คนไทยรัก “ในหลวง”

แบ่งปัน

47

คนไทยรักในหลวง เป็นประโยคสั้นๆ ที่ไม่ต้องการคำอธิบาย และทุกครั้งที่มีคนเล่าเรื่องในหลวงให้เราฟัง ไม่ว่าจะโดยคำพูดหรือตัวอักษร เราก็จะมีความสุขที่ได้รับรู้และมีส่วนร่วม เป็นความสุขที่เกิดขึ้นกับทุกฝ่าย ทั้งผู้เล่า ผู้เขียน และผู้ฟัง

ในหลวงของเราอาจจะมิได้เป็นเทพบนท้องฟ้า แต่เราก็รักและเชื่อมั่นในหลวงของเราอย่างยิ่ง เพราะว่าในหลวงของเราเป็นมนุษย์ที่ทำความดีไว้มากมาย มีวินัยที่ดีเยี่ยม มีความขยันที่เป็นตัวอย่าง มีความรักและความรับผิดชอบจนเป็นที่ประจักษ์จนไม่ต้องพิสูจน์ ดังนั้นการจะเล่าเรื่องของในหลวงให้ฟังกัน จึงเป็นเรื่องที่เราไม่เคยเบื่อ และบทความสั้นต่อจากนี้ก็เป็นอีกบทความหนึ่งที่ผู้เขียนเขียนด้วยความสุข เพื่อร่วมความสุขกับผู้อ่านครับ

ในหลวง ครองราชย์

ในหลวงของเรานั้น มีพระปรมาภิไธยอย่างเป็นทางราชการว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร

ในหลวง สมเด็จย่าในหลวงทรงมีความผูกพันอย่างยิ่งกับสมเด็จย่า ซึ่งพระองค์ทรงเรียกด้วยคำธรรมดาว่า แม่และสมเด็จย่าทรงเป็นตัวอย่างให้พระองค์เสมอ ทรงสอนให้ในหลวงของเราเป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบ มีวินัย มีความรักผู้อื่น มีความอดทน มีความประหยัด และมีความคิดสร้างสรรค์ สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่เพื่อศึกษาภูมิประเทศของเมืองไทย โดยโปรดเกล้าฯ ให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเพื่อให้ทรงเล่นเป็นจิ๊กซอว์ ดังนั้นทุกคนที่ตามเสด็จในหลวงไปตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศจะทราบว่า ในหลวงจะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ ๓ สิ่งเสมอ คือ กล้องถ่ายรูป ดินสอที่มียางลบ และแผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง (ตัดต่อเอง ปิดกาวเอง) จนของสามสิ่งง่ายๆ นี้ เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้ความลำบากยากไร้ของชาวไทยในท้องถิ่นชนบททั่วประเทศมีความสุขและความเท่าเทียมมากขึ้น

ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ ความรับผิดชอบในเอกสารสำคัญใดๆ ทรงโปรดให้กรอกในช่องอาชีพของพระองค์ท่านว่า ทำราชการและเราก็ทราบอยู่ด้วยหัวใจเสมอว่าทุกวินาทีของพระองค์ท่านก็คือการ ทำราชการ

ครั้งหนึ่ง ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงทรงตอบว่า… ความจริงมันก็น่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเราคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ

จะมีผู้ที่รักในหลวงสักกี่คนที่จะทราบว่า แม้กระทั่งวันที่ในหลวงต้องทรงเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลัง (๒๐ กรกฎาคม ๒๕๔๙)ก่อนเข้าที่ผ่าตัด ยังรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์เอาไว้ เพราะกำลังมีพายุใหญ่เข้าเขตประเทศไทย พระองค์จะได้ทรงเฝ้าตรวจสอบ (Monitor) เผื่อหากเกิดน้ำท่วมใหญ่เป็นอุทกภัย จะได้ทรงช่วยเหลือทันเวลา

ในหลวง กีฬา เรือใบในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ ความซื่อสัตย์ซึ่งมีเรื่องบันทึกอยู่มากมาย เช่น ครั้งหนึ่งในการแข่งขันเรือใบ (ในหลวงทรงโปรดกีฬาหลายชนิด เช่น แบดมินตัน และเรือใบ เป็นต้น) ทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่ง และตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯ ว่า เสด็จกลับฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาแข่งเรือใบถือว่าผิดกติกา(ฟาวส์) ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น หากไม่ทรงบอกใคร ก็ไม่มีใครทราบ การแข่งก็ดำเนินต่อไปได้ และท่านอาจจะเป็นผู้ชนะก็ได้ แต่ก็ทรงยึดตามกติกาทุกอย่าง ทำตามกติกาทุกประการ เอาความซื่อสัตย์เป็นที่ตั้ง เพื่อให้การแข่งนั้นยุติธรรม

ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ ความพอดี และประหยัดห้องทรงงานของพระองค์ในพระตำหนักจิตรลดาฯ จะอยู่ใกล้ห้องบรรทม เป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3 x 4 เมตรเท่านั้น ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯสำหรับการทรงงานเพื่อประชาชนของพระองค์ตลอดเวลา ยามเมื่อทรงออกตรวจงานภายนอก รับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันนั้นเป็นการสิ้นเปลือง จึงทรงให้นั่งรวมกัน และไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด ซึ่งเรียกว่า นั่งรถหารสอง

คนไทยเกือบทุกคนจะทราบเรื่อง หลอดยาสีฟันของในหลวง ที่ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ โดยเฉพาะบริเวณคอหลอดยังปรากฏรอยบุ๋มลึกลงไปถึงเกลียวคอหลอด เพราะทรงใช้ด้ามแปรงสีฟันรีดและกดเพื่อไม่ให้ยาสีฟันเหลือทิ้งเลย… แต่ยังมีข้อมูลอีกหลายอย่างที่เป็นตัวอย่างให้เราเห็นถึงความพอดีและความประหยัดเช่น ในหลวงไม่โปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอ ของมีค่าต่างๆ ยกเว้นแต่นาฬิกา หรือ มีบันทึกว่า ในปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอเพียง ๑๒ แท่ง ใช้เดือนละแท่ง และทรงใช้จนกระทั่งดินสอนั้นกุดจนใช้ไม่ได้แล้วเสมอ

ในหลวงทรงเป็นตัวอย่างของ ความสร้างสรรค์ พระองค์ทรงพิสูจน์และเป็นตัวอย่างให้พวกเราเห็นว่า การมีวินัย ความรับผิดชอบ ความพอดี ความซื่อสัตย์ และการประหยัดอย่างยิ่งนั้น ก็มิได้หมายความว่าความคิดในการสร้างสรรค์ของมนุษย์จะลดลงไป พระองค์ทรงเป็นตัวอย่างและพิสูจน์เรื่องนี้จนเป็นที่ประจักษ์ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้สิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์ เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่นลอย หรือที่เรารู้จักกันในนามว่า กังหันชัยพัฒนา นั่นเอง

ในหลวงทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง หลายครั้งไม่จำเป็นต้องมีเครื่องดนตรีช่วย เช่นครั้งหนึ่งเมื่อเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายแล้วทรงตีเส้น ๕ เส้น แล้วทรงเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง เราสู้ เป็นต้นและเราเคยทราบกันหรือไม่ว่า ในหลวงเป็นผู้ประดิษฐ์รูปแบบตัวอักษรภาษาไทยสำหรับโปรแกรมคอมพิวเตอร์ (Thai Font) ขึ้นหลายรูปแบบ เช่น ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์ เป็นต้น

เรื่องของในหลวงของเรา เล่าอย่างไรก็ไม่หมด ผู้เล่าและผู้อ่านมีความสุขเสมอประชาชนในประเทศอื่นฟังแล้วไม่อยากเชื่อ และไม่มีวันที่จะเข้าใจถึงความรักและความผูกพันระหว่างพสกนิกรและในหลวงของเราได้ และในปี ๒๕๕๑พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเราจะมีพระชนมายุ ๘๑ พรรษาแล้ว พระองค์ยังคงทรงงานหนักเพื่อพวกเราเหมือนเดิม….. เหลือเพียงพวกเราแล้ว ที่จะตอบแทนหรือเดินตามเบื้องพระยุคลบาทอย่างไรให้เหมาะสมและสมควร ต่อความรักและความห่วงใยที่ในหลวงมีต่อพวกเรา

บทความนี้ขอจบด้วยเรื่องจริงเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นในสยามประเทศนี้ เป็นเรื่องจริงที่ยากที่จะเกิดบนแผ่นดินอื่นในโลกนี้……ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯ เยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่ เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่ามีฝนตกมาอย่างหนัก ข้าราชการและราษฎรที่เข้าแถวรอรับเสด็จเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงมีรับสั่งให้ราชองค์รักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน ในหลวงและประชาชนของพระองค์ท่าน ชุ่มฉ่ำกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา ทั้งกายและใจ

โชคดีที่ได้เกิดบนแผ่นดินนี้ …. แผ่นดินของในหลวงของเรา

ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเทอญ

                                                           

                                                                                      บทความโดย นายยอดเยี่ยม เทพธรานนท์




ความเห็น

  • นายหมวดตรี สิทธิชัย wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:08

    ๑. ทรงอุทิศพระวรกายในการเสด็จเยี่ยมเยียนราษฎรในถิ่นทุรกันดาร
    ๒. ทรงคิดค้นและประดิษฐ์ฝนเทียม และกังหันชัยพัฒนา เพื่อแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
    ๓. ทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของทนไทยทั้งชาติ
    ๔. ทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง และพระบรมราโชวาท
    ที่ทรงให้ไว้ มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก
    ๕. ทรงเป็นเอกอัคราชูปถัมภก โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นชนชาติใด ศาสนาใด ที่อยู่ในประเทศไทย
    ทรงดูแลทั้งสิ้น

  • นายสิทธิศักดิ์ วงษ์ชูแก้ว wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:10

    เรารักในหลวงอย่างไร
    “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” เป็นพระปฐมบรมราชโองการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชการที่ ๙ ทรงกล่าวเมื่อคราวเสด็จขึ้นครองสิริราชสมบัติ ซึ่งขณะนั้นข้าพเจ้ายังไม่เกิด แต่ถ้อยคำประโยคดังกล่าวยังคงอยู่ในความทรงจำของข้าพเจ้าเสมอ พระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่สำหรับพสกนิกรชาวไทย และคนทั่วโลก ทรงตรากตรำพระวรกายเพื่อประชาชนของพระองค์ ทำให้ข้าพเจ้าในฐานะพสกนิกรของพระองค์คนหนึ่งรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ จึงขอกล่าวถึงความรู้สึกจากใจ ที่มีต่อพระมหากษัตริย์พระองค์ท่าน ดังนี้
    ๑. พระองค์รงดำรงตำแหน่งจอมทัพไทย ทรงปกป้องประเทศไทยไม่ให้ถูกรุกรานจากข้าศึก
    ศัตรู ทรงเป็นจอมทัพที่ทรงพระบารมี ทำให้ต่างประเทศเกรงขาม ทรงนำปวงชนชาวไทย
    ให้รักษาผืนแผ่นดินไทยและอธิปไตยไม่ให้ใครมารุกราน
    ๒. ทรงตรากตรำพระวรกาย และเสด็จไปทั่วทุกแห่งหนในประเทศไทยอย่างไม่รู้สึก
    เหน็ดเหนื่อย เพื่อพสกนิกรชาวไทยอยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข
    ๓. ทรงแก้ไขปัญหานานัปการ เพื่อไม่ให้พสกนิกรเดือดร้อน เช่น การแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ปัญหาความแห้งแล้ง ทรงคิดค้นการทำฝนเทียม
    ๔. ทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแบบอย่างให้ประชาชนใช้ในการดำเนินชีวิต ด้วยความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน ลดการพึ่งพาอาศัยจากภายนอก
    ๕. ทรงเป็นพ่อแห่งแผ่นดิน ทรงรักและห่วงใยพสกนิกรชาวไทยทุกคน ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มใด
    สีใด ทรงให้ทุกคนมีความรักและสามัคคี เพื่อความเจริญมั่นคงของชาติ
    ข้าพเจ้าในฐานะพสกนิกรชาวไทยคนหนึ่ง ขอถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • นางสาวสุภาพร แสนส่อง wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:12

    ข้าพเจ้ารักในหลวงเพราะ
    ๑. ในหลวงทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุขพระบาทสมเด็จ
    พระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย
    ๒. ในหลวงทรงเป็นประมุขปกครองประเทศมาช้านาน ทรงเป็นศูนย์รวมดวงใจของคน
    ทั้งชาติ พระองค์ทรงเป็นพระมหาบพิตรที่สถิตในดวงใจของปวงประชาพระองค์ทรงเป็นผู้นำ
    ตามแนวพระราชดำริ ให้เจริญรอยตามเบื้องพระยุคคลบาทด้วยเศรษฐกิจพอเพียง
    ๓. ในหลวงทรงพระราชทานโครงการฝนหลวง เนื่องจากทรงสังเกตเห็นว่า บริเวณดังกล่าวมีปริมาณเมฆปกคลุมอยู่มาก แต่ไม่สามารถรวมตัวกันจนเกิดเป็นฝนตกได้ ทำให้หลายๆ พื้นที่มีปัญหาทางการเกษตร ทั้งการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พื้นดินแห้งแล้ง สามารถทำการเกษตรหรือเพาะปลูกได้ แม้ว่าจะเป็นฤดูฝนก็ตาม ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกลของพระองค์ กอรปกับพระอัจฉริยภาพของพระองค์ที่มีคุณลักษณะของนักวิทยาศาสตร์ หลังจากที่พระองค์ได้ทรงวิเคราะห์ข้อมูลในเบื้องต้นแล้ว จึงได้มีพระราชดำริแก่หม่อมราชวงศ์เทพฤทธิ์ เทวกุล ว่าจะทรงค้นหาวิธีทำให้ฝนตกแบบไม่เป็นธรรมชาติ จากแนวพระราชดำริดังกล่าว จึงเกิดการทำ “ฝนหลวง” หรือ “ฝนเทียม” ขึ้น พร้อมทั้งมีการจัดตั้งสำนักปฏิบัติการฝนหลวง มีหน้าที่รับผิดชอบการทำฝนหลวงจวบจนปัจจุบัน
    ๔. ในหลวงทรงพระราชทานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เมื่อได้ดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการแล้ว จะเกิดการส่งเสริมอาชีพแก่ราษฎรใน พื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะศูนย์ศึกษาการพัฒนาทั้งหลายนั้น จัดตั้งขึ้นมาเพื่อให้มีการศึกษา ค้นคว้า ทดลอง วิจัย เพื่อแสวงหาแนวทาง และวิธีการพัฒนาด้านต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม และการประกอบอาชีพของราษฎรในภูมิภาคนั้นๆ เพื่อให้ราษฎรนำไปปฏิบัติได้อย่างจริงจัง ส่วนโครงการประเภทการส่งเสริมอาชีพโดยตรงนั้นก็มีจำนวนไม่น้อย ทั้งนี้ เพื่อเป็นการช่วยเหลือ ให้ประชาชนสามารถพึ่งตนเองได้
    ๕. ในหลวงทรงพระราชทานโครงการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและ
    ปริมณฑล ตามพระราชดำริ “แก้มลิง” วิธีการของโครงการแก้มลิง คือดำเนินการระบายน้ำออกจากพื้นที่ตอนบน ให้ไหลลงคลองพักน้ำขนาดใหญ่ ที่บริเวณชายทะเล เมื่อระดับน้ำทะเลลดต่ำกว่าระดับน้ำในคลอง ก็ทำการระบายน้ำจากคลองดังกล่าว โดยใช้หลักการทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลก ตามธรรมชาติ สูบน้ำออกจากคลองที่ทำหน้าที่ “แก้มลิง” นี้ เพื่อจะได้ทำให้น้ำตอนบนค่อยๆ ไหลมาเองตลอดเวลา ส่งผลให้ปริมาณน้ำท่วมพื้นที่ลดน้อยลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำในลำคลองให้ทำการปิดประตูระบายน้ำ โดยยึดหลักน้ำไหลลงทางเดียว

  • นายสุรพล ปุกฆะ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:14

    “พระองค์ทรงเป็นพ่อของแผ่นดิน”
    ๑. พระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ทั่วทุกพื้นที่ ทรงเสด็จตรากตรำ ก้าวย่างไป
    ทุกพื้นที่ของประเทศ เพื่อให้ทรงทราบความทุกข์ยากลำบากของพสกนิกร และได้ทรง
    หาแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพสกนิกร เพื่อให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
    ๒. พระองค์ทรงดำเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อเป็นแบบอย่างให้กับพสกนิกรของ
    พระองค์ท่าน โดยพระองค์ได้ทรงงานอย่างหนัก เพื่อค้นคว้าหาข้อเท็จจริง เพื่อให้พสกนิกรได้
    ดำเนินตามพระองค์รงส่งเสริมอาชีพและความเป็นอยู่ของพสกนิกรไทยทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่
    ทุรกันดาร ซึ่งทรงมอบเห็นปัญหาและพิจารณาหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้พสกนิกรของพระองค์
    ได้มีความเป็นอยู่อย่างพอเพียง
    ๔. พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา โดยได้ทรงคิดค้นวิธีการที่จะปรับปรุงพัฒนาระบบนิเวศน์ให้
    เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ เพื่อให้ธรรมชาติได้คงอยู่และให้พสกนิกรของพระองค์ได้ใช้
    ประโยชน์จากธรรมชาติที่มีอยู่อย่างเพียงพอ
    ๕. พระองค์ทรงเป็นบุคคลที่พรั่งพร้อมด้วยทศพิธราชธรรม ปกครองประชาราษฎร์ตามประณิธานที่
    ตรัสไว้เมื่อทรงขึ้นครองราชย์ คือ “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม” จึงทำให้พสกนิกรชาวไทย
    ทุกคนรักและเทิดทูนพระองค์จนหาที่เปรียบมิได้ และกระผมเป็นบุคคลหนึ่งในพสกนิกรของพระองค์ที่มีความรักและเทิดทูนพระองค์จนกว่าชีวิตจะหาไม่

  • นายสุวิทย์ ทองปั่น wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:15

    ๑. พระองค์ท่านทรงสอนให้คนไทยรู้จักประหยัด อดออม ให้ใช้ชีวิตแบบปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง
    เพราะถ้าประชาชนทุกคนปฏิบัติตามแนวทางที่พระองค์ท่านสอน ก็จะทำให้สังคม ครอบครัว
    หมู่บ้าน ชุมชน รวมทั้งประเทศชาติ สามารถเจริญรุ่งเรืองได้ บนรากฐานที่มั่นคงแข็งแรง โดย
    วัดกันที่ดัชนีความสุขของคนในชาติเป็นสำคัญ
    ๒. พระองค์ท่านทรงเป็นนักคิด นักพัฒนา โดยเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่มี
    มากมาย โดยมีพระอัจฉริยภาพของพระองค์ ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ
    ราษฎรในพระองค์ทั้งทางด้านการดูแลทรัพยากรน้ำ ป่าไม้ และทรัพยากรด้านอื่น ๆ ซึ่งเป็นที่
    ยอมรับทั้งชาวไทย และยังได้รับการยกย่องจากนานาประเทศด้วย
    ๓. พระองค์ท่านทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมาตลอดสมัยรัชกาล โดยไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เพื่อให้
    ปวงชนชาวไทยในพระองค์ได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข โดยไม่คิดถึงความสุขส่วนพระองค์ ดังปฐม
    บรมราชโองการตอนที่เสด็จขึ้นครองราชย์ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุข
    แห่งมหาชนชาวสยาม”
    ๔. พระองค์ท่านทรงเป็นผู้มีอัจฉริยภาพทั้งทางด้านกีฬา และดนตรี ซึ่งเป็นที่ยอมรับทั้งทางด้านการ
    ประพันธ์เพลง การเล่นดนตรีประเภทต่าง ๆ รวมทั้งทรงเป็นนักกีฬาเรือใบทีมชาติไทย ลงแข่งขัน
    ในระดับนานาชาติด้วย
    ๕. พระองค์ท่านทรงสอนให้คนในชาติรู้รัก สมานฉันท์ ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก เพราะชาติของ
    เรากว่าจะเป็นไทยได้มาจนถึงทุกวันนี้ บรรพบุรุษของเราต้องเอาเลือด เอาเนื้อ เอาชีวิต และ
    ความลำบากยากเข็ญเข้าแลกไว้ เราต้องรักษาชาติ บำรุงชาติ และสละชีพเพื่อชาติ ไม่ใช่การมา
    เข่นฆ่ากันเอง เพื่อผลประโยชน์ของคนกลุ่มใด กลุ่มหนึ่ง
    ดังนั้น หากเราทุกคนรัก และมีความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน ขอให้ทุกคนในชาติ มีความรัก ความสามัคคีกัน ช่วยกันนำพาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียม นานาอารยประเทศต่อไป

  • นายเสกสรร พิชัยรัตน์ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:15

    ข้าพเจ้ารักในหลวงเพราะ
    ๑. ในหลวงทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั่วประเทศ
    ๒. ในหลวงทรงมีอัจฉริยภาพในด้านต่างๆมากมายที่นำมาเป็นหลักในการพัฒนาประเทศเพื่อให้ประชาชนมีความผาสุก
    ๓. ทรงเป็นหลักและพระราชทานคำชี้แนะ เมื่อประเทศไทยเกิดภาวะวิกฤติ
    ๔. ทรงครองราชย์ โดยใช้ธรรม และห่วงใยประชาชนเสมือนพ่อห่วงใยลูก
    ๕. ในหลวงทรงห่วงใยประชาชน โดยเสด็จพระราชดำเนินไปปฏิบัติพระราชกรณียกิจในทุกพื้นที่แม้จะเป็นพื้นที่ทุรกันดาร

  • นายอนันต์ หะมะ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:17

    ๑. ทรงเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ตามหลักการเศรษฐกิจพอเพียง มีประโยชน์ในการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก
    ๒. พระองค์ทรงเป็นนักพัฒนา ในด้านการเกษตร และทางวิทยาศาสตร์ทำให้เกิดความสมดุลตามธรรมชาติ
    ๓. พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างให้คนไทย รู้รัก สามัคคี ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก การรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
    ๔. ในหลวงทรงมีเมตตาธรรมในการช่วยเหลือพกนิกรที่ได้รับความเดือนร้อน และผู้ที่ตกทุกข์ได้ยากตทำให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุขตลอดมา
    ๕. พระองค์ทรงเป็นเอกอัคราชูปถัมภก โดยไม่เลือกปฏิบัติว่าจะเป็นชนชาติใด ศาสนาใด ที่อยู่ในประเทศไทย ทรงดูแลทั้งสิ้น

  • นายอนันท์ชัย ทองสีนุช wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:18

    ข้าพเจ้ารักในหลวงเพราะ
    ๑. พระองค์ทรงเป็นต้นแบบที่ดี ในการปฏิบัติตนในการดำรงชีวิตของพระองค์อย่างสมบูรณ์แบบ กล่าวคือ ถึงแม้ว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ไม่ทรงที่จะใช้ชีวิตอย่างประมาท เสวยสุขกับลาภยศ ศักดินาแต่อย่างใด พระองค์ทรงวางตัวอย่างสามัญชน ซึ่งนอกจากทั้งชีวิตของพระองค์จะทุ่มเทพระทัยและกายให้แก่ปวงชนของพระองค์แล้ว พระองค์ไม่ทรงทอดทิ้งหน้าที่ในฐานะลูกที่ดีต่อองค์พระมารดาหรือสมเด็จย่าของปวงชนชาวไทย จะเห็นได้ว่าแม้พระองค์จะทรงเหน็ดเหนื่อยต่อการทำงานเพื่อประโยชน์ของมหาชนเพียงใดก็ตาม พระองค์ก็ยังปรนนิบัติดูแลสมเด็จย่าอย่างอบอุ่น ซึ่งเมื่อข้าพเจ้าได้เห็นภาพดังกล่าว ก็รู้สึกอบอุ่นใจ โดยเห็นภาพรองยิ้มของทั้งสองพระองค์ต่อกันแล้ว ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงมารดาของข้าพเจ้า และเห็นภาพตัวอย่างการดำเนินชีวิตแก่คนไทยทั้งปวง
    ๒. พระองค์ทรงพยายามให้คนไทยธำรงไว้ในความเป็นไทย กล่าวคือ ในขณะที่วัฒนธรรมตะวันตกได้ขยายเข้ามาประเทศไทย มาตั้งแต่อดีตก็ตาม แต่พระองค์ทรงมีพระราชประสงค์ ให้คนไทยไม่ลืมความเป็นไทยให้มีความรักสมัครสมานสามัคคี และข้อสำคัญคือ การให้คนไทยรู้จักการพึ่งตนเอง ไม่ให้ยึดติดกระแสนิยมต่างชาติ ให้คนไทยรู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่ เช่น วัฒนธรรม ทรัพยากรธรราชาติที่มีความอุดมสมบูรณ์ การพึ่งพาตนเองตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง
    ๓. เนื่องจากพระองค์ท่านเป็นต้นแบบของนักปกครอง กล่าวคือในการปกครองตามหลักทฤษฎีนั้นได้แบ่งนักปกครองเป็นหลายประเภทไม่ว่าจะเป็นนักปกครองในการใช้กำลังบังคับ การปกครองโดยอำนาจบารมี แต่ข้าพเจ้ากลับเห็นพระองค์ปกครองปวงชนของท่าน ตามหลักทศพิธราชธรรม ซึ่งแตะละข้อปฏิบัติจะเห็นได้ว่าพระองค์ทรงเป็นนักปกครองที่มีความเสียสละความสุขของพระองค์ เพื่อปวงชนชาวไทยของพระองค์เหนือสิ่งอื่นใด และเกินกว่าที่นักปกครองในโลกนี้จะปฏิบัติอย่างเช่นพระองค์ท่าน
    ๔. เนื่องจากพระองค์ทรงประปรีชาสามารถเกินบรรยาย กลาวคือพระองค์ทรงอัจฉริยภาพหลากหลายด้าน เช่น ด้านการกีฬา การถ่ายภาพ การดนตรี การพลังงาน การวิศวกรรม ฯลฯ มาเกินกว่าการบรรยายและทรงเป็นต้นแบบของการใช้ชีวิตให้มีความหลากหลาย สุนทรียภาพและนำไปประยุกต์ใช้
    ๕. เพราะพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • นายอภิสิทธิ์ จันทร์คำ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:20

    ข้าพเจ้ารักในหลวงเพราะ
    ๑. ในหลวงทรงประพฤติตนเป็นคนดีของสังคม เคารพในสิทธิและหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น
    ๒. ในหลวงทรงสอนให้รู้รัก สามัคคี ช่วยกันทำงานให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่สร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในชาติ
    ๓. ในหลวงทรงยึดมั่น แนวทางพระราชดำริในการดำเนินชีวิต อยู่บนวิถีความพอเพียง
    ๔. ในหลวงทรงช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน หรือผู้ตกทุกข์ได้ยากตามกำลังความสามารถของตน
    ๕. ในหลวงทรงนำแนวคิดทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้เป็ฯแนวทางในการดำเนินชีวิต

  • นายอรุณ ทองขาว wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:22

    ข้าพเจ้ารักในหลวงเพราะ
    ๑. ข้าพเจ้าทรงรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจที่สุด ทุกครั้งที่พูดว่าข้าพเจ้าเป็น “ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว”
    ๒. “เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม” ซึ่งพระองค์ได้ยึดมั่น กระทำ และ ทำได้มาตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี
    ๓. แนวทางพระราชทานในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ข้าพเจ้ายึดมั่นและน้อมนำมาปฏิบัติ คือ “เข้าใจ เข้าถึง และพัฒนา”
    ๔. พระองค์ท่านทรงเป็นแบบอย่างและตัวอย่างในการปฏิบัติตนตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ปัจจุบันทั่วโลกให้การยอมรับ
    ๕. พระองค์ท่านวางตัวอยู่ในทศพิธราชธรรมและคุณงามความดีทั้งปวง เพื่อเป็นกษัตริย์ที่ดีที่สุดในโลก และทำให้คนไทยมีความสุขที่สุดในโลก

  • นายหมวดตรีอรุณศรี วิทยกิจ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:24

    จากสภาพการณ์ปัจจุบันที่มีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง กฎหมาย เทคโนโลยี ฯลฯทั้งภายในและภายนอกประเทศ ทำให้ประชาชนชาวไทยจำเป็นต้องมีการปรับตัวเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงจากสภาพแวดล้อมดังกล่าว และสามารถพึ่งพาตนเองรวมทั้งดำรงชีพได้อย่างมีความสุขด้วยวิถีชีวิตแบบพอเพียง ซึ่งนับเป็นระยะกว่า ๖๐ ปี แห่งการครองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชกรณียกิจนานัปการ อันเกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่งด้วยพระราชหฤทัยที่มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ที่จะช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ พระองค์ทรงเหน็ดเหนื่อยและอุทิศพระวรกายโดยไม่ย่อท้อ เพื่อพัฒนาความเป็นอยู่ของประชาชนให้ดีขึ้น ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้และมีความสุข จนเป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของนานาประเทศและต่างกล่าวขานนามของพระองค์ว่า “ พระมหากษัตริย์นักพัฒนา”
    จากพระราชกรณียกิจและพระราชจริยวัตรที่งดงามของพระองค์ ตลอดจนรางวัลพระเกียรติยศที่พระองค์ทรงได้รับ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในแนวทางที่พระองค์ทรงใช้เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้พสกนิกรของพระองค์ ควรที่ข้าราชการฝ่ายปกครองซึ่งเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและมีหน้าที่ปฏิบัติงานถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้กับประชาชนทั่วประเทศจะต้องศึกษา เรียนรู้ในหลักคิด หลักทรงงาน และหลักธรรม ที่พระองค์ได้ทำเป็นแบบอย่างไว้และได้รับการยอมรับในระดับสากล ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติราชการของข้าราชการฝ่ายปกครองรวมทั้งนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันของข้าพเจ้า ตามแนวพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ดังนี้
    ๑. ทำงานอย่างผู้รู้จริง
    ๒. อดทน มุ่งมั่น ยึดธรรมะและความถูกต้อง
    ๓. อ่อนน้อม ถ่อมตน เรียบง่าย ประหยัด
    ๔. ซื่อสัตย์ สุจริต กตัญญู
    ๕. ตั้งใจจริงและขยันหมั่นเพียร
    ๖. รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง
    ๗. มุ่งประโยชน์ส่วนใหญ่เป็นหลัก
    ๘. เน้นความต้องการของประชาชน
    ๙. พึ่งตนเอง ส่งเสริมคนดีและคนเก่ง
    ๑๐. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ซึ่งกันและกัน
    ๑๑. การทำสิ่งใด ให้เริ่มจากเล็กไปหาใหญ่
    ๑๒. ยึดความพอดี ความพอควรเป็นที่ตั้ง
    ๑๓. เน้นธรรมชาติและภูมิสังคม
    ๑๔. ยึดหลัก รู้รัก สามัคคีและน้ำใจเข้าถึงพัฒนา เน้นธรรมชาติและภูมิสังคม
    จากแนวคิดตามแนวพระบรมราโชวาทต่างๆที่พอสรุปมาดังที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น นั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้แสดงให้เห็นถึงการปฏิบัติตามหลักคิด และทรงปฏิบัติตามแนวทางดังกล่าวได้อย่างเป็นรูปธรรมด้วย เป็นเหตุให้ข้าพเจ้ารักในหลวงเนื่องจากเป็นต้นแบบในการคิด การปฏิบัติงานของข้าพเจ้า ซึ่งข้าพเจ้าเชื่อว่าหากข้าราชการทุกคนได้ยึดหลักคิด ตามแนวทางดังกล่าวแล้ว จะทำให้สามารถพัฒนาประเทศได้มากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

  • นายหมวดโทอัจฉรา อาษาสู้ wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:24

    ๑. พระองค์ท่านไม่ได้บอกทุกคนว่าจะต้องพัฒนาประเทศชาติอย่างไร แต่พระองค์ท่านทรงลงมือ
    ปฏิบัติ เพื่อเป็นตัวอย่างในการนำไปปฏิบัติ โดยไม่คำนึงถึงความเหน็ดเหนื่อย หรือยากลำบาก
    ๒. พระองค์ทรงห่วงใยประชาชนตลอดเวลาทั้งสภาพความเป็นอยู่ทางกาย ทางใจ จะเห็นได้จาก
    กระแสพระราชดำรัสหรือพระบรมราโชวาท ที่สื่อให้ประชาชนของพระองค์ได้ตระหนัก และสำนึก
    ในหน้าที่ หรือแนวทางปฏิบัติตนต่าง ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ
    ๓. พระองค์ทรงเป็นต้นแบบหรือแบบอย่างของการเป็นผู้เสียสละในทุก ๆ ด้าน ทั้งความสุข
    ส่วนพระองค์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยรวม
    ๔. พระองค์ทรงเป็นนักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักค้นคว้า ที่มีความสามารถในการนำความรู้
    หรือนวัตกรรมต่าง ๆ ไปเป็นต้นแบบในการประยุกต์เพื่อใช้ในการพัฒนาประเทศ
    ๕. พระองค์เป็นต้นแบบทุกอย่างในความหมายของคำว่า “พ่อ”

  • นางอารี ร่มโพธิ์ชี wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:26

    ๑. รักในหลวงอย่างพ่อ เราจึงต้องมีความกตัญญูรู้คุณเสมือนเป็นบิดาของเรา ในหลวงทรงทำให้เรา
    มีแผ่นดินอยู่ได้ทุกวันนี้ เราจึงต้องตอบแทนพระคุณต่อในหลวงด้วยการเป็นลูกที่ดีของในหลวง
    ๒. รักในหลวงอย่างครู พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ริเริ่มสิ่งต่างๆ การดำรงชีวิตตลอดจนการปกครองคน
    ทั้งประเทศ เพื่อเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรชาวไทยได้ยึดถือ และปฏิบัติตามแบบพระองค์ท่าน
    ๓. รักในหลวงด้วยความบริสุทธิ์ใจ โดยหวังเพียงให้ท่านมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทร ให้กับพสกนิกรชาวไทยให้ยาวนานที่สุด
    ๔. รักในความเป็นพระมหากษัตริย์ของพระองค์ พระองค์ทรงปกครองประชาชนโดยทศพิธราชธรรม มาโดยตลอด เป็นพระมหากษัตริย์ที่เปี่ยมล้นไปด้วยเมตตาธรรม
    ๕. รักและภักดี โดยมีความจงรักภักดีกับพระองค์ท่านตลอดไป

  • ว่าที่ ร.ต.เอกพล เรืองเพชร wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:28

    เรารักในหลวงอย่างไร
    สถาบันหลักของไทย ที่ปวงชนชาวไทยให้ความเคารพนับถือ ศรัทธา และเป็นสิ่งที่ใช้ยึดเหนี่ยวจิตใจ มาโดยตลอด ได้แก่ สถาบัย ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์
    สถาบันหลักของชาติถือเป็นศูนย์รวมใจ ของปวงชนชาวไทยในการนำไปปฏิบัติ การยึดถือ ตามวิถีการดำรงชีวิตภายใต้วัฒนธรรม ประเพณีที่สืบต่อกันมาอย่างยาวนาน
    พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของชาติ ทรงดำรงพระองค์และอุทิศพระวรกาย เป็น “พ่อของแผ่นดิน” นำพาความอยู่ดีกินดี ความปกติสุขมาสู่ปวงชนชาวไทย แม้ในยามสงบ หรือในยามที่ประเทศชาติอยู่ในยามที่ประเทศชาติอยู่ในภาวะวิกฤตการณ์ การกินดีอยู่ดี และความปรกติสุขของปวงชนชาวไทยที่ข้าพเจ้าได้กล่าวข้างต้นนั้น อันเนื่องมาจากบารมีและความเสียสละ อุทิศพระองค์ เพื่อประโยชน์สุขของปวงชน ดังนี้
    – การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ให้กับประชาชน ในการนำความรู้ที่ได้รับไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ
    – การดำเนินชีวิต ตาม “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ถือเป็นแนวทางการดำเนินชีวิต ที่พระองค์ทรงพระราชทานให้กับพสกนิกรทุกหมู่เหล่าน้อมนำเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตให้มีความสุข บนพื้นฐานของความพอเพียง
    – ภาวะวิกฤตทางการเมือง การเมืองในระบอบประชาธิปไตย ที่มีการเปลี่ยนแปลงจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิ์ราช ตั้งแต่ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ถือว่าเป็นการเมืองแบบ “ล้มลุกคลุกคลาน” มาโดยตลอด เนื่องจาการแย่งชิงอำนาจ เพื่อนำมาสู่การจัดสรรผลประโยชน์ให้กับพวกพ้องของตนเอง ในภาวะที่เกิดวิกฤต จากผลทางเมือง และไม่สามารถหาทางออกให้กับประเทศได้ พระบารมีของพระองค์สามารถนำพาประเทศผ่านภาวะวิกฤตดังกล่าวได้
    – ความเดือนร้อนที่เกิดกับภัยธรรมชาติ ในทุกครั้งที่ประชาชนชาวไทยต้องประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในหลวงและพระบรมวงศานุวงษ์ ได้ให้ความช่วยเหลือ พระราชทานสิ่งของให้กับผู้ประสบภัย สร้างความปราบปลื้มดีใจให้กับผู้ประสบภัยอย่างยิ่ง

  • นางเอมอร วิจิตรพงษา wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:30

    เรารักในหลวงอย่างไร
    ๑. ท่านมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ตามที่ได้พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม” และได้ทรงปฏิบัติตามนั้น
    ๒. ท่านทรงพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ในการดำเนินชีวิตด้วยความเพียร ความอดทน
    ความมีสติปัญญา และความรอบคอบ ให้กับประชาชนทุกระดับ
    ๓. ท่านทรงมีพระราชดำรัสให้รู้รักสามัคคี ซึ่งสามารถใช้ได้กับทุกยุคทุกสมัย
    ๔. ท่านทรงปฏิบัติตนให้เป็นตัวอย่างแก่ประชาชน ในเรื่องการประหยัด เรียบง่าย ได้ประโยชน์สูงสุด
    กองงานในพระองค์แจ้งว่า ในปีหนึ่งพระองค์ทรงเบิกดินสอ ๑๒ แท่ง ใช้เดือนละหนึ่งแท่งจนดินสอกุด
    ๕. ท่านทรงมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกลในการที่จะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนแก่ประชาชน เช่นการสร้างเขื่อนแควน้อย บำรุงแดน เป็นต้น ซึ่งสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดพิษณุโลกได้

  • นายโอภาส วุฒิพิศาล wrote on 28 กันยายน, 2011, 11:31

    เรารักในหลวงอย่างไร

    ข้าพเจ้ามีความรักและเคารพรักและเทิดทูนในหลวงของเรา ด้วยจิตใจอันบริสุทธิ์ และพร้อมยอมพลีกายถวายชีวิตแด่พระองค์ท่านได้ตลอดเวลา พระองค์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณที่ไม่สามารถบรรยายได้ เพียงขอหยิบยกอันเชิญมาพอสังเขป ดังนี้
    ๑. พระองค์ท่านเปี่ยมล้นด้วยทศพิธราชธรรม อันได้แก่
    ทาน คือ การให้ทาน
    ศีล คือ การรักษาศีล
    บริจาค คือ การบริจาค
    อาชชว คือ ความเที่ยงตรง
    มัททว คือ ความอ่อนโยน
    กัปปะ คือ ความเพียร
    อักโกทะ คือ ความไม่โกรธ
    อริหิงสา คือ ความไม่เบียดเบียน
    ขันติ คือ ความอดทน
    อริโรทนะ คือ ความเที่ยงธรรม
    ๒. พระองค์ทรงเป็นผู้เสียสละอันยิ่งใหญ่ จากพระราชกรณียกิจต่างๆ
    ๓. พระองค์ทรงเป็นนักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ เป็นผู้คิดทฤษฎีต่างๆ มากมาย
    ๔. พรองค์ทรงเป็นนักพัฒนา ซึ่งพัฒนาทั้งพระสกนิกร และพัฒนาแผ่นดินของพระองค์
    ๕. พระองค์เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของพสกนิกรของพระองค์ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้
    พสกนิกรอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข

  • นศท.ธนมิตร wrote on 11 มกราคม, 2012, 13:56

    ผมรักในหลวง 🙂

  • การ wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 12:23

     พระองค์เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของพสกนิกรของพระองค์ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้
    พสกนิกรอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข

  • จิต wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 14:10

    พระอยู่เหนือ ดวงใจ ไทยทั้งล้า
    ดุจดั่งเทพ บนฟ้า แดนสวรรค์
    ปกป้องไทย ให้ร่มเย็น มาแสนนาน
    พระบันดาร ให้ลูกไทย ได้อยู่ดี

    ด้วยโครงการ ของพระองค์ ทรงมุ่งมั่น
    สร้างรากฐาน ผองเผ่าไทย ให้สุขศรี
    ไม่ฟุ้งเฟื้อ จนเกินงาม ความพอดี
    เพื่อหลีกหนี ความลำบาก และยากจน

  • โจ้ wrote on 2 ตุลาคม, 2012, 17:22

    รักในหลวง ไม่มีคำบรรยาย เกิดมาก็รัก ด้วยใจ ที่ บริสุทธิ์ ถึงแม้ไม่เคยเห็นพระองค์จริง แต่ได้มองรูปภาพ ก็ ดีใจ มากที่สุดแล้ว อยากฟังข่าวดีดี เกี่ยวกับในหลวง ไม่อยากรู้ข่าวพระอาการประชวรเลย น้ำตามันจะไหล ทุกที อยากให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวนเร็วๆ ทรงมีพระวรกายที่แข็งแรง ดังเดิม รักพระองค์ มากครับ 

  • กสค.ยศ.ทบ wrote on 19 มีนาคม, 2013, 10:33

     กราบแทบเบื้องพระยุคลบาทขอพระถวายพระพรชัยมงคลขอพระองค์ทรงพระเกษมสำราญมีพระพลานามัยแข็งแรงเป็นร่มโพธิ์ร่มไทรของพสกนิกรชาวสยาม 

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics