ตีวัวกระทบคราด โค่นอำมาตย์หรือโค่นกษัตริย์

แบ่งปัน

54 

ตีวัวกระทบคราด

โค่นอำมาตย์หรือโค่นกษัตริย์

                                                      ฉลิมชัย ยอดมาลัย

          โค่นล้มระบบอำมาตย์” “ไพร่ถูกอำมาตย์กลั่นแกล้ง” “ม็อบมีเส้น” “พวกกูทำอะไรก็ผิด มึงทำอะไรถูกหมด” เหล่านี้คือตัวอย่างของวาทะกรรมจากกลุ่มคนที่ประกาศตัวว่าไม่ชื่นชมและนิยมระบบอำมาตย์ แต่คนกลุ่มนี้จะโยงใยและเกี่ยวพันกับระบอบทักษิณมากหรือน้อยเพียงใดนั้น บทความในวันนี้จะยังไม่วิเคราะห์เข้าไปถึงประเด็นดังกล่าว แต่จะจำกัดวงพูดเพียงแค่ว่าโดยเนื้อแท้แล้ว ระบบอำมาตย์มิใช่สถาบันพระมหากษัตริย์

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยคือสถาบันคู่แผ่นดินไทย

         คนไทยตั้งแต่โบราณกาลมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สาเหตุที่พูดเช่นนี้ก็เพราะมีหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และเรื่อยมาจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จวบจนถึงยุคกรุงธนบุรี และยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ต่างปรากฏชัดว่าคนไทยล้วนมีความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์

แม้ในยุคกรุงสุโขทัย คนไทยในสมัยนั้นจะยังมิได้เรียกพระนามเจ้าผู้ปกครองราชอาณาจักรว่าพระมหากษัตริย์ก็ตาม แต่ก็พบว่าคนไทยในยุคดังกล่าวก็เรียกผู้ปกครองดินแดนของตนว่า พ่อขุน ครั้นต่อมาในสมัยกรุงศรีอยุธยา คนไทยก็ยังคงมีความผูกพันอย่างแนบแน่นกับสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยในความรู้สึกส่วนลึกนั้นให้ความยกย่องเทิดทูนองค์พระมหากษัตริย์ว่าเป็นเสมือนเทพเจ้าที่ทรงอวตารลงมาเพื่อปกปักรักษาดินแดนและให้ความคุ้มครองป้องกันภัยแก่อาณาประชาราษฎร์ และความรู้สึกนี้ก็ยังคงดำรงเรื่อยมาจนกระทั่งยุคกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์ ตามลำดับ ดังนั้นประชาชนทุกคนบนผืนแผ่นดินไทยจึงมีความแนบแน่นกับสถาบันพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่โบราณกาลจวบจนปัจจุบัน

 

อ้างโค่นอำมาตย์ แต่เป้าหมายคือสถาบันกษัตริย์

        ในระยะ 5-6 ปีมานี้ มีเสียงเรียกร้องและการกระทำบ้างอย่างปรากฏออกมาเสมอ ๆ ซึ่งปรากฏการณ์ดังกล่าวก็ทำให้ผู้ที่มีสติปัญญาที่เห็นความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์สามารถจับทิศทางความต้องการของผู้เคลื่อนไหวได้ว่ามิได้มีความประสงค์ดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยแม้แต่น้อย เพียงแต่กลุ่มผู้เคลื่อนไหวดังกล่าวมิกล้าพูดตรง ๆ ว่าไม่ต้องการสถาบันเบื้องสูงอันเป็นเสมือนเสาหลักในการหลอมรวมจิตใจของคนไทยทั้งแผ่นดิน แต่กลับเฉไฉว่าต้องการโค้นล้มระบบอำมาตย์

        อย่างไรก็ตาม มีการวิเคราะห์กันว่า แท้ที่จริงแล้วกลุ่มผู้เคลื่อนไหวดังกล่าวนั้น เข้าใจดีว่าระบบอำมาตย์มิใช่สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ทว่าทุกครั้งเมื่อพูดถึงระบบอำมาตย์แล้ว ก็จะต้องพยายามทำให้ผู้คนในสังคมไทยโดยเฉพาะผู้ที่คิดไม่ทันเข้าใจว่าระบบอำมาตย์คือสิ่งที่ค้ำจุนสถาบันพระมหากษัตริย์ และหลายต่อหลายครั้งยังพยายามทำให้สังคมไทยเข้าใจผิดคิดว่าระบบอำมาตย์คือสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วย

ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจที่จะพบว่าการชุมนุมของคนบางกลุ่มในช่วง 4-5 ปีมานี้มักจะอ้างว่าเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ แต่ขณะเดียวกันก็ตะโกนปาว ๆ ว่าต้องโค่นระบบอำมาตย์ เท่านั้นยังไม่พอยังมีความพยายามจะบิดเบือนข้อเท็จจริงว่า สถาบันพระมหากษัตริย์เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำรัฐประหารเพื่อโค่นล้มรัฐบาลชุดหนึ่งที่มาจากการเลือกตั้ง ทั้ง ๆ ที่ทุกคนรู้ดีว่าการเลือกตั้งดังกล่าวนั้นบริสุทธิ์เที่ยงตรงมากน้อยเพียงใด

  ดังนั้นวิญญูชนจึงสามารถจับกระแสความรู้สึกนึกคิดของคนกลุ่มดังกล่าวโดยเฉพาะบรรดาแกนนำได้ว่า ในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของคนกลุ่มที่ว่านี้ มักจะเคลื่อนไหวอย่างรุนแรงแบบผิดปกติและมักจะทำในสิ่งที่ไม่บังควรอยู่เป็นประจำ ซึ่งนั่นก็คือการจาบจ้วงล่วงละเมิดและโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์นั่นเอง

คนกลุ่มที่ว่านี้จะดึงเอาสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเป็นเครื่องมือในการปลุกเร้าและปลุกระดมคนไทยกลุ่มหนึ่งที่ค่อนข้างจะหูเบาและไร้ความคิด โดยพยายามจะให้ข้อมูลอันเป็นเท็จว่าการที่นักการเมืองระดับสูงรายหนึ่งของไทยไม่สามารถอยู่บนแผ่นดินไทยได้อีกต่อไปก็เป็นเพราะได้รับคำสั่งมาจากสถาบันเบื้องสูง แต่คนกลุ่มดังกล่าวพยายามจะไม่กล่าวถึงความผิดทางอาญาที่นักการเมืองผู้นั้นจงใจใช้อำนาจรัฐเข้าไปกอบโกยและโกงกินทุกวิถีทาง ครั้งเมื่อความจริงปรากฏบุคคลผู้นั้นก็พยายามสร้างเรื่องเอาตัวรอด โดยจงใจโยนความผิดให้กับสถาบันพระมหากษัตริย์

ถูกจับได้ว่าโกงบ้านกินเมือง แต่อ้างว่าถูกอำมาตย์กลั่นแกล้ง

ขอย้ำอีกครั้งว่า วิญญูชนที่ติดตามเรื่องราวของบ้านของเมืองและติดตามพฤติกรรมอันสุดทรามของอำมาตย์ชั้นสูงผู้หนึ่งที่มีนิสัยโกงบ้านกินเมืองต่างตระหนักดีว่า สาเหตุสำคัญที่ทำให้อำมาตย์ผู้นั้นไม่สามารถอยู่ในเมืองไทยได้ต่อไปก็เพราะ เขาทำผิดคิดร้ายต่อบ้านเมืองอย่างร้ายแรง มิใช่เพราะถูกผู้ใดผู้หนึ่งกลั่นแกล้งรังแก ดั่งที่เขาพยายามมดเท็จสร้างเรื่องโกหกชาวบ้านที่ปัญญาเบา

        วิญญูชนทราบดีว่าในยุคของอำมาตย์คนดังกล่าวนั้น บ้านเมืองมีปัญหานานัปการ มีการโกงกินฉ้อฉล มีการทุจริตเชิงนโยบายทำให้ประเทศชาติสูญเสียรายได้และทรัพย์สมบัติไปมากมายมหาศาล แถมยังมีการเล่นพรรคเล่นพวก และมีการใช้อำนาจรัฐโดยมิชอบโดยมิได้เคารพยำเกรงต่อระบบกฏหมายและความรู้สึกของประชาชนแม้แต่น้อย

ทุกคนรู้ดีว่าคณะผู้ปกครองประเทศภายใต้คำบงการของอำมาตย์ผู้นั้นไม่สามารถบริหารประเทศได้อีกต่อไป เพราะอำมาตย์คนดังกล่าวได้สร้างความแตกแยกและร้าวฉานในกับผู้คนบนแผ่นดินอย่างหนัก ชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดมาก่อนในแผ่นดินนี้ และที่สำคัญก็คือวิญญูชนตระหนักชัดแล้วว่าอำมาตย์ผู้นั้นไร้ความชอบธรรม เพราะโกงบ้านกินเมืองอย่างหนักจนสุดที่จะปล่อยให้ดำรงสถานภาพของการเป็นรัฐบาลได้อีกต่อไป

ดังนั้นจึงไม่ต้องประหลาดใจอีกเช่นกันที่จะมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่รู้สึกพึงพอใจอย่างมาก เมื่ออำมาตย์คนดังกล่าวถูกโค่นจากอำนาจโดยเหล่าเสนาซึ่งก็คืออำมาตย์ชั้นสูงอีกกลุ่มหนึ่ง สำหรับประเด็นเหล่าเสนาชั้นสูงที่เป็นอำมาตย์อีกกลุ่มหนึ่งที่ก่อการโค่นล้มอำนาจอำมาตย์กลุ่มเดิมนั้น จะยังไม่กล่าวถึงรายละเอียดของความล้มเหลวในของกระทำการในบทความนี้ เพราะเกรงพื้นที่จะไม่เพียงพอ

แต่ประเด็นที่จะนำขึ้นมาเพื่อเตือนความทรงจำของคุณ ๆ ผู้อ่านก็คือ อำมาตย์ผู้นั้นพยายามกล่าวโทษสถาบันกษัตริย์ว่าอยู่เบื้องหลังการรัฐประหาร โดยมิเคยทบทวนพฤติกรรมทั้งหลายทั้งปวงของตนเองเลยว่า การกระทำของตนเองใช่หรือไม่ที่ทำ

ให้บ้านเมืองเข้าสู่วิกฤตการณ์ขั้นรุนแรง และตนเองนั้นไร้ความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไป แต่ทุกคนก็รู้ดีว่า อำมาตย์ผู้นั้นไม่เคยยอมรับความผิดพลาดใด ๆ ซึ่งเกิดจากการกระทำของตนแม้แต่น้อย

เท่านั้นยังไม่พอ อำมาตย์คนดังกล่าวยังใช้การว่าร้ายและโจมตีสถาบันกษัตริย์เป็นเครื่องมือเพื่อหวังปลุกระดมให้คนปัญญาเบาลุกฮือขึ้นมาต่อต้านและโค่นล้มระบบกษัตริย์อีกด้วย แต่สุดท้ายเขาก็คงจะต้องรู้แล้วว่า ฟ้าไม่มีวันถูกดึงลงต่ำ และคนที่ต่ำทรามก็ไม่มีวันขึ้นไปแทนที่ฟ้าได้

 

สถาบันกษัตริย์ไทยมิใช่สถาบันกษัตริย์ในความคิดของอำมาตย์สัมภเวสี

 ต้องยอมรับว่าปัญญาชนรู้ดีว่าสถาบันกษัตริย์ไทยไม่เหมือนกับสถาบันกษัตริย์ในยุโรปหรือบนดินแดนใด ๆ บนโลกใบนี้ สถาบันกษัตริย์ไทยไม่ใช่สถาบันกษัตริย์แบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของประเทศฝรั่งเศส และไม่ใช่สถาบันกษัตริย์ของประเทศเนปาลด้วย แต่สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยนั้น อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญของแผ่นดินไทยมาโดยตลอดตั้งแต่ช่วงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ. 2475

 ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ไทยจึงไม่มีอำนาจใด ๆ เหนือการเมือง จะมีก็เพียงแต่ความจงรักภักดีของพสกนิกรเท่านั้น และทุกคนตระหนักดีว่าความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยดำรงอยู่ได้ก็เพราะสถาบันสูงส่งนี้ ยิ่งสถาบันพรรคการเมืองไทยมีความอ่อนแอมากเท่าไร ประชาชนก็ยิ่งเทิดทูนสถาบันกษัตริย์มากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่พรรคการเมืองและนักการเมืองพากันเอารัดเอาเปรียบและรังแกประชาชน แต่สถาบันกษัตริย์กลับให้ความดูแล โอบอุ้มและช่วยเหลือประชาชนอย่างไม่เคยเลือกที่รักมักที่ชัง

สถาบันพระมหากษัตริย์ไทยมิได้ทำหน้าที่ทำนุบำรุงความผาสุกและความเจริญของบ้านเมืองเพื่อแลกกับคะแนนนิยมทางการเมืองเหมือนกับระบบพรรคการเมืองและอำมาตย์สัมภเวสี ดังนั้นสถาบันกษัตริย์ไทยจึงไม่จำเป็นต้องออกนโยบายเอื้ออาทรหรือประชานิยมเพื่อหลอกลวงหาคะแนนนิยมทางการเมืองกับประชาชน

 สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่ผูกพันอย่างแนบแน่นกับสังคมไทยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ดังนั้นหากผู้ใดจงใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับสถาบันสำคัญนี้ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับคนไทยทั้งแผ่นดิน และขอประกาศให้ผู้คิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์รับรู้ว่า คนไทยรักและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ และจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนล้มล้างสถาบันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นอันขาด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 




ความเห็น

  • กบร.ศสพ. wrote on 16 ธันวาคม, 2010, 7:47

    ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อให้ราษฎรของพระองค์เป็นสุข

  • วีมล wrote on 29 ตุลาคม, 2012, 9:54

    เราลองมาเทียบความดีไม่ดีสิ บวกลบคุณหารกันดีดี ผลที่มีสถาบันมากกว่าอยู่แล้ว คิดเหรอว่าถ้าไม่ให้มีแล้ว ชีวิตพวกคุณๆ ทั้งหลายจะดีขึ้น ดูอย่างเกาหลีเหนือ เคยดูสารคดีไหม ว่าท่านผู้นำเป็นไง ลูกชายเป็นไง หรือจะเอาแบบสมัยมาร์กอส ประชาธิปไตยเบิกบาน ใครได้อำนาจก็เล่นเอาซะประชาชนหนาวไปตามๆกัน ตอนนี้มีมาทานอำนาจกันไว้บ้าง อ่ะดีแล้ว

  • คุณหาร wrote on 31 ตุลาคม, 2012, 10:03

    ก็เพราะพวกนี้เค้าต้องการล้มล้างสถาบันอยู่แล้ว ถึงได้เอาเรื่องโน่นเรื่องนี้มาอ้างที่อยากแก้คือพวกแดงเท่านั้น  กฏหมายนี้อยู่มาตั้งนานกี่ปีกี่สมัยรัฐบาลมาแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร  มัยพอมาถึงพวกแดงเป็นรัฐบาลถึงอยากจะแก้นัก  เพื่อให้พวกตัวเองหมิ่นสถาบันได้โดยไม่ต้องโทษงั้นหรือ  แดงก็ยังเป็นแดงวันยังค่ำ ต้องทำตามที่ตัวเองถูกใจเท่านั้นถึงจะเป็นเรื่องดีเรื่องถูกต้อง  สงสารประเทศชาติจิงๆ

  • ดวงดาว wrote on 28 พฤศจิกายน, 2012, 11:54

    ผมเห็นด้วยครับ ที่สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันที่ผูกพันอย่างแนบแน่นกับสังคมไทยมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ดังนั้นหากผู้ใดจงใจประกาศตัวเป็นศัตรูกับสถาบันสำคัญนี้ก็เท่ากับประกาศตัวเป็นศัตรูกับคนไทยทั้งแผ่นดิน และขอประกาศให้ผู้คิดล้มล้างสถาบันกษัตริย์รับรู้ว่า คนไทยรักและเทิดทูนสถาบันกษัตริย์ และจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนล้มล้างสถาบันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นอันขาด

  • มวลชน wrote on 29 พฤศจิกายน, 2012, 11:13

    อยากจะบอกกับคนที่คิดจะหมิ่นฯ นั้นว่า จะมีหรือไม่กฎหมายหมิ่นฯ ก็ไม่คิดจะหมิ่นฯ อยู่แล้วส่วนคนที่รณรงค์ให้ยกเลิกนั้น เชื่อว่าส่วนใหญ่คงมีเจตนาที่บริสุทธิ์จริง แต่แน่นอนย่อมมีคนมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย ส่วนเรื่องฝรั่งพูดกันนั้น ขอบอกว่าเป็นการพูดกันไปเองขอถามหน่อยว่าในเมืองไทยก็มีคนต่างชาติมาเที่ยว มาทำงานในเมืองไทยตั้งมากมายก่ายกองก็ไม่เห็นว่าจะมีใครโดนจับเพราะกรณีนี้ สักคน เพิ่งจะมีรายนี้แหละรายแรก ดั้งนั้ยก็ควรไปถามคนที่โดนจับแล้วล๊ะครับว่าคุณไปทำอะไรเข้าทำไม่ถึงได้โดน ทำไม่คนอื่นตั้งมากมายเป็นร้อยเป็นพันมาอยู่เมืองไทยบางคนอยู่เป็นสิบๆ ปีก็อยู่ได้ดีๆ โดยไม่โดนข้อหานี้

  • ขวัญชัย wrote on 30 พฤศจิกายน, 2012, 10:36

    เรื่องนี้จริงเลยครับ ที่คนไทยตั้งแต่โบราณกาลมีความผูกพันอย่างใกล้ชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สาเหตุที่พูดเช่นนี้ก็เพราะมีหลักฐานชัดเจนตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี และเรื่อยมาจนถึงยุคกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี จวบจนถึงยุคกรุงธนบุรี และยุคกรุงรัตนโกสินทร์ ต่างปรากฏชัดว่าคนไทยล้วนมีความจงรักภักดีในสถาบันพระมหากษัตริย์

  • สินทร์ wrote on 28 ธันวาคม, 2012, 10:12

    กฏหมายนี้อยู่มาตั้งนานกี่ปีกี่สมัยรัฐบาลมาแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร  มัยพอมาถึงพวกแดงเป็นรัฐบาลถึงอยากจะแก้นัก  เพื่อให้พวกตัวเองหมิ่นสถาบันได้โดยไม่ต้องโทษงั้นหรือ  แดงก็ยังเป็นแดงวันยังค่ำ ต้องทำตามที่ตัวเองถูกใจเท่านั้นถึงจะเป็นเรื่องดีเรื่องถูกต้อง  สงสารประเทศชาติจิงๆ

  • Carrie wrote on 11 กรกฎาคม, 2014, 18:49

    ฟ้าไม่มีวันถูกดึงลงต่ำ และคนที่ต่ำทรามก็ไม่มีวันขึ้นไปแทนที่ฟ้าได้

  • w wrote on 11 กรกฎาคม, 2014, 22:33

    เคมพินสกี้ เปิดตัวก้าวกระโดด มาก อย่างที่ไม่มีโรงแรมใดในโลกทำได้
    จาก 50 เป็น 100 ในปี 2012
    ไม่นับรวม เคมพิสกี้ สาขาเกาหลีเหนือ

ผู้เขียน

เขียน 10274 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics