ถนนสายนั้น…

แบ่งปัน

ถนนสายนั้น

37

ศาสตราจารย์พิเศษธงทอง จันทรางศุ

ผมเชื่อว่ามาถึงวันนี้แล้ว ผมอาจกล่าวได้อย่างเต็มปากว่า  คนไทยกว่าครึ่งกว่าค่อนของประเทศอยู่ในฐานะเป็นคนแผ่นดินเดียว

ตามภาษาแบบโบร่ำโบราณที่เคยพูดกันมา คำว่า แผ่นดิน ในที่นี่หมายถึงรัชกาลของพระเจ้าแผ่นดิน เช่นผู้ที่เป็นแฟนหนังสือเรื่อง สี่แผ่นดิน ของหม่อมราชวงศ์ คึกฤทธิ์ ปราโมช ย่อมระลึกได้เป็นอย่างดีว่า แม่พลอย ตัวเอกของหนังสือเรื่องดังกล่าว เป็นผู้ที่มีอายุยืนยาวถึง สี่รัชกาล คือ ตั่งแต่รัชกาลของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ ๕) มาจนถึงรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล พระอัฐมรามาธิบดินทร (รัชกาลที่ ๘)

        แต่สำหรับชาวไทยเราในปัจจุบันนี้ รัชกาลอันร่มเย็นเป็นสุขของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเป็นเวลาที่ยืนยาวถึงกว่าหกสิบสี่ปีแล้ว และยืนยาวต่อไปโดยไม่มีกำหนดสิ้นสุด คนไทยจำนวนหลายล้านคนกว่าครึ่งกว่าขค่อนของประเทศ จึงเป็นผู้ที่ถือกำเนิดมาในรัชกาลปัจจุบัน  ตั้งแต่มีชีวิตกำเนิดมาก็รู้จักพระเจ้าอยู่หัวอยู่เพียงแต่พระองค์เดียวเท่านั้น

        การที่คนเรารู้จักหรือคบค้าสมาคมกับใครก็ตาม ยิ่งรู้จักกันไปนานวันก็ทำให้ความรู้จักนั้นเพิ่มพูนงอกเงยขึ้น และเกิดความผูกพันเพิ่มพูนขึ้นด้วย ถ้านึกเช่นนี้แล้ว การที่คนไทยได้รู้จักพระเจ้าอยู่หัวพระองค์เดียวของเรามานานกว่าหกสิบปีเช่นนี้ ย่อมเป็นเวลานานเพียงพอที่จะทำให้เราได้ตะหนักลึกซึ้งถึงพระราชจริยวัตรและน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ว่าทุกเวลานาทีของพระองค์ท่านเป็นไปเพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม สมดั่งพระปฐมบรมราชโองการที่ได้พระราชทานอารักขาไว้เมื่อหกสิบปีที่แล้วมิได้ผิดเพี้ยน

        ถ้าจะให้ใครหรือหน่วยงานใดประมวลพระมหากรุณาธิคุณ ตลอดจนเรื่องราวความรู้เห็นของคนไทยในส่วนที่แต่ละคนได้เกี่ยวข้องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รับพระราชทานพระมหากรุณาปกเกล้าปกกระหม่อม ด้วยความตั่งใจที่จะรวบรวมให้ได้ครบถ้วนแล้ว ผมคิดว่าคงเป็นการเหลือวิสัยที่จะทำเช่นนั้นได้

        เรื่องที่ผมจะเล่าสู่กันฟังต่อจากนี้ไปจึงเป็นแต่เพียงเรื่องราวเล็กๆแง่มุมหนึ่งที่ผมมีโอกาสได้เห็นได้ยินหรือประสบมาด้วยตนเอง และจะมีวาระใดอีกเล่า ที่สมควรจะนำเรื่องนี้มาเล่าสู่กันฟังยิ่งกว่าในวันเฉลิมพระชนมพรรษาเช่นนี้

        เมื่อหลายปีมาแล้ว ผมมีวาสนาได้เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระมหากรุณาเล่าความย้อนหลังถึงงานพัฒนาภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีทรงปรารภถึงข้าราชการกระทรวงสาธารณสุขผู้หนึ่งชื่อ นายดุสิต กฤษณัมพก ว่าเป็นผู้ที่ตั้งอกตั้งใจทำงานพัฒนาทั้งในและนอกหน้าที่ราชการ เป็นผู้ที่ผมน่าจะได้มีโอกาสรู้จักพูดคุยด้วย ผมเองเคยได้ยินชื่อคุณดุสิตมาบ้างแล้ว จากการอ่านหนังสือพระนิพนธ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดี รังสิต ด้วยสาเหตุประกอบกันดังนี้ หลังจากนั้นไม่นานนักผมก็ขวนขวายไปพบคุณดุสิตที่บ้านพักใกล้สถานีรถไฟบ้านส้อง จังหวัดสุราษฎร์ธานี คุณดุสิตได้กรุณาเล่าอะไรต่อมิอะไรที่น่าฟังหลายอย่างให้ผมได้รับทราบ รวมทั้งพาผมเดินทางจากบ้านพักเข้าไปที่อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่คุณดุสิตทำงานพัฒนาเมื่อสมัยยังหนุ่มกระชุ่มกระชวยและยังรับราชการอยู่

        การเดินทางจากบ้านคุณดุสิตไปอำเภอพระแสงในวันนั้นใช้เวลาไม่กี่นาที เพราะมีถนนลาดยางอย่างดีเป็นเส้นทางคมนาคม คุณดุสิตเล่าว่าเมื่อหลายสิบปีก่อนหน้านี้ เวลาข้าราชการถูกย้ายไปทำงานที่อำเภอพระแสง มีคนปรารภว่าย้ายไปเวียดนามยังดีกว่า เพราะพระแสงในครั้งนั้นอยู่ไกลปืนเที่ยงเสียเหลือเกิน ต้องบุกป่าผ่าดงนั่งเรือไปต่อมอเตอร์ไซค์กว่าจะถึงปลายทางใช้เวลากว่าครึ่งวัน

        แต่ด้วยเดชะพระบารมีความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถแทรกเตอร์แบบ D-๔ ให้แก่ชาวพระแสงหนึ่งคัน เพื่อให้ทำถนนออกมาเชื่อมต่อกับโลกภายนอก

        แทรกเตอร์คันที่ว่านี้ใช้เฮลิคอปเตอร์ลำใหญ่ยกไปวางไว้กลางป่า แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานแก่ชาวบ้านด้วยพระองค์เอง

        เมื่อพี่น้องชาวพระแสงได้รับพระราชทานแทรกเตอร์แล้วก็ช่วยกันวางแผนตัดถนนว่าจะลดเลี้ยวไปทางใดบ้าง  ค่าใช้จ่ายในส่วนน้ำมันที่ต้องใช้นั้นเป็นเงินพระราชทานแรงงานในการทำถนนซึ่งใช้แทรกเตอร์เป็นกำลังหลักและมีกำลังคน อาหารการกินก็ใช้ระบบข้าวหม้อแกงหม้อ ต่างคนต่างนำมาจากที่บ้านของตนเองแล้วมาแบ่งกันกิน ลูกหลานตัวเล็กๆ ก็วิ่งกันเป็นกองเชียร์อยู่รอบๆวงของผู้ใหญ่ เป็นการสนุกครึกครื้นไปด้วยกันทั้งหมด ถนนสายนี้เมื่อสร้างเสร็จแล้วก็ได้อาศัยเป็นเส้นทางสัญจรจากอำเภอพระแสงเข้ามาติดต่อกับโลกภายนอกจนถึงปัจจุบัน

        คุณดุสิตบอกผมว่าถนนที่สร้างด้วยแรงงานความร่วมมือร่วมใจของชาวพระแสงเช่นนี้ เสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าการประมูลจัดจ้างบริษัทภายนอกเข้ามาก่อสร้างเป็นอันมาก ค่าเวนคืนที่ดินก็ไม่ต้องเสียเพราะเจ้าของต่างเต็มใจอุทิศให้เป็นประโยชน์แก่สาธารณะ  ใครจะเอารถน้ำหนักเกินมาวิ่งบนถนนสายนี้ย่อมไม่ได้อยู่เองเป็นธรรมดา เพราะพี่น้องชาวพระแสงรู้สึกเป็นเจ้าเข้าเจ้าของถนนเส้นนี้ และคอยสอดส่องดูแลกันเองอยู่เสมอ คุณดุสิตเห็นว่า พระบรมราชกุศโลบายที่พระราชทานแทรกเตอร์หนึ่งคันแล้วให้ชาวบ้านสร้างถนนเองเช่นนี้ เป็นแนวทางการพัฒนาที่ประเสริฐสุด เพราะทำให้ทุกคนมีส่วนร่วมคิดร่วมทำในการสร้างความเจริญให้กับบ้านเมืองของตัวเอง

        อาจกล่าวได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นต้นแบบของพวกเราชาวไทยในทุกมิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการพัฒนานั้น ท่านผู้ใหญ่หลายท่านได้กรุณาเล่าให้ผมฟังว่าทรงเน้นย้ำในเรื่อง ภูมิสังคมคือการพัฒนาที่สอดคล้องกับสภาพภูมิศาสตร์และสภาพสังคมของแตละท้องถิ่นท้องที่เป็นสำคัญ

        งานพัฒนาตามพระราชดำริทุกเรื่องมาจากความต้องการที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งจะได้รับประโยชน์รวมถึงผู้ที่ได้รับผลกระทบทุกคนไม่มีเว้นตัว ถนนเล็กๆเส้นหนึ่งบนแผนที่ประเทศไทยที่อำเภอพระแสง จัดหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นตัวอย่างอันดีที่สุดตัวอย่างหนึ่งของแนวทางพัฒนาตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

         เรื่องราวที่คุณดุสิตเล่าให้ผมฟังยังมีอีกหลายเรื่อง แต่ถ้าจะเล่ากันต่อไปก็จะยาวความอีกมาก ในวันเฉลิมพระชนมพรรษาปีนี้ผมจึงขออนุญาตนำเรื่องเก่าที่เกิดขึ้นจากความรับรู้และได้พบเห็นด้วยสายตาของผมเมื่อหลายปีก่อนมาเล่าสู่กันฟังเพียงนี้ก่อน แต่แม้จะเล่ามาเพียงสั้นๆแค่นี้ ผมเชื่อแน่ว่าท่านผู้อ่านคงเห็นพ้องด้วยกับผมว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของชาวเรานั้นท่านประเสริฐสุดในทุกแง่ทุกมุมจริงๆ

ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน




ความเห็น

  • กบร.ศสพ wrote on 15 ธันวาคม, 2010, 8:21

    รวมใจภักดิ์ รัก ในหลวง

  • กบร.ศสพ. wrote on 16 ธันวาคม, 2010, 7:51

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย

  • กบร.ศสพ. wrote on 20 ธันวาคม, 2010, 8:57

    ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์เป็นสุข

  • กบร.ศสพ. wrote on 23 ธันวาคม, 2010, 9:02

    จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดิน ด้วยพระบารมีของทั้ง สองพระองค์

  • นายทองสุข wrote on 25 มิถุนายน, 2012, 9:47

    จะยากจนข้นแค้นแสนสาหัส จะพรากพลัดอยู่แห่งใดไกลสุดแสน
    จะพิการแสนอนาถสุดขาดแคลน จะแร้นแค้นอยู่หนใดในแผ่นดิน
    น้ำพระทัยของพระองค์ส่งไปถึง เป็นที่พิ่งที่ลูกไทยใฝ่ถวิล
    ท่านทรงห่วงปวงประชาเรื่องหากิน ทุกสิ่งสิ้นพ่อหลวงทรงห่วงใย
    ยามนี้ท่านทรงประชวรลูกป่วนปั่น ทุกวี่วันไทยสลดไม่สดใส
    อยากให้พ่อหายห่วงด้วยเร็วไว ทุกผองไทยใฝ่จงรักและภักดี
    ขอให้พ่อมีแต่สุขเกษมสันต์ ทุกคืนวันจงไร้ทุกฃ์มีสุขศรี
    ปวงประชาขอเดชะพระภูมี ด้วยภักดีขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • น้องมิ้นต์ wrote on 28 มิถุนายน, 2012, 11:31

    ถ้ามีถนน ความเจริญก็ไปถึง 

ผู้เขียน

เขียน 10244 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics