“เศรษฐกิจพอเพียง” คือ “เศรษฐกิจแห่งความยั่งยืน”

แบ่งปัน

57

เศรษฐกิจพอเพียงคือ เศรษฐกิจแห่งความยั่งยืน 

 

แปลจากบทความ “Sufficiency economy may mean sustainable economy

ของ “K I Woo” ใน The Nation ฉบับวันที่ 10 ตุลาคม 2552

 คำอธิบายสาเหตุที่ทำให้บางคนแปลความหมายของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวผิดไป

 เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2552 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความเห็นว่าชาติต่างๆในยุคโลกาภิวัฒน์ควรพิจารณาอย่างจริงจังถึงการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาปฏิบัติใช้งาน

แม้ว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะได้รับการยอมรับว่าสามารถบรรเทาความเสียหายที่อาจจะเกิดกับประชาชนชาวไทยจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่มีชาวต่างชาติเพียงไม่กี่คนที่เข้าใจหรือเห็นคุณค่าของมันอย่างแท้จริง

เหตุผลสำคัญคือคำว่า “พอเพียง” ซึ่งบางคนตีความว่าหมายถึงหลักปรัชญาที่คับแคบซึ่งอาจจะทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยย้อนกลับไปสู่ยุคหิน

บางทีหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอาจจะได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางไปทั่วโลกถ้าหากมันถูกเปลี่ยนชื่อเป็นหลักปรัชญา “เศรษฐกิจยั่งยืน”

ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ได้รับการยอมรับหลายท่าน รวมถึงนาย Peter Warr แห่ง Australian National University ได้ศึกษาพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงอย่างละเอียดมาเป็นเวลาหลายปี

นาย Warr ได้ยกพระราชดำรัสที่พระราชทานไว้เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.. 2542 ว่า

“เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักปรัชญาที่เน้นการจัดการอย่างเหมาะสมและการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณโดยพิจารณาแนวทางการจัดการทั้งหมด และความจำเป็น ที่จะต้องมีการป้องกันแรงกระทบทั้งภายในและภายนอกอย่างเพียงพอ”   

ในบทความของนาย Warr ซึ่งตีพิมพ์เมื่อไม่นานมานี้ใน GH Bank Housing Journal เขาได้กล่าวว่ามี “หลักการสำคัญห้าประการ” จากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา

“ได้แก่  ความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายสำคัญอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสม (มีเหตุมีผล)  ความสำคัญของการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นในการดำเนินตามเป้าหมาย (พอประมาณ)  ความพอใจยินดีที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง (มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี) ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความตระหนักถึงการปกป้องตนเองจากสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจมีการผันแปรไป (ความรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) และมีการตระหนักรู้ถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติดกับวัตถุ (คุณธรรม)”

พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้แสดงให้เห็นถึงแต่ละหลักการทั้งห้าดังกล่าว ซึ่งความสัมพันธ์กันในหลักการทั้งห้าของเศรษฐกิจพอเพียงสามารถทำความเข้าใจได้ในหลายระดับ ในระดับปัจเจกบุคคล หลักการทั้งห้าให้แนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินชีวิตโดยประหยัดซึ่งก็จะมีผลดีต่อระดับชุมชนและองค์กร สำหรับในระดับประเทศหลักการทั้งห้าก็มีความสัมพันธ์อย่างมากกับการบริหารประเทศในการปรับให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลก

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชกระแสว่า ความพอเพียงหมายถึงการมีอย่างเพียงพอที่จะใช้ในการดำเนินชีวิต ความพอเพียงยังหมายถึงการดำเนินชีวิตอย่างสุขสบายอย่างพอประมาณ ไม่มากเกินไป หรือไม่ตามใจตัวเองในสิ่งฟุ่มเฟือยมากเกินไป  โดยบางสิ่งที่อาจดูเหมือนฟุ่มเฟือยฟุ้งเฟ้อแต่หากนำมาซึ่งความสุขก็อาจจะยอมรับได้ เมื่อเป็นการทำในระดับปัจเจกบุคคล

บทวิจารณ์เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในช่วงแรกหลายบทวิจารณ์เข้าใจว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นสิ่งที่คล้ายคลึงกับแนวทางพระราชดำริซึ่งทรงแนะนำให้กับเกษตรกรที่เรียกว่า “ทฤษฎีใหม่” ผู้สังเกตการณ์บางคนเริ่มที่จะคิดว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นที่จะย้อนกลับไปใช้ชีวิตแบบพอเพียง แบบเกษตรกร และดำรงชีพโดยใช้เฉพาะแต่สิ่งที่จำเป็น

และแล้วเมื่อเวลาผ่านไปหลายคนก็ได้เริ่มตระหนักว่าหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมุ่งเน้นการปฏิบัติอย่างพอดีพอประมาณตามหลักการห้าข้อดังกล่าวข้างต้น โดยสามารถนำไปใช้ได้ทั้งบุคคลที่มีอาชีพต่างๆ องค์กร บริษัท หน่วยงาน จนถึงระดับรัฐบาล

หลักสำคัญห้าประการนี้ได้มีการนำไปปฏิบัติตามอย่างรอบคอบโดยทุกภาคส่วนในสังคมไทยและทำให้เรารอดพ้นจากการได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน ในพระราชกระแสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตอนหนึ่งกล่าวว่า “การได้เป็นเสือ[เศรษฐกิจ]นั้นไม่สำคัญ สิ่งซึ่งสำคัญสำหรับพวกเราคือการมีเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งหมายถึงการมีเพียงพอให้อยู่รอดได้”

นาย Warr กล่าวว่า  “หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงระบุว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมิได้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของคน และการมุ่งเน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากเกินไปกว่าสิ่งสำคัญอื่นๆ อาจทำให้เกิดความทุกข์ พูดโดยสั้นๆคือหลักเหตุผลของทางสายกลาง”

เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจโลกที่ผ่านมาได้แสดงให้เห็นถึงความชาญฉลาดของแนวทางนี้และอันตรายจากการเพิกเฉยต่อการปฏิบัติตามแนวทางนี้ เขากล่าวว่า “แนวความคิดนี้ได้รับการพิสูจน์อย่างชัดเจนจากการพัฒนาทางเศรษฐกิจและสุขภาพจิตในช่วงที่ผ่านมา”

เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่าในประเทศต่างๆส่วนใหญ่ นโยบายสาธารณะยังไม่สามารถสื่อถึงวิสัยทัศน์อันลึกซึ้งนี้ได้ “คุณค่าของคนในการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศที่ร่ำรวยได้ถูกประเมินค่าไว้สูงมากเกินไป”

หวังว่ามุมมองของนายกอภิสิทธิ์ที่มีต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงจะสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆให้สามารถสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและความผาสุกของประเทศชาติอย่างยั่งยืนได้




ความเห็น

  • นศท.ผดุงเกียรตฺ wrote on 9 กุมภาพันธ์, 2010, 9:33

    ประทับใจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องจากพระองค์ทรงเป็นต้นแบบของประชาชนในการดำรงชีวิต พระองค์พระชารทานคำแนะนำต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ด้วยความพอเพียง เนื่องจากความพอเพียง จะทำให้ทุกๆคนอยู่ด้วยตัวเองได้ ทำให้ประชาชนมีความสุข มีกำลังใจ แม้ว่าจะมีวิกฤติการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม

  • เเม่ทัพใหญ่ wrote on 4 พฤษภาคม, 2011, 13:31

    ถ้าผู้มีอำนาจในบ้านเมือง รู้จักว่า พอใจเท่าที่มี ยินดีเท่าที่ได้ คนไทยจะมีความสุขมากมาก

  • ayotya wrote on 9 ตุลาคม, 2011, 8:14

    แนวทางนี้ ถ้าปฎิบัติ อย่างจริงจังรับรอง อยู่อย่างสุขสบาย และมีความสุข

  • vanwatanyu wrote on 10 กุมภาพันธ์, 2012, 13:47

    พระองค์ทรงทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปวงชนชาวไทย ทำให้มีความเป็นอยู่ที่สุขสบาย และอยู่อย่างสงบสุขและมีความสุข

  • กันยา wrote on 27 กันยายน, 2012, 10:31

    ผู้ใดกระทำให้สถาบันหลักของชาติสั่นคลอน เสียหาย ผู้นั้นไม่สมควรมีชีวิตยืนอยู่บนผืนดินไทย

  • อุษา wrote on 29 ตุลาคม, 2012, 10:00

    เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต ด้วยความพอเพียง เนื่องจากความพอเพียง จะทำให้ทุกๆคนอยู่ด้วยตัวเองได้ ทำให้ประชาชนมีความสุข มีกำลังใจ แม้ว่าจะมีวิกฤติการณ์ใด ๆ เกิดขึ้นก็ตาม แนวทางนี้ ถ้าปฎิบัติ อย่างจริงจังรับรอง อยู่อย่างสุขสบาย และมีความสุข

  • ตรวจสอบ wrote on 26 พฤศจิกายน, 2012, 11:37

    เป็นเรื่องที่จริงครับ แนวทางนี้ ถ้าปฎิบัติ อย่างจริงจังรับรอง อยู่อย่างสุขสบาย และมีความสุข

  • ชัยญา wrote on 28 พฤศจิกายน, 2012, 11:59

    “หลักการของเศรษฐกิจพอเพียงระบุว่าความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมิได้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาความอยู่ดีมีสุขของคน และการมุ่งเน้นความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจมากเกินไปกว่าสิ่งสำคัญอื่นๆ อาจทำให้เกิดความทุกข์ พูดโดยสั้นๆคือหลักเหตุผลของทางสายกลาง”

  • บัญชา wrote on 29 พฤศจิกายน, 2012, 11:16

    ในหลวงเป็นดั่งร่มโพธิ์ร่มไทรของปวงชนชาวไทย ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • นิมิตร wrote on 26 ธันวาคม, 2012, 10:18

    “ความพอเพียงในความคิดก็คือ แสดงความคิดของตัว ความเห็นของตัว และปล่อยให้อีกคนพูดบ้าง และมาพิจารณาว่า ที่เขาพูดกับที่เราพูด อันไหนพอเพียง อันไหนเข้าเรื่อง ถ้าไม่เข้าเรื่องก็แก้ไข เพราะว่าถ้าพูดกันโดยที่ไม่รู้เรื่อง ก็จะกลายเป็นทะเลาะกัน…”
    พระราชดำรัส 4 ธันวาคม 2541

  • เดือน wrote on 27 ธันวาคม, 2012, 9:56

    “เศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลักปรัชญาที่เน้นการจัดการอย่างเหมาะสมและการดำเนินชีวิตอย่างพอประมาณโดยพิจารณาแนวทางการจัดการทั้งหมด และความจำเป็น ที่จะต้องมีการป้องกันแรงกระทบทั้งภายในและภายนอกอย่างเพียงพอ”   

  • พอเพียง wrote on 28 ธันวาคม, 2012, 10:15

    ความสำคัญในการกำหนดเป้าหมายสำคัญอย่างสมเหตุสมผลและเหมาะสม (มีเหตุมีผล)  ความสำคัญของการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็นในการดำเนินตามเป้าหมาย (พอประมาณ)  ความพอใจยินดีที่สามารถสร้างความเชื่อมั่นในตัวเอง (มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี) ในขณะเดียวกันก็ยังคงมีความตระหนักถึงการปกป้องตนเองจากสถานการณ์ต่างๆ ที่อาจมีการผันแปรไป (ความรู้ รอบคอบ ระมัดระวัง) และมีการตระหนักรู้ถึงการใช้ชีวิตที่ไม่ยึดติดกับวัตถุ (คุณธรรม)

  • เเอบหล่อ wrote on 24 มิถุนายน, 2013, 13:32

    เศรษฐกิจพอเพียง คือ เศรษฐกิจเชิงยั่งยืน

  • wannee wrote on 3 พฤษภาคม, 2015, 7:10

    แนวเศรษฐกิจพอเพียงหากทุกคนดำเนินรอยตามประเทศเราคงมีคนที่มีความสุขกันอย่างถ้วนทั่ว สิ่งดีๆ ที่พระองค์ทรงมอบให้แต่ทำไมบางคนถึงมองข้าม

ผู้เขียน

เขียน 35993 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics