สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า“รัก”ที่คนไทยเต็มใจถวายแด่“ในหลวง”

แบ่งปัน

 สิ่งเล็กๆที่เรียกว่า“รัก”ที่คนไทยเต็มใจถวายแด่“ในหลวง”

43

        ขอนำเรื่องราวดี ๆ ของคนไทยในแผ่นดินไทย ที่น้อมนำคำสอนและเดินตามรอยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการดำเนินชีวิตในแต่ละวันมาถ่ายทอด เพื่อเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงงานด้านต่าง ๆ เพื่อพสกนิกรของพระองค์มาโดยตลอด 65 ปีแห่งการครองราชย์

     

         จากบทความตอนหนึ่งที่ถูกจารึกไว้ในหนังสือพระราชนิพนธ์ เรื่อง เมื่อข้าพเจ้าจากสยามสู่สวิสแลนด์, 2489” เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ กลับไปทรงศึกษาต่อยังประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2489 โดยมีพสกนิกรมาเฝ้าส่งเสด็จกันมากล้น ขณะที่เสียงถวายพระพรดังกึกก้องอยู่นั้น กลับมีเสียงของชายคนหนึ่งร้องตะโกนแทรกเข้ามาในพระกรรณว่า อย่าละทิ้งประชาชนขณะเดียวกันพระองค์ทรงร้องตอบกลับลงไปว่า ถ้าประชาชนไม่ทิ้งข้าพเจ้าแล้ว ข้าพเจ้าจะละทิ้งอย่างไรได้ตลอดระยะเวลากว่า 84 พรรษา และ 65 ปีของการครองราชย์กระทั่งทุกวันนี้ ทรงพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า พระองค์ไม่เคยทิ้งประชาชนของพระองค์เลยทรงทุ่มเทพระวรกายอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ทรงคิดค้นและริเริ่มโครงการพระราชดำริต่าง ๆ กว่า 4,000 โครงการทั่วประเทศ สร้างความเป็นอยู่ที่ดีแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วทุกหย่อมหญ้า

ใต้ร่มพระบารมีของพ่อ


         หนึ่งเสียงสะท้อนจากขุนเขา ครูเรียม สิงห์ทรครูชำนาญการพิเศษ รร.บ้านขอบด้ง หรือที่รู้จักกันดีในนาม ครูแห่งดอยอ่างขางผู้ยึดมั่นแนวทางของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต จากอุดมการณ์ของผู้หญิงคนหนึ่งที่ตัดสินใจทิ้งความสุขสบายในเมืองกรุงไปตามหาความฝันกับวิชาชีพการเป็น ครูบนดอยอ่างขาง ดินแดนที่ห่างไกลความเจริญ ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีน้ำประปา และไม่มีแม้แต่โรงเรียน สถานที่ที่จะมาตามหาความฝัน มีเพียงห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ ในโครงการหลวงดอยอ่างขาง ตามแนวพระราชดำริ แต่เพราะเหตุใด ครูเรียมถึงตัดสินใจอยู่ที่นี่ต่อ ครูเรียมเล่าย้อนไปเมื่อ 28 ปีที่ผ่านมาว่า ในวันที่ท้อแท้และตัดสินใจที่จะหันหลังให้ความฝัน ครูนั่งทบทวนความคิดของตัวเองอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระองค์ ที่แขวนอยู่เหนือกระดานดำ ทำให้ฉุกคิดได้ว่า ความลำบากที่เราเจอในวันนี้ ยังไม่ได้เศษเสี้ยวหยาดเหงื่อของพระองค์ ที่ทรงทำเพื่อพสกนิกรชาวไทยเลย ทั้งสิ่งที่พระองค์พยายามทำให้แผ่นดินแห่งนี้เกิดความสุขขึ้นได้

        จากนั้นครูเรียมไม่นั่งรอความหวังอีกต่อไป ออกไปตามหาและให้ความรู้แก่เด็ก ๆ ถึงที่บ้าน จากห้องเรียนที่ว่างเปล่าก็มีเด็กนักเรียนเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็น รร.บ้านขอบด้งในปัจจุบัน ซึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาเยี่ยมราษฎรที่ดอยอ่างขาง ทรงทอดพระเนตรการเรียนการสอนของ รร.ขอบด้ง และพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ให้เป็นทุนในการทำแปลงการเกษตรสาธิต โครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน ณ เวลานั้นครูเรียมบอกว่า ความเหนื่อยล้าทั้งหมดหายไปโดยปริยาย เหลือแต่เพียงความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ที่แน่นอยู่เต็มอก

         สุดท้ายครูเรียมได้ปฏิญาณตนไว้ว่า จะตั้งใจทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท ในฐานะข้าหลวงของแผ่นดินจนกว่าจะเกษียณอายุราชการ ถึงแม้งานที่ทำเหนื่อยแต่ก็มีกำลังใจ เพราะผลลัพธ์ออกมาเป็นรูปธรรม การศึกษาสามารถพัฒนาเด็ก ๆ จากรุ่นสู่รุ่นให้มีอนาคตที่ดีได้ ถือเป็นความภูมิใจที่สุดในวิชาชีพครู ฉะนั้นตราบใดที่ยังมีแรงและลมหายใจอยู่ขอเดินตามรอยพ่อ พัฒนาแผ่นดินไทยให้มีแต่ความร่มเย็นเท่าที่จะสามารถแทนคุณได้ และจะตั้งมั่นอยู่บนพื้นฐานของความพอดี พอเพียง และพอใจที่ได้เกิดใต้ร่มพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่ปวงชนชาวไทย

 

ปกป้องธรณีของพ่อ

       การรักษาแผ่นดินไม่ใช่หน้าที่ของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นหน้าที่ของพสกนิกรทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยแห่งนี้เสียงยืนยันที่หนักแน่นจากปากของ ป้าภาคี วรรณสักวัย 68 ปี ชาวบ้านทุ่งยาว จ.ลำพูน ก่อนเล่าความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณพ่อหลวงของแผ่นดินว่า ในอดีตหมู่บ้านทุ่งยาวอยู่กันแบบเรียบง่ายกับผืนดินผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เป็นที่หมายปองของนายทุน ที่จะมากว้านซื้อที่ดินเพื่อสร้างโรงงานอุตสาหกรรม แต่ด้วยสิ่งที่ทุกคนในชุมชนได้รับการปลูกฝังมาจากรุ่นสู่รุ่นตั้งแต่บรรพบุรุษผู้ก่อตั้งหมู่บ้านว่า ในหลวงพระราชทานผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ไว้ให้พวกเราได้มีที่อยู่ที่กิน ฉะนั้นพวกเราทุกคนต้องช่วยกันรักษาผืนป่า ที่เป็นเหมือนชีวิตของคนในหมู่บ้านไว้ชั่วลูกชั่วหลาน

        ป้าภาคี เล่าต่อว่า ทุกวันนี้ที่ชาวบ้านทุ่งยาวอยู่กินกันอย่างมีความสุขได้นั้น เพราะทุกคนช่วยกันรักษาผืนป่าที่เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารตามแนวพระราชดำริของในหลวง เพราะถ้ามีป่า ย่อมมีน้ำ ถ้ามีน้ำย่อมเกิดการงอกงามของพืชพันธุ์แหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ในฐานะที่ตัวเองเป็นหนึ่งในลูกหลานบ้านทุ่งยาวขอปกป้องผืนป่าของพระองค์ เพื่อให้ลูกหลานได้อยู่ดีกินดีสืบทอดต่อไป ปัจจุบันการขายที่ดินในหมู่บ้านแทบจะไม่มีให้เห็นเลย เพราะทุกคนเห็นคุณค่า และรู้จักหวงแหนผืนดินป่าไม้ในชุมชนของตัวเอง และทุกคนยังตระหนักอยู่เสมอว่า จะรักษาแผ่นดินไว้ให้ลูกหลานได้อยู่ได้ทำกิน อย่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปกป้องรักษาผืนแผ่นดินให้คนไทยได้อยู่อย่างเป็นสุข

           สืบสานวิถีของพ่อ



         จากที่เป็นเพียงชาวบ้านคนหนึ่ง แต่ด้วยความมุ่งมั่นสืบสานวิถีแห่งความ พอเพียงของพ่อ อดิศร เหล่าสะพานผู้ที่นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้กับตัวเอง ตั้งแต่เริ่มทำหน้าที่หัวหน้าครอบครัว และความรับผิดชอบในฐานะของผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านดอนมัน เรื่อยมาจนถึงปัจจุบันดำรงตำแหน่งกำนัน ต.ขามเรียง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม กำนันอดิศร เล่าให้ฟังอย่างใจเย็นว่า เมื่อก่อนหมู่บ้านดอนมันเป็นพื้นที่แห้งแล้งมาก ดินเค็ม จนไม่สามารถปลูกพืชผักอะไรได้แล้ว และไม่มีคลองส่งน้ำ เพื่อนำมาใช้ในการเกษตร ต้องรอคอยน้ำฝนเพียงอย่างเดียว อีกทั้งคนในชุมชนยังหมกมุ่นอยู่กับอบายมุข แต่ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของในหลวงที่พระราชทานแนวคิดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ได้พลิกชีวิตทั้งตัวเองและคนในชุมชนให้ดำเนินชีวิตไปสู่หนทางที่ดี

         จุดเริ่มต้นของการนำหลักการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัวมาเป็นแนวทางในการบริหารชุมชน กำนันอดิศรบอกว่า ถ้าเปรียบประเทศไทยเหมือนครอบครัวเล็ก ๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็เปรียบเสมือนเป็นพ่อที่เป็นเสาหลักครอบครัว และในฐานะพ่อ ย่อมต้องการให้ลูกอยู่อย่างมีความสุข พระองค์ทรงดูแลห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เหมือนลูก เมื่อใดที่ลูกเดือดร้อนทรงเร่งให้หน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาช่วยเหลือแก้ไขเรื่องปากท้องความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทย ให้อยู่อย่างร่มเย็น พระองค์ทรงตระหนักเสมอว่า จะทรงทำอย่างไรให้ลูก ๆ ได้อยู่อย่างมีความสุข ฉะนั้นในฐานะที่เราเป็นลูก เราก็ควรสืบทอดความหวังดีของพระองค์ให้ดำเนินไปสู่รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป

        เริ่มเลี้ยงไก่ เลี้ยงกบ เลี้ยงปลา และปลูกผักไร้สารพิษ โดยใช้ปุ๋ยจากธรรมชาติ เช่น น้ำหมักชีวภาพ ปุ๋ยคอกจากมูลสัตว์ และน้ำส้มควันไม้ ที่ได้จากการเผาถ่าน และสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เพื่อใช้อุปโภคบริโภค ตามหลักการทรงงานของพระองค์ที่ระเบิดจากภายในสู่ภายนอกคือ เริ่มจากตัวเองก่อน จากนั้นนำมาสู่คนในครอบครัว ในฐานะที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจึงนำหลักการใช้ชีวิตแบบพอเพียงถ่ายทอดให้แก่ลูก ผ่านการกระทำเป็นแบบอย่างให้ลูกเห็นความสำคัญของอาชีพเกษตรกรรม ที่สืบทอดมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายายตามปรัชญาท้องถิ่น แล้วกระจายไปสู่ชุมชนที่อยู่อาศัย

        ณ ตอนนี้ แนวคิดที่กำนันอดิศรได้สืบสานมาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กลายเป็นรูปธรรมโดยการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวมถึงโครงการแม่แก้ไขปัญหายาเสพติด จ.มหาสารคาม โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้ และบำบัดผู้ติดยาเสพติดให้หันมาทำกิจกรรมดี ๆ ต่อไป

 

 พอเพียงตามรอยพ่อ

        แม้ชีวิตดำเนินไปตามวิถีของวิทยาศาสตร์ ที่เกี่ยวข้องกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี แต่ ดร.วรภัทร์ ภู่เจริญอดีตนักวิทยาศาสตร์องค์กรนาซา ผู้ค้นพบธรรมแห่งชีวิต จากการศึกษาปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จนเข้าใจได้ว่า สิ่งที่พระองค์ทรงตรัสไว้ทั้งหมดคือ หลักธรรมที่ชี้ทางสว่างให้แก่ชีวิต เพราะเป็นหลักที่มีทั้งเหตุและผลของความพอเพียง ความพอประมาณ

         แต่กว่าจะเข้าใจอย่างถ่องแท้ในวิถีของความพอเพียง ดร.วรภัทร์ บอกว่า เมื่อ 3 ปีก่อน ตัวเองได้เริ่มใช้ชีวิตตามวิถีความพอเพียงของพระองค์ท่านอย่างจริงจัง จากคำสอนของพระองค์ที่ว่า อย่าให้แม่ธรณีเปลือยให้หาอะไรมาห่มดินคืนกำไรในแม่ธรณี อย่าให้แม่ธรณีต้องทนหนาวโดยการซื้อที่ดิน แล้วมาเริ่มทำการเกษตรแบบไร่นาสวนผสม ปลูกต้นไม้พันธุ์หายาก ปลูกมันตามโครงการชั่งหัวมัน เลี้ยงไก่ เลี้ยงแพะ แค่จุดเริ่มเพียงระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้มาใช้ชีวิตบนผืนนาผืนไร่ทำให้เข้าใจว่าความพอเพียงคือ ความสุขที่เกิดขึ้นได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องใช้เงินสักบาทเดียว เพราะนอกจากจะพอกิน ยังเหลือไว้แบ่งปัน และยังนำความรู้ไปเป็นแนวทางสอนให้ผู้อื่นรู้จักใช้ชีวิตบนพื้นฐานของความพอเพียงอีกด้วย

             จากการทดลองทำการเกษตรแบบผสมผสานบนเนื้อที่เพียง 4 ไร่ ในระยะเวลาแค่ 3 ปี แม้จะยังไม่สมบูรณ์นัก แต่สิ่งที่ได้เรียนรู้มากยิ่งกว่าตำราวิศวกรรมหลายร้อยเล่มที่ได้เล่าเรียนมา คำสอนคำที่ว่า พอเพียงสอนให้เรารู้จักการไม่โลภ ไม่หวังกำไร ไม่หวังผลประโยชน์ และสุดท้ายคือสอนให้รู้จักพอเพียงในทุกสิ่ง ซึ่งเป็นภูมิต้านทานที่ดีของชีวิต ที่พระองค์พระราชทานแนวคิดนี้ไว้ และอย่างน้อย ๆ กำไรชีวิตที่ได้จากการเรียนรู้ความพอเพียงนั้น ก็ทำให้ได้รับรู้รสชาติของผัก ผลไม้ ที่ปลูกด้วยมือของตัวเอง อร่อยยิ่งกว่าอาหารจานเด็ดจากภัตตาคารชื่อดังด้วยซ้ำ

        เห็นแล้วว่าสิ่งที่พระองค์ทรงริเริ่มแนวทางการใช้ชีวิตแก่ปวงชนชาวไทยนั้น เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลกในพระวิริยะอุตสาหะกับวิถีแห่ง ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ทรงเป็นแบบอย่างให้ทุกคนน้อมนำแนวพระราชดำริเดินทางสู่ความยั่งยืนของชีวิต ด้วยพระมหากรุณาธิคุณอันล้นเกล้าล้นกระหม่อมอย่างหาที่สุดมิได้จริง ๆ.

 

ขอขอบคุณ เดลินิวส์




ความเห็น

  • เมืองไทย wrote on 10 มิถุนายน, 2012, 11:29

    นักการเมืองยื่นปลา พระราชายื่นเบ็ด
    นักการเมืองแจกแท็บเล็ต กษัตริย์แนะเคล็ดวิชา
    นักการเมืองห่วงอำนาจ มหาราชห่วงประชา
    นักการเมืองสร้างสัญญา องค์เจ้าฟ้าสร้างสรรธรรม
    นักการเมืองหาเรื่องกิน องค์ภูมินทร์หาเรื่องทำ
    ……นักการเมืองยุให้รำฯ ในหลวงย้ำให้ทำดี
    นักการเมืองมักแบ่งขั้ว องค์เหนือหัวไม่แบ่งสี
    นักการเมืองทำสี่ปี องค์ภูมีทำทุกวัน
    นักการเมืองชอบแบ่งเสียง พ่อพอเพียงชอบแบ่งปัน
    นักการเมืองคิดสั้น องค์ราชันย์คิดยาว
    …ขอองค์พระเจ้าอยู่หัว..ทรงพระเจริญ..

  • สุรนารี wrote on 20 มิถุนายน, 2012, 9:13

    สละสุขส่วนพระองค์ทรงงานหนัก เป็นแบบหลักสร้างพื้นฐานการศึกษ­า

    ด้อยโอกาส…ขาดสิ่งใด…แม้ภัย­มา พระเมตตา…โครงการหลวงช่วยปวงช­น

    สองพระหัตถ์ปัดทุกข์แผ่สุขชาติ สองพระบาทเบิกทางกระจ่างผล

    น้อมใจภักดิ์นบจักรีภูมิพล บุญเหลือล้นที่เกิดในร่มใบบุญ

  • folk wrote on 20 มิถุนายน, 2012, 15:10

    มิ่งมหา มงคล ชนทั้งชาติ ขอประกาศ เทิดไท้องค์ พระทรงศรี สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทุกแหล่งหล้า ทั่วธานี ขอบารมี คุ้มองค์ พระทรงธรรม์ 

ผู้เขียน

เขียน 10260 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics