The King Can Do No Wrong

แบ่งปัน

62

ผักกาดหอม

“…ข้าพเจ้าเป็น เดอะคิง และเขาบอกว่า do no wrong เราก็เห็นด้วยกับเขา เพราะการทำอะไร ถ้าคนเรา ถือว่าต้องมีสติ คือหมายความว่ารู้ว่าทำอะไร คิดอะไร และไม่ปล่อยให้ผิดออกมา ก็ไม่ผิด ผิดไม่ได้

อันนี้ก็เป็นการพูดว่าข้าพเจ้าเองไม่ผิด ไม่มีวันผิด ถ้าสมมติพูดผิดเพราะไม่รู้ แต่ผิดโดยรู้ว่าผิด การทำผิดโดยรู้ไม่ดี แต่บางทีไม่รู้เพราะว่าไม่มี ขอโทษนะ พูดไม่มีสติ ขาดสติ คือไม่ระวังตัว ทีหลังก็เสียใจ

เมื่อก่อน ก่อนจะเป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นคิง ก็เสียใจหลายครั้ง แต่ตอนเป็นพระเจ้าแผ่นดินแล้ว เป็นคิง คิงแบบไทยๆ ฝรั่งบอกเป็นเดอะคิง เข้าใจว่าน้อยครั้งที่ทำผิด เพราะระวัง ถ้าไม่ระวัง ป่านนี้ตายแล้ว ลำบาก ต้องระวัง ไม่ระวังก็ตาย

เป็นเรื่องธรรมชาติ ที่เรียกว่าการเมือง หรือการอยู่ในสายตาของคน สายตาคนฆ่าได้ ถ้าเราไม่ระวัง เราตาย ก็เลยถึงบอกได้ว่าทำไมการที่บอกว่า THE KING can do no wrong. เพราะต้อง can do no wrong….”

พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 4 ธันวาคม 2548

เหตุที่ต้องหยิบยกพระราชดำรัสนี้ขึ้นมาอีกครั้ง ก็สืบเนื่องจากปัจจุบันคนบางกลุ่มยังไม่สิ้นความพยายาม ที่จะเรียกร้องให้ “ยกเลิก” หรือ “แก้ไข” ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ก่อนอื่นหากทำความเข้าใจพระราชดำรัสท่อนนี้ให้ถ่องแท้ เราๆ คนไทยธรรมดาจะเข้าใจ “ในหลวง” มากยิ่งขึ้น

เมื่อก่อนเราคิดว่า พระเจ้าอยู่หัวคือ “ผู้ไม่มีวันผิด” แต่ต่อมาเราเข้าใจอย่างลึกซึ้งจากพระราชดำรัสนี้ว่า พระองค์ท่านระมัดระวังอย่างมาก “ที่จะไม่ทำความผิด”คำว่า “ไม่มีวันผิด” กับ “ไม่ทำความผิด” ความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ที่มาของความต้องการ “แก้ไข-ยกเลิก” ประมวลกฎ หมายอาญา มาตรา 112 ค่อนข้างหลากหลาย แต่หลักๆ คือกลุ่มแรก คนเสื้อแดง ชัดเจนว่าต้องการยกเลิก จุดประสงค์ชัดเจนสอดรับกับการล้มล้างระบอบอำมาตย์ และ “เอาผิด”

อีกกลุ่มคือ นักวิชาการ สื่อมวลชน นักเขียน บางกลุ่มต้องการให้แก้ไข เพื่อไม่ให้มาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง

ความต้องการของเสื้อแดงนั้นยากที่จะยอมได้ ตราบใดที่ยังมีความคิดล้มล้างระบอบการปกครองอยู่ สถาบันกษัตริย์จะได้รับผลกระทบโดยตรง

ส่วนการแก้ไขนั้น เป็นข้อเสนอที่ต้องรับฟัง เพียงแต่จะแก้อย่างไร เพราะโดยถ้อยคำในมาตรานี้คือ “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ค่อนข้างสมบูรณ์ในตัวเองดีอยู่แล้ว และไม่มีอะไรเกี่ยวข้อง กับการเมืองทั้งสิ้น

แต่การเมืองต่างหากนำมาตรานี้ไปใช้ประโยชน์! ดังนั้น สิ่งที่ต้องตอบคำถามให้ได้ก่อนจะแก้ไขคือ ทำอย่างไรไม่ให้การเมืองหาประโยชน์จาก มาตรา 112.

ขอขอบคุณไทยโพสต์

 




ความเห็น

  • ร่มฉัตร wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 11:47

    ปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่คนไทยควรทำ…….รักชาติให้มากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ………ก่อนจะสายเกินไป(พูดแรงไปคงไม่สมควร)……..เอาเวลามาดูแลคนใกล้ชิด..ให้ชื่นใจซะก่อน……ดีกว่าไปดูแลคนไกลตัว……….

  • นกขุนทอง wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 14:56

    รักในหลวง________รักในหลวง_____________รักในหลวง_________ทรงพระเจริญ
    เบื่อหน่ายนักการเมือง!!!!!

  • พระบารามี wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 9:26

    ดิฉันไม่ดิดว่าท่านจะออกมาฟ้องใคร ดั้งนั้น มาตรานี้จึงเหมื่อนช่วยคุ้มครองให้ท่าน เพียงพอแต่ว่ามีคนเอาไปเป็นเคื่องมือทางการเมืองอย่างที่หลายคนว่า

  • น้ำใส่ wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 11:26

    อยากจะบอกว่าคนที่ที่ไม่คิดจะหมิ่นฯ นั้น จะมีหรือไม่กฎหมายหมิ่นฯ ก็ไม่คิดจะหมิ่นฯ อยู่แล้วส่วนคนที่รณรงค์ให้ยกเลิกนั้น เชื่อว่าส่วนใหญ่คงมีเจตนาที่บริสุทธิ์จริง แต่แน่นอนย่อมมีคนมีเจตนาอื่นแอบแฝงอยู่ด้วย ส่วนเรื่องฝรั่งพูดกันนั้น ขอบอกว่าเป็นการพูดกันไปเองขอถามหน่อยว่าในเมืองไทยก็มีคนต่างชาติมาเที่ยว มาทำงานในเมืองไทยตั้งมากมายก่ายกองก็ไม่เห็นว่าจะมีใครโดนจับเพราะกรณีนี้ สักคน เพิ่งจะมีรายนี้แหละรายแรก ดั้งนั้ยก็ควรไปถามคนที่โดนจับแล้วล๊ะครับว่าคุณไปทำอะไรเข้าทำไม่ถึงได้โดน ทำไม่คนอื่นตั้งมากมายเป็นร้อยเป็นพันมาอยู่เมืองไทยบางคนอยู่เป็นสิบๆ ปีก็อยู่ได้ดีๆ โดยไม่โดนข้อหานี้

  • หยุดกันได้แล้ว wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 14:19

    ไม่เห็นด้วยควรคงไว้ต่อไป เพราะขนาดมีกฎหมายนี้คุ้มครองพระองค์ท่านอยู่ ยังมีพวกถ้าทางออกมาตามเว็บบอร์ด เวทีเสื้อแดง ถามจริงถ้าไม่มีขึ้นมาอะไรจะเกิดขึ้น ฟรีสไตล์ในการหมิ่น-ใส่ร้าย-สาดโคลน ถามจริง พวกที่กระเหี้ยนกระหือรือจะให้ยกเลิกนี่ ทำเพื่อพวกคุณจำไว้วิพากษ์อย่างเสรีใช้มั้ยชอบใช้มั้ยกับการหมิ่นได้โดยเสรีเนี่ย

  • ทีม wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 15:19

    โดยส่วนตัวผมคิดว่าถ้ามีการยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ ก็มีฆาตกรรมและการทำร่ายร่างกายกันเกิดมากขึ้นแน่นอนครับ ในเมื่อการหมิ่นไม่สามารถเอาผิดได้ทางกฎหมาย คนจำนวนหนึ่งที่เห็นการหมิ่นนั้นไม่ได้ก็อาจจะใช้ทางออก โดยการทำร้ายผู้หมิ่นนั้นเอง โดยถึงขนาดเอาชีวิตได้ จริงๆแล้วคงเป็นการยากที่จะให้คนทุกคนเคราพรักสภาบันฯ จากใจจริง ยิ่งเดียวนี้หลายคนคิดว่าตัวเองแน่ ตัวเองเก่งกันทั้งนั้น ความลำพองในใจก็คงมีเพิ่มมากขึ้นแต่คนไทยเราน่าจะคิดคำนึงถึงพระคุณของพระมหากษัตย์ที่ผ่านมากันบางนะครับ อย่างน้อยเหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งคือการยกเลิกทาสและการที่พระมหากษัตย์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชนุญาติให้พวกชาวต่างชาติ (เช่นพวกชาวจีน) อพยพเข้ามาอยูในประเทศไทย เพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นป่านนี้คนหลายคนทั้งที่อ้างว่าตนเป็นคนมีการศึกษา มีหัวก้าวหน้ายังคงเป็นแค่ไพร่ หรือไม่ก็แค่ทาสที่มาอาจมีทางลืมตาอ้าปากได้เลยมั้งครับ หรือถ้าเป็นชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาก็คงต้องเร่ร่อนอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งก็เป็นได้

  • กิมจิ wrote on 30 กรกฎาคม, 2012, 15:55

    พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย..พวกเราอ­ยู่อย่างมีความสุขภายไต้ร่มพระบ­ารมีมาช้านานตั้งแต่สมัยบรรพบุร­ุษ ดังนั้นคนไทยทุกคนถึงได้สำนึกใน­พระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทุกพร­ะองค์ เป็นเหตุให้คนไทยรักและภักดีต่อ­ในหลวง พวกเราทุกคนต่างรู้อยู่เต็มอก ว่าพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงยิ­่งใหญ่แค่ไหน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่โกรธเมื่­อมีคนมาจาบจ้วง แต่พึงเข้าใจเถิดว่า คนที่ด่าพระองค์คือพวกที่ไม่ใช่­คนไทย ไม่เคยได้รับความอบอุ่นเช่นพวกเ­รา มันจึงไม่รู้สึกอะไร สักว่าแค่ใช้ภาษาไทยได้เท่านั้น อย่าไปเต้นตามมันนะครับ สเียสุขภาพจิตเปล่าๆ

  • วันหนึ่ง wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 9:02

    พี่น้องฟังทางนี้ครับ ผมว่าการยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ พระมหากษัิย์คงไม่ใช้แนวที่ทางที่ถูกนัก จากการสังเกตมาตรานี้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยตลอดแต่ก็ได้ทำ หน้าที่ปกป้องสถาบันจากคนที่มุ้งมันร้ายมาตลอดเช่นกัน ผมว่าวิธีการที่ดีคือ การแก้ไขหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ฟ้องร้อง จากการที่ประชาชนทั่วไปไปกล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจและให้ตำรวจเป็นผู้ ฟ้อง ให้เปลี่ยนมาเป็น สำนักราชเลขาหรือองค์กรใดที่จัดขึ้นมา ให้มีหน้าที่เฉพาะเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการฟ้องร้องเอง เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาการตกเป็นเครื่องมือ รวมทั่้งวินิฉัยเบื้องต้นได้ก่อนว่า การกระทำการได้เป็นการหมิ่นพระเกรียรติฯ หรือไม่ มอใช้เพียงกล่าวอย่างเลื่อนลอย หรือเอาความรู้สึกส่วนตนมาตัดสิน น่าจะดีเสียกว่า

  • นางฟ้า wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 10:59

    สงสารพวกเบอร์ลินตะวันตก พยามปกป้องพวกแดงเบอร์ลิน ตะวันออก นักเรียนเยอรมันด้วยกันถกกันไม่ลืมหูลืมตา จะเอาชนะคัดคานอย่างเดียว ลืมไปว่ามาถก ที่เมืองไทย คนละบริบททางสังคม เลยเข้าสุภาษิตไทย ปลาหมอตายเพราะปาก วรเจตน์ เอย พยามอ่านสุภาษิตไทยมากหน่อย อย่ายกโลกตะวันตกมากนักเลย นะจะบอกให้

  • ทำไรกัน wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 11:40

    “กฎหมายอาญาของไทยเป็นกฎหมายที่มีความเป็นสากล กล่าวคือ ให้ความคุ้มครองประมุขของรัฐต่างประเทศและผู้แทนของรัฐต่างประเทศด้วย ดังจะเห็นได้จากมาตรา ๑๓๓ และ มาตรา ๑๓๔ ซึ่งบัญญัติไว้ว่ามาตรา ๑๓๓ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายราชาธิบดี ราชินี ราชสามี รัชทายาท หรือประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงเจ็ดปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงหนึ่งหมื่นสี่พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับมาตรา ๑๓๔ ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายผู้แทนรัฐต่างประเทศ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มาสู่พระราชสำนัก ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งพันบาทถึงหนึ่งหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับดังนั้น ถ้ายกเลิกมาตรา ๑๑๒ ผลตามกฎหมาย ก็คือ ประเทศไทยให้ความคุ้มครองประมุขแห่งรัฐต่างประเทศ แต่ไม่คุ้มครองประมุขของตนเอง ซึ่งเป็นเรื่องผิดวิสัยของอารยประเทศอย่างยิ่ง และหากจะยกเลิกมาตรา ๑๓๓ และมาตรา ๑๓๔ ไปพร้อมกับมาตรา ๑๑๒ ผลก็คือ ประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศป่าเถื่อนในสายตาสังคมโลก และไม่มีประเทศที่เจริญแล้วประเทศใดในโลกคบค้าสมาคมด้วย เพราะไม่ให้เกียรติแก่ประมุขของเขา ซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศสูงสุดของประเทศเหล่านั้น”- “ข้อแตกต่างของความผิดฐานหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์กับบุคคลธรรมดาประการแรก ก็คือ มาตรา ๑๑๒ เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ซึ่งหมายความว่ารัฐเป็นผู้เสียหายและเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องดำเนินการกับผู้กระทำความผิด ส่วนมาตรา ๓๒๖ เป็นความผิดอันยอมความได้หรือความผิดต่อส่วนตัว ซึ่งถ้าไม่มีผู้เสียหายไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษ เจ้าหน้าที่รัฐก็จะไม่ดำเนินคดีให้ เหตุที่บัญญัติไว้แตกต่างกันเช่นนี้ เพราะไม่มีประเทศใดในโลกที่ประมุขของรัฐจะไปฟ้องร้องกล่าวโทษพลเมืองของตนเอง ดังนั้น หากยกเลิกมาตรา ๑๑๒ ก็เท่ากับเป็นการจำกัดสิทธิของประมุขแห่งรัฐไม่ให้สามารถคุ้มครองตนเองจากการถูกหมิ่นประมาทได้”- “มาตรา ๒๘ วรรคแรก ของรัฐธรรมนูญ ระบุว่า เสรีภาพของบุคคล ย่อมมีข้อจำกัดโดยเสรีภาพอีกคน ดังนั้น จะปล่อยให้คนผู้หนึ่งไปละเมิดเสรีภาพคนอื่นก็ทำไม่ได้อยู่แล้ว เพราะเสรีภาพมีขอบเขต ไม่ใช่ไม่มีข้อจำกัด เรื่องนี้เป็นเรื่องพื้นฐาน แค่อย่าใช้เสรีภาพไปก้าวล่วงเท่านั้น ก็จะไม่เกิดปัญหาเกี่ยวกับมาตรา ๑๑๒”- “การที่มีกลุ่มต่างๆ ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ โดยมองว่าเป็นการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของตนนั้น อยากทำความเข้าใจให้ทราบว่า คนทุกคนมีสิทธิและเสรีภาพของตน แต่สิทธินั้นเป็นสิทธิที่อยู่ภายใต้ขอบเขตที่เหมาะสม และจะต้องไม่กระทบต่อสิทธิของผู้อื่นด้วย และทุกคนไม่ควรมองถึงบทลงโทษของกฎหมายแต่เพียงอย่างเดียว แต่ควรมองถึงประเด็นที่มีคนบางคน หรือบางกลุ่ม ที่พยายามจะกระทำผิดกฎหมาย โดยการละเมิดสิทธิเสรีภาพของสถาบันฯ และมองว่าคนผู้นั้นกระทำผิดอย่างไร ได้รับโอกาสชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้วหรือไม่ เพราะกฎหมายและบทลงโทษในทุกมาตราถูกกำหนดมาเพียงเพื่อป้องปรามการกระทำผิดเท่านั้น หากไม่มีผู้ใดกระทำผิดหรือละเมิดกฎหมายก่อน บทลงโทษนั้นย่อมจะไม่มีผลแต่อย่างใด”

  • ธงไทย wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 12:15

    ใครจะมามุกไหน หากเราไม่เอาเสียอย่าง พี่น้องประชาชนไม่เล่นด้วย ไม่หลงคารมย์ใคร ใครก็ทำอะไรไม่ได้ เหมือนผู้ที่อาศัยช่องทางการแสดงความคิดเห็นในเดลินิวส์นี้มาใช้โฆษณาขายของ หากเราไม่สนใจเขาก็หน่อยเปล่าๆ ซ้ำเป็นที่น่ารำคาญเสียอีกต่างหาก เอาน่าอยู่ในระบบ ปชต.เป็นสิทธิของเขาที่จะแสดงออก ยังไงยึกหลักเรารักในหลวง เรารักสถาบัน อย่าไปฟังอย่าไปเชื่อ อย่าไปมึนงงสงสัยศรัทธาเสียอย่างอะไรก็มาสั่นไหวเราไม่ได้แน่นอน อย่าไปร้อนรน อย่าไปเดินตามเกมส์ บอกแล้วว่าใครที่คิดไม่ดีต่อสถาบันอันศักดิ์สิทธิ์ของบ้านเมืองแล้วเชื่อเถอะ…ไม่มีความสุขความสำเร็จแน่นอน…อยากเล่นของสูงนัก…อนิจจา…555

  • สนธยา wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 14:20

    นักวิชาการเพี้ยนๆกับการเมืองที่บิดเบี้ยวสังคมก็เลยสับสนถ้าคิดให้ดีๆแล้ว ม.๑๑๒ จะแก้ตรงใหน?ยังไง? ของเดิมชัดเจนไม่ต้องแปล แล้วมันหนักหัวพวกนักวิชาการเหล่านี้ตรงใหน? เว้นบ้างเถอะบาปบุญมีจริงนะขอบอก มาตราที่ควรแก้เยอะแยะไปดูสิพ่อกับแม่มันคงเป็นคนต่างดาวแน่ๆเลย

  • สายฝน wrote on 31 กรกฎาคม, 2012, 15:14

    พวกคุณเคยมีความคิดเป็นของตัวเองบ้างมั้ย คุณเคยใช้วิจารญาณในการตัดสินอะไรบ้างมั้ย คนเรามักจะเชืออะไรง่ายๆเสมอ คนไทยนั้นถ้าใครทำดีด้วยก็จะรักและดีกับเขาด้วยแม้ว่าเขาจะเป็นคนไม่ดีเพราะเขาไม่ได้ทำให้เดือดร้อน แต่ถึงอย่างไรผมรักประเทศไทยรักในหลวงแต่ไม่รักนักการเมือง

  • หมีขาว wrote on 20 สิงหาคม, 2012, 11:30

    ยอมรับดีกว่าว่า การยกเลิกกฎหมายหมิ่นฯ พระมหากษัิย์คงไม่ใช้แนวที่ทางที่ถูกนัก จากการสังเกตมาตรานี้ถูกนำมาเป็นเครื่องมือทางการเมืองโดยตลอดแต่ก็ได้ทำ หน้าที่ปกป้องสถาบันจากคนที่มุ้งมันร้ายมาตลอดเช่นกัน ผมว่าวิธีการที่ดีคือ การแก้ไขหน่วยงานที่จะทำหน้าที่ฟ้องร้อง จากการที่ประชาชนทั่วไปไปกล่าวโทษต่อเจ้าพนักงานตำรวจและให้ตำรวจเป็นผู้ ฟ้อง ให้เปลี่ยนมาเป็น สำนักราชเลขาหรือองค์กรใดที่จัดขึ้นมา ให้มีหน้าที่เฉพาะเป็นผู้มีหน้าที่ดำเนินการฟ้องร้องเอง เพื่อที่จะได้ไม่มีปัญหาการตกเป็นเครื่องมือ รวมทั่้งวินิฉัยเบื้องต้นได้ก่อนว่า การกระทำการได้เป็นการหมิ่นพระเกรียรติฯ หรือไม่ มอใช้เพียงกล่าวอย่างเลื่อนลอย หรือเอาความรู้สึกส่วนตนมาตัดสิน น่าจะดีเสียกว่า

  • คนใกล้บ้าน wrote on 20 สิงหาคม, 2012, 13:23

    โดยยุคและสมัยความคิดอ่านที่เปลี่ยนแปลงไปจากในอดีต
    อยากให้เพิ่ม วรรค ต่อของข้อกฏหมายซักหน่อยว่า ผู้กระทำความผิดหมายถึง ผู้ใช้ถ้อยคำหมิ่นหรือแสดงอย่างโจ่งแจ้ง อาจหมายถึง สื่อโฆษณา,เวบไซค์,วิทยุ,หรืออื่นๆที่สามารบันทึกเอาไว้ได้อย่างไรก็ตาม
    ในส่วนข้างต้นเป็นการเพิ่มขยายข้อความจากส่วนนี้ “ลักษณะหมิ่นประมาทด้วยการพูดหรือเขียนถ้อยคำเท็จออกโฆษณาการ” และโทษอาจจะหมายถึง ประหารเจ็ดชั่วโคตรไปเลย

  • ส่องโลก wrote on 21 สิงหาคม, 2012, 11:00

    เราลองมาเทียบความดีไม่ดีสิ บวกลบคุณหารกันดีดี ผลที่มีสถาบันมากกว่าอยู่แล้ว คิดเหรอว่าถ้าไม่ให้มีแล้ว ชีวิตพวกคุณๆ ทั้งหลายจะดีขึ้น ดูอย่างเกาหลีเหนือ เคยดูสารคดีไหม ว่าท่านผู้นำเป็นไง ลูกชายเป็นไง หรือจะเอาแบบสมัยมาร์กอส ประชาธิปไตยเบิกบาน ใครได้อำนาจก็เล่นเอาซะประชาชนหนาวไปตามๆกัน ตอนนี้มีมาทานอำนาจกันไว้บ้าง อ่ะดีแล้ว

  • อาญา wrote on 21 สิงหาคม, 2012, 13:17

    ขอเรียกร้องต่อรัฐบาล รัฐสภาและสังคมไทย มิให้หวั่นไหวต่อข้อเสนอของกลุ่มที่เรียกร้องให้มีการแก้ไขหรือยกเลิกกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับการปกป้ององค์พระมหากษัตริย์ จากการถูกละเมิดหรือหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ

  • ลูกพิษ wrote on 21 สิงหาคม, 2012, 15:43

    มาตรา 112 บัญญัติไว้ว่า “ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ถ้าแก้ไข…ก็เท่ากับพังบ้านของตัวเอง พวกนี้ไม่สำนึกเลยว่าอยู่รอดปลอดภัยได้เรียกตัวเองว่าเป็นคนไทยได้เพราะใคร…พระมหากษัตริย์ ปกป้องบ้านเมืองมาให้อยู่ได้ตั้งกี่รุ่นกี่ร้อยปี….ไอ้กลุ่มนิติรวยหัวคาด…มันลืมตาดูโลกมาได้แค่สามสิบสี่สิบปี…ริอ่าน…ฝันไปเถอะ…ขี้กลากจะกินหัวเอาละสิไม่ว่า…

  • ชาติ wrote on 22 สิงหาคม, 2012, 11:01

    พี่น้องชาวไทยทั้งหลาย..พวกเราอยู่อย่างมีความสุขภายไต้ร่มพระบารมีมาช้านานตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ ดังนั้นคนไทยทุกคนถึงได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงทุกพระองค์ เป็นเหตุให้คนไทยรักและภักดีต่อในหลวง พวกเราทุกคนต่างรู้อยู่เต็มอก ว่าพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงยิ่งใหญ่แค่ไหน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่โกรธเมื่อมีคนมาจาบจ้วง แต่พึงเข้าใจเถิดว่า คนที่ด่าพระองค์คือพวกที่ไม่ใช่คนไทย ไม่เคยได้รับความอบอุ่นเช่นพวกเรา มันจึงไม่รู้สึกอะไร สักว่าแค่ใช้ภาษาไทยได้เท่านั้น อย่าไปเต้นตามมันนะครับ เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ

  • ย้อนลอย wrote on 22 สิงหาคม, 2012, 15:38

    แปลกไหมคนที่อยากแก้มีแต่พวกเพื่อไทย มีแต่พวกเสื้อแดงทั้งนั้น มีแต่พวกที่มีคดีเพียบ ขนาดมีกฏหมายข้อนี้อยู่มันยังละเมิดเป็นว่าเล่นเลย ถ้าไม่มีจะเป็นเยี่ยงไร

  • มนเทียน wrote on 23 สิงหาคม, 2012, 12:07

    กรณีมีบุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้เสนอให้แก้ไข ม.112 นี้นั้น ความต้องการขอบุคคลหรือกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีอย่างไร กล่าวคือ จะแก้ไขโดยยกเลิกมาตรานี้ไปเลย หรือลดหรือเพิ่มข้อความ หรือลดโทษ ก็ยังไม่ชัดแจน เห็นว่าการแก้ปัญหากรณี ม.112 นี้ ให้รบ.รัฐสภา ออกกฎหมายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ม. 112 ขึ้นมา คือ ออก พ.ร.บ.วิธิพิจารณาคดีฐานความผิด ม.112 ขึ้นมา ตามความเห็นนี้ปัญหาจะจบได้

  • ไม่เอาด้วย wrote on 23 สิงหาคม, 2012, 13:49

    นิติราษฎร์

    ก่อนเอ็งเกิดพ่อนั้น ทรงงาน
    เสด็จถิ่นทุรกันดาร โปรดเกล้าฯ
    สายพระเนตรมองการณ์ หวังเพื่อ ประชา
    … สายค่ำมืดจนเช้า ลูกล้วนรู้ดี

    นิติราษฎร์เจตน์จ้อง ทำลาย
    ชนแช่งชีวาวาย ด่าวดิ้น
    อดสูปู่ตายาย เครือว่าน คณา
    สาบส่งให้หมดสิ้น ทั่วทั้งตระกูล

    ตัวเอ็งพ่อแม่นั้น บ่สั่ง สอนเฮย
    ทุนเล่าเรียนรับยัง บ่อนไส้
    จันรัยอัปรีย์ดัง เดรัจ ฉานเลว
    หมดสิ้นสำนึกไซร้ ชั่วช้าเนรคุณ

  • เปี่ยกปอน wrote on 23 สิงหาคม, 2012, 14:56

    แต่ว่ากฎหมายอาญา ม.112 นี้ถือเป็นกฎหมายที่ดีแล้ว ไม่ควรไปแก้ไขใดๆ ทั้งสิ้น แต่ว่าไปหาสาเหตุของการนำกฎหมายไปบังคับใช้ คือว่า วิธีบังคับใช้กฎหมายมาตรานี้ เนื่องจากเป็นกฎหมายที่มีความละเอียดอ่อนมาก ดังนี้น ควรใช้ด้วยความระมัดระวังทั้งตัวผู้ใช้ และกระบวนการบังคับใช้ ต้องเป็นธรรม เนื่องจากถ้าผิดพลาดไปกลั่นแกล้งใครแล้ว จะทำให้ผู้นั้นเสียความรู้สึกมาก เนื่องจากความผิดฐานลบหลู่สถาบันนั้น ( คนไทยทุกคนล้วนรับไม่ได้กับข้อหานี้แน่นอน และถือเป็นข้อหาที่มีโทษต่อจิตใจอย่างสูงต่อผู้ถูกกล่าวหาด้วย ครับ ) เนื่องจากคนไทยทุกคนล้วนร้องเพลงชาติจากหัวใจด้วยกันทั้งสิ้น เรื่องความจงรักต่อสถาบันนั้น ไม่มีใครพิเศษไปกว่าใคร และ ไม่มีใครด้อยไปกว่าใครในเรื่องนี้ คนไทยทุกคนล้วนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันอยู่ในระดับสูงสุดไม่มีที่เปรียบได้

  • ดาว wrote on 14 กันยายน, 2012, 10:35

    ทำร้ายประเทศไทยยังพอทนไหว…….แต่พวกหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์……อย่าทนกับมันเลย
    ขอร่วมต่อต้านขบวนการหมิ่นสถาบันให้หมดไปจากประเทศไทย
    ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
    เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป 

  • ภูมิใจ wrote on 14 กันยายน, 2012, 10:58

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย

  • สมชาย wrote on 14 กันยายน, 2012, 14:07

    ก็เพราะพวกนี้เค้าต้องการล้มล้างสถาบันอยู่แล้ว ถึงได้เอาเรื่องโน่นเรื่องนี้มาอ้างที่อยากแก้คือพวกแดงเท่านั้น กฏหมายนี้อยู่มาตั้งนานกี่ปีกี่สมัยรัฐบาลมาแล้ว ไม่เห็นมีปัญหาอะไร มัยพอมาถึงพวกแดงเป็นรัฐบาลถึงอยากจะแก้นัก เพื่อให้พวกตัวเองหมิ่นสถาบันได้โดยไม่ต้องโทษงั้นหรือ แดงก็ยังเป็นแดงวันยังค่ำ ต้องทำตามที่ตัวเองถูกใจเท่านั้นถึงจะเป็นเรื่องดีเรื่องถูกต้อง สงสารประเทศชาติจิงๆ

  • เดินตามรอยเท้าพ่อ wrote on 15 ตุลาคม, 2012, 11:07

    จะแก้ตรงใหน?ยังไง? ของเดิมชัดเจนไม่ต้องแปล แล้วมันหนักหัวพวกนักวิชาการเหล่านี้ตรงใหน? เว้นบ้างเถอะบาปบุญมีจริงนะขอบอก มาตราที่ควรแก้เยอะแยะไปดูสิพ่อกับแม่มันคงเป็นคนต่างดาวแน่ๆเลย

  • อุบล wrote on 12 พฤศจิกายน, 2012, 12:03

    คนไทยเราน่าจะคิดคำนึงถึงพระคุณของพระมหากษัตย์ที่ผ่านมากันบางนะครับ อย่างน้อยเหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งคือการยกเลิกทาสและการที่พระมหากษัตย์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชนุญาติให้พวกชาวต่างชาติ (เช่นพวกชาวจีน) อพยพเข้ามาอยูในประเทศไทย เพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นป่านนี้คนหลายคนทั้งที่อ้างว่าตนเป็นคนมีการศึกษา มีหัวก้าวหน้ายังคงเป็นแค่ไพร่ หรือไม่ก็แค่ทาสที่มาอาจมีทางลืมตาอ้าปากได้เลยมั้งครับ หรือถ้าเป็นชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาก็คงต้องเร่ร่อนอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งก็เป็นได้

  • วิมล wrote on 14 พฤศจิกายน, 2012, 11:34

    คนจำนวนหนึ่งที่เห็นการหมิ่นนั้นไม่ได้ก็อาจจะใช้ทางออก โดยการทำร้ายผู้หมิ่นนั้นเอง โดยถึงขนาดเอาชีวิตได้ จริงๆแล้วคงเป็นการยากที่จะให้คนทุกคนเคราพรักสภาบันฯ จากใจจริง ยิ่งเดียวนี้หลายคนคิดว่าตัวเองแน่ ตัวเองเก่งกันทั้งนั้น ความลำพองในใจก็คงมีเพิ่มมากขึ้นแต่คนไทยเราน่าจะคิดคำนึงถึงพระคุณของพระมหากษัตย์ที่ผ่านมากันบางนะครับ อย่างน้อยเหตุการณ์ที่สำคัญเหตุการณ์หนึ่งคือการยกเลิกทาสและการที่พระมหากษัตย์ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานพระบรมราชนุญาติให้พวกชาวต่างชาติ (เช่นพวกชาวจีน) อพยพเข้ามาอยูในประเทศไทย เพราะถ้าไม่มีเหตุการณ์เหล่านั้นป่านนี้คนหลายคนทั้งที่อ้างว่าตนเป็นคนมีการศึกษา มีหัวก้าวหน้ายังคงเป็นแค่ไพร่ หรือไม่ก็แค่ทาสที่มาอาจมีทางลืมตาอ้าปากได้เลยมั้งครับ หรือถ้าเป็นชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาก็คงต้องเร่ร่อนอยู่ไม่เป็นหลักแหล่งก็เป็นได้

  • คอม wrote on 12 ธันวาคม, 2012, 12:03

    นับแต่อดีตปัจุบัน “สถาบันพระมหากษัตริย์” คือศูนย์รวมจิตใจของคนไทย

  • นารียา wrote on 27 มิถุนายน, 2013, 18:34

    คนธรรมดายังมีกฎหมายคุ้มครองถ้่าถูกหมิ่นประมาท. พระองค์ท่านทรงงานหนักเพื่อประเทศมานานกว่า60ปี ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ต่างชาติยกย่อง ประเทศไทยโชคดีที่มีพ่อหลวง 

  • athita wrote on 21 พฤษภาคม, 2014, 15:10

    พระองศื ทรงเป็นที่รักของมวลชน เป็นพ่อหลวงที่รักลูกทุกคน

    ทระเจริญ 

ผู้เขียน

เขียน 10234 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics