แก้ไขวิกฤตการณ์ของชาติด้วยพระบารมี “ในหลวง”

แบ่งปัน

68

วิกฤต์การณ์ ๑๔ ตุลาคม

 

14 ตุลา พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน              พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระราชอำนาจและพระบารมีในการแก้ไขเหตุการณ์วันที่ ๑๔ ตุลาคมพ.ศ.๒๕๑๖อันมีสาเหตุมาจากนักเรียน นิสิต นักศึกษาและประชาชนจำนวนมากทำการชุมนุมประท้วงรัฐบาลจอมพลถนอมกิตติขจรต่อเนื่องมาหลายวันจากกรณีรัฐบาลจับกุมผู้ต้องหาจำนวน ๑๓ คน ในข้อหากบฏ และเรียกร้องรัฐธรรมนูญหลังเที่ยงคืนของวันที่ ๑๓ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงได้มารวมกันอยู่ที่บริเวณถนนหน้าพระราชวังสวนจิตรลดารอย่างแน่นขนัด และเริ่มสลายตัวในตอนเช้าวันที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๑๖ขณะที่มีการสลายตัวของฝูงชนกลับเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นที่บริเวณถนนหน้าพระราชวังสวนจิตรลดา ช่วงถนนพระราม ๕ ใกล้กับถนนรชวิถีเพราะฝูงชนที่จะกลับเกิดการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบางรายที่หนีได้ก็ปีนป่ายกำแพงเข้าไปในสวนสัตว์ดุสิต ใช้ก้อนหินขว้างปาใส่ตำรวจ

ในหลวง 14 ตุลา                อีกส่วนหนึ่งก็กรูกันเข้าไปเพื่อหลบภัยอยู่ในพระราชวังสวนจิตรลดาโดยมีมหาดเล็กเป็นคนเปิดให้เข้าไปซึ่งผู้คนทั้งหลายมาทราบว่าในภายหลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณารับสั่งให้มหาดเล็กช่วยเหลือฝูงชนเหล่านั้นเข้ามาหลบภัยอยู่ในพระราชวังสวนจิตรลดาและพระราชทานความช่วยเหลือแก่กลุ่มคนเหล่านั้น กลุ่มผู้ชุมนุมประท้วงกลับไปรวมตัวกันในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ฝ่ายรัฐบาลมีการใช้กำลังเข้าปราบปรามมีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายหลายคน ในที่สุดเมื่อจอมพลถนอมกิตติขจรประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งให้นายสัญญาธรรมศักดิ์เป็นนายกรัฐมนตรีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำรัสทางวิทยุโทรทัศน์แก่ปวงชนชาวไทยทรงเรียกวันดังกล่าวว่าวันมหาวิปโยคเพราะเกิดการปะทะกันทำให้คนไทยด้วยกันต้องเสียชีวิตจำนวนมากและทรงขอให้ทุกฝ่ายตั้งสติยับยั้งระงับเหตุแห่งความรุนแรงและทรงขอให้ประชาชนสนับสนุนรัฐบาลใหม่เพื่อนำบ้านเมืองให้กลับสู่ภาวะปกติดังปรากฏในพระราชดำรัสว่า

ในหลวง 14 ตุลา 16             วันนี้เป็นวันมหาวิปโยคที่น่าเศร้าสลดอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทยตลอดระยะเวลา ๖ ๗วันที่ผ่านมาได้ทีการเรียกร้องและเจรจากันจนกระทั่งนักศึกษาและรัฐบาลทำข้อตกลงกันได้แต่แล้วมีการขว้างระเบิดขวดและยิงแก๊สน้ำตาขึ้นทำให้เกิดการปะทะกันและมีคนได้รับบาดเจ็บหลายคนความรุนแรงได้ทวีขึ้นทั้งพระนครถึงขั้นจลาจลและยังไม่สิ้นสุดมีคนไทยด้วยกันต้องเสียชีวิตนับร้อย ขอให้ทุกฝ่ายทุกคนจงระงับเหตุแห่งความรุนแรงด้วยการตั้งสติยับยั้งเพื่อให้ชาติบ้านเมืองคืนสู่สภาพปกติเร็วที่สุด

          อนึ่งเพื่อขจัดเหตุร้ายนั้นจอมพลถนอมกิตติขจรได้ขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อค่ำวันนี้ข้าพเจ้าจึงแต่งตั้งให้ นายสัญญาธรรมศักดิ์เป็นนายกรัฐมนตรีขอให้ทุกคนทุกฝ่ายร่วมกันสนับสนุนเพื่อให้คณะรัฐบาลใหม่สามารถบริหารงานแผ่นดินได้โดยมีประสิทธิภาพเต็มเปี่ยมและแก้ไขสถานการณ์ให้คืนสู่สภาพเรียบร้อยได้โดยเร็วยังความสงบสุขความเจริญรุ่งเรืองให้บังเกิดแก่ประเทศและประชาชนชาวไทยโดยทั่วกัน

วิกฤติการณ์พฤษภาทมิฬ

พฤษภาทมิฬ

             ในเดือนพฤษภาคมพ.ศ.๒๕๓๕ประชาชนผู้ชุมนุมประท้วงเรียกร้องรัฐบาลและต่อต้านพลเอกสุจินดาคราประยูรนายกรัฐมนตรีเหตุการณ์รุนแรงขึ้นมีการเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลถึงขั้นเสียเลือดเนื้อเกิดการปะทะกันระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายรัฐบาลกับประชาชนผู้ชุมนุมมีผู้ได้รับบาดเจ็บและถึงแก่ความตายหลายคนด้วยพระบารมีปกเกล้าฯพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายสัญญาธรรมศักดิ์ประธานองคมนตรีและพลเอกเปรมติณสูลานนท์องคมนตรีนำพลเอกสุจินดาคราประยูรนายกรัฐมนตรี และพลตรีจำลองศรีเมืองผู้นำการประท้วงรัฐบาลเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับกระแสพระราชดำรัสและขอให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาโดยเฉพาะเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญจนในที่สุดเหตุการณ์ต่างๆ ก็สงบลงด้วยพระบารมีที่ทรงเตือนสติผู้เกี่ยวข้อง ดังกระแสพระราชดำรัสตอนหนึ่งดังนี้

ในหลวง พฤษภาทมิฬ              ปัญหาวันนี้ไม่ใช่ปัญหาของการบัญญัติหรือแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่ปัญหาทุกวันนี้คือความปลอดภัยและขวัญของประชาชนซึ่งเดี๋ยวนี้ประชาชนทั่วไปทุกแห่งหนมีความหวาดระแวงว่าประเทศจะล่มจมโดยที่จะแก้ไขลำบากตามข่าวที่ได้รับทราบมาจากต่างประเทศเพราะเหตุว่าในขณะนี้ลูกชายทั้งลูกสาวก็อยู่ต่างประเทศทั้งสองก็ทราบดีแล้วก็ได้พยายามที่จะแจ้งกับคนที่อยู่ในประเทศเหล่านั้นว่าประเทศไทยนี้จะยังแก้ไขสถานการณ์ได้แต่ว่ารู้สึกว่าจะเป็นความคิดที่เป็นความคิดแบบหวังสูงไปหน่อยถ้าหากว่าเราไม่ทำสถานการณ์อย่าง๓วันที่ผ่านมานี้สิ้นสุดลงไปได้ฉะนั้นก็ขอให้ท่านโดยเฉพาะสองท่าน พลเอกสุจินดาและพลตรี จำลองช่วยกันคิดคือหันหน้าเข้าหากันไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคนเป็นประเทศของทุกคนต้องเข้าหากันไม่เผชิญหน้ากันแก้ปัญหาเพราะว่าอันตรายมีอยู่เวลาคนเราเกิดความบ้าเลือดปฏิบัติการรุนแรงต่อกันมันลืมตัวลงท้ายก็ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไรแล้วก็จะแก้ปัญหาอะไรเพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะแล้วก็ใครจะชนะไม่มีทางชนะอันตรายทั้งนั้นมีแต่แพ้คือต่างคนต่างแพ้ผู่ที่เผชิญหน้าก็แพ้แล้วที่แพ้ที่สุดคือประเทศชาติประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหาย ประเทศก็เสียหายทั้งหมดแล้วจะมีประโยชน์อะไรที่จะทนงตัวว่าชนะเวลาอยู่บนกองสิ่งปรักหักพัง

                 ฉะนั้นจึงขอให้สองท่านเข้ามาคือไม่เผชิญหน้าแต่ต้องหันหน้าเข้าหากันและสองท่านนี้เท่ากับเป็นผู้แทนของฝ่ายต่าง ๆ คือไม่ใช่สองฝ่ายคือฝ่ายต่าง ๆที่เผชิญหน้ากันให้ช่วยกันแก้ปัญหาปัจจุบันนี้คือความรุนแรงที่เกิดขึ้นแล้วก็เมื่อเยียวยาปัญหานี้ได้แล้วจะมาพูดกันปรึกษากันว่าจะทำอย่างไรสำหรับให้ประเทศไทยได้มีการสร้างพัฒนาขึ้นมาได้กลับมาคืนได้โดยดีอันนี้เป็นเหตุผลที่เรียกท่านทั้งสองมาและก็เชื่อว่าทั้งสองท่านก็เข้าใจว่าเป็นผู้ที่ได้สร้างประเทศจากสิ่งปรักหักพังแล้วก็จะได้ผลในส่วนตัวมากว่าได้ทำดีแก้ไขอย่างไรก็แล้วแต่จะปรึกษากันก็มีข้อสังเกตดังนี้

                หลังจากนั้น ด้วยพระบารมีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทำให้เหตุการณ์รุนแรงดังกล่าวกับคืนสู่สภาวะปกติอย่างรวดเร็ว

วิกฤตการณ์การเลือกตั้ง ๒ เมษายน ๒๕๔๙

 

                 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไม่ให้เกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญดังที่เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองขึ้นในต้น พ.ศ.๒๕๔๙ โดยมีการชุมนุมต่อต้านพันตำรวจโททักษิณชินวัตรนายกรัฐมนตรีได้ตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๔๙ฝ่ายที่ต่อต้านนายกรัฐมนตรีได้ขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโดยอ้างมาตรา๗ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งระบุว่า ในเมื่อไม่มีบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้บังคับแก่กรณีใดให้วินิจฉัยกรณีนั้นไปตามประเพณีการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทต่อตุลาการศาลปกครองสูงสุดซึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่เมื่อวันอังคารที่๒๕เมษายนพ.ศ.๒๕๔๙ว่า

 

               “…ขอยืนยันว่ามาตรา ๗ มิได้หมายถึงมอบให้พระมหากษัตริย์มีอำนาจที่จะทำอะไรตามใจชอบ มาตรา ๗ พูดถึง การปกครองแบบมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ได้บอกให้พระมหากษัตริย์ตัดสินใจทำทุกอย่างถ้าทำไปเขาจะว่าพระมหากษัตริย์ทำเกินหน้าที่ได้ซึ่งข้าพเจ้าไม่เคยทำเกินหน้าที่ถ้าทำเกินหน้าที่ไม่ใช่ประชาธิปไตยเข้าอ้างถึงครั้งก่อนนี้ว่ารัฐบาลอาจารย์สัญญาธรรมศักดิ์ตอนนั้นไม่ได้ทำเกินอำนาจพระมหากษัตริย์ตอนนั้นไม่มีสภาสภาไม่อยู่ประธานสภาไม่อยู่รองประธานสภาทำหน้าที่เขามีนายกรัฐมนตรีที่สนองพระบรมราชโองการได้ตามรัฐธรรมนูญในครั้งนั้นตอนนั้นไม่ใช่นายกฯ พระราชทาน ไม่ได้ผิดรัฐธรรมนูญนายกฯ พระราชทาน หมายถึง ตั้งนายกฯ โดยไม่มีกฎเกณฑ์…

 

               นอกจากนี้ ในวันเดียวกันพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระบรมราโชวาทต่อผู้พิพากษาประจำศาลสำนักงานศาลยุติธรรมซึ่งเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทเพื่อถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่ถึงการที่ไม่พระราชทานนายกรัฐมนตรีตามที่มีกลุ่มบุคคลขอพระราชทานเพราะจะไม่ทรงทำสิ่งที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญดังนี้

 

             “…ลองไปดูมาตรา ๗ เขาเขียนว่าไม่มีบทบัญญัติประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขไม่ได้บอกว่ามีพระมหากษัตริย์ที่จะมาสั่งการได้แล้วก็ขอยืนยันว่าไม่เคยสั่งการอะไรที่มีกฎเกณฑ์ของบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ทำถูกต้องตามรัฐธรรมนูญทุกอย่างที่เขาขอร้องให้มีนายกฯพระราชทานไม่เคยมีข้อนี้มีนายกฯ แบบที่มีการรับสนองพระบรมราชโองการถูกต้องทุกครั้งมีคนเขาอาจจะมาบอกว่าพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ ๙ ที่ทำตามใจชอบ ซึ่งไม่เคยทำอะไรตามใจชอบเลย ตั้งแต่เป็นพระมหากษัตริย์ มีรัฐธรรมนูญหลายฉบับแล้วก็ทำมาหลายสิบปีไม่เคยทำอะไรตามใจชอบถ้าทำตามใจชอบบ้านเมืองล่มจมมานานแล้วแต่ตอนนี้เขาขอให้ทำตามใจชอบแล้วถ้าทำตามใจชอบที่เขาขอเขาก็จะต้องด่าว่านินทาพระมหากษัตริย์ว่าทำอะไรตามใจชอบซึ่งไม่ใช่กลัวถ้าต้องทำก็ต้องทำ แต่มันไม่ต้องทำ

 

               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงวางพระองค์อย่างพอเหมาะพอดีเรื่องการใช้พระราชอำนาจในการแก้ไขปัญหาวิกฤตของชาติเป็นอย่างมากเพราะทรงตระหนักถึงบทบาทหน้าที่ของพระมหากษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญและทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยเสมอ ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานแก่ผู้พิพากษาประจำศาลสำนักงานศาลยุติธรรมอีกตอนหนึ่งว่า

 

              “ข้าพเจ้ามีความเดือดร้อนมากเอะอะอะไรก็ขอนายกฯพระราชทานซึ่งไม่ใช่การปกครองแบบประชาธิปไตยถ้าไปอ้างมาตรา ๗ ตามรัฐธรรมนูญเป็นการอ้างที่ผิด อ้างไม่ได้มาตรา ๗ มี๒ บรรทัดว่า อะไรที่ไม่มีระบุในรัฐธรรมนูญก็ให้ปฏิบัติตามประเพณีหรือตามที่เคยทำมา ไม่มีที่อยากจะได้นายกฯ พระราชทาน เป็นต้น การขอนายกฯพระราชทานไม่ใช่การปกครองระบอบประชาธิปไตยเป็นการปกครองแบบขอโทษนะ แบบมั่ว แบบไม่มีเหตุผล

 

               วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนสติผู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาของชาติโดยทรงเน้นว่าพระมหากษัตริย์ไม่มีอำนาจหน้าที่ และได้พระราชทานแนวคิดว่าสถาบันตุลาการควรร่วมปรึกษาหารือกันเพื่อแก้ไขปัญหาของชาติซึ่งเป็นผลให้ทุกฝ่ายต่างน้อมรับพระบรมราโชวาทมาปฏิบัติเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์ในชาติ

 

              พระราชทานแนวทางแก้ไขความขัดแย้งและวิกฤตการณ์ในชาติทั้งในกรณี๑๔ตุลา วันมหาวิปโยคกรณีพฤษภาทมิฬและกรณีวิกฤตการณ์เลือกตั้งเมษายน๔๙ดังกล่าวมาแล้วจะเห็นได้ว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงยุติวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นได้โดยฉับพลันระงับความเสียหายที่เกิดขึ้นและเตือนสติแก่ผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายให้ระลึกถึงความถูกต้องชอบธรรมนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นแก่พสกนิกรชาวไทย

เรียบเรียงจากบทความ “พระราชกรณียกิจด้านการพระราชทานความเป็นธรรมและการแก้ไขวิกฤตการณ์ของชาติ” ของพชร ยุติธรรมดำรง




ความเห็น

  • Gelu wrote on 3 สิงหาคม, 2009, 21:56

    คนไทยเราโชคดีมากที่มีพระมหากษัตริย์ที่มีเมตตา และอยู่ในทศพิธราชธรรม
    ขอพระองค์อยู่สถิตเป็นมิ่งขวัญของประชาชน ยิ่งยืนนาน

  • Jurerat Wongsan wrote on 15 เมษายน, 2010, 2:41

    Be conscious doctrine

  • กิมเนตร สิงหนาม wrote on 15 ตุลาคม, 2010, 12:42

    ได้เกิดมาใต้ร่มพยุคลบาท ก็เป็นบุญบารมีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้แล้ว ขอขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ศาสนาพุทธ และ
    พระมหากษัตริย์ อันเป็นมิ่งขวัญของชนชาวไทย ตายไปไม่เสียดายชาติเกิดแล้วค่ะ
    เพียงแค่็ทำตัวเป็นคนดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร และแผ่นดินไทย ใจเราเองก็เป็น
    สุข ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน มีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ ข้าพเจ้า กิมเนตร สิงหนาม

  • อากาศ wrote on 6 มกราคม, 2011, 13:12

    ไอ้คนที่ก่อให้เกิดวิกฤตกับบ้านเมือง เพื่อผลประโยชน์ของตนเองนั้น น่าที่จะสำนึกในผลขอการกระทำของตัวเองบ้าง เหตุการณ์เผาบ้านเผาเมือง ของคนเสื้อแดง เป็นตัวอย่างของคนชั่ว ไอ้คนพวกนี้มันทำลายชาติบ้านเมือง พอพวกมันพลาดก็วิ่งหาให้ในหลวงช่วยไอ้พวกหน้าด้าน พอหมดปัญหา ก็ไปจ้างฝรั่งหิวเงินให้มาทับถมบ้านเมืองอีก แม้สถาบันก็ไม่เว้น ไม่มีใครที่จะมาทำลายพระบารมีในหลวงได้ 

  • สานแสงธรรม wrote on 23 กุมภาพันธ์, 2011, 14:58

    ถ้านักการเมือง นักปกครอง ฝ่ายอธิปไตย ยึดมั่นและปฎิบัติตามที่ได้ถวายสัตย์ปฎิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง วิกฤติของชาติจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

  • ผมคนอีสาน เพื่อนผมก็อีสาน wrote on 28 พฤษภาคม, 2011, 11:26

    ขอพูดคำเดียวเลยครับ ผมรัก”ในหลวง”

  • ลุงหนู wrote on 13 มิถุนายน, 2012, 11:01

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่งที่จะใช้พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ไม่ให้เกินขอบเขตของรัฐธรรมนูญ

  • เจริญ wrote on 13 มิถุนายน, 2012, 11:03

    ทรงพระเจริญ พระวรกายแข็งแรงยิ่งยืนนาน…

  • ดวงกมล wrote on 16 กรกฎาคม, 2012, 9:19

    พ่อของแผ่นดิน ท่านทรงดูแลประชาชนทั่วทั้งประเทศให้อยู่อย่างสุขกายสบายใจ โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อย จึงขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจงปกปักรักษาพระวรกายของพระองค์ท่านให้ทรงมีพลานามัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ตลอดไป

  • ทหารกล้า ปกป้องสถาบัน wrote on 17 กรกฎาคม, 2012, 9:33

    พระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยทรงตรากตรำพระวรกาย เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วทุกหนแห่ง เพื่อจะได้ทอดพระเนตรสภาพความเป็นอยู่และปัญหาความเดือดร้อนของราษฎรด้วย พระองค์เอง และทรงหาทางแก้ไขความเดือดร้อนของราษฎรโดยไม่ย่อท้อ ด้วยทรงอาทรห่วงใยราษฎรของพระองค์ยิ่งนัก ขอทรงพระเจริญมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดกาลนาน

  • สายกลาง wrote on 17 กรกฎาคม, 2012, 11:04

    พระองค์ได้ทรงพระอุตสาหะ วิริยะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานั­ปการ เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่อาณา­ประชาราษฎร์ ทั่วทุกภูมิภาค มิได้ทรงว่างเว้น พระองค์ทรงทำให้ประเทศไทยเจริญก­้าวหน้าทั้งทางเศรษฐกิจสังคม การปกครอง ความสัมพันธ์กั ต่างประเทศ การเกษตรกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโ­นโลยี ตลอดจนศิลปวัฒนธรรม อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของชาติ

  • นักเรียนโรงเรียนวัดสามแยก ฉะเชิงเทรา wrote on 8 สิงหาคม, 2012, 10:21

    ทรงพระเจริญยิ่งยืนนานค่ะ พระองค์คือพ่อของแผ่นดินที่แท้จ­ริงไม่มีใครรักเราเท่ากับพ่อหลว­งอีกแล้วค่ะ ขอพระองค์ท่านทรงพระเจริญๆๆ. หนูรักพ่อหลวงยิ่งสิ่งอื่นใด ..

  • อุดมสมบูรณ์ wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:09

    ทำร้ายประเทศไทยยังพอทนไหว…….แต่พวกหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์……อย่าทนกับมันเลย
    ขอร่วมต่อต้านขบวนการหมิ่นสถาบันให้หมดไปจากประเทศไทย
    ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
    เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป

  • ลำปาง wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:48

    การส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสอดส่องป้องกันภัย และความเสียหายที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษํตริย์ เช่น ขจัดข่าวร้าย สลายข่าวลือ ที่ทำลายความศรัทธาและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

  • ชาวสวนยาง wrote on 4 กันยายน, 2012, 13:17

    แกล่งดิน เป็นแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เกี่ยวกับการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว หรือดินเป็นกรด โดยมีการขังน้ำไว้ในพื้นที่จนกระทั่งเกิดปฏิกิริยาเคมีทำให้ดินเปรี้ยวจัดจนถึงที่สุด แล้วจึงระบายน้ำออกและปรับสภาพด้วยปูนขาว จนกระทั้งดินมีสภาพดีพอที่จะใช้ในการเพาะปลูกได้

  • การปดครอง wrote on 4 กันยายน, 2012, 14:54

    สิ่งที่พระองค์ท่านให้พวกเราชาวไทยนั้น มากล้นเกินกว่าจะบรรยาย เราคนไทยต้องช่วยกันปกป้องสถาบันอันยิ่งใหญ่แห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ให้ยืนยาวตลอดไป

  • มูลนิธิโครงการหลวง wrote on 5 กันยายน, 2012, 11:21

    กว่า 30 ปีแล้ว ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงริเริ่มแนวทางการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่สูง ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญของประเทศ และเป็นที่อยู่อาศัยของชาวไทยภูเขา
    ด้วยพระวิสัยทัศน์อันกว้างไกล จึงก่อให้เกิด “มูลนิธิโครงการหลวง” ตามแนวพระราชประสงค์ เพื่อลดปัญหาการปลูกฝิ่น และการตัดไม้ทำลายป่า อนุรักษ์พื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร และช่วยชาวเขาที่มีฐานะยากจนให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เพื่อรักษาระบบนิเวศน์ให้ยั่งยืน
    การดำเนินงานของโครงการหลวง จากอดีตถึงปัจจุบัน ได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ ที่เคยถูกบุกรุกทำลายจากการปลูกฝิ่น ให้กลายเป็นผืนดินที่ได้รับการปกป้อง เป็นป่าอนุรักษ์ และแหล่งผลิตพืชเศรษฐกิจอันอุดมสมบูรณ์ ที่ให้ผลผลิตงดงาม ผู้คนมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น มีที่ดินทำกินอย่างถาวร โดยไม่ต้องอพยพ เร่รอนอีกต่อไป
    ผลงานของมูลนิธิโครงการหลวงเป็นที่แพร่หลายและยอมรับ ถึคงความสำเร็จในการกำจัดสารเสพติดโดยสันติวิธี ได้รับรางวัลแมกไซไซ สาขา การส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศ ประจำปี 2531
    ปัจจุบันโครงการหลวงมีการค้นคว้าวิจัยทางการเกษตรในที่สูง ซึ่งเป็นเกษตรสาขาใหม่ที่ช่วยพัฒนาให้สามารถปลุกพืชเมืองหนาวที่มีราคาแพงในเมืองไทยได้ นับเป็นการพัฒนาการเกษตรและช่วยเศรษฐกิจของประเทศอีกทางหนึ่งด้วย
    มูลนิธิโครงการหลวง จึงมิได้ช่วยเหลือเฉพาะคนบนดอยสูงเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อคนทั้งประเทศและทั้งโลก

  • สำราญ wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:00

    ขอพ่อหลวงได้ทรงมีพระชนมายุยั่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ ปราศจากภยันตรายใดๆ มีพระพลานามัยแข็งแรงสมบูรณ์ ดำรงอยู่เป็นหลักรวมใจของพสกนิกรชาวไทยตลอดไป

  • ประชาชน wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:46

    พระองค์ ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

  • สุทธิศักดิ์ wrote on 6 กันยายน, 2012, 11:53

    กระผมเป็นคนหนึ่งที่เกิดเป็นคนไทย กระผมภูมิใจมากและคิดว่าทุกคนก็คิดเช่นนี้

    กระผมคิดว่าปัจุบันเมืองไทยขาดอะไรบางอย่างคือ ความสามัคคี และรอยยิ้มให้กัน
    ดังนั้น ทุกคนควรหันหน้าเข้าหากัน และ ทำความรู้จักกัน แม้เราไม่เคยรู้จักกัน แต่เราเป็นคนไทย
    เพื่อเรา และ ไทย จะได้ มีแต่รอยยิ้ม และ เกิดความสามัคคี

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

    ข้าพระพุทธเจ้า นศท.สุทธิศักดิ์ สุพัฒนุกูล
    นักศึกษาชั้นปีที่ 2 นฝ.นศท.จทบ.สฏ

    วิทยาลัยเทคนิกสุราษฏร์ธานี

  • อริยา wrote on 6 กันยายน, 2012, 12:49

    อยากให้เหงื่อ พ่อแห้ง พักตร์แดงเรื่อ
    องค์หน่อเนื้อ สละสุข ทุกข์ยังฝืน
    หกสิบปี ที่ทรงงาน ทุกวันคืน
    พ่อนั้นตื่น ทุกเวลา จนชาชิน
    ลูกทั้งหลาย ได้พักผ่อน ตอนหกสิบ
    องค์พ่อทิพย์ แปดสิบศก ยังผกผลิน
    ทำเพื่อลูก เพื่อชาติ เพื่อแผ่นดิน
    ทั่วโลกยิน ล้วนยกย่อง พ่อผองไทย
    ข้าพเจ้า นศท.กมลนาถ จันทร์ดี
    ชั้นที่ 3 รร.เลิงนกทา

  • ผู้เฒ่า wrote on 7 กันยายน, 2012, 9:57

    – กษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่
    – พระผู้เป็นบิดาแห่งฝนหลวง
    – พระผู้เป็นกษัตริย์นักประดิษฐ์
    – พระห่วงราษฎรเหมือนพ่อห่วงลูก
    – พระผู้มีแต่ให้

  • บ้านเมือง wrote on 7 กันยายน, 2012, 11:26

    พระองค์ทรงสร้างความสมัครสมานสามัคคีใหัเกิดแก่ประชาชนในชาติ ดังกระแสพระราชดำรัสให้สติ ให้เหตุผล เมื่อ 20 พ.ค. 35 ว่า “สู้กันไปก็มีแต่แพ้ทั้งสองฝ่าย จะมีประโยชน์อะไรกับชัยชนะบนกองซากปรักหักพังของบ้านเมือง”

  • ดวงใจ wrote on 7 กันยายน, 2012, 12:27

    เราจะครองแผ่นดินถิ่นโดยธรรม
    จะน้อมนำธรรมดีศรีสยาม
    จะปกครองไพร่ฟ้าประชาคาม
    สุขทุกข์ยามใดๆไม่หวั่นใจ
    ประชาชนไม่ทิ้งเราเฝ้าเอาจิต
    อาทรพิศสนิทรักใช่ผลักไส
    เรานั้นหรือใช่เคยคิดทิ้งดวงใจ
    เพราะหทัยรักราษฎร์มิอาจจร

  • เสียสละ wrote on 7 กันยายน, 2012, 13:33

    เพราะคนไทยบางคนเชื่อคนง่าย หูเบา ไม่มีมีความหนักแน่น หลงเชื่อคนผิด ทำไมต้องดึงสถาบันมาเกี่ยวข้อง พระองค์ไม่เกี่ยวอะไรเลย พระองค์ท่านเสียสละ ทรงให้ประชาชนอยู่ดีกินดี ช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่า ลำบากแค่ไหนท่านก็เสด็จไป ไม่ย่อท้อ พระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข พระเสโทหลั่งไหลอาบแก้มเป็นเม็ดเต็มพระพัำกตร์ พวกเราเลิกเอาสถาบันมายุ่งเกี่ยวและหันมารักกันดีกว่า

  • หัตถกรรม wrote on 7 กันยายน, 2012, 13:37

    พระองค์ทรงสนพระราชหฤทัยในกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนไม่น้อยไปกว่านิสิต นักศึกษา ไม่ว่าจะมีงานใดที่เกียวกับนักเรียน มิเคยทรงขัดข้องที่จะเสด็จพระราชดำเนินตามที่กระทรวงศึกษาธิการ หรือสถาบันต่างๆ กราบบังคมทูลอัญเชิญเสด็จ นอกจากนี้แล้วงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน งานวันลูกเสือแห่งชาติ และงานกรีฑาซึ่งเป็นงานประจำปีของนักเรียนในอดีตที่ผ่านมา จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงานทุกครั้ง โดยเฉพาะงานแสดงศิลปหัตถกรรมนักเรียน หล้ังจากทางเปิดงานแล้วจะเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรการแสดงต่างๆของนักเรียน ด้วยความสนพระราชหฤทัยเป็นอย่างยิ่งจนทั่วบริเวณงาน

  • ถิ่นเมืองไทย wrote on 7 กันยายน, 2012, 15:16

    องค์ในหลวง ของไทย เรารักยิ่ง ช่วยทุกสิ่ง ให้ประชา ที่อาศัย อยู่บนผืน แผ่นดิน ถิ่นเมืองไทย
    ให้ปลอดภัย ได้คลายทุกข์ เป็นสุขกัน มาพวกเรา มาพร้อมกัน ร่วมส่งจิต ช่วยกันคิด สร้างความดี เพื่อองค์ท่าน เหนืออีสาน กลางใต้ รวมใจกัน เทิดทูนท่าน ให้พระองค์ ทรงพระเจริญ

  • เชิงชัย wrote on 4 ตุลาคม, 2012, 10:16

    พระองค์คือพ่อ ของปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ที่คอยชี้นำแนวทางต่างๆให้ประชาชนประพฤติปฏิบัติ ซึ่งล้วนแต่เป็นแนวทาง คำสอนที่ดี ซึ่งปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดผลในทางที่ดีทั้งหมด อย่างหาที่เปรียบไม่ได้

  • คุณากร wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 12:06

    ขอขอบคุณที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ผืนแผ่นดินไทย ภายใต้ศาสนาพุทธ และ
    พระมหากษัตริย์ อันเป็นมิ่งขวัญของชนชาวไทย ตายไปไม่เสียดายชาติเกิดแล้วค่ะ
    เพียงแค่็ทำตัวเป็นคนดี ไม่ทำความเดือดร้อนให้ใคร และแผ่นดินไทย ใจเราเองก็เป็น
    สุข ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • วีระชน wrote on 6 พฤศจิกายน, 2012, 11:22

    ทรงขจัดปัญหาด้วยการพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรงสร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

  • นักพัฒนา wrote on 7 พฤศจิกายน, 2012, 12:01

     วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงเตือนสติผู้ที่เกี่ยวข้องกับทุกฝ่ายให้ช่วยกันแก้ไขปัญหาของชาติ 

  • นางทองคำ wrote on 4 ธันวาคม, 2012, 11:21

    ในหลวงของเรา  เป็นราชาของพระราชาทั้งปวง  คงไม่มีพระราชาองค์ใดในโลกนี้   ที่มีพระบารมียิ่งใหญ่ไปกว่าในหลวง  เพราะพระองค์ท่านทรงบำเพ็ญธรรมทศพิธราชธรรมในการปกครองดูและพสกนิกรชาวไทยเป็นต้นมา  ตั้งแต่ที่ทรงได้ทรงราชย์  ดังปฐมพระบรมราชโองการที่ว่า  “  เราจะปกครองแผ่นดินโดยธรรม  เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”  ไม่มีวันใดที่พระองค์ท่าน  ไม่เคยทรงงาน  ทุกครั้งที่พสกนิกรชาวไทยหรือชนชาติอื่น  ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ  มีอุทกภัย  วาตภัย  อัคคีภัย  หรือธรณีพิบัติ  อื่น ๆ  เป็นต้น  พสกนิกรชาวไทยต่างได้รับพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน  ถึงแม้พระองค์ท่านจะประทับอยู่ในพระราชวัง  แต่คงไม่มีพระราชวังของพระมหากษัตริย์ใดในโลกนี้  ที่จะเหมือนกับพระราชวัง  “สวนจิตรลดา”  เป็นพระราชวังแห่งเดียวที่พระองค์ท่าน  ทรงใช้เน้นมากกว่าที่ประทับ  มีพระราชวังแห่งใดในโลกนี้  ที่มีโรงบดแกลบ  สำหรับไว้ทำถ่านเชื้อเพลิง  สถานีวัดน้ำฝนเพื่อการทำฝนเทียม (ฝนหลวง)  มีการเลี้ยงโคเพื่อผลิตเป็นนมพงและนมอัดเม็ด  โรงเพาะเนื้อเยื่อเพื่อพัฒนาปรับปรุงสายพันธ์ของพืช  เพื่อนำไปแจกจ่ายพสกนิกรชาวไทย  โรงงานทดลองไบโอดีเซล  และมีแปลงนาเพื่อทดลองปลูก  พัฒนาพันธ์ข้าวาให้พสกนิกรชาวไทย  เป็นต้น  ทุกเสี้ยวนาที  พระองค์ท่านทรงนึกถึงแต่พสกนิกร  วังสวนจิตรลดา  มีเนื้อที่เพื่อการทดลองมากว่าที่จะเป็นที่ประทับของพระราชา  ราพสกนิกรชาวไทยควรสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

ผู้เขียน

เขียน 35995 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics