ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของญี่ปุ่น(14)
- วันอังคาร 19 มิถุนายน 2555 12:50
- บทความสถาบันฯ, บทความเด่น
- อ่าน 221 ครั้ง
- ยังไม่มีความเห็น
ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุขของญี่ปุ่น(14)
ศ.ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณและคณะ
รัฐธรรมนูญญี่ปุ่นตั้งแต่สมัยเมจิมาจนถึงปัจจุบันมี 2 ฉบับ ฉบับแรก คือฉบับก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งสมเด็จพระจักรพรรดิมัตสุฮิโตพระราชทานให้ชาวญี่ปุ่นเมื่อ 11 กุมภาพันธ์ 1889 และใช้มา 57 ปี
จนหลังแพ้สงคราม จึงยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว แล้วมาใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเมื่อ 3 พฤษภาคม 1947 มาจนถึงวันนี้เป็นเวลา 65 ปี
เป็นอันว่าใน 122 ปี (ตั้งแต่รัชกาลที่ 5–ปัจจุบัน) ญี่ปุ่นมีรัฐธรรมนูญเพียง 2 ฉบับ ซึ่งน้อยมากเมื่อเทียบกับประชาธิปไตยไทย 80 ปี มีรัฐธรรมนูญถึง 18 ฉบับ ถ้าเฉลี่ยอายุรัฐธรรมนูญไทยก็มีอายุแค่ 4.45 ปี ต่อฉบับ!
ในช่วง 122 ปีนี้ พระจักรพรรดิฮิโรฮิโตทรงเป็นพระจักรพรรดิใน 2 ช่องทางรัฐธรรมนูญ คือ ทรงครองราชย์ในรัฐธรรมนูญเมจิ 21 ปี และทรงเป็นพระจักรพรรดิตามรัฐธรรมนูญปัจจุบันถึง 42 ปี รวม 63 ปี ในช่วงรัฐธรรมเมจินั้น พระราชอำนาจของสมเด็จพระจักรพรรดิพุ่งขึ้นสูงสุดถึงขนาดที่พระจักรพรรดิทรงสั่งให้ปราบกบฏได้ แม้สงคราม
ครั้งสำคัญ ๆ เช่น สงครามแมนจูเรีย สงครามจีน สงครามเกาหลี ก็ทรงมีบทบาทรับทราบและทรงให้กำลังใจแก่กองทัพเช่นเดียวกับกรณีสงครามโลกครั้งที่ 2 จนญี่ปุ่นแพ้สงครามโลก
รัฐธรรมนูญของแมคอาเธอร์จึงจำกัดพระราชอำนาจให้ทรงเป็นเพียง “สัญลักษณ์” ถึง 42 ปี ก็เป็นอันว่ารัชกาลโชวะของสมเด็จพระจักรพรรดิฮิโรฮิโตเป็นรัชกาลที่พระราชสถานะพระจักรพรรดิพุ่งขึ้นสูงสุดและลดลงต่ำสุดในรัชกาลเดียวกัน !
สมเด็จพระจักรพรรดิอากิฮิโตพระราชโอรสทรงรับราชสมบัติต่อจากพระราชบิดาในฐานะ “สัญลักษณ์” เท่านั้น จนรับสั่งว่าทรงเป็น “หุ่นยนต์”
หากเราจะเทียบประเทศไทยที่มีรัฐธรรมนูญมาตั้งแต่วันที่ 27 มิถุนายน 2475 ถึงปัจจุบัน ก็ 80 ปี มีพระมหากษัตริย์ครองราชย์ 3 พระองค์ คือพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระบาทสมเด็จพระอัฐมรามาธิบดินทร และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน
ใน 3 รัชกาลนี้ ประเทศไทยมี สถาบันพระมหากษัตริย์แต่ไม่มีองค์พระมหากษัตริย์ ถึง 15 ปี ตั้งแต่การสละราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวเมื่อ 2 มีนาคม 2478 จนถึงวันบรมราชาภิเษกรัชกาลปัจจุบัน
ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 ในช่วงต้นของประชาธิปไตยมีความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวกับคณะราษฎร จนเป็นเหตุให้ทรงสละราชสมบัติ สภาวะเช่นนี้ไม่ปรากฏในญี่ปุ่น
นอกจากนั้น พระราชสถานะของพระมหากษัตริย์ไทยทั้งในสมัยรัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 8 จึงไม่สูงเด่นเหมือนพระราชสถานะพระจักรพรรดิมัตสุฮิโตและฮิโรฮิโตในรัฐธรรมนูญเมจิ แต่ตรงกันข้ามในช่วงต้นยุคประชาธิปไตยไทยนั้นดูเหมือนว่าอำนาจการเมืองทั้งหมดอยู่ที่รัฐบาล ในขณะที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสัญลักษณ์มากกว่าอย่างอื่น โดยเฉพาะเมื่อพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลทรงศึกษาอยู่ในสวิตเซอร์แลนด์และมีคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เลือก
แต่เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จขึ้นครองราชย์ต่อจากพระบรมเชษฐาธิราชและทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจทางสังคม ช่วยเหลือคนด้อยโอกาสทั่วประเทศ ทั้งยังทรงแก้วิกฤติการเมืองที่รุนแรงหลายครั้ง (เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516, เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535)
ทำให้พระราชสถานะของพระมหากษัตริย์พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่เคยมีมาก่อน พระราชสถานะนี้ยิ่งโดดเด่นขึ้นเมื่อองค์การระหว่างประเทศทั้งหลายได้ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลต่าง ๆ
ตลอดจนสดุดีพระองค์ท่านทำให้พระเกียรติยศแผ่ไพศาลไปทุกทิศานุทิศ ยิ่งรัชกาลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยืนยาวมาจนถึงปัจจุบัน 66 ปี เป็นพระมหากษัตริย์ที่ปกครองยาวนานที่สุดในโลก จึงทำให้พระราชสถานะสูงเด่นกว่าพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในปัจจุบันนี้!.









