สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่เหนือการเมืองและการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

แบ่งปัน

69

สถาบันพระมหากษัตริย์

 

สถาบันพระมหากษัตริย์ อยู่เหนือการเมืองและการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย และชอบที่จะให้มีการเมืองที่มีเสถียรภาพ มีนิติรัฐและความผาสุก ถ้าการเมืองมีความมั่นคงแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะมีเสถียรภาพไปด้วย ถ้าการเมืองไม่มั่นคงหรือมีความปั่นป่วนในสังคม สถาบันพระมหากษัตริย์จะไม่มั่นคงตามไปด้วย

 

สถาบันพระมหากษัตริย์จะรู้สึกไม่เป็นปกติทุกครั้งที่ประเทศไทยไร้เสถียรภาพซึ่งเป็นขอเท็จจริงที่สำคัญ สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่อาจเข้ากับฝ่ายใดได้เนื่องจากจะเสียความเป็นกลาง สถาบันพระมหากษัตริย์ได้รับการรบกวนจากการที่มีการขอนายกรัฐมนตรีพระราชทานในปี พ.ศ.๒๕๔๗ เนื่องจากไม่มีบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ และขณะนี้สถาบันฯ ก็ได้รับการรบกวนอีกครั้งจากทุกฝ่ายในความขัดแย้งครั้งนี้เนื่องจากทุกฝ่ายไม่ได้ใช้ปัญญาหรือแสดงความเสียสละเพื่อประเทศชาติเพื่อให้ประเทศชาติสามารถก้าวต่อไปบนทิศทางที่ควร

 

สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญและแม้ว่าจะมีหนังสือบางเล่มพยามยามให้เราเข้าใจเป็นอย่างอื่น แต่ความจริงแล้วประชาธิปไตยที่อ่อนแอและนิติรัฐที่อ่อนแอจะส่งผลร้ายต่อความเข้มแข็งของสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เท่าเทียมกัน กล่าวโดยสรุปแล้ว ถ้ามีดุลยภาพในระบบของไทยและประชาชนชาวไทยมีความสุขและปรองดองกัน สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะมีเสถียรภาพตามไปด้วย สถาบันพระมหากษัตริย์สามารถจะอยู่ร่วมกับประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในสภาพแวดล้อมของไทยได้

 

สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่ได้ต้องการการเมืองที่ไม่มีความมั่นคงเพื่อที่จะได้เลือกข้างกองทัพเพื่อให้มาปกป้อง“ผลประโยชน์และอภิสิทธิ” อย่างที่นิตยสารดิอีโคนอมิสต์ได้กล่าวอ้างอย่างผิดๆ การเมืองที่ไม่มีเสถียรจะส่งผลต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยเช่นกัน  ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็ต้องการความมีเสถียรทางการเมืองในประเทศรอบข้าง เช่น ลาว กัมพูชา มาเลเซีย หรือพม่า ประเทศไทยจะไม่มีเสถียรภาพถ้าเพื่อนบ้านไร้เสถียรภาพทางการเมืองหรือมีเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ถ้าเพื่อนบ้านของไทยมีเสถียรภาพและความรุ่งเรือง ไทยก็จะได้รับประโยชน์จากเสถียรภาพและความรุ่งเรืองนั้นไปด้วย

 

สหรัฐอเมริกาก็ต้องการให้เม็กซิโกมีสุขภาพและเสถียรภาพที่ดี และไม่ต้องการเห็นวิกฤติเปโซครั้งต่อไป

ความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันพระมหากษัตริย์และสถาบันอื่นในประเทศไทยควรจะได้รับการพิจารณาจากมุมมองนี้ ถ้ามีดุลยภาพในสังคมไทยและสถาบันต่างๆ มีความเข้มแข็งภายใต้หลักนิติรัฐแล้ว สถาบันพระมหากษัตริย์ก็จะมีเสถียรภาพตามไปด้วย

บทบาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นทรงดำรงความเป็นกลาง โดยทรงปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมประเพณีและรัฐธรรมนูญ ทรงตักเตือนหลายครั้งให้ชาวไทยสามัคคีกันและใช้ปัญญาในการป้องกันไม่ให้ประเทศล่มจม และทรงใช้คำว่า “ล่มจม” หลายครั้ง

 

นายอภิสิทธิ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เรียกร้องให้อดีตนายกรัฐมนตรีสมัคร สุนทรเวชให้ยุบสภาเพื่อยุติปัญหาการเมือง โดยมีนัยยะว่าถ้านักการเมืองไม่สามารถแก้ปัญหาวิกฤติการเมืองได้ก็ควรจะคืนอำนาจสู่พระมหากษัตริย์

หลังจากการเลือกตั้งแล้ว พระมหากษัตริย์ก็จะทรงพระราชทานอำนาจคืนสู่ปวงชนชาวไทยผ่านรัฐสภา ในลักษณะนี้ก็จะมีการคงอยู่ของอำนาจการเมืองไทยตลอดเวลา โดยมีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่คงอยู่ตลอดเวลา

 

เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๗ ทรงสูญเสียพระราชอำนาจสมบูรณาญาสิทธิราชในปี พ.ศ.๒๔๗๕ นั้น ไม่ทรงพระราชทานอำนาจให้แก่บุคคลใด แต่ทรงพระราชทานพระราชอำนาจนั้นให้ปวงชนชาวไทยอย่างเต็มเปี่ยม

 

เมื่อใดก็ตามที่ชาวไทยไม่สามารถตกลงวิกฤติการเมืองกันได้ ก็จะถวายอำนาจคืนให้พระมหากษัตริย์ เพื่อที่จะได้เดินหน้าต่อไปอีกครั้งหนึ่งโดยได้รับการสนับสนุนจากพระมหากษัตริย์ นี่คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขในประเทศไทย โดยมีพระมหากษัตริย์เป็นผู้โอบอุ้ม

 

เมื่อเร็วๆ นี้ นิตยสารฟอร์บส์ ได้ตีพิมพ์ผลสำรวจว่ากษัตริย์ไทยเป็นกษัตริย์ที่ร่ำรวยที่สุดในโลกด้วย ทรัพย์สินมูลค่า ๓๕ พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน

 

นิตยสารดังกล่าวไม่ทราบว่าทรัพย์สินของสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่

๑. ทรัพย์สินส่วนพระองค์ การดูแลรักษา เป็นไปตามพระราชอัธยาศัย

๒. ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ดูแลรักษาตามที่กำหนดไว้ในกฎหมาย

๓. ทรัพย์สินส่วนสาธารณะสมบัติแผ่นดิน เช่นพระราชวังต่างๆ

 

ดังนั้นการสำรวจทรัพย์สินจึงควรต้องพิจารณา เฉพาะทรัพย์สินส่วนพระองค์ เช่นเดียวกับที่เราคงไม่อาจนับรวมทำเนียบขาวเข้าไปในบรรดาทรัพย์สินของประธานาธิบดีบุชได้ แต่ความร่ำรวยมากน้อยเพียงใด ก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ผิดประการใดถ้าความร่ำรวยนั้นไม่ได้มาโดยมิชอบ สำหรับที่ดินในกรุงเทพฯ จำนวนมากที่สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ถือครองอยู่นั้นมีเพียงร้อยละ ๗ เท่านั้น ที่ได้จัดประโยชน์เชิงพาณิชย์ ส่วนที่เหลือให้เช่าแก่บุคคลรายได้น้อย องค์กรการกุศลและองค์กรต่างๆ ของรัฐ ในอัตราที่ต่ำกว่าราคาตลาดทั่วไป

 

อันที่จริงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ทำรัฐประหารในปี พ.ศ.๒๕๔๙ และพระองค์มิได้ทรงพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้มีการทำรัฐประหารล้มรัฐบาลพลเอกชาติชายในปี พ.ศ.๒๕๓๔ แต่เนื่องจากการทำรัฐประหารเมื่อทำไปแล้วไม่สามารถย้อนกลับหรือยกเลิกได้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงต้องลงพระปรมาภิไธยเพื่อให้ประเทศเดินหน้าต่อไปได้ มิเช่นนั้นก็จะเกิดสุญญากาศในการบริหารกิจการบ้านเมือง (การที่ไม่มีรัฐบาลจะทำให้ประเทศอยู่ในสภาวะสูญญากาศทางการเมืองและเกิดความสับสนวุ่นวาย)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกและและทรงเป็นพุทธมามกะที่ยิ่งใหญ่ การที่ทรงเป็นพุทธมามกะ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงไม่มีความเห็นแก่พระองค์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้มีแต่ให้ พระองค์มิทรงเคยเอาผลประโยชน์จากประชาชนชาวไทย

เงินหรือการบริจาคจากสาธารณชนที่ถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะถูกส่งต่อไปยังองค์กรการกุศลอื่นๆ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชจริยวัตรเรียบง่ายและเสวยพระกระยาหารธรรมดา พระองค์จะทรงฉลองพระองค์อย่างกษัตริย์หรือทรงใช้รถพระที่นั่งลีมูซีนต่อเมื่อพระองค์เสด็จพระราชดำเนินในงานพระราชพิธีอย่างเป็นทางการ

นั่นคือถ้าเป็นพระราชกรณียกิจที่เป็นทางการพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงทำอย่างเป็นทางการ แต่หากเป็นพระราชกรณียกิจที่ไม่เป็นทางการ พระองค์จะทรงทำอย่างเรียบง่าย

 

ตลอดช่วงระยะเวลาแห่งการครองราชย์  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทย คำว่าธำรงไว้ซึ่งความเป็นชาติไทยนี้เป็นสิ่งซึ่งอยู่ในพระราชหฤทัยเป็นลำดับแรกเสมอมา

บางครั้งคนไทยก็เรียกพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวว่า พ่อหลวง คำนี้สามารถสืบย้อนไปได้ถึงสมัยสุโขทัย พ่อขุนรามคำแหงทรงเป็นกษัตริย์ในสมัยสุโขทัย แต่พระองค์ทรงปกครองประชาชนเฉกเช่นพ่อปกครองลูก

 

 

“ประชาชนชาวไทยรู้อยู่ลึกๆ ในใจว่า

พ่อหลวงจะไม่ทรงคิดร้ายแก่ประเทศไทย

พ่อหลวงไม่ทรงเห็นแก่พระองค์”

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงส่งเสริมให้ชาวชนบทไทยดำเนินชีวิตโดยใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียงให้สอดคล้องกับที่ดินและสิ่งแวดล้อมของตนเอง เมื่อพวกเขาสามารถดำรงชีพได้อย่างพอเพียงบนผืนดินและสิ่งแวดล้อมของเขาเองแล้วพวกเขาก็จะสามารถมีเงินออมเพื่อใช้ในอนาคตโดยการขายส่วนที่เหลือกินเหลือใช้

ในความเป็นจริง ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ร่ำรวยทรัพยากรมากที่สุดในโลก เรามีสภาพภูมิอากาศที่ดีมาก มีภัยพิบัติทางธรรมชาติน้อยมาก ข้าวไทยเป็นข้าวที่ดีที่สุดในโลก ผลไม้ไทยก็เป็นผลไม้ที่ดีที่สุดในโลก ผืนดินก็อุดมสมบูรณ์และต้นไม้ก็สามารถเติบโตได้เองโดยธรรมชาติ ที่นี่คือสุวรรณภูมิ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งทองคำคุ้มครองโดยพระสยามเทวาธิราช

แต่ระบบและค่านิยมแบบสมัยนิยมผลักดันให้ชาวชนบทไทยออกห่างจากชุมชนของพวกเขาอันเป็นการทำลายโครงสร้างทางสังคมของพวกเขาลง พวกเขาจะถูกเอาเปรียบจากคนรวยในพื้นที่และสังคมชนบทก็ยิ่งถูกทำให้อ่อนแอลง ความไม่เท่าเทียมทางสังคมและความไม่ยุติธรรมพบเห็นได้ในประเทศไทยมานานก่อนที่จะเกิดปรากฏการณ์เสื้อแดงเสียอีก

การเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มเสื้อเหลืองและกลุ่มเสื้อแดงก็เป็นผลจากช่องว่างของความคิดหรือองค์ความรู้เกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองและคุณค่าของสังคมไทย ในขณะนี้เราก็ยังคงมีความต้องการประชาธิปไตยแม้ว่าเราจะไม่รู้ว่ามันคืออะไรหรือการทำให้เกิดประชาธิปไตยจริงๆ ได้อย่างไร และไม่ว่ารัฐธรรมนูญของเราจะมีความสมบูรณ์ครบถ้วนเพียงใด เรายังคงจะมีนักการเมืองจำนวนไม่น้อยที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว และมีภาพลักษณ์ที่ไม่เหมาะสมอยู่ในรัฐสภา

เมื่อใดก็ตามที่เรามีการเลือกตั้งเรามักจะพูดว่ามันเป็นสิ่งดี ที่ในที่สุดเสียงของประชาชนก็ได้รับความสนใจเพราะพวกเราไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ในความเป็นจริงการเมืองไทยเต็มไปด้วยความทุจริต ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนหรือปฏิรูปการเมืองหรือแม้กระทั่งมีรัฐประหาร นักการเมืองหน้าเดิมๆก็กลับมาหลอกหลอนพวกเราอีก ประชาธิปไตยของไทยช่างน่าสิ้นหวังจริงๆ

 

ในความเป็นจริงหากคนไทยส่วนใหญ่เชื่อว่าเรามีความสุขกับการมีสถาบันพระมหากษัตริย์และวัฒนธรรมอันมากมายที่ไม่มีในชาติอื่น เราก็จะยังคงมีสถาบันพระมหากษัตริย์ไปตราบเท่าที่เราต้องการ ประชากรไทยเท่านั้นที่จะตัดสินใจ ไม่ใช่นักวิชาการจอมปลอม สื่อต่างชาติ นักสิทธิมนุษยชน องค์กรเอกชน หรือแม้แต่ผู้นิยมลัทธิมากซ์

 

หมายเหตุ บทความนี้เป็นบางส่วนของบทความ “เผด็จการเสียงข้างน้อย กับเผด็จการเสียงข้างมาก” (TheTyranny of the Minority vs the Tyranny of the Majority) ของทนง ขันทอง จาก http://blog.nationmultimedia.com/thanong/2008/10/08/entry-2 เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ ๘ ตุลาคม ๒๕๕๑

 

 




ความเห็น

  • พณาอักษร wrote on 28 มีนาคม, 2009, 4:47

    ผมชอบบทความนี้ครับ ..
    ดูมีความหนักแน่นของเนื้อหา แสดงผลกระทบต่อเนื่องทางการเมืองแบบได้น้ำได้เนื้อ
    มีประโยชน์ มีประโยชน์

  • ม.พัน.๒ ฯ wrote on 18 พฤศจิกายน, 2010, 10:00

    การปฏิบัติของพระองค์ท่านก็เป็นสิ่งยืนยันอยู่แล้วว่าพระองไม่ทรงยุ่งเกี่ยวกับการเมือง

  • ชำนาญ wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 15:55

    เป็นเรื่องน่าขันที่มีคนบางจำพวก พยายามจะทำลายความผูกพันระหว่างคนไทยกับในหลวงเเละพระราชินี ก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้มีอะไรอยู่ในใจ จึงพยายามใส่ร้ายพระองค์ท่าน

  • เป๊ปซี่ wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 15:56

    มันเป็นบททดสอบคนไทยว่าในอนาคต อยากจะให้บ้านเมืองไปในทิศทางใด

  • เฮีย ตือ wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 15:57

    ในหลวงภูมิพลเท่านั้น ที่จะเป็นผู้นำเเห่งจิตรวิญญาณของคนไทย

  • เเสงดาว wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 15:59

    คนที่อยู่เหนือรัฐธรรมนูญ ก็มีอยู่เเค่นักเลือกตั้งเท่านั้น คนพวกนี้ไม่เป็นกลาง มักมีอคติกับผู้ที่ไม่ยอมให้ผลประโยชน์เเละผู้ที่รู้ทันเท่านั้น พวกนักการเมือง

  • สลุต wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 16:01

    ไอ้พวกอวดดี คิดว่าเเน่ที่ชอบวิพากษ์วิจารณ์สถาบันใช้วาทะกรรมชี้นำคนอื่นๆ ในขณะที่ตนเองก็ยังมืดตาบอดอยู่เลย อ่านฟ้าเดียวกัน ก็อย่าลืมล้างตาซะบ้าง

  • จิ๋ว อยู่เย็น wrote on 28 ธันวาคม, 2010, 16:02

    การนำเสอนข้อมูลของนิตยสารฟอรัม มีเบื้องหลังเเน่นอน การนั่งเทียนเขียนข่าว เเบบนี้ สงสัยว่าไม่ต่างไปจากสิ่งพิมพ์ของพวกเเดงที่ทำขึ้นเฉพาะกิจ เพื่อรับใช้กลุ่มผลประโยชน์ทางการเมือง

  • สุรเกียรติ wrote on 22 กุมภาพันธ์, 2011, 11:29

    การเมืองของประเทศไทย เป็นเรื่องของผลประโยชน์เเละอำนาจ  นักการเมืองไทยมีใครบ้างที่เป็นผู้เสียสละ เพื่อบ้านเมือง เเล้วทำไม เราต้องสนับสนุนการเมืองเเบบนี้ด้วย คนไทยถูกลากจูงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในฐานะเครื่องมือ เพื่อใช้เป็นหลักประกันให้นักการเมืองเข้ามามีอำนาจเท่านั้น

  • วีระ wrote on 16 กรกฎาคม, 2012, 9:23

    สายพระเนตรยาวไกลเพื่อราษฎร์ ธ เป็นปราชญ์ทุกบทเรืองเดช ไทยมีสุขพ้นทุกข์ทุกเรือนชาน จักขออภิบาลองค์ราชันย์ถวายชีวี

  • ชมรมรักบ้านเกิด wrote on 8 สิงหาคม, 2012, 10:26

    ภูมิใจที่เกิดเป็นคนไทย ภูมิใจที่มีพ่อหลวงที่ชื่อ “ภูมิพล” จริงๆอย่างที่คุณkitrnonte บอกท่านเหมือนพระพุทธเจ้า ของคนไทย ท่านเป็นมากกว่ากษัตริย์ท่านไปท­ุกที่ที่จะไปได้ ท่านช่วยเหลือคนไทยเท่าที่จะช่ว­ยได้เมื่อมีภัยพิบัติ ท่านเช่วยปัดเป่ามาหลายครั้ง ท่านเป็นผู้ประเสริฐที่คอยคุ้มค­รองชาวไทย ซึ่งใครที่ได้ปฎิบัติธรรมจะรู้ไ­ด้เป็นอย่างดี ทรงพระเจริญ ขออยู่ใต้พระยุคลบาททุกชาติไป

  • ปลุกปั่น wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:10

    พวกนักการเมือง และพวกบางจำพวกที่คิดแก้มาตรา 112 พ่อ-แม่สั่งสอนมารึเปล่า?
    ไม่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ แล้วยังมาเนรคุณอีก

  • ต่อศักดิ์เทศกาล wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:45

    พระบารมี มากล้น เหลือคณา ปกเกล้าชาวประชา ให้สุขสันต์ ขอพระองค์ ทรงพระเจริญ เป็นมิ่งขวัญอันยิ่งใหญ่ของ ไทยทั้งมวล

  • ไทยนี้รักสงบ wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:02

    ทำร้ายประเทศไทยยังพอทนไหว…….แต่พวกหมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์……อย่าทนกับมันเลย
    ขอร่วมต่อต้านขบวนการหมิ่นสถาบันให้หมดไปจากประเทศไทย
    ร้อยรัดร้อยล้านดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น
    แม้แต่โจรยังรักในหลวง แล้วเราเป็นใครล่ะจะไม่รักหรือ
    เราจะปกป้อง ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้เป็นที่พึงของเราชาวไทยตลอดไป

  • ญ่าญ่า wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:21

    ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน

  • ถวายพระพร wrote on 3 กันยายน, 2012, 15:08

    ในการดำเนินการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะทรงศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างเป็นขั้นเป็นตอน ทั้งการศึกษาข้อมูลจากเอกสารและการศึกษาข้อมูลจากการลงพื้นที่จริงก่อนจะลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ทั้งนี้พระองค์มีพระราชดำรัสเกี่ยวกับการดำเนินการอยู่เสมอว่า แนวพระราชดำริของพระองค์ เป็นเพียงข้อเสนอแนะ ซึ่งหน่วยงานที่รับผิดชอบ ควรจะต้องนำพิจารณา วิเคราะห์ และกลั่นกรองตามหลักวิชาการ หากมีความเป็นไปได้ในทางปฏิบัติ และเกิดประโยชน์คุ้มค่า จึงจะลงมือปฏิบัติต่อไป แต่หากไม่เกิดประโยชน์ ไม่เหมาะสมที่จะดำเนินการ ก็สามารถล้มเลิกได้

  • ปรึกษา wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:11

    พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • สมพร wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:49

    พระราชดำริเริ่มแรกที่เป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงนำพันธุ์ปลาหมอเทศจากปีนัง ซึ่งได้รับ เข้าไปเลี้ยงในสระน้ำของพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศนี้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อจะได้นำไปเลี้ยงเผยแพร่ขยายพันธุ์แก่ราษฎรในหมู่บ้านของตน เพื่อจะได้มีอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น

  • สำนักงานปลัดบัญชีกองทัพบก wrote on 4 กันยายน, 2012, 13:19

    จะมีสักกี่ครั้ง ที่เราจะมีโอกาส สร้างความดี ถวายงานให้ “ในหลวง”
    ได้โปรดร่วมกันปกป้องพระเกียรติยศ และเผยแพร่พระราชกรณียะกิจ
    เพื่อ “ในหลวง” ของพวกเรา
    http://www.royalvdo.com
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า
    ข้าราชการและลูกจ้าง กองบริหารทรัพยากร

  • เป้าหมายสูงสุด wrote on 4 กันยายน, 2012, 14:55

    พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • ราษฎร์เชียงราย wrote on 5 กันยายน, 2012, 11:22

    พระปัญญาเป็นเลิศเชิดชูชาติ ปัญหาราษฎร์ทรงแก้ไขได้ทุกที่
    ทศพิธราชธรรมล้ำชีวี เพราะทรงมีหทัยบริสุทธิ์ยุติธรรม์

  • สามัคคี wrote on 5 กันยายน, 2012, 12:59

    หากพวกเราไม่แตกความสามัคคี ประเทศชาติก็จะเจริญรุ่งเรือง พ่อหลวงท่านก็จะมีความสุขใจ ในสิ่งที่พระองค์ท่านได้ทรงสร้างให้กับพวกเราไว้ตลอดมา

  • บุญเหลือ wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:47

    สละสุขส่วนพระองค์ทรงงานหนัก เป็นแบบหลักสร้างพื้นฐานการศึกษา

    ด้อยโอกาส…ขาดสิ่งใด…แม้ภัยมา พระเมตตา…โครงการหลวงช่วยปวงชน

    สองพระหัตถ์ปัดทุกข์แผ่สุขชาติ สองพระบาทเบิกทางกระจ่างผล

    น้อมใจภักดิ์นบจักรีภูมิพล บุญเหลือล้นที่เกิดในร่มใบบุญ

  • แผ่นดินทอง wrote on 6 กันยายน, 2012, 11:54

    พระคุณพ่อนั้นล้นเหลือที่กอปรเกื้อต่อแผ่นดิน หยาดเหงื่อที่หลั่งรินทุกหยดสิ้นเพื่อปวงชน

  • ลำเนา wrote on 6 กันยายน, 2012, 12:50

    ธ เสด็จดำเนินเดินขึ้นเขา ผ่านลำเนาป่าไม้ฝ่าสายฝน
    ข้ามห้วยหนอง คลองสาย หลายตำบล ทรงดั้นด้นเสด็จเยี่ยมดูโครงการ…
    ขุดคูคลองส่งน้ำทำเหมืองฝาย ช่วยประชาภาคใต้ เหนือ อีสาน
    ตั้งประปาขุดบ่อเจาะบาดาล พระองค์ท่านยิ่งกว่าบิดาชน

  • ประเสริฐ wrote on 7 กันยายน, 2012, 10:05

    พระมหากษัตริย์ทรงเป็นพ่อหลวงที่ทำทุกอย่างเพื่อประชาชนเเละทรงปกป้องประชาชนไม่ให้ใครมาทำร้ายพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ประเสริฐที่สุด

  • พอเพียง wrote on 7 กันยายน, 2012, 11:21

    ทรงทุ่มเทพระวรกาย ประกอบพระราชกรณียกิจ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมราษฎรในชนบท ถิ่นทุรกันดารพระราชทานโครงการพระราชดำริ ตลอดหลักทฤษฎีใหม่เศรษฐกิจพอเพียง

  • ตุลาคม wrote on 7 กันยายน, 2012, 12:33

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นผู้มีคุณูปการต่อการแพทย์และสาธารณสุขไทยอย่างที่สุด พระองค์ทรงเอาพระทัยใส่ในการแก้ไขปัญหา ทรงคิดว่าเมื่อประชาชนมีสุขภาพร่างกายที่สมบูรณ์แข็งแรงจะมีกำลังที่จะฟันฝ่าปัญหาอุปสรรค และสามารถพึ่งพาตนเองได้ อันจะส่งผลให้การพัฒนาประเทศชาติโดยรวมเป็นไปด้วยความราบรื่น
    ดังนั้น ในการช่วยเหลือประชาชนจึงทรงเน้นความรวดเร็วและการเข้าถึงประชาชนในทุกพื้นที่ โดยใช้หลัก เร่งด่วน เคลื่อนเข้า หา และ สร้างความเข้มแข็ง ดังพระบรมราโชวาทที่พระราชทานไว้เมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม 2522 ความตอนหนึ่งว่า
    ” การรักษาความสมบูรณ์ของร่างกายเป็นปัจจัยของเศรษฐกิจที่ดี และสังคมที่มั่นคงเพราะร่างกายที่แข็งแรงนั้นโดยปกติจะอำนวยผลให้สุขภาพจิตใจสมบูรณ์ด้วย และเมื่อมีสุขภาพสมบูรณ์ดี พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจแล้ว ย่อมมีกำลังทำประโยชน์สร้างสรรค์เศรษฐกิจและสังคมของบ้านเมืองได้เต็มที่สุขภาพที่สมบูรณ์ในร่างกายและจิตใจนั้นเป็นรากฐานของการสร้างสรรค์จรรโลงประเทศอันจะเป็นทางขจัดปัญหาของสังคมส่วนสำคัญลงได้ และจำทำให้การพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศบรรลุถึงความสำเร็จมั่นคงและเจริญก้าวหน้า…”

  • ชวิน พุ่มงาม wrote on 7 กันยายน, 2012, 13:36

    พระองค์ท่าน ทรงเหน็ดเหนื่อย และทรงงานหนัก เพื่อประโยชน์แก่อานาประชาราช
    ร่วมกันเป็นแรงใจ และปกป้องสถาบัน ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า
    นศท ชวิน พุ่มงาม ชั้นปีที่3 โรงเรียนสุราษฏร์ธานี นฝ นศท จทบ สฏ ค่ายวิภาวดีรังสิต

  • คู่แผ่นดิน wrote on 7 กันยายน, 2012, 15:08

    ขอพระองค์ ทรงพระ เกษมสำราญ
    พ้นพิษโรค ภัยพาล ณ บัดนี้
    ขอพระพลา นามัยสม บูรณ์ทวี
    เป็นร่มหล้า สง่าศรี คู่แผ่นดิน

  • พัน wrote on 3 ตุลาคม, 2012, 10:26

    โครงการต่างๆ ของพระองค์และพระราชดำรัสที่พระองค์ได้พระราชทานแก่ประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ดีและมีคุณค่าต่อประชาชน ขอพระองค์ทรงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนตลอดไป
    “ทรงพระเจริญ”

  • เดชศรี wrote on 4 ตุลาคม, 2012, 10:18

    พระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ที่เปรียบเสมือนพ่อของแผ่นดิน ที่คอยดูแลห่วงใยประชาชนของพระองค์อยู่ตลอดเวลา พระองค์ไม่ต้องการให้ประชาชนของพระองค์แตกแยก ขาดความสามัคคี ดังเช่นทุกวันนี้ ดังนั้นพวกเราทุกคนควรสมัครสมานสามัคคี เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน พ่อของแผ่นดิน ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ทรงพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรง ทรงพระเกษมสำราญตลอดไป ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • อโนทัย wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 12:09

    ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • พงษ์ wrote on 7 พฤศจิกายน, 2012, 11:53

    นักการเมืองไทยมีใครบ้างที่เป็นผู้เสียสละ เพื่อบ้านเมือง เเล้วทำไม เราต้องสนับสนุนการเมืองเเบบนี้ด้วย คนไทยถูกลากจูงให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมือง ในฐานะเครื่องมือ เพื่อใช้เป็นหลักประกันให้นักการเมืองเข้ามามีอำนาจเท่านั้น

  • วันดี wrote on 4 ธันวาคม, 2012, 11:22

    ในชีวิตนี้  ยังไม่เคยเข้าเฝ้าในหลวงเลยซักครั้ง  แต่ทราบเป็นอย่างดีจากข่าวในพระราชสำนัก  ที่พระองค์ท่านได้เสด็จทั่วทุกแห่งในประเทศไทย ภาพข่าวที่เห็นปรากฏทุกครั้งที่พระองค์เสด็จพระราชดำเนิน  ทรงมีอุปกรณ์เหล่านี้  คือ  แผนที่  กล้องถ่ายรูป  วิทยุสื่อสาร  และดินสอ  ที่ใช้ทรงงาน  ในสมัยสุโขทัย   เมื่อราษฎรมีเรื่องทุกข์  เดือดร้อนใจ  ก็จะไปสั่นกระดิ่งเพื่อให้พ่อขุนรามคำแหง  ทรงทราบความเดือดร้อน  แต่พระองค์ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากกว่า  เพราะได้เสด็จไปเพื่อรับทราบปัญหาความเดือดร้อน  ทรงศึกษาข้อมูลด้วยพระองค์เองทั้งสิน  ข้าราชบริพารจะถวายข้อมูลเท็จไม่ได้  เพราะพระองค์ทราบมากกว่า  เมื่อได้ทรงรับทราบปัญหา  ก็ทรงมีโครงการตามพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาในท้องที่นั้น  ๆ  แต่ถึงแม้จะไม่เคยเข้าเฝ้าพระองค์ท่าน  ก็เหมือนมีพระองค์ท่านอยู่ใกล้  ๆ  เพราะพระองค์ท่านได้ประทับอยู่ในใจของพสกนิกรชาวไทยทุกคน

  • กมล wrote on 6 ธันวาคม, 2012, 11:45

    “ในหลวง” มีพระราชดำรัสตอบผู้มาเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร ทรงขอบพระทัยในความปรารถนาดี ไมตรีจิต และความพร้อมเพรียงกันของพสกนิกรทุกคน ทรงเชื่อมั่นถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมอันนี้อยู่ในจิตใจบ้านเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และธำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน

  • ขร.รร.สธ.ทบ wrote on 5 กันยายน, 2013, 13:07

    “สถาบัน พระมหากษัตริย์” คือ “สถาบันพระมหากษัตริย์” เป็นทั้งแนวความคิดอันทรงพลังซึ่งแสดงความเป็นชาติไทยทั้งในปัจจุบันและเสมอ มานับเนื่องได้ 700 ปีตั้งแต่สมัยสุโขทัย และยังเป็นสถาบันที่เป็นศูนย์รวมของประเพณีวัฒนธรรมไทย สังคมไทย การเมืองไทย และความศรัทธาต่อศาสนาพุทธ
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
    ข้าพระพุทธเจ้าข้าราชการ โรงเรียนเสนาธิการทหารบก”

  • กกกรณ์ wrote on 5 กุมภาพันธ์, 2014, 19:26

    เป็นบทความที่โดนใจมาก อยากให้ทุกคนได้อ่าน บ้านเมืองจะได้สงบสุขกันเสียที เลิกทะเลาะกันได้แล้ว

ผู้เขียน

เขียน 35993 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics