ในหลวงทรงรับสั่ง“ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก”..คือหนังสือ“พระราชอำนาจ”

แบ่งปัน

 ในหลวงทรงรับสั่งให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก”..

..คือหนังสือพระราชอำนาจ

24

                                                                             โดย ประมวล รุจนเสรี

       เพราะคนไทยจำนวนมากในยุคปัจจุบัน มีความเข้าใจผิด หรือเข้าใจไม่ครบถ้วนบริบูรณ์ ในเรื่องพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไทย และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน

        พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลทรงอยู่ในสิริราชสมบัติมาต่อเนื่อง ยาวนานไม่แพ้กษัตริย์พระองค์ใดในโลก นับแต่วันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทำให้ทรงรู้ทรงเห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ ในบ้านเมืองมาโดยตลอด เป็นแหล่งสะสมประสบการณ์ของบ้านเมืองไว้มากที่สุด มากกว่ารัฐสภา รัฐบาล

…………………………

บทอาเศียรวาท

“…เราอ่านแล้ว  เราชอบมาก  เขียนได้ดี  เขียนได้ถูกต้อง” คือ กระแสพระราชดำรัสที่ทรงตรัสกับนายปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา และทรงรับสั่งให้เชิญกระแสพระราชดำรัสนี้มาแจ้งกับข้าพระพุทธเจ้า

        เรา” ทรงชี้พระหัตถ์ไปที่พระอุระของพระองค์ “ให้ไปบอกเขาว่า เราชอบมาก”

        ข้าพระพุทธเจ้าได้ยกมือทั้งสองประนมเหนือศีรษะน้อมรับกระแสพระราชดำรัสนี้จากท่านปีย์ มาลากุล ณ อยุธยา เมื่อได้พบกัน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2548 เวลา 17.00 น. ณ บ้านของท่านปีย์ฯ

กระแสแห่งความปลื้มปีติและปัสสัทธิเอ่อล้นท่วมหัวใจของข้าพระพุทธเจ้าจนมิอาจจะพรรณนาความใด ๆ ออกมาได้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นต่อข้าของแผ่นดินคนหนึ่งและขอพระราชทานกราบบังคมทูลเพิ่มเติมว่า

คนไทยในปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่เครียดจัดกับปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เกรงจะขยายตัวออกไปจนเกิดการเสียดินแดนขึ้นในสมัยของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปัญหาน้ำมันแพงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง คนไทยตั้งแต่ชนบทจนถึงในเมืองต่างมีหนี้สินล้นพ้นตัว มีค่าครองชีพสูงขึ้น โรคเอดส์-ยาเสพติดกลับมาระบาดมากขึ้น คุณธรรมศีลธรรมของผู้คนเสื่อมทรามลง เกิดการปล้นฆ่า ฉกชิง วิ่งราว ข่มขืน อนาจารขึ้นมากมาย ปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้นในทุกระดับการปกครอง แต่กระบวนการตรวจสอบปราบปรามอ่อนแอเพราะถูกครอบงำและแทรกแซง วันนี้ราชการอ่อนแอ-คนไทยอ่อนแอ ทำให้คนไทยเครียด-วิตกกังวล-มองไม่เห็นอนาคต

คนไทยทุกหมู่เหล่าคงได้แต่หวังในพระบรมเดชานุภาพในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทที่จะปกแผ่ลงมาเยียวยาแก้ไขปัญหาทั้งมวลและดำรงชาติดำรงไทยไว้ภายใต้ “พระราชอำนาจ” ในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

แต่คนไทยส่วนใหญ่ในปัจจุบันกลับขาดความรู้ความเข้าใจใน “พระราชอำนาจ” ที่ถูกต้องและเพียงพอ

คนไทยส่วนใหญ่ยังเข้าใจว่า พระมหากษัตริย์ไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ทั้งที่กฎหมายรัฐธรรมนูญทุกฉบับพระมหากษัตริย์ทรงให้ความเห็นชอบหรือทรงมีพระบรมราชานุมัติก่อนจึงจะประกาศใช้บังคับได้

คนไทยส่วนใหญ่รู้จัก “พระราชอำนาจ” ตามลายลักษณ์อักษรที่ปรากฏไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น ทั้งที่ยังมี “พระราชอำนาจ” ตามนิติราชประเพณีอีกมาก

ราชการเองก็ยังไม่เข้าใจในเรื่องของ “พระราชสมภารเจ้า” จึงได้ตรากฎหมายและใช้กฎหมายเกี่ยวกับสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ผิดนิติราชประเพณีทำให้เกิดสังฆาเภท สงฆ์แยกเป็น 2 ฝ่าย

คนไทยส่วนใหญ่ทราบดีว่า ยามที่เกิดวิกฤติการณ์ใด ๆ ขึ้นในบ้านเมืองเกินกว่ากำลังความสามารถที่จะใช้กลไกตามปกติของทางราชการและกฎหมายเยียวยาได้ พระมหากษัตริย์ของคนไทยจะทรงแก้ไขวิกฤติการณ์เหล่านั้นได้เสมอ

ด้วยเหตุนี้ ข้าพระพุทธเจ้าจึงค้นคว้าเรียบเรียงเขียน “พระราชอำนาจ” ขึ้นมาท่ามกลางกระแสวิกฤติการณ์และความเลวร้ายต่าง ๆ

และก็มิได้มีความคาดหวังแม้แต่น้อยว่าคนไทยจะให้ความสนใจในหนังสือนี้  เพราะข้าพระพุทธเจ้าถูกขัดขวางเป็นประจำจากคนบางกลุ่ม บางพวกเสมอ  นับตั้งแต่ได้ออกหนังสือ “การใช้อำนาจ เป็นธรรมชาติของมนุษย์”

เมื่อข้าพระพุทธเจ้าได้น้อมรับกระแสพระราชดำรัสดังกล่าวนี้มาแล้ว  ทำให้ต้องพยายามแพร่กระจายหนังสือเล่มนี้ให้กว้างขวางในหมู่คนไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้ “พระราชอำนาจ” ในใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทมาเป็นมหาจักรขับเคลื่อนประเทศและประชาชนชาวไทยสืบไป

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม

     (นายประมวล รุจนเสรี)

…………………………………………

คำนำของหนังสือ“พระราชอำนาจ”

พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ เป็นของสูงที่คนไทยยกไว้ทูลเกล้า ทูลกระหม่อม มาตั้งแต่โบราณกาลนับพันปี พระราชอำนาจที่เคยมีอย่างสมบูรณ์เบ็ดเสร็จ เด็ดขาดได้เปลี่ยนแปลงไปตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ และขนบธรรมเนียมนิติราชประเพณี ทำให้คนไทยยุคประชาธิปไตยปฏิบัติตนต่อพระราชอำนาจ ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์เหมาะสมบ้างไม่เหมาะสมบ้าง อย่างรู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้าง

        บุคลากรที่เกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจอธิปไตยในพระปรมาภิไธยของพระมหากษัตริย์ จะต้องมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในอำนาจที่จะต้องบริหารจัดการ มิใช่เพียงบริหารอำนาจตามตัวอักษรที่ปรากฏ

         บางเรื่องบางกรณีก็ไม่ปรากฏหลักการปฏิบัติในการใช้อำนาจไว้เป็นลายลักษณ์อักษร จะต้องใช้อำนาจจัดการเรื่องเหล่านั้นตามวัฒนธรรม ความเชื่อ ค่านิยมของคนไทย และนิติราชประเพณี

        บางกรณีผู้ใช้อำนาจก็คำนึงถึงแต่ความถูกต้องของขั้นตอนและกระบวนการทางกฎหมายเท่านั้น มิได้คำนึงถึงความถูกต้องโดยธรรม

        ความจริงถ้าคนไทยและผู้มีหน้าที่ทุกฝ่ายได้เข้าใจประวัติความเป็นมาของพระราชอำนาจในสถาบันพระมหากษัตริย์ว่า การปกครองในระบอบประชาธิปไตยของไทยในปัจจุบัน เกิดจากการเตรียมการและยินยอมพร้อมใจของพระมหากษัตริย์ไทย มิได้เกิดจากการต่อสู้แย่งชิงอำนาจของประชาชนโดยตรง

        มิได้เป็นความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์กับประชาชนเหมือนฝรั่งเศสและประเทศอื่น ๆ

       ในทางตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ของประชาชนกับพระมหากษัตริย์ของเราเป็นมาด้วยความมีใจ ผูกพันซึ่งกันและกันอย่างไม่อาจแยกหรือทุบให้แตกสลายลงได้ พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ทรงปกครองดูแลประชาชนเยี่ยงบิดาปกครองบุตร ทรงห่วงใยในทุกข์สุข ชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎร

        และราษฎรก็ถวายความเคารพ ความศรัทธา ความเชื่อมั่น อย่างหมดจิตใจต่อสถาบันแห่งนี้

        มรดกทางการเมืองการปกครองเช่นนี้ หากได้มีการค้นคว้ารวบรวมไว้ให้ นักการเมืองรุ่นใหม่ได้ศึกษาและเข้าใจ ก็จะช่วยให้สามารถมองเห็นแนวทางและวิธีการบริหารจัดการอำนาจอธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ให้เกิดมีความวัฒนาสถาพร ประเทศชาติ ประชาชนก็จะเจริญก้าวหน้า

        ไม่เกิดจลาจลกลางเมือง ประชาชน รัฐบาล และทุกฝ่าย ต่างก็จะได้ทำหน้าที่ของตนตามครรลองแห่งการปกครองที่ได้ตัดสินใจเลือกไว้

งานเขียนชิ้นนี้จะไม่มีประโยชน์สำหรับคนที่มิได้มีความคิดและจิตใจที่มั่นคงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นอกจากจะไม่เป็นประโยชน์แล้วยังจะเป็นที่ขัดหูขัดตา รำคาญใจเพิ่มขึ้น เสียสุขภาพจิตของผู้นั้นเปล่า ๆ

        จึงใคร่เรียนไว้แต่ที่นี้ว่า ขอร้องผู้มิได้มีจิตใจและความคิดที่มั่นคงในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อย่าได้อ่านงานเขียนชิ้นนี้เลย

(นายประมวล รุจนเสรี)

……………………………………….

“เจ้าชีวิตเจ้าแผ่นดิน”

คนไทยรุ่นใหม่ที่มีอายุต่ำกว่า 75 ปี ลงมา โดยเฉพาะผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี – โท – เอก จากต่างประเทศ จะมองภาพลักษณ์ของเจ้าชีวิต – เจ้าแผ่นดิน ผิดไปจากความเป็นจริง

และจะทราบถึงคุณสมบัติ วัตรปฏิบัติ การใช้อำนาจของพระเจ้าแผ่นดินในประวัติศาสตร์ของตนเองน้อยมาก อาจจะมีความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเลยไปว่า พระเจ้าแผ่นดินของไทยในอดีต ใช้อำนาจปกครองราษฎรด้วยการบังคับ กดขี่ ข่มเหง ย่ำยีประชาชน เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้อง

ลองพิจารณาจากงานเขียนชุดนี้และพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวถึงเจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ พระราชโอรส เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม ร.ศ.112 ว่า

        การที่เป็นพระเจ้าแผ่นดินไม่ใช่สำหรับมั่งมี  ไม่ใช่สำหรับคุมเหงคนเล่นตามชอบใจ  มิใช่เกลียดไว้แล้ว  จะได้แก้เผ็ด  มิใช่เป็นผู้สำหรับจะกินนอนสบาย เป็นเจ้าแผ่นดินสำหรับแต่เป็นคนจน  และเป็นคนที่อดกลั้นต่อสุขต่อทุกข์ อดกลั้นต่อความรักและความชัง  อันจะเกิดฉิวขึ้นมาในใจ  หรือมีผู้ยุยง  เป็นผู้ปราศจากความเกียจคร้านและเป็นผู้ป้องกันความทุกข์ของราษฎรซึ่งอยู่ในอำนาจปกครอง

พระมหากษัตริย์ของไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้ผ่านกาลเวลามานานนับ 1,000 ปี แม้จะทรงมีพระราชอำนาจแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด แต่ลักษณะการใช้พระราชอำนาจของแต่ละยุคแต่ละสมัยไม่ได้เป็นไปเพื่อกดขี่ข่มเหงรังแกประชาชนแม้แต่น้อย

สมัยสุโขทัยเป็นราชธานีก็ทรงใช้อำนาจแบบพ่อปกครองลูก ให้ความยุติธรรมแก่ราษฎรอย่างเสมอหน้า ให้สิทธิเสรีภาพในการค้าขายและส่งเสริมให้ราษฎรคนไทยมั่นคงในพระพุทธศาสนา

สมัยอยุธยาเป็นราชธานี แม้จะมีอิทธิพลของวัฒนธรรมในลัทธิพราหมณ์ที่หลั่งไหลมาจากเขมร คือ วัฒนธรรมเทวราชา หรือ เทพสมมติ ก็ไม่ปรากฏว่ามีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดทรงกดขี่ข่มเหงรังแกประชาชนกลับนำประชาชนให้มีความเข้มแข็งและขยายพระราชอาณาจักรออกไป

และทรงใช้พระราชอำนาจอยู่ในกรอบของธรรมะ ทั้งลัทธิธรรมศาสตร์และ “ราชศาสตร์” อันได้แก่ กฎมณเฑียรบาล จำกัดการใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ ป้องกันการกดขี่ข่มเหงใช้อำนาจรังแกและลงโทษประชาชนให้รอบคอบ รัดกุม

ต่อมาเมื่อพระพุทธศาสนามาเข้มแข็งขึ้นในหมู่คนไทยก็หันมาใช้อำนาจแบบพระธรรมราชาและจักรพรรดิราชา ภายใต้ทศพิธราชธรรม ราชสังคหวัตถุ และจักรวรรดิวัตร 12

สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ แม้พระมหากษัตริย์จะยังเป็นเจ้าชีวิต – เจ้าแผ่นดิน ก็มิได้ทรงใช้อำนาจกดขี่รังแกประชาชนคนไทยแต่อย่างใด กลับนำคนไทย ต่อสู้ข้าศึกศัตรูกอบกู้บ้านเมืองขึ้นมา  จนได้รับการยกย่อง เชื่อถือและถึงกับกราบบังคมทูลให้ทั้ง 2 พระองค์ขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์ในวาระเวลาที่ต่างกัน ได้เกิดวัฒนธรรมอำนาจใหม่ขึ้นมาเป็นอเนกชนนิกรสโมสรสมมติมาถึงปัจจุบัน

ด้วยความยึดมั่นในพระพุทธศาสนาและปรัชญาการปกครองต่าง ๆ ที่ มุ่งต่อความมั่นคงของชาติบ้านเมืองและความอยู่ดีมีสุขของราษฎร มิได้มุ่งสั่งสมทรัพย์ศฤงคาร ความร่ำรวย หรือความสุขสบายเหมือนพระมหากษัตริย์ในประเทศอื่น ๆ จึงทำให้คนไทยมีความยึดมั่นจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และแยกจากกันไม่ออก

…………………………

**หมายเหตุหาอ่านหนังสือพระราชอำนาจฉบับเต็มได้ที่ power.manager.co.th ขอขอบคุณ

 




ความเห็น

  • พลีกาย wrote on 10 กรกฎาคม, 2012, 12:43

    ชีพนี้ขอถือคำสัตย์ว่าความจงรัก­ภักดีนี้จะไม่มีวันจืดจาง ต่อให้เวลาไหนๆ ใครจะมาปั่นหัวสักเท่าไร หรือจะฆ่าผมให้ตายยังไง ความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพ­ระเจ้าอยู่จะคงอยู่ตลอดไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • นาดี wrote on 10 กรกฎาคม, 2012, 14:58

    ดีใจที่เกิดมาภายใต้ร่มพระบารมี ขอปฏิญาณถวายความจงรักภักดี แด่องค์ราชันย์ตลอดชีวิตนี้

  • การ wrote on 10 กรกฎาคม, 2012, 15:38

    พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ปกครองไพร่ฟ้าด้วยความรักด้วยธร­รมโดยแท้จริง 

  • รักในหลวง wrote on 18 กรกฎาคม, 2012, 14:06

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ พระพลามัยแข็งแรงยิ่งขึ้นเพื่อเป็นร่มโพธิ์ ร่มไทรและที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของคนไทยต่อไป

  • บุญเติม wrote on 7 มิถุนายน, 2013, 12:20

    พ่อผู้หาคำเปรียบเทียบมิได้
    ขอเทิดไท้พ่อหลวงของไทย
    พ่อหลวงผู้ทรงเป็นธรรม
    ประดุจล้ำศาลไคฟงผู้ทรงคุณธรรม
    เมื่อยามลูกทุกข์กายใจ
    พ่อหลวงบรรเทาให้ทุกครา
    ขอจงทรงพระเจริญ 

  • สุทธิศักดิ์ เพชรวงค์ wrote on 10 กรกฎาคม, 2014, 20:55

    ได้ความรู้มากเลยครับความเป็นมาตั้งแต่บรรพบุรุษถึงปัจจุบัณอยากให้คนไทยได้อ่านและศึกษาความเป็นมาเพื่อพัฒนาสังคมให้ถูกต้องโดยธรรมในระบอบประชาธิปไตย
    ที่สืบทอดมายาวนานผมทราบถึงความอดทนอดกลั้นต่อหน้าที่ของพระมหากษัตร์ทุกพระองค์ที่พระองค์ยึดหลักความถูกต้องและเที่ยงธรรมเสมอมาเป็นบุญของปวงชนชาว
    ไทยที่ได้เกิดมาใต้ร่มฝ่าระอองธุลีพระบาท ขอพระองค์ทรงพระเจริญด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

  • ข้ารองพระบาท wrote on 11 กรกฎาคม, 2014, 0:27

    ราชอาณาจักรไทย ต้องใชคำนี้เพราะแสดงถึง ชาติไทย ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  และเป็นชาติที่มีพระมหากษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก ไม่เสียชาติเกิดทีได้เกิดมาภายใต้พระเศวตฉัตร พระผู้มากด้วยเมตตาพระกรุณาต่อไพร่ฟ้าทุกคน ความทุกข์ของพระองค์คือทุกข์ของแผ่นดินคือทุกข์ของพระองค์ทรงเมตตาช่วยเหลือ ยากที่พระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกจะทำได้ จะขอจงรักและภักดีตราบชิวิตจะหาไม่ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

  • pooklook wrote on 11 กรกฎาคม, 2014, 1:34

    พระราชอำนาจ เป็นพระคุณสำหรับพสกนิกรของพระองค์และผู้อื่น ไม่เคยใช้แบบพระเดชหรือทำลายล้างทำให้ประชาชนเดือดร้อนแม้แต่ครั้งเดียว ประชาชนคนดีๆซึ่งมีจำนวนมหาศาลรักพระองค์สุดหัวใจค่ะ
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ผู้เขียน

เขียน 10244 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics