“สถาบันพระมหากษัตริย์”เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องการคำอธิบาย

แบ่งปัน

71

สถาบันพระมหากษัตริย์”

เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่ต้องการคำอธิบาย

 

บทความนี้เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์พิเศษ ดร.วินัย พงศ์ศรีเพียร อาจารย์ประจำภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะอักษรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร โดย นภาพร แจ่มทับทิม ในเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ 17 ฉบับที่ 874 วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2552

1. มองความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์กับปัจจุบันเกี่ยวกับบทบาท สถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไรบ้าง

สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นมรดกทางประวัติศาสตร์ ในสมัยก่อนสถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญมาก เพราะถือกำเนิดขึ้นพร้อมกับ รัฐที่ต้องมีผู้ปกครองสูงสุด ถึงพร้อมซึ่งอำนาจ เพื่ออำนวยความยุติธรรมและระงับจลาจล ในสมัยประชาธิปไตย แม้ไม่มีอำนาจทางการเมือง แต่พระมหากษัตริย์มีพระราชอำนาจในฐานะผู้นำด้านวัฒนธรรม เพราะตามประเพณีแต่โบราณทรงค้ำจุนทั้งฝ่ายโลกและฝ่ายธรรม อำนาจอย่างอื่นอาจหมดไป แต่วัฒนธรรมและพระราชพิธีที่ยังสืบเนื่องมา อย่างน้อยก็เป็นเครื่องบ่งบอกเอกลักษณ์ของชาติ สถาบันพระมหากษัตริย์จึงดำรงอยู่ ทั้งที่มีคนส่วนหนึ่งพยายามบอกว่า นี่เป็นรากแก้วของระบอบศักดินาที่ยังตกค้างอยู่ในสังคมไทย ร่วมกับ ลัทธิอมาตยาธิปไตยในระบบราชการ

ไม่ว่าเราจะชอบหรือไม่ชอบก็ตาม โลกเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกวัน ความคิดของคนก็เปลี่ยนแปลงไปตลอดเวลา ถ้าถามผมว่า สถาบันพระมหากษัตริย์มีความสำคัญอยู่หรือไม่ในสังคมไทย ก็ขอตอบว่า ให้ดูจากการจัดงานครองราชย์ 60 ปี คนไทยจำนวนมหาศาลทั้งประเทศออกมาแสดงความชื่นชมยินดี เพราะเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นศูนย์รวมจิตใจ การแสดงออกนี้อาจจะมากกว่าในสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์เสียอีก ที่ต่างออกมาชื่นชมพระบารมีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพราะเห็นว่า ทรงทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองอย่างแท้จริง ทั้งๆที่ไม่ได้อยู่ในสังคมสมัยเก่า

จากวิกฤตทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้สถาบันฯ ถูกดึงมากล่าวอ้างเป็นอย่างมาก

ผมเห็นว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลำบากลำบน ไม่สบายพระทัยนัก เพราะใครที่ขึ้นมาอยู่ในสถานะนั้น ก็ต้องทำงานอย่างหนัก จะชอบหรือไม่ชอบก็ต้องทำ ไม่เหมือนพระมหากษัตริย์ในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

ถ้าจะบอกว่าเราจะไปดูประสบการณ์ของตะวันตกและประเทศอื่นยกตัวอย่างประเทศกรีซ พระเจ้าคอนสแตนติน ถูกประชาชนโค่นล้มไป หรืออย่างในอิหร่าน อิหม่ามโคไมนี ก็โค่นล้มพระเจ้าซาร์ไป ซึ่งล้วนเกิดจากกรณีที่พระมหากษัตริย์ อาจจะทำบางอย่างที่ขัดต่อความรู้สึกของประชาชน

ในทางตรงกันข้ามหากดูจากประสบการณ์ของสเปน เมื่อนายพลฟรานซิสโก้ ฟรังโก ขึ้นมาครองอำนาจได้มีการเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ไป แต่พอนายพลฟรังโกพ้นจากตำแหน่งไป ก็มีการรื้อฟื้นสถาบันพระมหากษัตริย์ขึ้นมาใหม่ อังกฤษ สวีเดน นอร์เวย์ เบลเยียม ส่วนใหญ่เป็นระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา ก็ไม่เห็นมีใครเท่าใดนัก จำเป็นต้องล้มเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์

อย่างเช่นในประเทศอังกฤษ ซึ่งผมเคยดูสารคดีประวัติศาสตร์ที่ดีเรื่องหนึ่งทางโทรทัศน์ คือ 50 Things You Should Know about British Historyเกี่ยวกับพัฒนาการของระบอบประชาธิปไตยในอังกฤษ ทำให้เห็นประสบการณ์การต่อสู้นับตั้งแต่มีรัฐธรรมนูญการปกครองหรือข้อตกลง (Magnacarta)ตั้งแต่ ค.ศ.1225 ก่อนสมัยสุโขทัยเล็กน้อย ที่มีการต่อสู้กันระหว่างฝ่ายพระมหากษัตริย์กับฝ่ายรัฐสภามาจนถึงการปรับเปลี่ยนเพื่อหาจุดที่พอดี

ประเทศฝรั่งเศส ก็มีการโค่นล้มพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แต่ไม่นานนักก็เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเข้าไปสู่สถาบันกษัตริย์ของนโปเลียนอีก แต่ในที่สุดก็ก้าวสู่ระบอบกึ่งประธานาธิบดียกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์อีกครั้ง

2. การดำรงอยู่ของสถาบันฯจึงเป็นเรื่องที่ต้องสอดคล้องกับความต้องการของคนส่วนใหญ่ในแต่ละประเทศด้วย

เมื่อถึงที่สุดแล้ว ผมยังคิดว่าเป็นเรื่องของประสบการณ์แต่ละประเทศที่จะเลือกระบบการปกครองอย่างไร เพียงแต่ให้คนส่วนใหญ่ของประเทศยอมรับ เราต้องยอมรับกันอย่างตรงไปตรงมาว่า ถ้าประชาชนส่วนใหญ่ไม่รัก… ก็อยู่ไม่ได้

อย่างเช่นในกรณีของเนปาล ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงโดยคนจำนวนมากออกมาอย่างต่อเนื่องนับ 10 ปี เพื่อโค่นล้ม หรือยกเลิกสถาบันกษัตริย์ของเนปาลไป จากการปะทะกันของโลกสมัยเก่ากับโลกสมัยใหม่

ด้วยเหตุที่โลกสมัยเก่ายังอยู่กับพิธีกรรม ความฟุ่มเฟือย อยู่กับความศักดิ์สิทธิ์ ขณะที่ประชาชนยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่เดือดร้อน และต้องการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพมากขึ้น

จึงต้องสรุปว่า สถาบันพระมหากษัตริย์จะอยู่ได้หรือไม่ได้ ต้องเป็นกรณีของแต่ละประเทศนั้นๆไป

ในกรณีประเทศอังกฤษ ผมคิดว่า ประชาชนของเขาเคารพรัก สมเด็จพระบรมราชินีนาถอลิซาเบธ หรือพระราชชนนีของพระองค์ท่านมาก เพราะสมัยที่อังกฤษต่อสู้กับเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2ขณะนั้นท่านก็ยังขึ้นครองราชย์ไม่นาน แต่ทรงมีบทบาทอย่างมาก ตอนนั้นท่านก็ทรงปฏิบัติเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอังกฤษ เป็นสัญลักษณ์ของอังกฤษ คนก็ยังเคารพท่านมากและเคารพมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่พระชนนีองค์ก่อน

กษัตริย์ของสวีเดน เดนมาร์ก ท่านได้ทำหน้าที่เป็นสัญลักษณ์ของความกลมเกลียวภายในชาติ เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรม เป็นการบอกเอกลักษณ์ความเป็นชาติของประเทศ จะยกเลิกไปก็คงขาดหายอะไรไปอย่างแน่นอน

จุดเปลี่ยนที่สำคัญภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 ที่มีต่อสถาบันฯ

หลังเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 นั้น ใครๆก็อาจพูดว่า เกียรติภูมิของสถาบันกษัตริย์ตกต่ำลงช่วงประมาณ 15 ปี เห็นจะได้ แต่นั้นเป็นเรื่องไม่จริงทีเดียว ความเคารพที่คนไทยทั่วไปมีแด่พระมหากษัตริย์ไม่ได้เปลี่ยนแปลง และพระมหากษัตริย์มีความสำคัญและบทบาทอย่างสูงในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบาทพระเจ้าอยู่หัวกับการส่งเสริมภาพลักษณ์ของไทยในต่างประเทศ

ในเมื่อระบอบการปกครองเปลี่ยนแปลง โลกเปลี่ยนแปลง สังคมไทยเปลี่ยนแปลง บทบาทของพระมหากษัตริย์ก็ต้องเปลี่ยนแปลง จะฝืนความเป็นอนิจจังของสังคมไม่ได้ นอกจากบทบาทหลักในฐานะสัญลักษณ์แห่งความเป็นชาติแล้ว ยังทรงมีบทบาทด้านที่เหมาะสมกับสังคมสมัยใหม่ นั่นคือ ทรงเป็นผู้นำด้านปัญญา ด้านการพัฒนา และการสังคมสงเคราะห์ เป็นต้น

3. หากสถาบันฯ เกี่ยวข้องกับการเมือง จะเป็นปัญหาหรือไม่

ผมไม่คิดว่า สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธของอังกฤษจะไม่มีบทบาททางการเมืองเลย แล้วก็ไม่คิดว่า ใครจะไปตัดสิทธิในการมีบทบาทตรงนั้นได้ เพราะว่าอย่างน้อยทุกเดือน นายกรัฐมนตรีอังกฤษมีธรรมเนียมนำเรื่องเหตุการณ์บ้านเมือง การปกครอง เข้าไปกราบถวายบังคมทูลให้ทรงทราบ แต่ทั้งหมดนี้เป็นกระบวนการที่เป็นที่ยอมรับและให้เกียรติกัน อังกฤษก็เป็นประเทศที่กฎหมายต่างๆ ไม่ต้องมีลายลักษณ์อักษร เป็นเรื่องของจารีตประเพณีที่ทำต่อกันมา ถ้าไม่ทำตามก็ไม่ได้ เพราะประชาชนเขาไม่เอา วัฒนธรรมของเขากำหนดอย่างนี้

ในโลกความเป็นจริง เป็นไปได้หรือที่เราจะกีดกันใคร องค์กรใด หรือสถาบันใด ไม่ให้มีส่วนในทางการเมือง พระเจ้าอยู่หัวก้าวก่ายการเมืองไม่ได้ เพราะถูกกำหนดบทบาทอย่างนั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า พระเจ้าอยู่หัวในฐานะพระประมุขจะห่วงสถานการณ์บ้านเมืองที่จะพังไม่ได้ เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสมและมันไม่มีทางออกเลย เพราะคนจะฆ่ากันตายเป็นหมื่น ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกประหลาดที่ทรง exert stabilizing influence หรือใช้อิทธิพลในขอบเขตที่ทรงกระทำได้ เพื่อให้เกิดสภาวะปกติ ซึ่งนี่เป็นหน้าที่ของพระเจ้าแผ่นดินในระบอบการปกครองแบบเก่าด้วย สมมติว่า เราเป็นท่านจะนั่งอยู่เฉยๆได้หรือไม่ เห็นประเทศถูกฉีกออกเป็นชิ้นๆ ไม่เช่นนั้นก็ไม่ได้เป็นพระประมุขที่ทรงปฏิบัติหน้าที่ที่ดี

4. คนส่วนหนึ่งในสังคมก็มีความคาดหวังให้สถาบันฯ ปรับตัวด้วย

คุณใช้คำว่า คนส่วนหนึ่งแสดงว่าไม่ใช่คนส่วนใหญ่ แต่ผมอยากให้คิดว่า คนส่วนใหญ่ที่คาดหวังให้ปรับตัวเป็นแบบตะวันตก ในประเด็นที่ว่าคนสำคัญทุกคนที่เป็นบุคคลสาธารณะควรเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ได้ สถานการณ์อย่างนี้ เรียกร้องว่า ต้องมีการปรับตัวทั้งสองฝ่าย เพื่อหาจุดพอดีร่วมกัน เริ่มจากเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ในปัจจุบันใครจะชอบหรือไม่ชอบ ความจริงก็คือสถาบันพระมหากษัตริย์แสดงบทบาทหลายบทบาทที่สร้างสรรค์ทางวัฒนธรรม และสาธารณประโยชน์ในทางสังคม

ผมเห็นว่า ภายใต้สายตาที่จับจ้องในฐานะบุคคลสาธารณะที่ไม่ศักดิ์สิทธิ์ สำหรับบุคคลบางกลุ่มอีกต่อไป สิ่งที่ผมเรียกว่า secrecy ของราชวงศ์มีความหมายน้อยลง การปรับตัวที่สำคัญคือ openness สังคมประชาธิปไตยต้องการสิ่งนี้ ไม่อย่างนั้นแล้ว คนก็สักแต่ตั้งคำถามไม่สิ้นสุด และเพื่อให้มี saftty valve ต้องยอมรับบทบาทของบรรดา อมาตย์ผู้ภักดีทั้งหลาย ซึ่งผมเชื่อว่า มีความปรารถนาดีต่อสถาบันกษัตริย์รัชกาลที่ 6 ทรงพระปรีชาสามารถมากในเรื่องนี้

ผมสอนประวัติศาสตร์อยู่ ขอบอกว่า ฝรั่งสมัยอยุธยาจดบันทึกเรื่องซุบซิบที่มาจากในวัง และ อมาตย์ผู้ภักดีทั้งนั้น ยิ่งมาสมัยนี้แล้ว สังคมยิ่งเปิดกว้าง การเปิดเผยให้คนได้รู้ข้อมูลข่าวสารสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคม คงไปปิดหูปิดตาคนไม่ได้แล้ว

เมื่อถามถึงเรื่องการปรับตัวให้เข้าสถานการณ์ ผมเคยอ่านข่าวหนึ่งว่า เมื่อ King Abdullah ขึ้นครองราชย์ต่อจากกษัตริย์ฮุสเซนที่จอร์แดน หนึ่งในบรรดาสิ่งแรกๆที่ท่านทำคือ ให้รถตามเสด็จมี 3 คันเท่านั้น เพราะทรงเห็นว่า การจราจรในนครอัมมันแย่มากแล้ว นี่คือ การปรับตัว เพื่อให้สังคมเห็นว่า เขาแคร์สังคมแค่นิดๆหน่อยๆ อย่างนี้ก็ชนะใจโข เพราะคนเคารพสถาบันพระมหากษัตริย์อยู่แล้ว

5. สังคมไทยพร้อมแค่ไหน สำหรับการเปิดกว้างให้มีการวิพากษ์วิจารณ์สถาบัน

ปากคนห้ามพูดคงเป็นไปไม่ได้ บางเรื่องผู้คนในสังคมวิพากษ์วิจารณ์มาก แต่เรามีวัฒนธรรมที่จะพูดในที่รโหฐาน ถือว่าเป็นมารยาททางสังคม ผมได้พูดแล้วว่า แม้แต่จะเตือนพระเจ้าแผ่นดิน บรรดา อมาตย์ผู้ภักดีต้องเตือนในที่ลับ ไม่หักหน้าพระเจ้าแผ่นดิน ต้องไว้เกียรติกัน กลไกของเรามีมาอย่างนั้น ให้ไปพลิกดูกฎมณเฑียรบาล และพระไอยการอาชญาหลวง

เกี่ยวกับเรื่องนี้ การประโคมกล่าวร้ายพระมหากษัตริย์ในสื่อหรือแพร่ในที่สาธารณะ เข้าข่ายผิดวัฒนธรรมไทยที่ถือกันมา คนส่วนใหญ่รับไม่ได้

ผมไม่สู้เห็นด้วย ทุกครั้งที่เห็นคนลากสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือต่อสู้ในทางการเมือง โดยเฉพาะการอ้างเรื่องความจงรักภักดี ทุกฝ่ายอ้างกันหมดจนเฝือ จนไม่มีความน่าเชื่อถือเหลือ การที่ไปประกาศกล่าวหาใครว่า ไม่มีความจงรักภักดี เพียงเพราะมีความเห็นแตกต่างจากพวกตน เป็นการกระทำที่ดูถูกประชาชนคนส่วนใหญ่ อยากให้เน้นเนื้อหาหรือประเด็นทางการเมือง ถ้าตอบโต้กันด้วยประเด็นการเมืองไม่มีใครว่า ผมแทบจะไม่สนใจเลยว่า ใครสวมเสื้อสีอะไร ขอให้จงรักภักดีจริงๆ เถิด อย่าจงรักภักดีแต่ปาก

ผมพูดไว้แต่ต้นว่า การพูดจาซุบซิบนินทากัน มันเกิดจากความหวังดีก็ได้ อาจจะไม่ได้เกิดจากการประสงค์ร้ายเสมอไป คนที่เขารักใคร เขาก็เตือนคนนั้นแหละ ในประเทศจีนสมัยโบราณเขามีธรรมเนียมถวายฎีกาอย่างเป็นระบบ แต่กระนั้น บางครั้งราชวงศ์ก็ยังล่ม ในวัฒนธรรมชั้นสูงของไทยก็ย่อมมีการประเมินกันเป็นภายในอยู่แล้ว

6.โทษทางอาญาในมาตรา 112 ว่าด้วยการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหนักเกินไปหรือไม่

คำว่า หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เป็นของใหม่ ตามกฎหมายโบราณของไทย มีแต่เรื่องความผิดฐานกบฏ หรือล่วงพระราชอำนาจ ผมเห็นว่าคำนี้ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพก็เป็นมรดกประวัติศาสตร์ ที่แม้ยกเลิกการปกครองแบบเก่าแล้ว คนไทยก็ยังมองพระมหากษัตริย์ด้วยความเคารพ โดยส่วนตัวแล้ว ผมเห็นว่า การมีกฎหมายนี้อาจยังจำเป็น แม้หลายคนบอกว่า ตะวันตกไม่มี

หากแต่บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยแตกต่างจากตะวันตก ดูความสามหาวในการประชุมสภาเถิด ที่กฎหมายเขียนไว้ จะค่อนข้างรุนแรงหรือรุนแรง ขึ้นอยู่กับคนมอง ห้ามปรามความรู้สึกของคนไม่ได้หรอก

ปัญหาที่แท้จริง อยู่ที่คำจำกัดความให้ละเอียดไปกว่านี้ว่า อะไรคือการดูหมิ่นดูแคลนพระมหากษัตริย์ ถ้าไม่มีเลย คนที่กล่าวร้าย ว่าร้ายพระเจ้าอยู่หัว โดยไม่เป็นธรรม จะมีมาตรการอะไรที่ดีกว่า การที่มีคนดูแลเรื่องนี้แทน จะให้ท่านมาขึ้นศาลฟ้องร้องผู้คนที่หมิ่นและดูแคลนท่านแบบชาวบ้านธรรมดาหรือ มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ความผิดความถูกอยู่ที่ผู้ดูแลกฎหมาย วิญญูชนรู้ได้จากสำนวนสำเนียงและสำแดงของความและวาจาว่าเจตนาเป็นอย่างไร การที่มีใครวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ จะเอาเป็นเอาตายว่า เป็นการอาฆาตมาดร้ายก็เห็นจะไม่ชอบ กรณีของอาจารย์ ส.ศิวรักษ์ น่าสนใจ เพราะผมเชื่อว่า ท่านเป็นอำมาตย์ ผู้จงรักภักดี ไม่ได้อาฆาตมาดร้าย เราดูเจตนาได้หรือไม่ ขอให้อิงหลักการของพระพุทธศาสนา

ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวกฎหมาย แต่เป็นการนำไปใช้ในทางที่ผิดเสียมากกว่า คือ มีดาบก็คะนองมือ

ที่เรารู้สึกว่าสถาบันฯ ถูกท้าทายหรือโจมตีอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา อาจจะเป็นเพราะสภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไปมาก

ผมคิดว่าสังคมมันเปลี่ยน และบางทีก็คิดว่า เรากลายเป็นสังคมที่แปลก คนไทยชอบเรื่องคำทำนาย ซึ่งก็เรื่องหลวงพ่อโต วัดระฆัง ว่าจะมีกี่รัชกาล สังคมก็จะมีสิ่ง ที่เขาบอกว่า เป็นสิ่งที่อยากให้เกิดตามคำทำนายเหล่านั้น มันจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างเช่นในสมัยอยุธยาจะแตก ก็มีการปล่อยข่าว ราชวงศ์อยุธยาจะหมดแล้ว สุดท้ายเมื่อพม่ามา เราก็ไม่ต่อสู้อะไรเลย เพราะคิดว่า เหตุการณ์จะเกิดขึ้นตามนั้น ดังนั้น เราจึงต้องปรับตัวเพื่อจะเอาชนะ ความคิดเหล่านี้ให้ได้

เพราะบางคนที่สมมติว่า เรารักใครเราก็จะไม่วิจารณ์ ถ้าไม่รักเรา เราก็จะปล่อยให้เลยตามเลย แต่บางทีคนเรามักจะไม่ชอบให้เกิดการวิจารณ์ ซึ่งน่าจะเป็นผลเสียมากกว่า

7. ผู้มีอำนาจรัฐควรแสดงบทบาทอย่างไร เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์ที่ดำรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

ในกรณีที่ปัจเจกบุคคลในสังคมไทยสองคนเขาไม่ถูกกัน จะพูดจาใส่ร้ายหมิ่นประมาทกัน คุณมาหมิ่นประมาทผม ผมก็ต้องเป็นเจ้าภาพฟ้องคุณ ในกรณีของพระมหากษัตริย์จะให้ทำอย่างไร จะให้ทำเหมือนกันหรือ การเรียกร้องให้ยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ผมไม่เห็นด้วย สังคมไทยเปลี่ยนไป อารมณ์คนก็เปลี่ยนไป ต้องการเห็นการใช้ความเป็นอภิชนน้อยลง เพราะไม่เช่นนั้นก็ขาดบรรทัดฐาน ผู้ใหญ่สอนให้ทำอย่างโน้นอย่างนี้ แต่พวกตนเองไม่เคยปฏิบัติ ในสังคมอังกฤษ แม้แต่เจ้านายที่ขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด ก็ต้องถูกเรียกปรับได้เหมือนกัน

เรื่องคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตอนนี้คนไปว่าท่านอย่างโน้นอย่างนี้ แล้วท่านจะมาฟ้องประชาชนในลักษณะอย่างนี้ได้หรือไม่ มันเป็นไม่ได้ ในด้านหนึ่งต้องมีกฎหมายไว้ห้ามปรามกัน เพื่อความเหมาะสม พระเจ้าแผ่นดินสมัยอยุธยา พระองค์หนึ่ง ทรงปรารภว่า คนไทยเป็นพวกชอบเล่นความค้าความ

เดี๋ยวนี้นักการเมืองก็ชอบค้าความกันอยู่ พวกนักกิจกรรมการเมืองก็ค้าความกันอยู่ และดึงสถาบันเข้าไปเกี่ยวข้อง ในขณะที่เราก็เห็นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเจ้านายบางพระองค์ทรงงานหนักมาก เพื่อสังคมเพื่อประชาชน จะหาทางออกอย่างอื่นไม่ได้ ผมไม่ได้เห็นว่า ตัวบทกฎหมายทำร้ายประชาชนทั่วไปนัก คนที่เดือดร้อนคือ บางคนเท่านั้นแหละ.




ความเห็น

  • ไฟฉาย wrote on 16 มิถุนายน, 2012, 11:37

    เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ  โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย ขอบคุณครับ

  • พิทัก wrote on 7 สิงหาคม, 2012, 10:32

    สถาบันกษัตริย์ไทยอยู่คู่เมืองไ­ทยมาช้านาน และจะยังอยู่ตลอดไป กษัตริย์ไทยมีพระคุณนานัปการกับ­เมืองไทย พระองค์ทรงทำงานเพื่อประเทศไทย แล้วทำไมคนไทยถึงไม่เคารพพระองค­์ท่าน พระองค์ทรงทำงานโดยไม่เรียกร้อง­สิ่งใดนอกจากให้คนไทยไม่ลำบาก มีความพอเพียง

  • ยุพิณ wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:18

    ขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายทั่วสากลโลก จงดลบันดาลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

  • นุสรา wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:58

    ข้าพระพุทธเจ้า นางสาว นุสรา แซ่จึง ตำแหน่ง พนักงานบริการ มีความปลื้มปีติและภาคภูมิใจ ในสถาบันและราชวงศ์อย่างยิ่ง ขออานุภาพและพระบรมเดชานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ทรงสถิตสถาพรในมไหศูรย์สิริราชสมบัติ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นฉัตรแก้วร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดไป

  • แผ่นดินทอง wrote on 3 กันยายน, 2012, 13:59

    แผ่นดินไทยเป็นแผ่นดินเดียวในโลกที่ร่มเย็นเป็นสุขใต้ร่มพระบารมีของพระมหากษัตริย์

  • นายปกครอง wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:21

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ และมีพระชนธ์มายุยิ่งยืนนาน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และอยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

  • ชวนชื่น wrote on 3 กันยายน, 2012, 15:10

    โครงการพระราชดำริที่นับได้ว่าเป็นโครงการพัฒนาชนบทโครงการแรก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถบูลโดเซอร์ ให้หน่วยตำรวจตระเวนชายแดนค่ายนเรศวร ไปสร้างถนนเข้า ไปยังบ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ราษฎรสามารถสัญจรไปมา และนำผลผลิตออกมาจำหน่ายยังชุมชนภายนอกได้สะดวกขึ้น

  • เทียนทอง wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:18

    ขออำนาจแห่งพระรัตนตรัยและพระสยามเทวาธิราช
    โปรดปกป้องอภิบาล ในหลวง
    ให้ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน

  • ทหาร wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:53

    คำปฏิญาณตนของ ทหารรักษาพระองค์ แด่พระบาทสมเด็จฯ พระเจ้าอยู่หัว ว่า
    ” ขอเดชะฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า..(ทหารทุกนายกล่าวยศ นามของตนเอง)ขอถวายคำสัตย์ปฏิญาณต่อ ใต้ ฝ่าละอองธุลีพระบาทว่า
    ข้าพระพุทธเจ้า จักยอมตาย เพื่อรักษาไว้ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า
    ข้าพระพุทธเจ้า จักจงรักภักดี และถวายความปลอดภัยต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทจนชีวิตหาไม่
    ข้าพระพุทธเจ้า จักเชิดชู และรักษาไว้ ซึ่งเกียรติยศ เกียรติศักดิ์ของทหารรักษาพระองค์
    ทั้งจักปฏิบัติตนให้เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัยต่อใต้ฝ่า ละอองธุลีพระบาท ทุกประการ”
    ไม่ ว่าจะเหน็ดเหนื่อยลำบากกว่านี้สักเพียงใด แต่พอคิดถึงพระพักตร์ของในหลวงในวันนั้น ความเหนื่อยล้าของชีวิตทหารคอราบอย่างผมก็หายเป็นปลิดทิ้ง ผมภูมิใจในช่วงชีวิตหนึ่งที่ผมได้ตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ ได้เกิดมารับใช้ใต้เบื้องพระยุคลบาท
    “ถึงตัวตายวายชีวา จะขอเป็นข้าฝ่าพระบาททุกชาติไป”

  • นางเอก wrote on 4 กันยายน, 2012, 13:21

    - กษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่
    - พระผู้เป็นบิดาแห่งฝนหลวง
    - พระผู้เป็นกษัตริย์นักประดิษฐ์
    - พระห่วงราษฎรเหมือนพ่อห่วงลูก
    - พระผู้มีแต่ให้

  • เอกราช wrote on 4 กันยายน, 2012, 14:53

    พระปรีชาญาณในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทำให้คนทั้งหลายได้ประจักษ์ว่า แนวทางพระราชดำริในพระองค์เกิดผลจริงและมีประโยชน์ต่อเราชาวไทยทุกคน

  • methee10022 wrote on 4 กันยายน, 2012, 22:24

    อยากให้พ่อสุขสันต์  ทุกคนนั้นต้องสามัคคี

  • สมเจตน์ wrote on 1 ตุลาคม, 2012, 10:40

    ขอให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ มีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน

  • อุดมเดช wrote on 2 ตุลาคม, 2012, 10:35

    รักพ่อหลวงที่สุด ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • วิจาร wrote on 3 ตุลาคม, 2012, 10:24

    พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • สมหวัง wrote on 4 ตุลาคม, 2012, 10:20

    ขอน้อมเกล้าฯ ถวายพระพรให้พระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระพลานามัยแข็งแรง สมบูรณ์ และมีพระราชหฤทัยเบิกบาน เกษมสำราญด้วยสัมฤทธิผลแห่งพระราชปณิธาณที่ทรงตั้งไว้ทุกประการ

  • ฟ้าใส wrote on 1 พฤศจิกายน, 2012, 11:23

    ขออานุภาพและพระบรมเดชานุภาพแห่งพระสยามเทวาธิราช และสมเด็จพระบุรพมหากษัตริยาธิราชเจ้าทุกพระองค์ โปรดอภิบาลบันดาลดลให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษายิ่งยืนนาน ทรงพระเกษมสำราญ พระเกียรติคุณแผ่ไพศาล ทรงสถิตสถาพรในมไหศูรย์สิริราชสมบัติ พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และพระบรมวงศานุวงศ์ เป็นฉัตรแก้วร่มเกล้าปวงข้าพระพุทธเจ้าตลอดไป

  • ซื่อตรง wrote on 4 ธันวาคม, 2012, 11:24

    ทุกครั้งที่ได้ยินเพลงเกี่ยวกับในหลวง  เช่น  เพลงสรรเสริญพระบารมี  ต้นไม้ของพ่อ  รูปที่มีทุกบ้าน  เป็นต้น  หรือเห็นโฆษณา  เช่น  ชาวอีสานคนหนึ่งมาขับสามล้อเครื่อง(ตุ๊ก ตุ๊ก)  ได้รับผู้โดยสารคนหนึ่งเป็นคนต่างชาติ  พอฝรั่งคนนั้นขึ้นสามล้อ  ก็เห็นรูปในหลวง  ติดอยู่  เลยถามว่า  “นี่ใคร”  คนขับพูดภาษาอังกฤษไม่เก่ง  แค่งู  ๆ  ปลา  ๆ  ก็นึกแปลว่าพูดอย่างไร  “ใน”  คือ  “ in”  “หลวง”  คนขับรถไม่ทราบ  เลยบอกกับฝรั่งนั้นด้วยความจงรักภักดี  ด้วยมั่นใจว่า  “in  heart” ซึ่งแปลว่า  “ในหัวใจ”  ฝรั่งคนนั้นก็พลอยซาบซึ้ง  ได้ทราบว่าคนไทยรักในหลวงมากแค่ไหน  คนไทยทุกคนเขาได้ยินเพลงเกี่ยวกับในหลวง  ก็ทำให้ขนลุก  เพราะซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ  นี่เป็นเพียงเสี้ยวส่วนหนึ่งของคนไทยเท่านั้น

  • นุภาพ wrote on 2 มกราคม, 2013, 11:50

    ผู้มีอำนาจรัฐควรแสดงบทบาทอย่างไร เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์ที่ดำรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน

  • ส.อ.กล้าณรงค์ มานะตระกูล wrote on 2 กุมภาพันธ์, 2013, 11:49

    ข้าพระเจ้ามีความสุข ที่เกิดมาบนแผ่นดินไทย ที่ได้เกิดมาเป็นลูกของพ่อหลวงของปวงชนชาวไทยเพราะพ่อหลวงของชาวไทยนั้นเป็น คนที่ทรงรักประชาชนมากๆ พระองค์ทรงทำงานอย่างหนัก เพื่อปวงชนชาวไทย แม้จะเหน็ดเหนื่อยเพียงไหนพระองค์ไม่เคยหยุดที่จะช่วยชาวไทย แม้แต่ชาวบ้าน ที่อยู่ในที่ห่างไกลก็ยิ่งทรงไปเยี่ยมเยียน ทุกแห่งหน

  • ข้าราชการ รร.สธ.ทบ. wrote on 14 กุมภาพันธ์, 2013, 16:57

    การส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์
    ๑. ทุกคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสอดส่องป้องกันภัย และความเสียหายที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษํตริย์ เช่น ขจัดข่าวร้าย สลายข่าวลือ ที่ทำลายความศรัทธาและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศา นุวงศ์
    ๒. แสดงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษํตริย์ และแสดงความเคารพต่อพระบรมวงศ์วานุวงศ์ทั้งกายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
    ๓. ศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์ของชาติไทย ให้มีความซาบซึ้งในพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์
    ๔. เผยแพร่ความสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ พระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ และพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์ โดยเฉพาะในวันสำคัญ ควรมีการจัดกิจกรรมต่างๆ และเผยแพร่ทางสื่อมวลชน อย่างกว้างขวาง
    ๕. ร่วมกันปฏิบัติความดีตามรอยพระยุคลบาท และพระบรมราโชวาทในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

  • ข้าราชการ รร.สธ.ทบ. wrote on 15 กุมภาพันธ์, 2013, 3:55

    “… นี่บุญเรานะ ที่เรามีพระเจ้าอยู่หัวที่มีธรรมะ
    เราก็ต้องมีธรรมะบ้าง เราจะได้ดูดีเหมือนท่าน เอาอย่างท่าน ไม่อย่างนั้นพูดแต่ปากปาว ๆ
    รักในหลวง ๆ ถามว่าทำอะไรแบบในหลวงบ้างหรือเปล่า? ..
    มีทานไหม มีอภัยทานไหม เบียดเบียนไหม หยาบคายไหม ซื่อตรงไหม
    ไม่มีอะไรเอาอย่างท่าน แต่อยากใหญ่อยากโต หาคุณงามความดีไม่ได้…”

    ” .. ฉะนั้น ถ้ามีธรรมะชีวิตเราจะมีความสุข
    ตัวเองมีความสุขแล้วก็เป็นแบบอย่างที่ดีให้คนอื่นเห็นด้วย
    อย่างเวลาเราคิดถึงแบบอย่างของผู้ปกครองที่ดี
    เราก็นึกถึงในหลวงของเรา นี่ท่านมีคุณสมบัติครบเลย
    เป็นโมเดลที่ดี เป็นบุญนักหนาแล้ว นานๆ จะเกิดพระเจ้าแผ่นดินอย่างนี้สักทีหนึ่ง
    พระเจ้าแผ่นดินที่มีบารมีขนาดนี้ คุณธรรมขนาดนี้ไม่ใช่คนธรรมดาหรอก
    ต้องระดับพระโพธิสัตว์ถึงจะทำได้.. ” ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • SoCrew wrote on 20 กุมภาพันธ์, 2013, 15:22

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ 

  • นศท กฤษฎา wrote on 31 กรกฎาคม, 2014, 15:54

     ร้อยรัดดวงใจเพื่อเทิดไท้องค์ราชัน ที่พระองค์ทรงฝ่าฟันให้ไทยนั้นได้ร่มเย็น

  • นศท กฤษฎา wrote on 31 กรกฎาคม, 2014, 15:54

    พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงทุ่มเทพระวรกายตรากตรำ และมุ่งมั่นเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพสกนิกรชาวไทย



พิมพ์ "2222" ในช่องข้างล่างก่อนกดส่งความเห็น



1. โปรดงดเว้น การใช้คำหยาบคาย ส่อเสียด ดูหมิ่น กล่าวหาให้ร้าย สร้างความแตกแยก หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
2. ทุกความคิดเห็นไม่เกี่ยวข้องกับผู้ดำเนินการเว็บไซต์ และไม่สามารถนำไปอ้างอิงทางกฎหมายได้
3. ทีมงานเว็บมาสเตอร์ขอสงวนสิทธิ์ในการลบความคิดเห็น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความคิดเห็นนั้น
4. หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ webmaster@chaoprayanews.com

ผู้เขียน

เขียน 9684 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

Copyright © 2014 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics