จารุวรรณ สุยะ…ยืนยันทำดีถวายพ่อหลวง

แบ่งปัน

จารุวรรณ สุยะ…ยืนยันทำดีถวายพ่อหลวง


 

เช้าวันที่ 27 พ.ค. กับการเดินทางไปสัมผัสโครงการ ยกระดับคุณภาพชีวิต 84 ชุมชน 84 พรรษา เฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสมหามงคลที่จะทรงเจริญพระชนมพรรษา 7 รอบ 84 พรรษา 5 ธันวาคม 2554

โครงการดังกล่าวเป็นหนึ่งในโครงการเฉลิมพระเกียรติที่ส่งเสริมโดยรัฐบาล ที่มีโอกาสได้ลงพื้นที่ไปสัมผัสผลอันเกิดจากการลงมือปฏิบัติจริงโดยคณะอาจารย์ นักศึกษาและชาวบ้านที่ทุ่มเทกายใจด้วยจิตอาสาน้อมนำแนวพระราชดำริเศรษฐกิพอเพียงไปปลูกฝังหล่อหลอมอบรมความรู้บวกประสบการณ์เดิมของภูมิปัญญาท้องถิ่น จนก่อให้เกิดภาพจริงของความยั่งยืนด้านอาชีพ งานและรายได้ทำให้หลุดพ้นจากการขาดแคลนอดอยากมีความสุขอย่างยั่งยืนได้ เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล 9 แห่ง(มทร.9 แห่ง) สามัคคีกันทำ

        หมู่บ้านชุมชนตัวอย่างที่ได้สัมผัสในวันนั้นคือศูนย์การเรียนรู้ชุมชนห้วยส้านดอนจั่นตามแนวพระราชดำริ ณ วัดดอนจั่น(ห้วยส้าน) หมู่ 3 ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย ที่แต่ละมหาวิทยาลัยนำเอาผลผลิตจริงที่เกิดแล้วจากการดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นเวลานานมาให้แสดงให้เห็นเป็นตัวอย่าง

        เช้าวันที่ 27 ที่ผมมีโอกาสลงพื้นที่ไปกับคณะประชาสัมพันธ์ มทร.ธัญญบุรี ถือเป็นพิเศษคือการแถลงถึงโครงการเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสอันเป็นมหามงคลนี้ นำโดยรศ.ดร.นำยุทธ สงค์ธนาพิทักษ์ อธิการบดีมทร.ธัญญบุรีในฐานะประธานคณะกรรมการอธิการบดี9มทร. ที่มีอธิการรองอธิการฝ่ายต่างๆของแต่ละมหาวิทยาลัยมาร่วม มีชาวบ้าน มีพระคุณเจ้าศูนย์รวมศรัทธาในฐานะผู้นำทางเผยแพร่ความดี ผู้นำชุมชนอบต.แล้วก็กศน. ที่ขาดไม่ได้ก็อาจารย์นักศึกษาของมทร.

       ในส่วนคณะมทร.ธัญญบุรีที่พาสื่อมวลชนไปนำโดยผอ.วิรัช โหตระไวศยะ ผอ.สมพงษ์ อังศุภโชติ นายกองค์การนักศึกษา และ ประธานสภานักศึกษาร่วมเดินทางไปพร้อมกัน

        ผมจะยังไม่พูดถึงบรรยากาศการแถลงโครงการเฉลิมพระเกียรติ โดยดร.นำยุทธเป็นประธาน แต่อยากจะเสนอความรู้สึกของอดีตนศ.มทร. ที่ปัจจุบันเป็นประชาสัมพันธ์ของมทร.ล้านนาลำปาง คุณจารุวรรณ สุยะ จบมากจากมทร.ล้านนาเชียงราย 3 ปีแล้วที่บังเอิญได้พูดคุยกันก็เรื่องที่เกี่ยวโยงกับโครงการเฉลิมพระเกียรติเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลหนนี้แหละ

       “เชื่อได้ว่าในหลวงคือจิตวิญญาณของคนไทยทุกคน หนูเองก็เช่นกัน ตอนที่เป็นนักศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงราย ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำงานเป็นคณะกรรมการสโมสรนักศึกษา ที่เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมแก่นักศึกษาในมหาวิทยาลัยฯ ซึ่งเราจะมีความภูมิใจมากเมื่อเข้ามาในรั้วสถานศึกษาอันมีนามว่า ราชมงคลเพราะเราถือว่าเป็นมงคลจากพระราชาที่ทรงมอบให้กับเรา พูดเร็วจนเกือบจะเก็บความไม่ทัน

        จารุวรรณบอกว่าที่มทร.ล้านนาลำปางทุกปีที่รุ่นน้องเข้ามาก็จะมีการถ่ายทอดความภาคภูมิใจนี้ให้กับรุ่นน้องเสมอ จนเป็นธรรมเนียมปฏิบัติสืบมา

        “หนูคิดว่าทุกคนจากที่รักพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวหรือในหลวงก็จะรักท่านยิ่งขึ้นอีก

        จารุวรรณ ย้อนถึงวันที่ได้เข้ารั้วราชมงคลว่าจากวันแรกจนถึงวันที่สำเร็จการศึกษา นอกจากการเรียนแล้ว กิจกรรมระหว่างเรียนก็เป็นสิ่งที่เราทุกคนให้ความสำคัญเพราเป็นประสบการณ์ที่ดีที่สุด

        ครั้งหนึ่งเราในฐานะสโมสรนักศึกษาได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ จุดเทียนชัยถวายพระพร โดยนำนักศึกษาเข้าร่วม ทุกคนให้ความร่วมมือดีมาก ความศักดิ์สิทธิ์ของพิธีพร้อมกับบุคลากรเจ้าหน้าที่ นักศึกษาของมหาวิทยาลัยฯ ทำให้ห้องประชุมแคบขึ้นมาทันตา

        นอกจากนี้แล้วในเครือข่ายของนักศึกษาเรายังได้รับทราบเรื่องราวและพระราชกรณียกิจของในหลวงอย่างต่อเนื่องจากwebsite หรือแม้แต่ forward mail ที่เราส่งให้กัน

         “คนหนึ่งทราบก็อยากจะถ่ายทอดให้กับคนหลายๆ คน ได้รับทราบเช่นกัน ซึ่งหนูก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ได้รับและส่งต่อ สิ่งหนึ่งที่หนูประทับใจมากและยึดถือพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างคือ ความกตัญญูและความพอเพียง หนูเชื่อว่าคนที่กตัญญูต่อพ่อแม่ กตัญญูต่อคุณครูอาจารย์ย่อมมีความพอเพียงอยู่ในสำนึกแน่นอนทุกคน

         เมื่อได้เห็นเงินทุกบาททุกสตางค์ที่พ่อแม่ส่งเสียให้เรียนแล้วเรายิ่งต้องใช้ให้คุ้มค่า ต้องพอกิน พออยู่ และพอใช้ แต่ทั้งนี้ก็เหลือเก็บไว้บ้างเพื่อใช้ในยามจำเป็น

        แล้วก็ได้ยินผู้ใหญ่สอนบ่อยครั้ง  คนกตัญญูจะเจริญตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ หนูเชื่อ เราคนไทยเห็นในหลวง หนูเห็นพระองค์ทรงกตัญญูต่อสมเด็จย่า ประทับใจและซึ้งใจที่สุด ยิ่งเมื่อสัมผัสได้ถึงคุณครูอาจารย์ท่านทุ่มเทการสอนด้วยมุ่งหวังให้เราเป็นคนดีมีความรู้เพื่อเป็นเครื่องมือในการสร้างอาชีพฐานะครอบครัว ช่วยเหลือเกื้อกูลผู้อื่นได้บ้างตามความเหมาะสมยิ่งรู้สึกซาบซึ้งและสำนึกในพระคุณท่าน

         จารุวรรณเล่าต่อด้วยคำพูดที่คล่องแคล่วว่า ครั้นเมื่อสำเร็จการศึกษามีความภาคภูมิใจมากที่ได้เป็นหนึ่งในบัณฑิตจากรั้วราชมงคล ยิ่งเมื่อได้ยินบทเพลงสถาบันในวันนี้แล้ว ทำให้ยิ่งภาคภูมิใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ท่านทรงมีต่อปวงชนชาวไทย โดยเฉพาะด้านการศึกษา วันนี้เองที่ขอสัญญากับตนเองว่าจะเป็นบัณฑิตราชมงคลที่จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในการทำความดีเพื่อในหลวงแม้จะไม่มากแต่หนูก็จะทำให้ดีที่สุด

        “วันหนึ่งหนูได้มีโอกาสเข้ามาทำงานในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา ลำปาง ในส่วนงานประชาสัมพันธ์ หนูมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับนักศึกษาได้ถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนกระบวนการทำงานร่วมกัน

          ครั้งหนึ่งหนูเคยถามน้องๆ ว่ารู้สึกอย่างไรบ้างที่ได้ศึกษาในรั้วราชมงคล เชื่อไหมคะน้องๆ รู้สึกเหมือนหนูวันแรกที่หนูเป็นน้องใหม่ คือ ภูมิใจตั้งแต่นามอันเป็นสิริมงคลที่พระราชาพระราชทานให้และจะเป็นบัณฑิตราชมงคลที่ดีในอนาคต คำพูดของน้องๆ นักศึกษาใหม่ทำให้หนูขนลุกด้วยความภาคภูมิใจและดีใจที่ได้เจอฟันเฟืองเล็กๆ อีกหลายๆ อันที่จะร่วมกันทำดีเพื่อพ่อหลวงของเรา

          จารุวรรณบอกถึงความปลื้มใจเพิ่มขึ้นอีกคือ มีโอกาสเข้าร่วมเป็นหนึ่งในทีมงานโครงการคลินิกแก้ปัญหาและพัฒนาอาชีพ หนึ่งในโครงการ ยกระดับคุณภาพชีวิตชุมชนหมู่บ้านอย่างมีส่วนร่วม เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลที่ต่อเนื่องมาถึงวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคมนี้

         “ในวันที่ร่วมกับทีมงานลงพื้นที่ ณ บ้านหนองหล่าย อำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง ชุมชนต้นแบบที่มหาวิทยาลัยฯ คัดเลือกให้เข้าร่วมโครงการ พวกเราได้พบกับคุณลุงถนอม คุณลุงเล่าให้หนูฟังถึงการน้อมนำเอาแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำเนินชีวิตของคนที่นี่ว่า คุณลุงเริ่มจากการทำปุ๋ยหมัก ที่นำเอาเศษใบไม้ เศษขยะเหลือใช้ มาหมักรวมกันแล้วนำไปใช้ในการเกษตร ซึ่งทำให้เกิดการลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนและชุมชนได้จริง

         “นอกจากนี้ในหมู่บ้านยังได้นำผลผลิตอย่างข้าวกล้อง มาแปรรูปเป็นไอศกรีม เลี้ยงจิ้งหรีดขาย ทำอาชีพเสริมด้านต่าง ๆ เมื่อมหาวิทยาลัยฯ เข้าไปช่วยเหลือด้านการสร้างองค์ความรู้ สร้างตราสินค้า ก็ทำให้ชุมชนมีการยกระดับคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากเดิม บนพื้นฐานของภูมิปัญญา ความพอเพียงและความยั่งยืนทั้งการไม่ขาดแคลนไม่อดอยากและสัมผัสความสุขต่อไป

จารุวรรณชี้ให้ดูตัวอย่างผลผลิตอย่างไอครีมแล้วบอกว่าการลงพื้นที่แต่ละครั้งเชื่อว่าทีมงานแต่ละท่านจะได้แนวคิดหลายๆ ด้านมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตเฉกเช่นชาวบ้านอย่างแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะนักศึกษาทีมงานที่สามารถนำมาถ่ายทอดให้กับพี่ๆ เพื่อน น้องๆ ต่อได้อีกเยอะ ในส่วนของตัวเองก็นำมาเผยแพร่ในลักษณะของข่าว และถ่ายทอดให้กับเพื่อนร่วมงานน้องๆนักศึกษา และชุมชนที่รับฟังจากรายการวิทยุได้รับทราบ ซึ่งเป็นการเริ่มต้นการทำงานของฟันเฟืองตัวน้อยตัวหนึ่งที่ขับเคลื่อนพร้อมกันเป็นองคาพยบกับฟันเฟืองตัวอื่นๆ

        “หนูมีความเชื่อและสัมผัสได้ว่า เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านเป็นคนดีมีความสุขอย่างยั่งยืน พระองค์ท่านก็จะทรงมีความสุขด้วยอย่างแน่นอน จารุวรรณ สุยะ ทิ้งท้ายด้วยรอยยิ้ม

 

ขอขอบคุณสยามรัฐ




ความเห็น

  • สถาพร wrote on 16 มิถุนายน, 2012, 12:02

    เห็นด้วยครับ  เราแทบไม่ต้องเสียเวลาคิดอะไรมากเลย  พระองค์ทรงคิดสิ่งดีดีไว้ให้แล้ว เราเพียงทำตามและเผยแพร่สิ่งดีดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ ก็พอ  นานวันเข้า บ้านเมืองเราจะต้องดีขึ้นแน่ ….ด้วยความเคารพ



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

chaopraya02 เขียน 8437 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2013 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved.