ต้องสู้แม้กับ “อเมริกา” และ “สหประชาชาติ”

แบ่งปัน

82

ต้องต่อสู้แม้กับ“อเมริกาและสหประชาชาติ”

                                                                                  โดย วสิษฐ เดชกุญชร

          ผมไม่ค่อยประหลาดใจนักที่ได้ทราบข่าวว่า นางคริสตี้ เคนนี่ (Kristie Kenney) เอกอัครราชทูตสหรัฐ(อเมริกา) ประจำประเทศไทย และนาง (หรือนางสาว) ราวินา ชัมดาซานี (Ravini Shamdasani) โฆษกของข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติ ได้ออกมาแสดงความเห็นเป็นเชิงวิพากษ์ศาลไทยในกรณีนายอำพล ตั้งนพคุณ ถูกศาลพิพากษาตัดสินจำคุกฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์เป็นเวลา ๒๐ ปี                                           

         ในกรณีของนางเคนนี่นั้น ที่ผมไม่ประหลาดใจก็เพราะผมเคยเรียนในมหาวิทยาลัยอเมริกัน เคยมีและยังมีเพื่อนเป็นคนอเมริกันหลายคน บางคนรักกันเหมือนหรือยิ่งกว่าพี่น้อง 

         นอกจากนั้นผมยังรู้จักคนอเมริกันอีกนับไม่ถ้วน  เพราะรู้จักผมจึงรู้ว่าคนอเมริกันเป็นจำนวนไม่น้อยที่รู้จักและเข้าใจคนชาติอื่นประเทศอื่นแต่เพียงผิวเผิน ถึงแม้ว่าบางคนจะเรียนจบชั้นสูง ๆ ของมหาวิทยาลัย หรือเรียนจบมาหลายมหาวิทยาลัยก็ตาม 

         อย่างในกรณีของนางเคนนี่ ทูตอเมริกันคนปัจจุบันก็เหมือนกัน  ตามประวัติเธอเรียนจบได้รับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยเคลมซัน และปริญญาโท (แขนงวิชาละตินอเมริกันศึกษา) จากมหาวิทยาลัยตูเลน เมืองนิวออร์ลีนส์ รัฐหลุยเซียนา และยังแถมผ่าน National War College ซึ่งเทียบได้กับวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักรของเราด้วย

         แต่ผมไม่ทราบว่าหลักสูตรของวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยทั้งสามที่เธอผ่านมานั้น จะสอนเรื่องต่างประเทศ โดยเฉพาะเรื่องประเทศในอุษาคเณย์อย่างละเอียดลึกซึ้งเพียงใด และ เพียงพอหรือไม่ที่จะทำให้เธอตระหนักว่า ความรู้สึกของคนไทยที่มีต่อพระมหากษัตริย์ของเขานั้น ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับความรู้สึกที่คนอเมริกันมีต่อประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา 

         และเมื่อดูประวัติการรับราชการของนางคริสตี้ และรู้ว่าเธอเคยดำรงตำแหน่งแต่ในประเทศภาคพื้นยุโรป อเมริกาใต้ และฟิลิปปินส์ ด้วยแล้ว ก็สันนิษฐานได้ว่า เธอคงไม่มีโอกาสนักที่จะได้ศึกษาและรู้จักเมืองไทยและคนไทยอย่างแท้จริง   สำหรับนางชัมดาซานีนั้น ผมหาประวัติไม่พบ ปรากฏแต่ว่าเป็นนักสิทธิมนุษยชนนิยม  หน้าตาดูอายุจะยังน้อย และละม้ายคล้ายคนเอเซียเชื้อสายอินโดนีเซียหรือมาเลย์  จะอย่างไรก็ตาม ทั้งนางเคนนี่และนางชัมดาซานีคงไม่รู้ว่า พระมหากษัตริย์ไทยทรงดำรงตำแหน่งด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ ไม่ใช่ด้วยการเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปีอย่างประธานาธิบดีอเมริกัน  ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ พระมหากษัตริย์ทรงเป็นสถาบันที่รวมใจคนไทยทั้งชาติ และทรงเป็นหลักประกันความต่อเนื่องของการปกครองที่ยืนยาวมากว่า ๗๐๐ ปี 

         ผมเชื่อด้วยว่านางเคนนี่และนางชัมดาซานีคงไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายอาญาของประเทศไทยมากนัก   มิฉะนั้นก็คงจะรู้ว่า ความผิดต่อพระมหากษัตริย์ไม่ใช่ความผิดต่อบุคคลสามัญทั่วไป  หากแต่เป็นความผิดต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร   รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกฉบับบัญญัติว่า พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้  เพราะไม่ตระหนักในความจริงข้อนี้

         จึงพากันออกมาวิพากษ์หรือตำหนิการดำเนินคดีและพิพากษาของศาลไทยว่าไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากลว่าด้วยเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน และเลยเถิดไปถึงเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายอาญาที่ว่าด้วยการหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์                                   

         ผมขอแจ้งผ่านบทความนี้ให้สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทย และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติว่าด้วยสิทธิมนุษยชนทราบว่า ผมเข้าใจดีว่ามนุษยชนมีสิทธิอย่างใด แต่ผมก็เข้าใจด้วยว่ามนุษยชนคนไหนก็ตามมี หน้าที่ ด้วย  หน้าที่ที่พึงปฏิบัติต่อผู้อื่น ต่อสังคม และต่อประเทศชาติที่ตนเป็นพลเมือง           

         การหมิ่นประมาทจาบจ้วงล่วงเกินลบหลู่หรือด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายเอากับผู้เป็นที่เคารพสักการะของผู้อื่นนั้น เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเกินขอบเขตที่มนุษยชนพึงใช้ และเป็นการไม่ปฏิบัติหรือทรยศต่อหน้าที่ของมนุษยชนผู้นั้น  ยิ่งสำหรับประเทศไทยที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่รักเคารพและสักการะสูงสุดของคนไทยด้วยแล้ว พฤติการณ์เช่นนั้นก็ยิ่งเป็นอนันตริยกรรม ที่คนไทยไม่อาจให้อภัยได้     

         น่าสังเกตด้วยว่า พฤติการณ์ของนางเคนนีและนางชัมดาซานีเกิดขึ้นในขณะที่การหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ทางเว็บไซต์ต่าง ๆ กำลังเป็นไปอย่างคะนองมือ  เหมือนกับว่าทั้งเอกอัครราชทูตอเมริกันและข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนไม่รู้หรือไม่ได้ดูเว็บไซต์เหล่านั้น  หรือเจ้าหน้าที่ของสถานเอกอัครราชทูตและสำนักงานข้าหลวงใหญ่ไม่ได้รายงานให้นายของตนทราบ  หรือเป็นเจตนาของเอกอัครราชทูตอเมริกันและข้าหลวงใหญ่สหประชาชาติ ที่จะผสมโรง?

         คนไทยอกตัญญูเนรคุณจำนวนหนึ่งกำลังพยายามทำลายการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยแบบที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข  ถ้าสหรัฐอเมริกาและหรือองค์การสหประชาชาติพลอยเห็นงามตามไปด้วยและหรือสนับสนุน  ก็ขอให้รู้ว่ามหาชนคนไทยที่เคารพสักการะและกำลังป้องกันพระมหากษัตริย์อยู่ ก็พร้อมที่จะเป็นปฏิปักษ์และต่อสู้กับสหรัฐอเมริกาและองค์การสหประชาชาติด้วย.




ความเห็น

  • เชื่อถือ wrote on 23 สิงหาคม, 2012, 12:16

    ไอ้พวกที่ขอแก้ ม.112 มันก็พวก “ลูกที่พ่อแม่ไม่เคยสั่งสอน” ก็แค่นั้นเอง ทุกๆ 10 นาที จะมีคนโพสต์ต่อต้าน กลุ่มที่จะขอแก้มาตรา 112 ลงที่เฟซบุ๊ค ผมก็ตามอ่านตลอด บางคนลงรูปของอาจารย์นิติฯ ธรรมศาสตร์ ที่เป็นหัวหอกแก้มาตรานี้ ซึ่งผมจะลบออกทุกครั้ง เพราะไม่อยากเห็นหน้าคนกลุ่มนี้บนเฟซบุ๊คผม ถ้าพวกนี้อายุ 30 – 40 กว่าปี ตามที่เสธ.หนั่นไล่ให้ไปอ่านประวัติศาสตร์ ผมสงสัยว่า พ่อแม่เขายังอยู่หรือเปล่า รุ่นพ่อรุ่นแม่น่าจะทันได้เห็น”ในหลวง” ทรงงานมาตลอด ถ้าลูกไม่ใส่ใจในความเป็นกษัตริย์นักพัฒนา มัวแต่ดื้อด้านจะแก้กฎหมายท่าเดียว แล้วพ่อแม่พวกนี้ทำอะไรอยู่..ไม่ห้ามปรามเลยหรือ? หรือวายชนม์ไปหมดแล้ว? ผมขอโทษนะครับ อย่าหาว่าผมก้าวล่วง แต่อยากถามคนกลุ่มนี้จริงๆว่า พ่อแม่คุณอบรมสั่งสอนหรือเปล่า?

  • ปรากร wrote on 27 สิงหาคม, 2012, 11:59

    พ่อเกิดมาเหมือนฟ้ามาโปรดราษฎร์ พ่อสามารถบั่นบุกดับทุกข์เข็ญ พ่อคือองค์มิ่งขวัญพระจันทร์เพ็ญ พ่อลอยเด่นสถิตในหัวใจชน เราพี่น้องผองไทยภูมิใจยิ่ง พ่อเป็นมิ่งขวัญชาติปราชญ์ยิ่งใหญ่ ลูกขอกราบแทบบาทด้วยอวยพรชัย เทพทั่วไทยโปรดคุ้มครองพ่อของเรา

  • แก้วจันทร์ wrote on 27 สิงหาคม, 2012, 14:24

    พระมหากษัตริย์ของชาติไทยทรงเป็นสัญลักษณ์คู่ประเทศไทยมาแต่โบราณกาล ทรงนำประเทศไทยฟันฝ่าอุปสรรค เภทภัยนานาประการ จนกระทั่งเป็นปึกแผ่นมั่นคง สามารถดำรงเองราชอยู่ได้จนตราบเท่าทุกวันนี้ เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นนักรบ เช่น สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นนักการเมือง เช่น สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เป็นนักปกครอง เช่น สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เป็นนักอักษรศาสตร์ เช่น สมเด็จพระเจ้าขุนรามคำแหงมหาราช เป็นนักวิทยาศาสตร์ เช่น สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 4 เป็นศิลปิน เช่น สมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชการที่ 2 เป็นนักปฏิรูป เช่น สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เป็นนักพัฒนาและศิลปิน เช่น สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลปัจจุบัน เราจึงมีความภาคภูมิใจยิ่งนักในพระมหากษัตริย์ของเรา และเราก็มีความจงรักภักดีโดยยกย่องเทิดทูนให้เป็นหนึ่งในสถาบันทั้งสามของประเทศ ได้แก่ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ชาวไทยทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “เรารักในหลวง” เพราะ “ในหลวง” ทรงเป็นกษัตริย์ที่ใกล้ชิดพสกนิกรของพระองค์ ทรงห่วงใยในความทุกข์สุขของพสกนิกรของพระองค์ ทรงอุทิศพระวรกาย ความเหนื่อยอยากเพื่อพสกนิกรของพระองค์อย่างที่ไม่มีกษัตริย์ใดเสมอเหมือน

  • ทีเอ็นเอ็น wrote on 27 สิงหาคม, 2012, 15:56

    ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราช โปรดปกป้องอภิบาลในหลวง ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ่งขวัญชาวไทยไปยิ่งยืนนาน ขอให้ประเทศชาติสงบสุข เพื่อในหลวงของเรา

  • อำนาจ wrote on 7 กันยายน, 2012, 11:06

    ประเทศไทยเราปกครองด้วยระบอบประชาธอปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขการออกมาจี้ให้รื้อกฎหมายเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เท่ากับคุณไม่ได้ดป็นมิตรกับประเทศไทย แต่กำลังตั้งตนเป็นสัตรูเหมือนกับที่คุณทำอีกหลายๆประเทศเพราะคุณกำลังจ้องจะทำลายความมั่นคงของชาติไทย และจำไว้ว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่บริหารประเทศ ไม่ใช้ปกครองประเทศ ฉะนั้นคุณอย่าเขามายุ่งกับกิจการของประเทศไทยโดยที่ไม่รู้อะไรเลยจะดีกว่า

  • น้ำน่าน wrote on 17 กันยายน, 2012, 11:51

    ไปประท้วงมันแล้วยื่นหนังสือถามกลับพวกมันหลายๆข้อ ที่มันนิ่งเฉยเรื่อง ทักษิณ 2500 ศพ กรือแซะ ตากใบ ทนายสมชาย และ ที่สำคัญ ถามหามนุษยธรรมจากมันด้วย เรื่องที่มันละเมิดเอากำลังทหารเข้าถล่มทั้งอิรัก ลิเบีย และที่ประเทศอื่นๆ ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตทรัพย์สินมากมาย อีกทั้งถล่มบ้านและที่ที่มันคาดว่าเป้าหมายอยู่ สุดท้ายที่อิรักมันไม่พบเรื่องที่มันกล่าวหา แต่ประเทศเขายับเยิน วันนี้คนหลายประเทศที่มันถล่มเขา ลำบากยากไร้ มันจะแสดงความสำนึกอะไรบ้าง เสียดายที่เราไม่เก่งเขียนภาษาอังกฤษ ไม่งั้นจะยื่นหนังสือและไปยืนอ่านให้มันฟังด้วย ให้สื่อออกไปทั่วโลก บอกคนทั้งโลกเกี่ยวกับกฎหมายนี้ มาตรานี้และทำไมต้องมี และจะบอกให้ทุกประเทศรู้เลยว่า ที่นี่ประเทศไทย กฎหมายไทย ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ก็ไม่ต้องเข้ามา ไปซะ ไปอยู่ที่ของมัน แผ่นดินมัน ไม่ต้องมายุ่ง มาเสี้ยม 

  • ปกครอง wrote on 18 กันยายน, 2012, 10:25

    เปิด WEB เพื่อให้ประชาชนคนไทยร่วมประท้วงให้ไอ้พวก
    ฝรั่ง บัฟฟาโล่ “โนอาร์” รู้ซะบ้าง สำนึกว่าอย่าเสือกกับเรื่องของชาวบ้านให้มากนัก เอาเมืองตัวเองให้รอดก่อนเถอะ คอยดูถ้าฟองสบู่ USA กับ ยุโรปแตกเมื่อไหร่ จะจ้าง
    ไอ้พวกนี้มาเก็บขยะที่เมืองไทย หรือจับมานั่งตู้โกลัก ให้ค่าแรงต่ำ ๆ 

  • ศรีชัย wrote on 19 กันยายน, 2012, 11:06

    ให้อเมกา รู้ว่าประเทศเรามีขนบธรรมเนียมอย่างไรอย่า ได้อย่าพยายามแทรกแซงกฎหมายของบ้านเราถ้าจะคิดจะเป็นมิตรกันก้ต้องเคารพกฎหมายซึ่งกันและกันคนไทยเราไปอยู่อเมริกาเราก็เคารพกฎหมายของคุณ คุณมาอยู่ประเทศเราก็ต้องเคารพต่อกฎหมายบ้านเราด้วยเข้าใจนะ

  • ยืนยง wrote on 15 ตุลาคม, 2012, 11:09

     สุดท้ายที่อิรักมันไม่พบเรื่องที่มันกล่าวหา แต่ประเทศเขายับเยิน วันนี้คนหลายประเทศที่มันถล่มเขา ลำบากยากไร้ มันจะแสดงความสำนึกอะไรบ้าง เสียดายที่เราไม่เก่งเขียนภาษาอังกฤษ ไม่งั้นจะยื่นหนังสือและไปยืนอ่านให้มันฟังด้วย ให้สื่อออกไปทั่วโลก บอกคนทั้งโลกเกี่ยวกับกฎหมายนี้ มาตรานี้และทำไมต้องมี และจะบอกให้ทุกประเทศรู้เลยว่า ที่นี่ประเทศไทย กฎหมายไทย ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ก็ไม่ต้องเข้ามา ไปซะ ไปอยู่ที่ของมัน แผ่นดินมัน ไม่ต้องมายุ่ง มาเสี้ยม 

  • รองชอบ wrote on 16 ตุลาคม, 2012, 10:53

    พ่อคือองค์มิ่งขวัญพระจันทร์เพ็ญ พ่อลอยเด่นสถิตในหัวใจชน เราพี่น้องผองไทยภูมิใจยิ่ง พ่อเป็นมิ่งขวัญชาติปราชญ์ยิ่งใหญ่ ลูกขอกราบแทบบาทด้วยอวยพรชัย เทพทั่วไทยโปรดคุ้มครองพ่อของเรา

  • ยุพิณ บุญรักษา wrote on 17 ตุลาคม, 2012, 10:56

    ระบอบประชาธอปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขการออกมาจี้ให้รื้อกฎหมายเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์เท่ากับคุณไม่ได้ดป็นมิตรกับประเทศไทย แต่กำลังตั้งตนเป็นสัตรูเหมือนกับที่คุณทำอีกหลายๆประเทศเพราะคุณกำลังจ้องจะทำลายความมั่นคงของชาติไทย และจำไว้ว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่บริหารประเทศ ไม่ใช้ปกครองประเทศ ฉะนั้นคุณอย่าเขามายุ่งกับกิจการของประเทศไทยโดยที่ไม่รู้อะไรเลยจะดีกว่า

  • นวลจันทร์ wrote on 17 ตุลาคม, 2012, 14:44

    อย่าพยายามแทรกแซงกฎหมายของบ้านเราถ้าจะคิดจะเป็นมิตรกันก้ต้องเคารพกฎหมายซึ่งกันและกันคนไทยเราไปอยู่อเมริกาเราก็เคารพกฎหมายของคุณ คุณมาอยู่ประเทศเราก็ต้องเคารพต่อกฎหมายบ้านเราด้วยเข้าใจนะ

  • บารมี wrote on 18 ตุลาคม, 2012, 10:25

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน อยู่เป็นร่มโพธิ์ร่มไทรแก่ประชากรชาวไทยตลอดกาลเทอญ ขอให้คนไทยจงหยุดการขัดแยงต่างๆเพื่อถวายแก่ในหลวงของเรา เกียรติยศ ชื่อเสียง ศักดิ์ศรี ที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งนั้นเมื่อหมดลมหายใจก็เอาไปมิได้ นอกจากความดี ขอถวายความดีต่อในหลวงของเรา

  • ปลา wrote on 19 ตุลาคม, 2012, 11:05

    จำไว้ว่า รัฐบาลไทยมีหน้าที่บริหารประเทศ ไม่ใช้ปกครองประเทศ ฉะนั้นคุณอย่าเขามายุ่งกับกิจการของประเทศไทยโดยที่ไม่รู้อะไรเลยจะดีกว่า

  • มานะชัย wrote on 15 พฤศจิกายน, 2012, 10:54

    วันนี้หลายประเทศที่มันถล่มเขา ลำบากยากไร้ มันจะแสดงความสำนึกอะไรบ้าง เสียดายที่เราไม่เก่งเขียนภาษาอังกฤษ ไม่งั้นจะยื่นหนังสือและไปยืนอ่านให้มันฟังด้วย ให้สื่อออกไปทั่วโลก บอกคนทั้งโลกเกี่ยวกับกฎหมายนี้ มาตรานี้และทำไมต้องมี และจะบอกให้ทุกประเทศรู้เลยว่า ที่นี่ประเทศไทย กฎหมายไทย ไม่ชอบ ไม่ยอมรับ ก็ไม่ต้องเข้ามา ไปซะ ไปอยู่ที่ของมัน แผ่นดินมัน ไม่ต้องมายุ่ง มาเสี้ยม 

  • รส wrote on 19 พฤศจิกายน, 2012, 10:33

    เห็นด้วยกับบทความที่ว่า การหมิ่นประมาทจาบจ้วงล่วงเกินลบหลู่หรือด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายเอากับผู้เป็นที่เคารพสักการะของผู้อื่นนั้น เป็นการใช้สิทธิและเสรีภาพเกินขอบเขตที่มนุษยชนพึงใช้ และเป็นการไม่ปฏิบัติหรือทรยศต่อหน้าที่ของมนุษยชนผู้นั้น  ยิ่งสำหรับประเทศไทยที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นที่รักเคารพและสักการะสูงสุดของคนไทยด้วยแล้ว พฤติการณ์เช่นนั้นก็ยิ่งเป็นอนันตริยกรรม ที่คนไทยไม่อาจให้อภัยได้   

  • บุญชู wrote on 17 ธันวาคม, 2012, 10:56

    เราจะสู้และปกป้องสถาบันไว้คู่ประเทศไทย

  • foleman wrote on 15 มกราคม, 2013, 11:26

    คนไทยมีปฏิกิริยาอย่างรุนแรงต่อการที่ทูตอเมริกัน นางคริสตี้ เคนนีย์ แสดงความเห็น ?แขวะ? ศาลยุติธรรมของไทยซึ่งสรุปประเด็นได้ว่า ?

    สหรัฐมีความกังวลในเรื่องการตัดสินไม่สอดคล้องกับมาตรฐานเสรีภาพพื้นฐานสากลว่าด้วยสิทธิในการแสดงออก ทางการสหรัฐมีความเคารพต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยอย่างหาที่สุดมิได้ แต่สหรัฐสนับสนุนการมีสิทธิทางความคิดและเสรีภาพในการแสดงออก ฯลฯ?ทำให้สถานทูตต้องออกมาแก้ตัวว่า ?เรายังเคารพกฎหมายไทย สำหรับกิจการภายในของไทยนั้น สหรัฐไม่เข้าข้างฝ่ายใดทั้งสิ้น สหรัฐสนับสนุนให้มีเสรีภาพในการแสดงออกในทุกประเทศทั่วโลกและถือว่า เสรีภาพนี้เป็นสิทธิพื้นฐานของมนุษย์?

    ไม่เพียงนางเคนนีย์ เท่านั้น ยังมีคำแถลงออกมาสอดคล้องกันจากโฆษกข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ นางเนวี พิลเลย์ ที่ออกมาวิจารณ์คำตัดสินของศาลไทยว่า ?เราวิตกเกี่ยวกับการไต่สวนคดีและการลงโทษอย่างรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้นกับประชาชนที่ได้ถูกพิพากษาว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพในประเทศไทย และผลของเรื่องนี้ที่มีต่อเสรีภาพของการแสดงออกในประเทศไทย? และนางราวีนา ซัมดาซานี ที่ทำงานอยู่ในสำนักงานเดียวกันซึ่งออกมาเสริมว่า ? นี่คือการลงโทษทางอาญาอย่างรุนแรง ทั้งไม่จำเป็นและเกินกว่าเหตุ ละเมิดสัมพันธกรณีระหว่างประเทศเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เราขอเรียกร้องให้ทางการไทยแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการหมิ่นพระบรมราชานุภาพ?

    สรุปได้ว่า ทั้งสามคนห่วงเรื่องเสรีภาพในการแสดงออกในประเทศไทย แต่ถ้าสามคนอยู่ในเมืองไทยมานานพอสมควรคงทราบดีว่า ประเทศไทยสนับสนุนเสรีภาพในการแสดงออกมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ตราบใดที่การใช้เสรีภาพนั้นไม่ไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของคนอื่นซึ่งเป็นหลักปฏิบัติสากล บังเอิญช่วงเวลาที่ 3 หญิงออกมากล่าววิจารณ์สถาบันตุลาการและระบบกฎหมายของไทยนั้น เกิดขึ้นหลังจากที่ศาลได้ตัดสินคดีผู้ต้องหา 3 รายกระทำผิดมาตรา 112 กฎหมายอาญา ?ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี? ที่มีความพยายามหยิบยกคดี ?อากง? หรือนายอำพล ตั้งนพคุณ มาปลุกกระแสให้เกิดความรู้สึกสงสารเพื่อนำไปสู่การเรียกร้องให้แก้ไขหรือยกเลิกมาตราดังกล่าว เชื่อว่าเป็นการทำงานประสานงานกันระหว่างกลุ่มเคลื่อนไหวในประเทศกับองค์การต่างประเทศเพื่อดึงพลังนอกประเทศมากดดัน

    ผู้มีใจเป็นธรรมย่อมเห็นได้ว่า มาตรา 112 มีเหตุมีผล อีกทั้ง คนไทยไม่ได้เดือดร้อนกับมาตรานี้เลย นอกจากพวกอกตัญญูเนรคุณบ้านเมืองเท่านั้นที่เดือดร้อน เมื่อหาเหตุหักล้างไม่ได้ ก็มาเล่นที่บทลงโทษว่ารุนแรงเกินไป แต่ศาลก็ได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงแล้วว่า ศาลได้ให้ความปรานีแล้ว การที่ผู้ต้องหาโดนโทษหลายปีนั้นเพราะมีความผิดหลายกระทง

    ผู้หญิงต่างชาติ 3 คนที่ประสานเสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นถือว่าเป็นการโจมตีสถาบันพระมหากษัตริย์ สถาบันศาล และระบบกฎหมายของไทย นับว่าเป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ผู้หญิงไทยคนหนึ่งซึ่งอยู่ในสถานะที่จะต้องออกมาชี้แจง ตอบโต้ หรือเชิญมาทำความเข้าใจ คือ คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กลับเงียบเป็นสากกะเบือ โฆษกรัฐบาลหญิงก็เงียบเป็นเป่าสาก ส่วนรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งมีหน้าที่โดยตรงนั้นไม่ต้องพูดถึง จนหลายคนสงสัยว่า หรือรัฐบาลชุดนี้เห็นด้วยกับการที่ต่างชาติดูถูกสถาบันศาลและระบบกฎหมายของไทย สนับสนุนให้แก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ที่ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทย คนไทยกลุ่มหนึ่งทนไม่ไหวต้องเป็นตัวแทนของประเทศออกมาปกป้องศักดิ์ศรีและความเป็น ?ราชอาณาจักรไทย? ด้วยการเดินไปยื่นแถลงการณ์คัดค้านต่อสถานทูตอเมริกันและสำนักงานสหประชาชาติในไทย

    เป็นที่รู้กันดีในประเทศนี้ว่า อะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อ่อนไหวอย่างที่สุดในสังคมไทย ทูตเคนนีย์น่าจะมี ?สามัญสำนึก?บ้างไม่มากก็น้อยเมื่อมาประจำอยู่ในประเทศที่มีวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมพระเพณี วิธีคิดเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์แตกต่างจากที่อื่นเพราะเรามีประวัติศาสตร์ ความผูกพันระหว่างประชาชนกับพระมหากษัตริย์ไม่เหมือนที่อื่น ทีนายจอห์นนี่ สเปนเซอร์ ชาวอเมริกันที่เขียนบทกวี 16 บันทักในเว็บไซต์ข่มขู่โอบามายังถูกศาลเมืองหลุยส์วิลล์ตัดสินจำคุก 33 เดือน ส่วนเด็กหนุ่มชาวอังกฤษ นายลุค แองเจล ส่งอีเมล์ไปยังทำเนียบขาวเรียกโอบามาด้วยคำหยาบคาย ยังถูกห้ามเข้าสหรัฐตลอดชีวิต ซึ่งก็การปกป้องผู้นำประเทศจากการใช้สิทธิเสรีภาพเกินขอบเขต

    ท่าทีที่แสดงออกของท่านทูตเคนนีย์ บอกอะไรกับเราบ้าง ทูตอเมริกันคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่?

    คนอเมริกันมักมองประชาธิปไตยในรูปของการเลือกตั้งและคะแนนเสียงที่ได้ หรือท่านทูตให้น้ำหนักแก่พรรคการเมืองที่มักอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากประชาชน 15 ล้านเสียง โดยท่านลืมคิดไปว่า พระมหากษัตริย์ไทยนั้นแม้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พระองค์ท่านมีเสียงสนับสนุนจากประชาชนไทยทั้งหมดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้ในกลุ่มคน 15 ล้านคนที่อ้างนั้น เชื่อว่า ส่วนใหญ่ยังสนับสนุนสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้

    คนไทยต้องช่วยกันชี้แจงทำความเข้าใจกับนางเคนนีย์ นางฟิลเลย์ และนางซัมดาซานี ถึงความรู้สึกและกระแสความไม่พอใจของประชาชน ส่วนนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีต่างประเทศซึ่งรับผิดชอบโดยตรงจะทำหรือไม่นั้น ก็ปล่อยท่านไป โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีซึ่งเจอหลายเรื่องนับแต่วันเฉลิมพระชนมพรรษาเป็นต้นมาจนงงไปหมด ทั้งเรื่องทีมงานอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ผิดพลาด และการที่รัฐบาลสั่งเลิกนิทรรศการแสง สี เสียงเผยแพร่ผลงานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกลางคัน

  • กฤตย์ภัสสร นุชณา ณ อยุธยา, มหิดล ณ อยุธยา wrote on 30 พฤษภาคม, 2014, 0:17

    47-1333068.0210-2952-33901073021923580-0-47442-0111/520-2318-1700

  • wannee luethanom wrote on 18 กรกฎาคม, 2014, 10:52

    ร่วมปกป้องพระมหากษัตริย์ด้วยใจที่จงรักภักดีจนกว่าชีวิตจะหาไม่

ผู้เขียน

เขียน 10295 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics