ในหลวง พระราชินี ทรงอยากเห็นเมืองไทยอยู่รอด

แบ่งปัน

1

ในหลวง-พระราชินีทรงอยากเห็นเมืองไทยอยู่รอด

ที่หอประชุมกองทัพเรือ กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กองทัพเรือ และสำนักราชเลขาธิการ ร่วมกันจัดงานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ “ร้อยดวงใจ เทิดไท้องค์ราชินี” พร้อมทำพิธีเปิดโครงการพัฒนาเทคโน โลยีสารสนเทศและการสื่อสารของสำนักราชเลขาธิการ ระยะที่ 2 เว็บไซต์เผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยมี ร.ต.(หญิง) ระนองรักษ์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร พล.ร.อ.กำธร พุ่มหิรัญ ผู้บัญชาการทหารเรือ และนายอาสา สารสิน ราชเลขา ธิการ ร่วมเป็นประธานเปิดงาน

ในงานมีการบรรยายพิเศษหัวข้อ “พระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย” โดยท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ ทีขะระ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ พล.ต.อ.วสิษฐ เดชกุญชร อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจ

พล.ต.อ.วสิษฐกล่าวว่า เคยรับราชการเป็นหัวหน้านายตำรวจประจำราชสำนัก ถวายความปลอดภัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ 12 ปี ตลอดระยะเวลาที่ได้รับใช้ใกล้ชิดทำให้ได้ตระหนักถึงน้ำพระทัยของทั้งสอง พระองค์ที่มีต่อประชาชนคนไทยเป็นอย่างมาก สำหรับสมเด็จพระนางเจ้าฯ นอกจากทรงเป็นแม่ของพระราชโอรสและพระราชธิดาแล้ว ยังทรงเป็นแม่ของแผ่นดินด้วย

“ตั้งแต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขึ้นครองราชย์ จนบัดนี้สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงไม่เคยห่างจากพระองค์เลย อะไรที่เป็นพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงมีส่วนร่วมรู้เห็นตลอดเวลา ในสมัยที่ผมรับราชการเบื้องพระยุคลบาทเป็นสมัยที่บ้านเมืองไม่สงบจากพวกคอมมิวนิสต์ แต่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่เคยหยุดทรงงาน ไม่ทรงท้อถอยหวั่นเกรง ยังคงเสด็จฯไปทรงเยี่ยมประชาชนในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่เสี่ยงหรือพื้นที่สี แดงด้วยความห่วงใยพสกนิกรของพระองค์ พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว

อดีตรองอธิบดีกรมตำรวจกล่าวอีกว่า ขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ กำลังตกเป็นเป้าของการลบหลู่ การให้ร้าย การโจมตีอย่างโจ๋งครึ่ม โดยคนบางพวก บางประเภท ตนกล้าเรียนให้ทราบ แม้ไม่มีการยืนยันจากรัฐบาล แต่ตนยืนยันจากความรู้ การสังเกตของตนเอง พบว่าสิ่งเหล่านี้กำลังเกิดขึ้น ตอนนี้มีเว็บไซต์เถื่อนที่กำลังทำอย่างนี้กับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ อยู่อย่างต่อเนื่องและไม่หยุดยั้ง และขอเตือนให้ทราบว่า ผู้ที่เราเคารพสักการะ ผู้ที่เป็นผู้สืบทอดการปกครองแบบราชาธิปไตยมากว่า 700 ปี กำลังถูกทำลายโดยคนพวกหนึ่ง สิ่งที่คนไทยต้องตระหนักและช่วยกันคือปกป้องสถาบันที่อยู่คู่เมืองไทย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์

         “มาวันนี้ขอวิงวอนท่านทั้งหลายว่า แม้ศัตรูจะยังไม่ถืออาวุธ แต่กำลังใช้วิธีย้อมหัวของเรา ย้อมหัวใจของเราให้หลงผิด สิ่งที่ทำได้คืออย่ายอมให้พี่น้อง ลูกหลานเข้าใจผิด แต่ต้องทำความเข้าใจและเผยแพร่สอนผู้อื่นให้รู้ว่า เมืองไทยอยู่ได้เพราะ 3 สิ่งนี้ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราต้องทำ ถ้าเราไม่ทำ เราจะเกิดสงครามที่สาหัสมาก อย่าทำให้เกิด แต่ทำได้ด้วยการถ่ายทอดให้ทุกคนรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงทำอะไรมาแล้วกว่า 60 ปี ให้เราทุกคนช่วยกัน” พล.ต.อ.วสิษฐกล่าว

           จากนั้นท่านผู้หญิงจรุงจิตต์ นางสนองพระโอษฐ์ที่ถวายงานรับใช้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มาประมาณ 40 ปี กล่าวว่า ทุกคนทราบกันดีว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ เสด็จฯไปทรงเยี่ยมราษฎรตามภูมิภาคต่างๆ ของประเทศไทยตั้งแต่ปี 2498 ไม่ว่าจะทุรกันดารอย่างไร ทั้งสอง พระองค์ทรงเสด็จฯไปทุกหนทุกแห่ง พระองค์จะสอนเสมอว่าให้คุยกับราษฎรอย่างเคารพนบนอบ คิดว่าเขาเป็นพี่ ป้า น้า อา

          ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวอีกว่า ไม่เฉพาะคนยากคนจนตามต่างจังหวัดเท่านั้นที่ทรงช่วยเหลือ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ยังทรงช่วยเหลือประชาชนในเรื่องต่างๆ อีกด้วย เช่น ครอบครัวได้รับอุบัติเหตุจากการปาหิน วัยรุ่นอาชีวะที่ถูกลูกหลงจากการทะเลาะวิวาทของ 2 สถาบัน เด็กชายที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง หรือเด็กกำพร้า 2 คนที่เขียนจดหมายร้องทุกข์มายังกองราชเลขาธิการในพระองค์ฯ ขอพระราชทานความช่วยเหลือ ซึ่งพระองค์ทรงช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้เป็นอย่างดี

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคนไทย ทรงทำมาอย่างยาวนาน แต่ทุกคนได้มีความคิด ได้เล่าต่อกันหรือไม่ ทุกพระราชกรณียกิจ ทุกโครงการของพระองค์ ไม่เคยหนีจากประชาชน แล้วไม่เคยเอาอะไรมาเป็นของพระองค์เลย ทรงทำให้กับแผ่นดิน ทรงทำให้กับประชาชน

“สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงห่วงใยประชาชนตลอดเวลา พระองค์มีแต่ให้  แล้วสิ่งที่ทั้งสองพระองค์ทรงให้มา ก็คือสิ่งที่ถาวร ทรงทำทุกอย่างให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ให้ประชาชนมีกินไปชั่วลูกชั่วหลาน” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว

ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าวอีกว่า พระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ในโครงการต่างๆ มันไม่ได้เป็นตัวเงินที่เอามาแจก คนนั้นเอาไปเท่านี้ คนนี้เอาไปเท่านั้น เงินใช้เมื่อไหร่ก็หมด แต่ว่าสิ่งที่พระองค์ให้เป็นสิ่งถาวร เป็นสิ่งที่จะอยู่คู่กับบ้านเรา คู่กับแผ่นดินเรา ทรงให้สิ่งที่เป็นประโยชน์ เชิดหน้าชูตาประเทศชาติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงทำงานศิลปาชีพขึ้นมา เป็นมรดกของชาติ ให้ไปดูได้ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรม กว่าจะทำขึ้นมาได้ยากเย็น

“งานเหล่านี้ไม่ ได้ทำวันนี้พรุ่งนี้เสร็จ แต่ทรงทำมานับ 10 ปี ทรงทุ่มเทพระวรกาย พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ทั้งนั้น จนบัดนี้มรดกของชาติทั้งถมทอง งานคร่ำ ที่เกือบจะสูญหายไปถูกนำกลับมาสืบสานไว้แล้ว อยากให้ทุกคนได้มองเห็นสิ่งเหล่านี้ และมองดูพระองค์ด้วยว่า ทรงทำงานอย่างไร พูดภาษาง่ายๆ พระองค์ทรงทำงานด้วยหัวใจ ทรงทำงานทุ่มเททั้งหัวใจของพระองค์ให้กับประชาชนคนไทยด้วยความรัก” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว

รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ กล่าวอีกว่า ขณะนี้ทั้งสองพระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษามากแล้ว ทำไมพวกเราถึงไม่ตอบแทนพระองค์ด้วยการทำให้พระองค์ชื่นใจ เห็นผลงานที่ทรงทำตรงนั้นตรงนี้ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข เมืองไทยเชิดหน้าชูตาได้ คนไทยเก่ง คนไทยมีเมืองไทยที่งดงาม สวยงาม ทั้งรุ่นเล็ก รุ่นใหญ่ รุ่นโต ถ่ายทอดกันมาเป็นสังคมไทยที่อยู่เย็นเป็นสุข ในวันนี้พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรษามากแล้ว เราให้อะไรกับพระองค์บ้าง ให้ความชื่นใจอะไรกับพระองค์บ้าง 

  ทรงไม่ต้องการอะไรเลย ต้องการอย่างเดียว ทรงอยากเห็นเมืองไทยอยู่รอด คนไทยด้วยกันสามัคคีกัน ช่วยกันธำรงชาติบ้านเมืองให้ยั่งยืนต่อไป อย่าขัดแย้งกัน อย่าทะเลาะเบาะแว้งกันเลทรงทำมาตลอด 60 ปี ทำไมคนไทยถึงปล่อยให้พระองค์เห็นคนไทยเป็นอย่างนี้ ทำไมไม่ทำให้พระองค์ชื่นใจ” ท่านผู้หญิงจรุงจิตต์กล่าว และได้เชิญชวนเหล่าทหารเรือที่มาร่วมฟังการบรรยายนับร้อยคนลุกขึ้นร้องเพลง สรรเสริญพระบารมี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักราชเลขาธิการฯได้จัดทำเว็บไซต์เผยแพร่พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ www.ohmpps.go.th/queen โดยได้รวบรวมข้อมูล พระราชกรณียกิจ พระบรมฉายาลักษณ์ที่หาชมได้ยาก พระราชดำรัส และพระบรมราโชวาท ลงในระบบสืบค้นและระบบเผยแพร่ ซึ่งจะเป็นคลังข้อมูลดิจิตอลที่มีประสิทธิภาพเพื่อให้เยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชน นำไปใช้ประโยชน์เป็นข้อมูลปฐมภูมิอันทรงคุณค่า เป็นหลักฐานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์.

 

 




ความเห็น

  • จ่าจำเริญ wrote on 26 สิงหาคม, 2009, 10:05

    ขอจรงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • Facebook User wrote on 16 ตุลาคม, 2009, 20:28

    สิ่งต่างๆ ที่ทั้งสองพระองค์ทรง ‘สร้าง’ ให้แก่คนไทย อาจไม่ใช่สิ่งที่เราสามารถเก็บเกี่ยวผลประโยชน์มาได้ทันทีทันใด หากแต่สิ่งเหล่านั้น จะ้ค่อยๆ เติบโตงอกงามอย่างยั่งยืนในวิถีของมันเอง พระองค์ทรงสอนให้เราคนไทยนำภูมิปัญญาที่เป็นของเราเอง มาปรับให้เข้ากับโลกที่ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อที่เราจะได้สามารถรู้เท่าทันความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก ที่สำคัญคือ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมเรา ซึ่งจะทำให้เราคนไทยใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุข โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ของตนเองไป

  • Rung wrote on 15 พฤศจิกายน, 2009, 9:21

    ไทยจะไม่เป็นไท เมื่อเราอยู่อย่างไร้สถาบัน ในหลวงท่านเป็นความภูมิใจของคนไทยที่อยู่ต่างแดน ขอร้องคนไทยอย่าทำร้ายคนที่รักเรา ขอให้ตรึกตรองด้วยสติ ว่าความวุ่นวายที่กำลังเกิดขึ้น มันมาจากใหน แล้วทำไมไม่หยุดเสียที แผ่นดินที่ไม่มีสถาบันยึดเหนี่ยว ไม่ต่างจากลูกไม่มีพ่อ ขาดแม่ คนไทยรับประทานข้าวเป็นอาหารหลักมานาน ซึ่งไม่ต่างจากสถาบันที่เรามี แล้วเราจะเปลี่ยนไปทานอย่างอื่นแทนข้าว ท่านคิดมั้ยว่า ท่านจะทานได้สักกี่มื้อ . การพัฒนาคือการสานต่อสิ่งที่มีให้ดีขึ้น แต่สิ่งที่เป็นอยู่แค่เราทำร้ายตัวเองเท่านั้น
    ด้วยรักจากต่างแดน

  • นศท.พงศธร กลิ่นโสภณ ร.ร.สารวิทยา wrote on 9 กุมภาพันธ์, 2010, 9:44

    องค์ราชันย์จักรพรรดิของไทย
    ทรงห่วงใยประชาชนทั่วหล้า
    พระบุญคุณของท่านเกินนภา
    น้อมสักการะบูชาจากชาวไทย

ผู้เขียน

เขียน 10260 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics