พระราชาแห่งปัญญา องค์กษัตราแห่งความพอเพียง

แบ่งปัน

พระราชาแห่งปัญญา

องค์กษัตราแห่งความพอเพียง

พระอัจฉริยภาพของในหลวง ทั้งด้านศาสตร์และศิลป์นั้นเป็นที่ประจักษ์แก่คนไทยและต่างชาติ พระองค์ทรงใช้เวลาตลอด 60 ปีแห่งการครองราชย์ เพื่อศึกษาเรียนรู้ผืนดินทุกตารางนิ้วของเมืองไทย

และทรงงานหนักเพื่อความสุขของพสกนิกรชาวไทย จนก่อเกิดเป็นโครงการนานัปการที่ล้วนนำมาซึ่งการพัฒนาอย่างยั่งยืน

มีบุคคลต่อไปนี้  ที่จะมาถ่ายทอดประสบการณ์ที่ได้มีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาท ได้ประจักษ์ถึงพระอัจฉริยภาพและพระปรีชาสามารถาแห่งองค์กษัตราธิราชพระองค์นี้

………………………………………….

ปัจจุบัน ถึงแม้ อ.วิวัฒน์ จะเลือกเกษียณตัวเองจากราชการ หันเหชีวิตมาเป็นเกษตรกรเพื่อพ่อหลวงเต็มขั้นแล้วก็ตาม

“วิวัฒน์ ศัลยกำธร” : คืนชีวิตให้แผ่นดิน ตามรอยพระยุคลบาท

แรงบันดาลใจจากคนคนหนึ่ง สามารถขับเคลื่อนชีวิตใครสักคน ให้ออกย่างก้าวบนเส้นทางที่เลือกเดินได้อย่างมั่นคง วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานมูลนิธิสถาบันเศรษฐกิจพอเพียงและประธานมูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ

 

หลายคนคงคุ้นตากับบุคคลที่เดินตามในหลวงไปยังสถานที่ต่าง ๆ เพื่อจดพระราชดำรัสทุกคำของในหลวง และครั้งหนึ่งในชีวิต อ.วิวัฒน์ เคยมีโอกาสรับใช้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิดในตำแหน่งนั้น ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่สำคัญอย่างที่ใครคาดไม่ถึงทีเดียว

 

แต่หากให้ย้อนเล่า ถึงจุดเริ่มของภารกิจตามรอยแนวพระราชดำริองค์ในหลวง เขายังคงจำได้ดี

ตอนนั้นผมเป็นเจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบาย และแผนประจำอยู่ที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ทำงานได้ไม่นานเจ้านายเห็นว่าเอางานเอาการ  ก็เลยส่งไปทำงานโครงการของพระเจ้าอยู่หัว” ความรู้สึกแรกที่รู้ว่าต้องไปทำงานกับใคร  ความตื่นกลัวย่อมเกิดขึ้นเป็นธรรมดา  ประกอบกับความที่ตัวเองเป็นเด็กบ้านนอก ไม่กล้ามักใหญ่ใฝ่สูง

ทำให้เมื่อรู้ว่าต้องไปทำงานกับพระองค์ท่าน จึงไม่มั่นใจว่าความรู้ความสามารถ ที่มีจะไปทำให้งานของพระองค์สำเร็จได้ตามพระประสงค์หรือไม่

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย อันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ จ.เพชรบุรี เป็นโอกาสแรกในชีวิตของเขา ทำให้ได้รับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิด เขาเล่าว่า ราวปี 2525 ในขณะนั้นพื้นที่ภาคตะวันตกมีการทำลายป่า เพื่อปลูกสับปะรดขายป้อนโรงงาน ทำให้ป่าหมดสภาพไปเรื่อยๆ เกิดปัญหาความแห้งแล้งและภัยพิบัติตามมา ในหลวงก็ทรงมีพระราชดำริว่า ต้องเก็บป่าไว้ให้ได้ ทำอย่างไรคนจะเข้าป่าและไม่ทำลายป่า อยู่กับป่าได้อย่างพึ่งพา ให้ทำมาหากินกับป่า ทรงมีพระราชดำริให้สร้างชุมชนอยู่กับป่าให้ได้

ความปลาบปลื้มใจกับการถวายงานครั้งแรกยังคงฉายชัด  เขามีหน้าที่จดบันทึกพระราชดำริ  และทุกคำที่ในหลวงตรัส  ทันบ้างไม่ทันบ้าง  หลายครั้งก็ได้รับความกรุณาจากผู้หลักผู้ใหญ่ที่ติดตามใกล้ชิดช่วยจดให้  หรือบางครั้งช่วยถือเครื่องบันทึกเสียงไว้เดินตามพระองค์ท่าน แต่ก็นับเป็นการถวายงานครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต  ไม่เพียงแต่การจดบันทึก  แต่ผู้รับใช้ฯมือใหม่จะต้องนำสิ่งเหล่านั้นมาศึกษาต่อ  เพื่อช่วยชาวบ้านให้สามารถใช้ชีวิตอยู่กับป่าได้ตามพระราชประสงค์

4 เดือนเต็มที่ผมทุ่มเททำงานหนัก ระดมผู้เชี่ยวชาญมาปรึกษาหารือกัน ซึ่งทุกคนก็ช่วยกันเต็มที่ พอเสร็จเรียบร้อยก็เตรียมทำแผนไปถวาย เพื่อขอพระบรมราชวินิจฉัย

 ส่วนตัวก็คิดว่าแผนงานชิ้นนี้จะต้องเป็นที่พอพระทัยแน่นอน  แต่เมื่อได้กราบบังคมทูลถึงเหตุผล  ที่เลือกวางแผนให้ชาวบ้านส่วนหนึ่งปลูกป่า และอีกส่วนหนึ่งทำทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์  โดยคำนึงถึงปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง  รวมถึงวิถีของชาวบ้าน  ที่มีทั้งชุมชนพุทธและมุสลิมไปพร้อมๆ กัน

แต่เมื่อกราบบังคมทูลให้ทรงทราบแล้ว ตัวเองก็กลับต้องยอมจำนน ด้วยเหตุผลที่ทรงพระราชทานกลับมาอย่างมีหลักการ  จะทำอย่างที่ผมคิดไม่ได้ หากเลือกทำอย่างใดอย่างหนึ่ง  ชาวบ้านจะเอาข้าวที่ไหนกิน”

เขาเล่าว่า พระบรมราชวินิจฉัยที่ทรงตรัสกลับมา ทุกอย่างล้วนชัดเจนตามวัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้ ทรงต้องการแก้ปัญหาป่าของภาคตะวันตกที่ถูกทำลาย

โจทย์ข้อใหญ่ คือ จะทำอย่างไรให้ชาวบ้านอาศัยอยู่กับป่า เหตุเพราะ เมื่อป่ามีความสมบูรณ์ ก็จะมี 3 ความพอเพียงตามมาแน่นอน นั่นคือ การมีพอกิน มีพออยู่ และการมีพอใช้

ซึ่งเกิดจากการปลูกป่า 3 อย่าง อย่างแรกที่จะได้ คือการเตรียมไม้ไว้ปลูกบ้าน สองผลผลิตจากป่าเก็บไว้เป็นอาหาร และสามเก็บไว้เป็นของใช้ ทำเป็นยารักษาโรค ยาสระผม เครื่องอุปโภคต่างๆ ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น

“พระองค์ทรงเป็นพระราชาที่รับฟังเหตุผลอย่างมาก แม้เราจะเป็นเด็ก ก็ทรงพระราชทานโอกาสให้ผมได้อธิบายถึงสาเหตุที่เราคิดและทำมาอย่างนั้น

จากนั้นทรงพระราชทานข้อวินิจฉัย ทรงอธิบายให้ฟังอย่างมีเหตุผล เป็นขั้นเป็นตอน ทำให้เราเชื่ออย่างสุดใจ ว่าสิ่งที่พระองค์ท่านได้พระราชทานคำชี้แนะนั้นถูกต้อง และสามารถช่วยชาวบ้านได้อย่างแท้จริง รวมถึงหลักเศรษฐกิจพอเพียงที่ได้ยินกันอยู่ทุกวัน ผมเชื่อว่าทุกคนทำได้ ด้วยการเริ่มจากสิ่งเล็กน้อยในบริบทชีวิตของตัวเอง”

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเคยตรัสไว้ว่า “ความพอเพียงจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับความรู้และความเพียร ทั้งสองอย่างนี้ต้องมีควบคู่กันไปเสมอ รู้อย่างเดียว แต่เกียจคร้านที่จะทำให้สำเร็จ ก็ไม่อาจทำให้สำเร็จได้”

ที่ผ่านมาทรงเป็นที่ปรึกษาทั่วไปของประเทศว่า… ควรทำอย่างนั้นอย่างนี้ แต่รัฐบาลหรือประชาชนจะนำไปทำหรือเปล่านั้น พระองค์ไม่มีสิทธิ์ขาดตามกฎหมาย

แต่ก็ทรงอดทนมีความเพียรที่จะตรัสอยู่เสมอว่า ทำอย่างไรถึงจะเกิดความพอเพียงขึ้นได้ ซึ่งถ้าทำได้และเรียนรู้ที่จะทำ ประเทศไทยจะเป็นยอดยิ่งยวดของโลก

 การได้ทำงานรับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาทอย่างใกล้ชิดนับเป็นความภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต

ทว่า ความภาคภูมิใจเหนือชีวิตของเกษตรกรผู้เดินตามรอยพระเจ้าอยู่หัวคนนี้ นั่นคือ การที่ประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นผู้นำที่ประกอบด้วยคุณธรรมนำหน้า ทรงรักษาทศพิธราชธรรมไว้อย่างไม่ขึ้นอยู่กับยุคสมัย โดยเฉพาะพระมหากรุณาธิคุณในเรื่อง “ทาน” ที่ทรงเป็นพระผู้ให้ตลอดมา ทรงสร้างสิ่งต่างๆ มากมาย ก็เพื่อช่วยเหลือพสกนิกรชาวไทย อย่างที่พระองค์ทรงเป็นผู้รู้

ทรงหมั่นเพียรและอดทนที่จะรู้ในเรื่องต่างๆ เพื่อให้สิ่งเหล่านั้นกลับมาช่วยเหลือชาวบ้านของพระองค์ ไม่เพียงแต่ช่วยประเทศไทย สิ่งเหล่านี้ยังทรงช่วยลดภาวะโลกร้อน ทำให้โลกเย็นลง พวกเราทุกคนก็ได้รับความสุขนั้นไปด้วย

“ตลอดเวลาที่ทำงาน ผมถูกสอนมาว่า งานของพระราชา คือ งานที่ปิดทองหลังพระ ผลลัพธ์ที่ได้จากการทำงานให้พระราชา คือ ความสุขที่ได้เห็นผลสำเร็จของงาน ไม่มีลาภยศสิ่งใด ที่จะทรงคุณค่ายิ่งไปกว่า การที่เราได้ทำงานกับพระราชาที่มีธรรม ทำให้เราเห็น จนเกิดความศรัทธาในความเพียรและพระเมตตาของพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้”

การสร้างโอกาสให้ชุมชนอยู่ร่วมกับป่าด้วยการทำตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่เพียงแต่จะทำให้คนเห็นคุณค่าของกันและกัน ของป่า ของดิน ของน้ำและอาหาร เท่านั้น แต่ยังก่อเกิดการพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืนต่อไป เช่นเดียวกับปลายทางความฝันของชายผู้นี้ กับทุกลมหายใจที่เหลืออยู่ เขายังคงต้องการสร้างคนให้ปฏิบัติตามพระเจ้าอยู่หัวให้มากๆ.

ผู้สนใจศึกษารายละเอียด ตารางการดูงานและเข้าฝึกอบรมได้ที่ agrinature.or.th

………………………………………….

        สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา : ผู้ต่อยอดเกษตรทฤษฎีใหม่ของพ่อหลวง

มาถึงอีกหนึ่งภาคสังคมอย่าง บริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด ที่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ถวายงานรับใช้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ อย่างใกล้ชิด แต่ในฐานะที่เกิดมาอยู่ใต้ร่มบรมโพธิสมภารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

และการที่ได้เข้าไปสัมผัสและเรียนรู้เกี่ยวทฤษฎีต่างๆ ของพระองค์ที่ทรงเป็นครูถ่ายทอดวิชาความรู้ให้กับพสกนิกรในวาระต่างๆ จึงทำให้เกิดความรู้สึกซาบซึ้งในพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่าน

โดยเฉพาะแนวทางของเกษตรทฤษฎีใหม่ ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ที่ได้พระราชทานไว้เพื่อเป็นหลักในการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตร ในที่ดินขนาดเล็กให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ด้วยเหตุนี้ทางบริษัทเครื่องดื่มกระทิงแดงฯ จึงร่วมมือกับสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตพื้นที่ 3 กรมวิชาการเกษตร ทำโครงการ“เรารักษ์น้ำ 2” เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนใน 3 จังหวัดทางภาคอีสาน คือ ขอนแก่น ,สกลนคร ,และ อุดรธานี เพื่อให้เกษตรกรมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ และสามารถพึ่งพาตัวเองได้ในระยะยาว ด้วยการขุดสระน้ำตามแนวเกษตรทฤษฏีใหม่ ที่ให้มีการแบ่งพื้นที่ดินออกเป็น 4 ส่วน และหนึ่งในนั้นที่ถือได้ว่าเป็นประตูสำคัญ ที่จะนำพาให้ทฤษฏีนี้สามารถบรรลุผลได้ก็คือ “น้ำ”

       สุทธิรัตน์ อยู่วิทยา หรือ คุณตุ๊กตา ของพนักงานทุกคนในบริษัท เครื่องดื่มกระทิงแดง จำกัด  ทุกวันนี้  นอกจากเธอจะเธอจะกุมบังเหียนด้วยการรั้งตำแหน่งกรรมการผู้จัดการบริษัทกระทิงแดง จำกัด แล้ว

 

         อีกภาคหนึ่งเธอคือผู้อำนวยการแผนกกิจกรรมเพื่อสังคมของบริษัทฯ ที่ได้แทนคุณแผ่นดิน ด้วยการน้อมนำกระแสพระราชดำรัส เกี่ยวกับการเกษตรทฤษฎีใหม่ มาเป็นแนวทางในการดำเนินโครงการนี้ให้บรรลุผลสำเร็จ ตามเป้าหมายของโครงการ

หญิงสาวเล่าว่า จากการที่ตัวเองมีโอกาสไปนั่งศึกษาแนวคิดเกษตรทฤษฎีใหม่ของในหลวง ทำให้เห็นว่า “น้ำ” นับเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อการทำการเกษตร แต่เกษตรกรหลายพื้นที่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ต้องประสบกับปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรกรรม ซึ่งส่วนมากเป็นนาข้าวและพืชไร่ ส่งผลต่อสภาพชีวิตและความเป็นอยู่อื่นๆ ของเกษตรกรให้แย่ลง

“เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้ ในการเกษตร ของเกษตรกรทางภาคอีสาน และช่วยลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ เพื่อชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชน เราจึงน้อมนำกระแสพระราชดำริ เกษตรทฤษฏีใหม่ มาเป็นแนวทางในการดำเนินโครงการโดยเฉพาะเรื่อง น้ำ” ซึ่งเราเห็นว่าน้ำมีความสำคัญในการทำการเกษตร

       ที่ผ่านมาชาวบ้านต้องประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตรมาโดยตลอด ฝนฟ้าไม่ตกต้องตามฤดูกาล ส่งผลให้มีน้ำไม่เพียงพอในการปลูกข้าว มีบางปีถึงกับต้องหยุดทำนา

เราจึงสนับสนุนการขุดสระน้ำขนาด 2,500 ลบ.ม. และ 3,700 ลบ.ม. ซึ่งการขุดสระและขนาดของสระน้ำ นั้นขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของขนาดไร่-นา โดยเป็นทั้งการขุดสระเพิ่มเติมจากสระน้ำที่ชาวบ้านมีอยู่เดิม และ ขุดสระเก็บน้ำขึ้นมาใหม่” หญิงสาวอธิบาย

คุณตุ๊กตาอธิบายเพิ่มเติมว่า วิธีการขุดสระน้ำตามแนวเกษตรทฤษฎีใหม่นั้น แตกต่างจากการขุดสระน้ำทั่ว ๆ ไปที่ใช้รถแม็คโครขุดเป็นหลุมก็เสร็จงานแล้ว แต่ด้วยพระอัจฉริยภาพของในหลวงที่ทรงศึกษาเรื่องน้ำเป็นเวลานาน พระองค์ท่านทรงวางขั้นตอนการจัดสรรทรัพยากรทุกอย่างไว้อย่างแยบคาย แม้แต่กระทั่งรูปแบบของการขุดสระน้ำ ตามรูปแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ต้องขุดแบบขั้นบันไดเท่านั้น จึงจะสามารถใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ได้อย่างคุ้มค่า

สระที่ขุดเจาะต้องเป็นแบบขั้นบันได 3 ขั้น โดยชั้นล่างสุดของสระใช้เลี้ยงปลา ตื้นขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งสำหรับให้ปลาวางไข่ และขอบสระก็จะลงต้นไม้ที่โตริมน้ำ เช่น ตะไคร้ ผักบุ้ง ผักกระเฉด เพื่อเป็นผักไว้กิน”หญิงสาวแจกแจง

หญิงสาวเล่าต่อว่าความประทับใจหลังจากที่ได้ทำโครงการนี้ผ่านพ้นไปแล้ว มีชาวบ้านส่งจดหมายมายังบริษัทแล้วมีถ้อยความหนึ่งในจดหมาย บอกว่า “หลังจากที่บริษัทได้เข้าไปขุดบ่อน้ำแล้ว มีกลุ่มพ่อค้าจากในเมืองมาติดต่อขอรับซื้อผลิตผลทางเกษตรของคนทั้งหมู่บ้าน ทำให้คนในหมู่บ้านมีสภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น”

       เพียงข้อความสั้นๆประโยคนี้ก็ทำให้เธอรู้สึกว่า ถึงแม้ว่าตัวเองจะเป็นเพียงฟันเฟืองเล็กๆ แต่ก็สามารถสานต่อปณิธานพ่อหลวงในการนำ เกษตรทฤษฎีใหม่ มาต่อยอดจนบังเกิดผลอันนำไปสู่การสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับชาวบ้านก็เพียงพอแล้ว.

 




ความเห็น

  • ตุ๊กตุ๊ก wrote on 31 พฤษภาคม, 2012, 18:28

    การได้เดินตามแนวทางของพระเจ้าอยู่หัว เป็นสิ่งที่ดีงามและยิ่งใหญ่มากๆ  อยากให้ทุกคนคิดเหมือนๆกันจัง  ขอจงทรงเป็นมิ่งขวัญของชาวไทยตลอดกาลนาน….

  • คนไทย wrote on 1 มิถุนายน, 2012, 0:20

    ท่านทรงมองการไกล ถ้าใครได้น้อมนำสิ่งที่ท่านสอนมาใช้ในชีวิตประจำวันจะมีแต่ความสุขขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics