ในหลวงของผม

แบ่งปัน

page32

“ในหลวงของผม”

โดย ด.ช.สิรภพ  สรรค์ศิลา

นุชจิรา  นุ้ยไซล่า

        ถ้ากล่าวถึงในหลวงทุกท่านคงทราบดีว่า  พระองค์ท่านคือพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย  เป็นพ่อหลวงของปวงชนชาวไทย  ที่ทรงทำนุบำรุงประเทศของเรามานานมากแล้ว  พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อปวงชนชาวไทย  ทั้งเรื่องการแปลงผลผลิตการเกษตร  โครงการต่างๆ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ 

        และที่สำคัญพระองค์ท่านทรงห่วงใยปวงชนชาวไทยทุกคน  ทรงไม่ถือพระองค์  ทรงพระดำเนินลงไปคุยกับชาวบ้านเหมือนญาติมิตรสหาย  และทรงถามความเป็นอยู่พร้อมทั้งทรงถามถึงปัญหาของราษฎร  แล้วทรงนำไปเป็นข้อมูลนำสู่การแก้ไข  เพื่อบรรเทาความทุกข์ยากของราษฎร 

         พระองค์ท่านทรงเป็นเหมือนครู  ที่ทรงสอนการใช้ชีวิตอยู่แบบพอเพียงด้วยพระองค์เอง  ทรงเป็นเหมือนสิ่งศักดิ์สิทธิ์  ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทยทั้งปวง  ยามที่ทุกคนมีทุกข์  พระมหากรุณาธิคุณมากมาย  ไม่สามารถบรรยายให้หมดได้แค่เพียงกระดาษไม่กี่แผ่น

        วันนี้จึงขอเสนอความประทับใจจากความรู้สึกของ ด.ช.สิรภพ  สรรค์ศิลา  ป.1/3  รร.สาธิตประสานมิตร  ที่ได้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวความรู้สึก  ที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  เป็นเรียงความบทหนึ่งในชื่อ “ในหลวงของ…ผม”

ตั้งแต่ผมเกิดมา ผมจะเห็นแม่ยกมือพนมไหว้รูปคนคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา  เวลาไปข้างนอกขับรถไปตามท้องถนน  ก็ยังเห็นรูปนี้  และแม่ก็จะทำเหมือนที่บ้าน  เวลาเห็นภาพในโทรทัศน์  แม่จะเรียกผมมากราบ  กราบจริงๆ  แม่นั่งลงกับพื้น  แล้วก็ให้ผมนั่งข้างๆ  ตั้งแต่เล็กแล้วให้ผมกราบ  แล้วบอกว่า  “เมื่อผมโตขึ้น  ผมจะรักพระองค์เหมือนที่แม่รักเทิดทูน  เมื่อผมโตขึ้นให้ผมตอบแทนบุญคุณของพระองค์”  ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเวลาแม่พูดถึงพระองค์  แม่จะต้องร้องไห้

ผมถามแม่ว่า “ทำไมแม่ร้องไห้”  แม่บอกว่า  แม่ไม่รู้เหมือนกัน  รู้แต่ว่าเวลาเอ่ยถึงพระองค์  ความรักความเคารพอย่างสูงสุดในชีวิต  ทำให้น้ำตาของแม่ไหลมาเอง

ผมรู้ว่าพระองค์คือในหลวง  คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทย  คือพระเจ้าแผ่นดิน  แผ่นดินไทยที่ผมและครอบครัวได้อยู่อาศัย  แม่เคยให้ผมทำงานศิลปะชิ้นหนึ่ง  คือนำก้อนหินสีขาวมานั่งสมาธิ  แล้วเปรียบเทียบว่าเท่ากับขนาดหัวใจของผม  แม่บอกว่าหัวใจของผมอยู่ทางซ้าย  แล้วก็บอกว่าหัวใจมี 4 ห้อง  ให้ผมแบ่งให้วาดว่าหัวใจของผมมีอะไรใน 4 ห้องนี้บ้าง 

ผมบอกว่า  ห้องที่ 1 ผมให้พระพุทธเจ้า  ห้องที่ 2 ของผมของในหลวง  ห้องที่ 3 คือประเทศไทย  ห้องที่ 4 คือแม่ พ่อ และน้องชาย  ผมพูดแค่นี้แม่ก็น้ำตาไหลอีก  แม่บอกผมว่าตั้งแต่วันนั้นแม่รู้แล้วว่า  หัวใจของผมมีในหลวง

ผมเกิดมาช้า  ผมเกิดมาหลังพระองค์มาก  แต่ผมก็ได้รู้ว่าตลอดพระชนมายุของพระองค์  พระองค์ทำเพื่อพสกนิกรคนไทย 

แม่ให้ผมดูหญ้าแฝก  ที่พระองค์ทรงนำมาใช้ประโยชน์  ให้ผมดูกังหันชัยพัฒนา  ให้ผมดูที่กักเก็บน้ำแก้มลิง  ให้ผมอ่านพระราชดำรัสของพระองค์  แม่ให้ผมอ่านจริงๆ  แม่บอก “คำสอนของในหลวงต้องจำ และ กระทำตาม”  แม่บอกว่า  แม่ไม่สามารถเล่าหรือบอกได้หมด  เพราะสิ่งที่พระองค์ทำเพื่อลูกหลานไทยของพระองค์  พสกนิกรที่ภายใต้โพธิสมภารของพระองค์  มากมาย  ทั้งที่ประชาชนรู้และไม่รู้

ผมอยากให้เด็กๆไทยได้รู้ว่า  โชคดีที่เกิดในพระพุทธศาสนาและเกิดในผืนแผ่นดินไทย

เวลาผมทำอะไรไม่ดี  เช่น  ไปทานอาหารในร้านที่มีชาวต่างชาติ  แล้วผมเล่นกับน้องมากไป  จนชาวต่างชาติมองตำหนิ  แม่จะบอกว่า “อย่าให้ใครมาดูถูกลูกหลานไทย  ทำอะไรให้ถือว่าเอาชาติบ้านเมืองไปด้วย  อย่าให้ชนชาติไหนมาดูถูกคนไทยได้”  เวลาผมขี้เกียจทำอะไร  แม่จะบอกว่า “ให้ทำหน้าที่ของคนไทย  อย่าขี้เกียจ  ให้ตอบแทนแผ่นดินไทยและในหลวง  ถ้าขี้เกียจในวันนี้  แล้วต่อไปจะเป็นอย่างไร”

ในวันที่ 4 ธันวาคม 2554  แม่ถามว่า  อยากไปถวายพระพรในหลวงที่ รพ.ศิริราชไหม

ผมบอกว่า ไป  ผมต้องตื่น 6 โมงแล้วไปรอรับเสด็จฯ  ผมก็คิดว่าผมทนได้อย่างไร  ผมขี่คอแม่ถึง 2 ชั่วโมงเต็มๆ  เพราะคนอื่นเขาไปตั้งแต่ตี 3  หรือบางคนก็ไปค้างคืน  แล้วตี 3 ก็ไปนั่งจองที่หน้าด้านหน้า  แต่ผมไปถึงก็ 9.00 น. แล้ว  ผมสงสัยว่าทำไมคนเยอะจัง  แสดงว่าประชาชนรักพระองค์  ผมก็เป็นหนึ่งในนั้น  และผมบอกแม่ว่าจะไปทุกปีให้แม่พาไป

วันนั้นพอพระองค์เสด็จลงมาแล้วนั่งรถผ่านไป  ผมวิ่งไปดักรอพระองค์หน้าประตู รพ.ศิริราชอีก  แม่บอกว่า ไม่น่าเชื่อ  เพราะปกติผมไม่ค่อยวิ่ง  ขี้เกียจวิ่งเวลาไปสวนรถไฟ  แต่ตอนนี้วิ่งเร็วกว่าแม่  จนแม่ตามไม่ทัน  เพราะว่าหัวใจแห่งความจงรักภักดี  คงต้องการแสดงออกมา  และพอพระองค์ไปที่วัดพระแก้ว  ผมก็นั่งดูโทรทัศน์  พอใน TV เป็นภาพพระองค์กำลังจะเสด็จกลับ  แม่ก็ถามว่า “จะรอรับเสด็จตอนพระองค์กลับไหม  แต่เที่ยงแล้วไปทานข้าวดีกว่าเนอะ”  ผมกลับบอกแม่ว่า “จะรอพระองค์  แล้วยังไม่ไปทาน  เพราะกลัวไม่ทันมารับเสด็จ”  แม่ของผมอึ้งไปเลย  เพราะผมไม่เคยมีนิสัยแบบนี้ คือ รอคอยอะไรนานเป็นชั่วโมงได้  แต่แม่ยิ้มแก้มแทบปริ  ก็ปลื้มลูกที่ลูกได้รับความรู้สึกที่ถ่ายทอดมาโดยตรง

ผมกับแม่นั่งตรงข้ามกับครอบครัวหนึ่ง  เค้าน่ารักมาก  ผมอยากบอกว่า  คุณพ่อคุณแม่เค้าสอนลูกได้ดีมาก  ครอบครัวนี้ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี  ตลอด เวลา  เค้ามากันหลายคน  และชูรูปพระองค์ไว้เหนือหัว  แม่บอกว่า  น่ารักมาก  อยากให้หลายครอบครัวทำแบบนี้  เพราะเราเกิดมาทั้งที  ถ้าตายไปแล้วไม่ได้ทำอะไรเป็นการถวายพระเกียรติพระองค์  เราก็คงเสียทีที่เกิดมา  แม่บอกว่าเราเอาเวลาไปทำโน่นนี่  ที่บางครั้งก็ไม่ได้สาระอะไร  ยังทำได้  แต่การถวายความจงรักภักดีแด่เจ้าเหนือหัว  เป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า  ถ้าได้ทำ  จะรู้สึกได้เองว่า  งดงาม  และจะประทับไว้ในใจของเรา  หัวใจจะพองโต  เหมือนทุกครั้งที่เราทำความดี  แต่นี่จะพองโต  และยิ้มอย่างมีความสุขแบบที่คนไทยทุกคนควรจะได้มีโอกาส

วันนั้น  ผมได้เข้าไปอ่านกลอนถวายพระองค์  ผมดีใจและภูมิใจในตนเองมาก  ที่ทำได้  เชื่อไหมครับ  ผมนั่งวาดรูปตอนวันที่ 3  วาดถึง 4 ทุ่ม  เพราะต้องการนำไปถวายพระองค์  กลอนที่ผมอ่านในวันนั้น  มีเนื้อความดังนี้

“ตั้งแต่เกิดมา  มารดาบอกว่า  โชคดีนักหนา  เกิดแผ่นดินไทย

แผ่นดินพ่อหลวง  แดนสรวงปวงไทย  โชคดียิ่งใหญ่  อยู่แผ่นดินทอง

ได้อยู่ได้กิน  แผ่นดินผืนนี้  ตอบแทนให้ดี  ไม่เสียทีเกิดมา

กังหันชัยพัฒน์  ฝายน้ำหญ้าแฝก  จำแนกฝนหลวง  ทั้งปวงทรงให้

ตอบแทนพระคุณ  บุญคุณเหนือหัว  จะไม่ทำตัว  เนรคุณชาติไทย

จะขอแทนคุณ  พ่อผู้ยิ่งใหญ่  พระผู้ทรงให้  ประชาร่มเย็น

จะตั้งใจเรียน  พากเพียรศึกษา  รู้รักพัฒนา  รู้คุณค่าแห่งไทย

น้อมถวายให้พ่อ  ภูมิพลในดวงใจ  ถวายพระพรชัย  ขอทรงพระเจริญ”

วันนั้น  ผมได้ทำหน้าที่ไปเพียงบางเสี้ยว  ต่อจากนี้ไป  ผมก็จะเดินทางบนเส้นทางแห่งความจงรักภักดี  เส้นทางหนทางที่พสกนิกรพึงกระทำและถวายพระเกียรติแด่ในหลวงของเรา  ผมอยากบอกพระองค์ว่า…ผมรักพระองค์ครับ…ในหลวงของผม…

ผมสัญญาว่าจะเป็นต้นกล้าที่ดี  จะเติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ที่แข็งแรง  และสง่างาม  ฝังรากลึกในแผ่นดินของพระองค์  อยู่ภายใต้ต้นไม้ที่ยิ่งใหญ่…ที่ปกคลุมให้ร่มเงา  แก่ต้นไม้หน่อไทยทุกต้น  ต้นไม้ของพ่อจะงดงามและเปล่งประกายชั่วนิจนิรันดร์.

 




ความเห็น

  • นางวิไลย์ wrote on 2 กรกฎาคม, 2012, 10:25

    พระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

    ความเจริญของประเทศชาติ เป็นความเจริญส่วนรวม ซึ่งเกิดจากผลงานหรือผลของการกร­ะทำของ

    คนทั้งชาติ ถือได้ว่าทุกคนแบ่งหน้าที่กันทำ­ประโยชน์ให้แก่ชาติ ตามความถนัดและความสามารถ และเกื้อกูล

    กันและกัน ไม่มีผู้ใดจะอยู่ได้และทำงานให้­แก่ประเทศชาติได้โดยลำพังตนเอง

  • ชินรัตน์ wrote on 18 ธันวาคม, 2013, 16:18

    ทรงพระเจริญยิ่งยืนานครับ

ผู้เขียน

เขียน 10250 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics