชำนาญกิจ ผู้ร้องที่ 2 และนายสุวัจน์ อภัยภักดิ์ ทนายผู้ร้อง ที่ 2 ร่วมกันแถลงถึงกรณีที่มีการเตรียมยื่นคำแถลงปิดคดีแบบลายลักษณ์อักษร โดยนาย วิรัตน์กล่าวว่า จากการรับฟังคำแถลงของศาล ทำให้มั่นใจว่ามีอำนาจในการฟ้องร้อง เพราะไม่เช่นนั้นศาลคงไม่รับฟ้องตั้งแต่แรก ส่วนกรณีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 291 เป็นการยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ พบว่าฝ่ายผู้ถูกร้องได้ยอมรับว่าเป็นการร่างใหม่ทั้งฉบับ จึงถือได้ว่าเป็น การยกเลิกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และการร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าวเป็นการล้มล้างระบบการปกครองอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พบว่าเมื่อดูจากพฤติการณ์ที่ผ่านมาของทั้งกลุ่มคนเสื้อแดงและ ส.ส.พรรคเพื่อไทยมีความเป็นเนื้อเดียวกัน จึงมั่นใจว่าทั้ง 3 ประเด็นข้างต้นจะชนะคดีแน่นอน


 


(ที่มา:หน้า1 มติชนรายวัน 11 ก.ค.2555)

ขอขอบคุณ matichon.co.th




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics