พระทรงธำรงไว้ซึ่งขันติธรรม

แบ่งปัน

66

พระทรงธำรงไว้ซึ่งขันติธรรม (Thailand’s quiet survivor) แปลจากบทความ  Thailand’s quiet survivor ของ  Anthony Bailey จากguardian.co.uk เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อวันเสาร์ที่ 27 ธันวาคม 2551 http://www.guardian.co.uk/commentisfree/2008/dec/27/thailand-monarchy

 

         พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มิได้ทรงเพียงแค่รักษาราชบัลลังก์ไว้ได้แม้ในช่วงเวลาของการปกครองแบบเผด็จการ หากพระราชอำนาจยังได้รับความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น

        ชื่อเสียงด้านความสงบสุขและงดงามของประเทศไทยได้ถูกทำลายไปจากสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานนี้อันได้แก่ การปิดสนามบิน[สองแห่ง] เหล่านักท่องเที่ยวถูกปล่อยติดค้าง และเหล่าคำกล่าวโทษที่รุนแรงทั้งจากฝ่ายกลุ่มผู้สนับสนุนและกลุ่มผู้ต่อต้าน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร มหาเศรษฐีพันล้าน ผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นนายกรัฐมนตรีและเจ้าของทีมฟุตบอล Manchester City  นอกจากนี้จากการที่ไม่มีความพยายามที่จะลดความเดือดร้อนจากการไม่สามารถมีบริการโดยสารเครื่องบินได้ ประเทศไทยอาจได้รับความเสียหายอื่นๆ อีกมากจากการเป็นประเทศหลักในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์ที่เป็นพันธมิตรกับโลกตะวันตก

         ผู้ที่เคยไปประเทศไทยมาแล้วจะรู้ว่าประเทศไทยมีมากกว่าชายหาดและหมู่บ้านชาวเขาที่งดงาม แต่ถึงกระนั้นดูเหมือนว่ามุมมองของนักวิจารณ์ชาวตะวันตกบางคนจะได้รับอิทธิพลจากภาพยนตร์เพลง The King and I ของผู้สร้าง Rodgers และ Hammerstein และความสับสนทางการเมืองในประเทศไทยในช่วงสองปีหลังนี้ดูราวกับเป็นสงครามกลางเมืองอังกฤษในแบบที่เกิดขึ้นในโลกตะวันออก ซึ่งสงครามกลางเมืองอังกฤษนั้นเป็นการสู้รบระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน Oliver Cromwell (Roundheads หรือ Parliamentarians) และกลุ่มผู้สนับสนุนพระเจ้าชาร์ล ที่ 1 แห่งอังกฤษ (Cavaliers หรือ Royalists) ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้มิได้ใกล้เคียงความเป็นจริงเลย

         ในทางตรงกันข้าม ในขณะที่บรรดานักการเมืองยังคงขัดแย้งกันและเหล่าผู้ชุมนุมประท้วงออกมายังท้องถนน ประชาชนไทยไม่ว่าอยู่ทางทิศใด ไม่ว่ามีความเกี่ยวข้องทางการเมืองฝ่ายใด ได้มองหาการแนะทางออกจากพระมหากษัตริย์ของพวกเขา พระมหากษัตริย์ผู้ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลก ประชาชนชาวไทยมีความจงรักภักดีและศรัทธาในองค์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นอย่างมาก มากจนหลายคนได้หวังว่าพระองค์จะทรงเข้ามาแทรกแซงเพื่อให้บ้านเมืองได้กลับเข้าสู่ความเป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ราชวงศ์ตระหนักว่าการเข้าแทรกแซงหรือไม่เข้าแทรกแซงของพระองค์ย่อมถูกวิพากษ์วิจารณ์โดยเหล่าผู้เชี่ยวชาญชาวตะวันตก และราชวงศ์ก็ตระหนักเช่นกันว่าเหตุผลเบื้องหลังของการครองราชย์อันยาวนานนั้นก็มาจากการใช้ดุลยพินิจด้วยความรอบคอบและการนำตนเองให้แยกออกจากการเมืองที่เต็มไปด้วยความเลวร้าย

          พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงได้รับความชื่นชมในการวางพระองค์ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ พระองค์ทรงไม่ตอบรับต่อเสียงเรียกร้องจากผู้ที่อ้างว่ากระทำไปเพื่อพระองค์ และทรงวางพระองค์ออกห่างจากเรื่องดังกล่าว และในขณะนี้ที่สถานการณ์ทางการเมืองเริ่มจะดีขึ้นและรัฐบาลใหม่ได้มีการจัดตั้ง การวางพระองค์ตัดสินพระทัยในการทำหรือไม่ทำสิ่งใดๆ ก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม

          อันที่จริงแล้ว มิใช่ว่าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะไม่ทรงเคยประสบเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ภายในระยะเวลากว่าหกทศวรรษแห่งการครองราชย์ในราชวงศ์จักรีได้มีการทำรัฐประหารโดยทหารเกือบ 20 ครั้ง และมีจำนวนนายกรัฐมนตรีมากกว่า 20 คน แต่กระนั้นความไม่แน่นอนทางการเมืองการปกครองก็มิได้ทำให้การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศหยุดชะงักลง หากชาติไทยภายใต้พระบรมโพธิสมภารอันมีประชากรถึง 65 ล้านคน ได้เปลี่ยนแปลงจากชาติที่พึ่งพาการเกษตรกรรมเพื่อการยังชีพ ไปสู่ประเทศเกิดใหม่ทางอุตสาหกรรม ด้วยความพยายามอย่างมากของนักการเมือง

          หลังจากลัทธิบริโภคนิยมได้เข้ามาสู่สังคมไทย อาจเป็นที่คาดกันว่าการปกครองของไทยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขอาจสูญเสียบทบาทและความสำคัญลงไป ในประเทศอื่นๆ พระมหากษัตริย์และพระราชินีก็มิได้มีบทบาทมากนักและมีหลายกรณีที่พระราชกรณียกิจได้ถูกยกเลิกไปหมดสิ้น แต่ประเทศไทยนั้นต่างจากประเทศอื่นๆ ตรงที่พระบรมราชานุภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นแผ่ขยายขึ้นตามกาลเวลา การที่ประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นๆ นี้อาจทำให้เหล่านักสังคมศาสตร์ไม่ค่อยชอบนักและอาจเป็นเหตุผลว่าเหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยจึงทรงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงหลังนี้

         เป็นที่กล่าวกันว่ามิใช่คนทั้งโลกจะรักและเทิดทูนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์ได้ทรงกระทำผิดพลาดบางครั้ง รัฐบาลบางรัฐบาลในช่วงระยะเวลาการครองราชย์ของพระองค์ก็มิได้มาตามวิถีแห่งประชาธิปไตย พระองค์ได้ทรงนำพระองค์มาเกี่ยวข้องกับการแก่งแย่งทางการเมืองมากกว่าหนึ่งครั้ง พระองค์ทรงได้รับการปกป้องจากการวิพากษ์วิจารณ์โดยกฏหมายหมิ่นพระบรมเดชนุภาพ และที่ประหลาดที่สุดคือบางครั้งมีการอ้างถึงข้อเท็จจริงที่ว่าพระชนนีมิได้สืบเชื้อสายจากเชื้อพระวงศ์

         สิ่งกล่าวอ้างเหล่านี้ล้วนเป็นจริง แต่ก็มิได้เป็นทั้งหมดของความจริงเช่นกัน ตัวอย่างเช่นมีข้อโต้แย้งว่าราชวงศ์ไทยได้รับความชื่นชมมากกว่าสถาบันอื่นใดในประเทศ แม้กระนั้นก็ตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็ทรงถูกวิจารณ์บางครั้ง และพระองค์เองก็ทรงเคยมีพระราชดำรัสว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้องที่พระองค์ทรงควรถูกตรวจสอบโดยละเอียด พระองค์ทรงเคยมีพระราชดำรัสต่อสาธารณะว่าทรงไม่กล่าวอ้างว่าพระองค์ทำอะไรไม่ผิด

         สำหรับการเข้าแทรกแซง[ทางการเมือง]ของพระองค์นั้นก็ไม่สามารถนำมาเป็นข้ออ้างของผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เช่นกัน ทั้งนี้เนื่องจากการเข้าแทรกแซงวิกฤตทางการเมืองของพระองค์สองครั้งในปี พ.ศ. 2516 และ พ.ศ. 2535 ได้นำมาซึ่งความนิยมและความเคารพนับถือในตัวพระองค์ การเข้าแทรกแซงของพระองค์ทั้งสองครั้งนั้นสามารถมองได้ว่ามิได้เกี่ยวกับการเมืองทั้งหมดในแง่ที่ว่าแม้เป็นการเลือกข้างแต่ในขณะเดียวกันก็เป็นความพยายามในการป้องกันมิให้เกิดการนองเลือดด้วย

         พระราชอำนาจอันชอบธรรมที่จะกระทำการในสภาวะวิกฤต หรือที่เรียกว่าพระราชอำนาจ “สำรอง” เป็นอำนาจอันเนื่องมาจากความชื่นชมในพระองค์ของพสกนิกร มิใช่ได้มาจากสิทธิ์ในการปกครองของพระราชาดังเช่นในอดีตก่อนปี พ.ศ. 2475 เมื่อนักการเมืองประสบกับสภาวะการณ์ที่ไม่สามารถหาข้อยุติได้ ดังเช่นสถานการณ์ในปี พ.ศ. 2549 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมให้มีการแก้ปัญหาตามวิถีทางระบบประชาธิปไตยมากกว่าจะให้มีรัฐบาลพระราชทาน พระองค์ทรงไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องให้มีการตีความพระราชอำนาจตามอำเภอใจ พระองค์มิทรงเคยยับยั้งการตั้งรัฐบาลหรือการออกกฎหมายฉบับใดที่เสนอมาโดยผ่านขั้นตอนตามที่ระบุไว้ในรัฐธรรมนูญ

         สำหรับกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพนั้น ไม่ว่ากฎหมายฉบับนี้จะมีข้อดีหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นกฎหมายที่สะท้อนถึงความไม่พอใจของพสกนิกรชาวไทยที่จะได้ยินคำพูดที่ไม่เหมาะสมแม้เพียงเล็กน้อยต่อองค์พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นพระองค์ทรงไม่สามารถตอบโต้ได้ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมิได้เป็นข้อห้ามต่อเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในการแสดงออกก็เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการเช่นกัน อันที่จริงแล้วพระองค์ทรงพระราชทานอภัยโทษแก่ผู้วิจารณ์พระองค์ที่ถูกตัดสินจำโทษมานับจำนวนไม่ถ้วน แต่ในทางกลับกันหากพระองค์มีพระประสงค์ให้ยกเลิกกฎหมายดังกล่าว พระองค์ทรงจำเป็นต้องเข้าแทรกแซงทางการเมือง ซึ่งพระองค์ทรงย่อมรู้ว่าพระองค์ไม่สามารถทำได้และก็ไม่ได้เป็นสิ่งซึ่งควรกระทำ ดังเช่นครั้งเมื่อมีการร้องขอให้มีการใช้การปกครองอีกระบอบหนึ่งนั้นพระองค์ได้แสดงพระราชดำรัสว่า “ข้าพเจ้าเข้าใจเรื่องต่างๆ แต่ข้าพเจ้าไม่พูด”

         ด้วยการวางพระองค์ดังกล่าว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมิได้เพียงแต่รักษาพระราชบัลลังก์ไว้ได้แม้ในยามที่ประเทศอยู่ภายใต้การปกครองแบบเผด็จการ หากยังทรงได้รับความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น พระองค์ทรงเจริญพระชนมพรรณษาเพิ่มขึ้นทุกปีและพสกนิการไทยจะต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ต่อไปได้โดยไม่มี “พ่อ” (พระนามที่พสกนิกรเรียกพระองค์) อยู่เพื่อประคับประคองให้เกิดความมีเสถียรภาพ บางทีพระองค์อาจจะทรงตระหนักถึงข้อนี้ดี ดังเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาที่ทรงปล่อยให้การเมืองเป็นไปตามวิถีทางของมันเองจนเกิดการเปลี่ยนขั้วทางการเมือง

          สำหรับอนาคตข้างหน้า ปวงชนชาวไทยต่างหวังว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระชนม์ชีพยืนยาว พวกเขารู้ดีว่าหากมองถึงความวุ่นวายสับสนและการนองเลือดซึ่งประเทศเพื่อนบ้านของพวกเขาได้ประสบมาในช่วงเวลาแห่งการครองราชย์ 62ปี ก็มิใช่เรื่องแปลกที่พวกเขาจะรู้สึกขอบคุณและยินดี และนี่มิใช่เป็นเพียงแค่เทพนิยายเท่านั้น




ความเห็น

  • alicetotle wrote on 29 ธันวาคม, 2010, 13:04

    ทรงพระเจริญ

  • ภินันท์ wrote on 6 มกราคม, 2011, 13:16

        การเมืองของบ้านเรา ทำให้คนไทยแตกแยกเพราะนักการเมืองส่วนใหญ่ไม่มีใครที่เป็นตัวอย่างของการเสียสละ มีแต่ผลประโยชน์ของพรรคต้องมาก่อน อำนาจทางการเมือง คือ สิง่ที่นักการเมิองไทยทุกคน อยากมีและอยากผูกขาด เพราะมันทำให้พวกนี้ มีอิทธิพล มีบารมี และในที่สุดอำนาจที่ผูกขาดก็นำไปสู่ความฉ้อฉล การที่นักการเมืองจะผูกขาดอำนาจได้นั้นจำเป็นที่จะต้องเลี้ยงดู ประชาชน โดยใช้ค่า commission จากโครงการต่างๆ ซึ่งจัดจ้างของหน่วยงานราชการ มาใช้ซื้อประชาชน    ถ้าหากคนไทย ซึ่งเป็นเจ้าของประเทศรู้เท่าทันเล่เหลี่ยมของนักการเมืองเหล่านี้ และร่วมกันแสดงความออกถึงความกล้าหาญทางจริยธรรมบ้านเมืองของเราก็ไม่เป็นอย่างนี้    เมื่อบ้านเมืองมีปัญหาทีไร คนส่วนใหญ่ก็นึกถึงพระบารมีของในหลวง แต่สิ่งที่ในหลวงตรัส ในหลวงทำ ตลอดระยะเวลาที่พระองค์ทรงครองราชย์ คนไทยกับลืม กลับมองไม่เห็น กลับไม่ได้ยิน   และเวลาที่บ้านเมืองเรามีปัญหา ทุกคนอยากรู้ใช่ไหมว่าในหลวงทรงคิดอะไร แต่ทุกคนก็ถูกมิจฉาทิฐิครอบงำ ทุกคนต่างมีความคิดและจิตใจแบบเดียวกันนักการเมืองไทยกันหมด นักการเมือง ควรจะมีใครให้คำนิยามกันบ้าง จะดีมั้ย !!!

  • สันติชน wrote on 26 เมษายน, 2011, 13:04

    สิ่งที่พระองค์ทำจนถึงทุกวันนี้ ไม่ใช่เป็นเพราะ ความรักของท่านที่ทรงมีต่อแผ่นดิน และประชาชน หรอกเหรอ แต่ก็ยังมีคนจำนวนหนึ่ง ที่ยอมเนรคุณเพียงเพื่อต้องการอำนาจ  ที่จะสร้างบารมีให้ตนเองจนลืมตัว ลืมทุกสิ่งแม้กระทั่งความกตัญญูรู้คุณ คนเหล่านี้ไม่ใช่นักเลง เพราะมันทำกับคนที่ไม่มีโอกาศสู้รบตบมือด้วย แม้กระทั้ง การปรักปรำในหลวง แต่ในที่สุด พวกมันก็แพ้ภัยตนเอง

  • สิริวรรณ wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 10:58

    เพราะพระบารมีของบูรพกษัตริย์ของไทยเราและบรรพชนไทย บ้านเมืองเราถึงได้อยู่รอดปลอดภัยมาได้  ให้เราได้สุขสบายกว่าอีกหลายประเทศ …ลองคิดกันดูให้ดีดี…………..ขอเทิดทูนในหลวงไว้เหนือเกล้ากระหม่อม

  • ฝันดี wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 12:14

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • เสมอ wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 13:39

    พ่อหลวงชาวไทย ผู้ทรงพระปรีชายิ่งนักของโลก ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • นกครุฑ wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 13:41

    ขอจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน…ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะฯ

  • สามสี wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 13:41

    ผมภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย และยิ่งรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้เกิดมาเป็นคนไทยใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
    ข้าพระพุทธเจ้า

  • ทรัพย์ wrote on 14 มิถุนายน, 2012, 13:42

    เห็นพระองค์มีพระวรกายที่แข็งแรงแล้วสุขใจเหลือเกิน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • ต้นทอง wrote on 17 กรกฎาคม, 2012, 9:20

    ปวงชนชาวไทยไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด มีสุขเสรีอยู่บนผืนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองภายใต้ร่มพระบารมีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ

  • ปวงชน wrote on 17 กรกฎาคม, 2012, 10:55

    เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา

  • คนอีสาน wrote on 18 กรกฎาคม, 2012, 9:13

    เพื่อปกปักรักษาคุ้มครองเอกราชของชาติ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเชิดชูและส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่ตลอดไป

  • วันดี wrote on 18 กรกฎาคม, 2012, 11:32

    ขอทรงพระเจริญ พระพลานามัยแข็งแรงปราศจากโรคภัย ขอองค์พระบิดาทรงอยู่กับพระองค์ทุกวันคืน อวยพรบริบูรณ์ ทุกประการ

  • ภูมิใจ wrote on 19 กรกฎาคม, 2012, 9:28

    ขอเป็นข้ารองบาท ทุกชาติไป ขอพระองค์ และราชวงศ์ จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • ถาวร wrote on 19 กรกฎาคม, 2012, 11:37

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ..อยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยชั่วกาลนานเทอญ

  • นับเดือน wrote on 8 สิงหาคม, 2012, 10:23

    ปวงชนชาวไทยไม่ว่าเชื้อชาติใด ศาสนาใด มีสุขเสรีอยู่บนผืนแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองภายใต้ร่มพระบารมีในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ฯ

  • อรุณ wrote on 9 สิงหาคม, 2012, 10:54

    ให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุด นี้คือคำของพ่อ ทั้งหมดได้ยินหรือไม่

  • เบญจา wrote on 10 สิงหาคม, 2012, 11:19

    ขันติ ได้แก่ การอดทนอดกลั้นต่อความโลภ พระมหากษัตริย์ทรงมีความอดทนอดกลั้นไม่หวั่นไหวต่อความโลภ ความโกรธ และความหลง ทรงมีความอดทนต่อเวทนา ทรงอดทนต่อถ้อยคาที่มีผู้กล่าวชั่ว ทรงรักษาพระราชหฤทัย พระวรกาย และพระวาจาให้สงบเรียบร้อย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • มิ่งขวัญ wrote on 6 กันยายน, 2012, 11:52

    ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราช โปรดปกป้องอภิบาล ในหลวง
    ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
    อยู่เป็นมิ่งขวัญชาวไทยไปยิ่งยืนนาน ขอให้ประเทศชาติสงบสุข
    เพื่อในหลวงของเรา

  • ยิ่งยืนนาน wrote on 6 กันยายน, 2012, 12:47

    ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน
    อยู่เป็นมิ่งขวัญชาวไทยไปยิ่งยืนนาน ขอให้ประเทศชาติสงบสุข
    เพื่อในหลวงของเรา

  • สุรพัศ บรรณพงศธร wrote on 7 กันยายน, 2012, 10:00

    คนไทยรู้คุณของแผ่นดินมำดีทดแทนเพื่อประเทศชาติและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • มหาชนชาวสยาม wrote on 7 กันยายน, 2012, 11:25

    พระองค์ทรงสร้างความสมบูรณ์พูนสุขให้เกิดขึ้นในชาติ พระองค์ทรงปฏิบัิติตามพระปฐมบรมราชโองการในวันที่เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติว่า ” เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม

  • บำบัดทุกข์บำรุงสุข wrote on 7 กันยายน, 2012, 12:30

    ทั่วทุกพื้นที่ของประเทศไทยไม่มีที่ใดจะเสด็จฯไปไม่ถึง ไม่ว่า ณ พื้นที่แห่งนั้นจะทุรกันดารสักเพียงใด พระองค์จะเสด็จฯไปให้ถึง เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพสกนิการของพระองค์ได้มีชีวิตความเป็นอยู่ทีดีขึ้น ดังจะเห็นได้จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่างๆกระจายอยู่ทั่วประเทศได้ก่อให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนทีอาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นๆ อย่างมากมาย ทุกโครงการที่เกิดขึ้นล้วนมาจากพระปรีชาสามารถและสายพระเนตรที่กว้างไกล

  • บริบูรณ์ wrote on 7 กันยายน, 2012, 13:35

    ตลอด ๖๐ ปีที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่พระองค์ทรงงานอย่างไม่เคยว่างเว้น และทรงประกอบพระราชกรณียกิจที่ถึงพร้อมทั้งความบริสุทธิ์บริบูรณ์ จึงเป็นช่วงเวลา ๖๐ ปีที่พสกนิกรชาวไทยอยู่ได้อย่างร่มเย็นเป็นสุขภายใต้ร่มพระบารมี พระราชกรณียกิจทั้งหลายที่พระองค์ทรงบำเพ็ญ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ที่พระองค์ทรงมีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

  • สยาม wrote on 7 กันยายน, 2012, 15:12

    ปกครองไพร่ฟ้า ด้วยความรัก ด้วยธรรมโดยแท้จริง
    ราชันผู้ยิ่งใหญ่ ก้องไปทั้งฟ้าดิน
    พระทรงครองในทศพิธราชธรรม พระชี้นำให้มีความรักและสามัคคี
    ….ขอพระองค์ทรงพระเจริญ..

  • เจียบ wrote on 10 กันยายน, 2012, 10:24

    พระองค์ทรงเป็นมหาราชของการปกครองแผ่นดินโดยธรรม

  • ชื่นกมล wrote on 10 กันยายน, 2012, 14:22

    พระองค์ทรงมีความห่วงใยประชาชนชาวไทยในทุกด้าน โดยเฉพาะในด้านสุขภาพอนามัย เพราะว่าเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไข พระองค์ทรงอยากเห็นคนไทยมีสุขภาพแข็งแรง

  • ยุพิน wrote on 9 ตุลาคม, 2012, 10:42

    จากความแห้งแล้งกลับกลายมาชุ่มชื้น จากผืนทรายกลับกลายเป็นดินดี ด้วยพระบารมีของทั้ง ๒ พระองค์

  • วันชัย wrote on 6 พฤศจิกายน, 2012, 11:27

    ในหลวง ทรงพระมหากษัตริย์ทรงมีความอดทนอดกลั้นไม่หวั่นไหวต่อความโลภ ความโกรธ และความหลง ทรงมีความอดทนต่อเวทนา ทรงอดทนต่อถ้อยคาที่มีผู้กล่าวชั่ว ทรงรักษาพระราชหฤทัย พระวรกาย และพระวาจาให้สงบเรียบร้อย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • มวลชน คนอีสาน wrote on 6 พฤศจิกายน, 2012, 11:31

     ใช้ครับ พระราชอำนาจอันชอบธรรมที่จะกระทำการในสภาวะวิกฤต หรือที่เรียกว่าพระราชอำนาจ “สำรอง” เป็นอำนาจอันเนื่องมาจากความชื่นชมในพระองค์ของพสกนิกร มิใช่ได้มาจากสิทธิ์ในการปกครองของพระราชาดังเช่นในอดีตก่อนปี พ.ศ. 2475

  • เจิมสุวรรณ wrote on 7 พฤศจิกายน, 2012, 11:58

    ประเทศไทยนั้นต่างจากประเทศอื่นๆ ตรงที่พระบรมราชานุภาพแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นแผ่ขยายขึ้นตามกาลเวลา การที่ประเทศไทยต่างจากประเทศอื่นๆ นี้อาจทำให้เหล่านักสังคมศาสตร์ไม่ค่อยชอบนักและอาจเป็นเหตุผลว่าเหตุใดพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของไทยจึงทรงถูกวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงหลังนี้ แตยังไงผมจะปกป้องสถาบันฯ ยิ่งชีพ

  • สง่า wrote on 8 พฤศจิกายน, 2012, 11:32

    กฎหมายฉบับนี้จะมีข้อดีหรือไม่ก็ตาม แต่ก็เป็นกฎหมายที่สะท้อนถึงความไม่พอใจของพสกนิกรชาวไทยที่จะได้ยินคำพูดที่ไม่เหมาะสมแม้เพียงเล็กน้อยต่อองค์พระเจ้าอยู่หัว ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นพระองค์ทรงไม่สามารถตอบโต้ได้ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพมิได้เป็นข้อห้ามต่อเสรีภาพในการแสดงออกซึ่งเสรีภาพในการแสดงออกก็เป็นสิ่งที่พระองค์ทรงต้องการเช่นกัน

  • มานพ wrote on 6 ธันวาคม, 2012, 11:37

    เสียงแซ่ซ้องสรรเสริญดังกึกก้องอย่างไม่ขาดสายไปทั่วทั้งบริเวณพระที่นั่งอนันตสมาคม แผ่ขยายอาณาเขตความจงรักภักดีไปสุดลูกหูลูกตา พสกนิกรชาวไทยเรือนแสนต่างพร้อมหน้ากันสวมเสื้อเหลือง ชูภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมฉายาลักษณ์ เท่าที่จะหากันมาได้ สะบัดธงเหลืองสลับกับธงชาติไทย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 85 พรรษา และทรงครองราชสมบัติอยู่เป็นหลักชัยให้แก่แผ่นดินไทยมาถึง 66 ปีแล้ว

  • วีระชน wrote on 6 ธันวาคม, 2012, 11:41

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำรัสตอบ
           
           “คำอวยพร และคำปฏิญาณ สัญญา ที่ทุกท่านได้กล่าวนั้น เป็นที่ประทับใจมาก ขอขอบใจท่านทั้งหลาย ตลอดจนประชาชนชาวไทยทุกคนที่พรั่งพร้อมกันมาด้วยความปรารถนาดี และไมตรีจิต
           
           ความปรารถนาดี และความพร้อมเพรียงกันของทุกท่าน อย่างที่ได้เห็นในวันนี้ ทำให้ข้าพเจ้าปลื้มใจ มีกำลังใจมากขึ้น ด้วยความเชื่อเสมอว่า ความเมตตา ปรารถนาดีของท่านต่อกันนี้ เป็นปัจจัยอย่างสำคัญที่จะทำให้ความพร้อมเพรียงจะเกิดขึ้น มีขึ้นทั้งในหมู่คณะ และในชาติบ้านเมือง
           
           แต่ถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมอันนี้อยู่ในจิตใจ ก็จะมีความหวังได้ว่า บ้านเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และธำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน
           
           ขออำนาจแห่งคุณพระรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จงคุ้มครองรักษาท่านและชาติไทย ให้มีแต่ความผาสุกร่มเย็น ยิ่งยืนไป”
           

  • ชาวครูใต้ wrote on 7 มกราคม, 2013, 11:10

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ แผ่ขยายอาณาเขตความจงรักภักดีไปสุดลูกหูลูกตา พสกนิกรชาวไทยเรือนแสนต่างพร้อมหน้ากันสวมเสื้อเหลือง ชูภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ พระบรมฉายาลักษณ์ เท่าที่จะหากันมาได้ สะบัดธงเหลืองสลับกับธงชาติไทย เพื่อแสดงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 

ผู้เขียน

เขียน 3931 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics