“พระมหากษัตริย์”ที่ดีและยิ่งใหญ่

แบ่งปัน

83

“พระมหากษัตริย์”ที่ดีและยิ่งใหญ่

 

คำถาม-คำตอบ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี หลังการกล่าวแนะนำหนังสือเรื่อง “The King of Thailand in World Focus” กับผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ที่โรงแรมโอเรียนเต็ล

มาร์วัน มาคาร แห่งอินเตอร์เพรส เซอร์วิส : ข้อจำกัดประการหนึ่งสำหรับนักข่าวต่างประเทศเมื่อรายงานเรื่องสถาบันกษัตริย์  ก็คือกฎหมายว่าด้วยความผิดอาญาฐานหมิ่นพระบรมราชานุภาพ คุณได้กล่าวถึงพระราชดำรัสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พ.ศ.2548 พระองค์รับสั่งว่าพระเจ้าแผ่นดินก็อาจพลาดได้ แต่ผู้สื่อข่าวไทยไม่ได้จับมาเป็นประเด็น  และยังคงทำงานข่าวอย่างที่เคยทำมาก่อนหน้านั้น คุณคิดว่าจะมีโอกาสไหมที่นักการเมืองชั้นนำของไทย  จะนำทางโดยกล่าวว่าเรามีความเคารพในสถาบัน แต่ไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องมีกฎหมายแบบนี้ ซึ่งควบคุมการรายงานข่าวเกี่ยวกับสถาบันตามที่เป็นอยู่ และแผนที่รายงานเรื่องที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

นายอานันท์ ปันยารชุน : นี่เป็นคำถามค่อนข้างยาก เหมือนกับว่าคุณจะเอาแต่ประโยชน์โดยไม่ยอมเสียอะไรเลย ด้านหนึ่งคุณจะต้องคำนึงถึงเจตนารมณ์ของประชาชน ผมใคร่จะเรียนว่าผมไม่ทราบว่ากฎหมายมาตรานี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ใน 2 วาระที่ผมเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งผมมีโอกาสได้เฝ้าฯ พระเจ้าอยู่หัวเป็นครั้งคราว พระองค์ท่านไม่เคยรับสั่งแม้แต่ครั้งเดียวเรื่องที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ ทั้งที่หลายเรื่องก็ไม่เป็นธรรม เรื่องเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้พระองค์ท่านไม่เอามาเป็นเรื่องรบกวนพระทัย และไม่ทรงเห็นว่าสำคัญพอที่จะหยิบยกขึ้นมาเป็นประเด็นกับนายกรัฐมนตรีของพระองค์

อีกด้านหนึ่งคุณก็ต้องเข้าใจว่าบางเรื่อง เฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของตะวันตก ความขลังของสถาบันกษัตริย์ ซึ่งกำลังลื่นไหลไปตามกระแสหลักด้วยคิดว่ากษัตริย์ควรทำตนให้เหมือนสามัญชน นั่นก็อาจเป็นเรื่องดี คนไทยเราไม่ขัดข้องในกระแสดังกล่าว แต่ผมคิดว่าพวกคุณก็ต้องเคารพแนวคิดและขนบประเพณีของผู้คนในประเทศนี้ พระเจ้าอยู่หัวไม่เคยรับสั่งเรื่องนี้กับผมเลย แต่ในความเห็นส่วนตัวผมเองก็ไม่ค่อยชอบกฎหมายนี้ เผอิญผมได้รับการศึกษาในต่างประเทศ และใช้ชีวิตในต่างประเทศ แต่พวกคุณต้องเข้าใจว่าในประเทศนี้ พระมหากษัตริย์ดำรงอยู่ในสถานะที่จะล่วงละเมิดมิได้โดยเจตนารมณ์ของประชาชน ผมเชื่อแน่ว่าพระองค์ท่านไม่เคยทรงวิตกว่ากฎหมายมาตรานี้จะมีอยู่หรือไม่ แต่คนไทยจะไม่ยอมแน่ พวกคุณอาจจะต้องคอยนานถึง 20 หรือ 50 ปี แต่คนไทยไม่ว่าจะผิดหรือถูกจะไม่ยอมทน คำวิพากษ์วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัวของเราโดยเด็ดขาด นี่คือความรู้สึกของคนไทย

ถ้าหากคุณทำประชามติ (เรื่องนี้) ในวันพรุ่งนี้ คุณก็จะได้เห็นว่ามีการออกเสียงเห็นชอบเพิ่มมากขึ้นกว่าครั้งที่แล้ว ผมคิดว่านี่เป็นลักษณะการคิดของคนไทย เป็นสิ่งที่ฝั่งรากลึกมากว่า 800 ปี ซึ่งคงจะล้มล้างกันไม่ได้ง่ายๆ บางครั้งผมอดที่จะอัศจรรย์ใจไม่ได้ว่าคนไทยเรานี่ดูจะเป็นคาทอลิกยิ่งเสียกว่าองค์พระสันตะปาปา (เสียงหัวเราะ) ผมเชื่อเสมอว่าคนไทยเป็นพวกสนับสนุนระบอบราชาธิปไตยยิ่งกว่าพระเจ้าอยู่หัวเสียอีก (เสียงหัวเราะ)

ไม่เพียงแต่ประชาชนคนไทยเท่านั้น รัฐบาลไทยเองก็วิตกกังวลไปด้วยทุกครั้งที่มีหนังสือ หรือสิ่งตีพิมพ์ออกมาใหม่ วิจารณ์พระเจ้าอยู่หัว ผู้ที่เดือดร้อนที่สุดคือรัฐบาลซึ่งจะจัดการห้ามจำหน่ายหนังสือเล่มนั้น ภาพยนตร์เรื่องนี้สกัดนั่น สกัดนี่ ทำไมหรือ เหตุผลก็คือรัฐบาลเกรงว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยจะถูกประชาชนตำหนิ ทั้งนี้ทั้งนั้น คุณจะตำหนิรัฐบาลก็ไม่ถูกนัก เพราะที่ทำไปก็เพียงตอบสนองความรู้สึกของประชาชน

โจนาธาน เฮด จาก บีบีซี : ผมสังเกตว่าเมื่อคุณพูดถึงความสำเร็จต่างๆ ของพระเจ้าอยู่หัว ความสำเร็จประการหนึ่งก็คือ การแทรกแซงของพระองค์มีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความสงบ และความกลมเกลียวกันของสังคม แต่คุณก็เคยพูดอย่างไม่เป็นทางการว่า คุณเองไม่ค่อยมั่นใจในความกลมเกลียวนัก ผมทราบมาว่ามีคนจำนวนไม่น้อยตำหนิสุภาพบุรุษท่านหนึ่ง ซึ่งขณะนี้กำลังปลาบปลื้มกับการเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลระดับยอดของบริติชพรีเมียร์ลีก ว่าเป็นต้นเหตุของความร้าวฉานส่วนใหญ่ในสังคม ผมชักจะสงสัยว่าสังคมไทยได้เปลี่ยนแปลงไปมากจนเกินกว่าที่พระองค์จะมีส่วนช่วยธำรงความสามัคคีของสังคมไว้ได้ปัจจุบันสังคมได้ก้าวไปไกลมาก และปัญหาก็ซับซ้อนเกินจะเยียวยาด้วยการแทรกแซงของพระองค์แล้ว

นายอานันท์ : คุณโจนาธาน แม้ว่าคุณกับผมจะศึกษามาในสถาบันเดียวกันก็ตาม (เสียงหัวเราะ) ผมต้องขออนุญาตเห็นต่าง ผมไม่เคยใช้คำว่า แทรกแซงเลย สำหรับผมพระองค์ท่านทรงยึดตัวบทกฎหมายตามตัวอักษรและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด เรื่องซึ่งชาวต่างประเทศมองว่าพระองค์ท่าน แทรกแซงผมขอแยกออกเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกเป็นการแทรกแซงที่ริเริ่มด้วยบุคคลผู้นั้นเอง ในกรณีของพระเจ้าอยู่หัว การแทรกแซงเป็นการเข้าไปโดยมีผู้ร้องขอ จะเห็นได้ว่ามีความแตกต่างกันเล็กน้อย อีกประการหนึ่ง ตลอดระยะเวลาที่ผมทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีทั้ง 2 ครั้งนั้น ผมได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯ ถวายรายงาน ไม่เคยมีรับสั่งใดๆ แม้แต่ครั้งเดียวที่เกี่ยวข้องกับการเมืองของประเทศ หากจะมีครั้งใดที่ทรงรู้สึกว่าอาจจะก้าวล้ำขอบเขต พระองค์ท่านก็ทรงยับยั้งไว้ในกรอบวินัยที่ทรงตั้งไว้ จะรับสั่งกับผมว่า นี่เป็นเรื่องที่นายกฯ มาขอความเห็นนะ

ฉะนั้น เมื่อผมเขียนสุนทรพจน์ครั้งนี้ ผมได้ชี้ให้เห็นชัดว่าไม่ใช่ ปรึกษานายกรัฐมนตรีแต่ ขอเข้าเฝ้าฯ ปรึกษาถ้าไม่ใช่เป็นเรื่องที่นายกรัฐมนตรีนำขึ้น พระองค์จะไม่พระราชทานคำปรึกษาใดๆ เลย หากจะทรงมีความเห็นก็จะให้เฉพาะเรื่องที่ทูลถามเท่านั้น มีบางคนที่ไม่ได้มาจากประเทศที่มีกษัตริย์ หรือมาจากประเทศที่กษัตริย์ลดบทบาทลงตามกระแสความคิดของส่วนนั้นๆ ของโลก แต่สำหรับประเทศไทย สถาบันกษัตริย์เป็นแบบกลางๆ ยังคงรักษาพระราชพิธีและพระราชประเพณี ยังคงมีพิธีกรรมและพิธีการ แต่กระนั้น กษัตริย์และพระราชวงศ์จะใกล้ชิดประชาชนกว่ากษัตริย์ในประเทศอื่นๆ แม้ว่าในบางประเทศกษัตริย์และราชวงศ์จะปฏิบัติองค์ดั่งสามัญชน เช่นขี่จักรยาน หรือไปซื้อของตามห้างร้านเหมือนคนทั่วไปก็ตาม ในหลวงของเรารู้จักชีวิตความเป็นอยู่ของราษฎรของพระองค์เป็นอย่างดี ทรงเข้าใจความคิดจิตใจของคนธรรมดาสามัญ จนมีคำติติงว่าทรงให้เวลากับชาวไร่  ชาวนา คนยาก คนจน มากกว่าให้เวลากับชาวเมือง ในหลวงทรงเชื่อว่าประเทศไทยไม่ใช่เพียงผู้คนในกรุงเทพฯ ประเทศไทยคือดินแดนในชนบท

ถ้าคุณได้เรียนรู้พระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจต่างๆ ตลอดระยะ 60 ปีที่ผ่านมา จะเห็นว่าพระองค์ทรงมุ่งเป้าไปที่ชนบทและชาวบ้าน ผู้ยากไร้ขัดสน พระองค์เป็นกษัตริย์พระองค์เดียวที่อาจจรรโลงเกียรติแห่งสถาบันนี้ไว้ได้ แต่ก็ยังแนบสนิทกับราษฎรยิ่งกว่ากษัตริย์พระองค์ใดในโลก

จอห์น ฮาร์เกอร์ สมาชิก FCCT มาหลายทศวรรษ (นักข่าวอิสระ) : ผมอยากถามความเห็นของคุณในการรายงานข่าวของผู้สื่อข่าวต่างประเทศเรื่องการปฏิวัติเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว

นายอานันท์ : ความจริงผมคิดไม่ถึงเลยว่าจะมีโอกาสได้เห็นว่านักสังเกตการณ์ชาวตะวันตกเริ่มจะคิดเรื่องประชาธิปไตยทำนองเดียวกับคุณทักษิณ (เสียงหัวเราะและปรบมือ) ผมเป็นนักศึกษาในประเทศอังกฤษ 7 ปี อยู่ในประเทศอเมริกา 12 ปี และเดินทางไปทั่วโลกในระยะเวลา 50 ปี ผมมักถูกกล่าวว่าเป็นคนไทยนิสัยฝรั่ง อย่างไรก็ตาม ผมไม่เคยคิดว่าคนตะวันตกจะคิดแบบง่ายๆ ขนาดที่คิดว่าสามารถจะยัดเยียดประชาธิปไตยให้กับอิรักได้ ต้องการเปลี่ยนทั้งโลกให้เป็นประชาธิปไตยด้วยการปลูกฝังกระบวนการ ผมคิดไม่ถึงเลยว่าคนตะวันตกบางคนจะถือเอาว่าการเลือกตั้งคือประชาธิปไตย

ในที่นี้บางคนอาจได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผมที่ลงพิมพ์ในบางกอกโพสต์ เมื่อวันเสาร์ที่แล้ว เราสนใจเพียงรูปแบบ มีรัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง มีฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ เท่านั้นหรือ เราไม่รู้ หรือลืมไปแล้วว่าประชาธิปไตยนั้น เป็นเรื่องของสังคมเปิด เรื่องหลักนิติธรรม เรื่องความโปร่งใส เรื่องเสรีภาพของสื่อมวลชน เรื่องภาระความรับผิดชอบ เรื่องการมีส่วนร่วมเรื่องความเป็นอิสระของฝ่ายตุลาการ เรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน เรื่องการถ่วงดุลอำนาจ ผมรู้สึกงงงวยอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกในช่วงไม่กี่ปีมานี่ เราพากันหลงทางจนขนาดไม่รู้ว่าเรามาจากไหน เราเป็นใคร และเรากำลังจะไปไหนแล้วหรือ เราลืมค่านิยมต่างๆ ของเราแล้วหรืออย่างไร เราเบาปัญญาขนาดนั้นเทียวหรือ ผมไม่กังวลหรอกว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคต ที่ผมกังวลอย่างยิ่งก็คือ โลกของเราจะเป็นอย่างไร นี่เป็นคำถามที่สาหัสสากรรจ์ที่คุณต้องถามตัวเอง เรากำลังจะก้าวไปในทิศทางใด เราลืมหลักการพื้นฐานไปเสียแล้วหรือ เราลืมหลักศีลธรรมไปเสียแล้วหรือ

 

ดอมินิก โฟลเดอร์ แห่งเอเชีย อิงก์ : ในคำนำของเดนิส (เกรย์) ในหนังสือเล่มนี้ มีข้อสังเกตว่าพระเจ้าอยู่หัวได้การโฆษณาประชาสัมพันธ์มากมายชนิดที่หลายต่อหลายคนได้แต่ฝัน และหากคุณพิจาณาจากช่วงเวลา 60 ปีมานี่ คุณลงความเห็นได้ไหมว่าสถาบันกษัตริย์ในประเทศไทย ในกาลข้างหน้าจะอยู่ในสภาพมั่นคงดีต่อไปเช่นที่พระองค์ท่านได้ดำเนินการไว้

นายอานันท์ : ผมพูดอยู่เสมอว่าสถานภาพของพระเจ้าอยู่หัวของเราที่สูงขึ้นถึงระดับนี้  หลังจากครองราชย์มา 60 ปี เป็นผลมาจากบารมีที่พระองค์ทรงสร้างมา มิได้เป็นเรื่องการสืบทอด เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นครองราชย์ในวัยเพียง 17-18 พระชันษา ไม่มีใครคาดเดาได้ว่าพระองค์จะเป็นประมุขของชาติแบบใด แต่ผมคิดว่าด้วยพระปรีชาสามารถ พระวิริยะอุตสาหะ และมุ่งมั่น พระองค์ทรงได้จำเริญขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินที่ดี เมื่อกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวของเรา พระองค์ท่านไม่เพียงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ แต่ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดีด้วย ผมขอชี้ว่ามีความแตกต่าง เพราะผู้ใดผู้หนึ่งอาจเป็นบุคคลที่ยิ่งใหญ่ ทั้งที่มีข้อบกพร่องและข้อเสียหลายประการ  แต่ถ้าหากเราพูดว่าผู้นั้นเป็นคนดีสำหรับผมมีความหมายมากกว่า ฉะนั้น เมื่อเรากล่าวถึงพระองค์ท่านว่าทรงเป็นกษัตริย์ที่ดี จึงมีความหมายลึกซึ้งกว่าที่กล่าวว่าพระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ การจะเป็นพระมหากษัตริย์ที่ดี เป็นคนดี เป็นเรื่องที่จะต้องได้มาด้วยอุตสาหะของตนเอง ไม่ใช่สืบทอดมา แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นซึมลึกอยู่ในประเทศไทยและความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าสถาบันนี้จะยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และดำเนินต่อไป

มาถึงประเด็นที่ว่าผู้ใดจะเข้ามาแทนที่ และผู้นั้นจะพยายามทำได้ดีเท่าองค์ปัจจุบันไหม ผมว่าไม่ค่อยยุติธรรมนักที่จะคาดหวังว่าผู้สืบทอดตำแหน่งนี้ จะสามารถเดินตามรอยเท้าของบุคคลที่ยิ่งใหญ่ได้ ถ้าหากคุณดูผู้นำระดับโลกที่มีบุตรชายและหญิงเดินตามรอยเท้าพ่อ อย่างเช่น เชิตชิลล์ ผมว่ามันไม่ยุติธรรมที่จะคาดหวังว่าบุตรธิดาเหล่านั้นจะประสบความสำเร็จอย่างพ่อ กระนั้นก็ตาม ผู้ที่สืบทอดราชบัลลังก์คงจะพยายามจนสุดความสามารถที่จะทำให้ได้เทียมเท่าในหลวงพระองค์นี้ จะสำเร็จหรือไม่เพียงใดนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง คำถามคือว่าผู้นั้นจะพยายามทำหรือไม่ และจะสำเร็จแค่ไหน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อาจคาดเดาได้ และถึงแม้ว่าผู้นั้นจะพยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จ เขาผู้นั้นก็ยังคงเป็นพระเจ้าแผ่นดินได้ เป็นประมุขของสถาบันซึ่งจะคงอยู่ถาวรในประเทศไทย ประชาชนจะยังคงรับได้ว่าเรามีพระเจ้าแผ่นดินที่ทรงสง่าราศี แม้จะมีข้อจำกัดบางประการ เราก็ยังคงเคารพนับถือว่าเป็นพระเจ้าแผ่นดินของเรา

นี่แหละที่ผมเห็นว่าเป็นการขัดแย้งในตัวเองของผู้สื่อข่าวและผู้สังเกตการณ์ต่างประเทศ ทางหนึ่งพวกคุณตำหนิพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ว่า แทรกแซงอีกทางหนึ่งคุณก็คล้อยตามคนไทย และอาจจะไม่รู้ตัวว่ายังต้องการพึ่งพระราชอำนาจของพระองค์อยู่ พวกคุณไม่อาจจะเอาแต่ประโยชน์โดยไม่ยอมเสียอะไรเลย ถ้าหากคุณไม่ต้องการให้พระเจ้าอยู่หัวพระองค์นี้ แทรกแซงการที่พระเจ้าอยู่หัวองค์ต่อไปไม่ทรง แทรกแซงจะไม่ถูกต้องได้อย่างไร ผมไม่แน่ใจว่าคำชี้แจงของผมชัดเจนหรือไม่ ที่ผมจะอธิบายก็คือ พระบารมีของพระมหากษัตริย์เป็นสิ่งที่สร้างสมมาด้วยพระองค์เอง เป็นสิ่งที่สืบทอดกันไม่ได้ ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งต่อจากพระองค์อาจจะพยายามสร้าง แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็ได้ ถ้าหากไม่สำเร็จก็ไม่มีเหตุผลที่เราจะไม่พอใจ ผู้นั้นยังคงอยู่เป็นพระเจ้าแผ่นดิน เป็นสัญลักษณ์ของสถาบัน

แต่พวกคุณไม่อาจจะกล่าวว่าเราคนไทยหวังพึ่งพระเจ้าแผ่นดินพระองค์นี้อย่างมาก จนจะเกิดสุญญากาศหากขาดพระองค์ท่านไป คุณตัดสินใจเองก็แล้วกันว่าต้องการพระเจ้าอยู่หัวที่มีบทบาทหรือนิ่งเฉย คุณเองก็ตกอยู่ในกับดักเช่นเดียวกันกับคนไทยทั้งหลาย คุณเองก็เริ่มที่จะจู้จี้ช่างเลือก ผมเคารพในสถาบันกษัตริย์ แต่ความเคารพหลักของผมคืออะไร ความเคารพหลักของผมคือสถาบัน และถ้าเรามีพระมหากษัตริย์ผู้ทรงบารมีเช่นนี้ถือว่าเป็นรางวัลพิเศษ

 

เดนิส เกรย์ แห่งสำนักข่าวเอพี : คุณคงทราบว่าคนไทยเกือบทุกคนและฝรั่งที่อยู่ในประเทศนี้ มักแสดงความวิตกกังวลว่า หากประเทศไทยไม่มีในหลวงก็จะมีแต่ความวุ่นวาย มีปัญหา บางคนก็ว่าอาจถึงขั้นจลาจล

นายอานันท์ : ก็เป็นฝรั่งพวกเดียวกันนี่แหละที่พร่ำบ่นว่าพระเจ้าอยู่หัวทรง แทรกแซงในเรื่องนั้น เรื่องนี้ แต่เมื่อไม่มีพระองค์ท่านแล้วก็จะพร่ำหา เลือกเอาก็แล้วกันว่าต้องการอะไรกันแน่ แต่สำหรับตัวผมนั้นบอกได้เลยว่า อะไรก็ตามที่พวกคุณกล่าวหา ล้วนไม่เป็นความจริง พระองค์ท่านไม่เคยแทรกแซงในเรื่องใดๆ ทั้งสิ้น พระองค์ท่านไม่มีวาระซ่อนเร้น

เดนิส เกรย์ แห่งสำนักข่าวเอพี : ไม่เว้นแต่ละวันที่ผมและเพื่อนๆ นักข่าว บางทีคุณ หรือคนไทยบางคนจะพูดกันว่า แย่มากเลยนะถ้าประเทศไทยไม่มีในหลวง เพราะประเทศจะวุ่นวายโกลาหล จริงไหมครับ

นายอานันท์ : คุณต้องเข้าใจนะ ผมก็เป็นคนส่วนน้อย ผมเบื่อพวกนักข่าวต่างประเทศเสียจริงๆ (เสียงหัวเราะ เสียงปรบมือ) แต่ผมก็เบื่อพวกคนไทยมากกว่า ผมพูดที่โต๊ะอาหารว่าครั้งหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำรัสว่า จะครองแผ่นดินโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม ตลอดเวลา 15 ปีที่ผ่านมา ผมได้พยายามที่จะชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง ประโยชน์ซึ่งหมายถึงผลประโยชน์ทางวัตถุ และ ความสุขซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพอใจหรือไม่

ถ้าคุณวัดจีดีพีของประเทศ ผลที่ได้จะไม่สะท้อนพัฒนาการของประชาชนอย่างแท้จริงเลย คุณต้องดูดัชนีวัดความสุขของประชาชน แบบที่ทำกันที่ภูฏาน ผมเคยเชื่อเสมอมาจนกระทั่ง 2-3 ปีที่แล้ว ถ้าคุณวัดประเทศไทยตามดัชนีวัดความสุขมวลชนของประเทศ คุณก็จะพบว่าแทนที่จะอยู่ในลำดับที่ 65 ตามจีดีพี เราก็จะขึ้นไปอยู่ประมาณลำดับที่ 25 หรืออาจจะถึง 20 ก็ได้

แต่ผมต้องยอมรับว่าผมเลิกความคิดนี้แล้ว เพราะผมไม่สามารถเข้าใจคนไทยได้ (เสียงหัวเราะ) จะด้วยเหตุใดก็ตาม คนไทยไม่เพียงแต่จะมองสิ่งต่างๆ ไปในแง่ร้ายเท่านั้น แต่ยังชอบลงแส้ทรมานตนอีกด้วย เรามีการลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ ทันทีที่ผลออกมา คนพวกนี้ก็เป็นกังวลว่าผลออกมาไม่ดี เพราะเสียงส่วนใหญ่ที่เห็นชอบนั้นมีเพียง 57% เสียงที่ไม่เห็นชอบประมาณ 41% คะแนนเสียงต่างกัน 15% และถ้าดูจำนวนเสียงทั้งหมดจะเห็นว่าเป็นความแตกต่างระหว่างเกือบ 15 ล้านเสียง กับ 11 ล้านเสียง ซึ่งก็คือส่วนต่าง 15% ของผู้ที่ออกไปลงเสียง 4 ล้านเสียง ถ้าคุณอ่านหนังสือพิมพ์ไทย อ่านบทความ ฟังรายการวิพากษ์วิจารณ์ข่าว ล้วนแสดงความคิดเห็นว่าเสียงต่างกันน้อยมาก ซึ่งผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ  อีกประการหนึ่งทันทีที่ผลการลงประชามติออกมาส่วนใหญ่รับร่างรัฐธรรมนูญ ก็มีการพูดถึงรัฐประหารครั้งต่อไป (เสียงหัวเราะ) ผมถามว่าพลาดตรงไหน มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะอธิบายได้ เป็นเรื่องไร้ตรรกะและเหตุผลโดยสิ้นเชิง ผมให้คำตอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ผมโทษคุณทักษิณ (เสียงหัวเราะและเสียงปรบมือ)

จอห์น แอลลัน เรย์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น : คุณอานันท์ได้ชี้แจงและพูดถึงสถาบันกษัตริย์ และพระราชอำนาจของกษัตริย์ ผมสังเกตว่าตลอดเวลาคุณอานันท์ใช้สรรพนามเพศชายในภาษาอังกฤษ เป็นไปได้ไหมในอนาคตที่ยาวนานจะมีการใช้สรรพนามเพศหญิง

นายอานันท์ : ผมไม่เห็นมีอุปสรรคใดๆ ในอนาคต ผมไม่ทราบว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันระบุไว้ว่าอย่างไร ผมได้ชื่อว่าเป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับที่แล้ว ผมไม่คิดว่าคนไทยจะเห็นเป็นเรื่องขบคิดกันมาก ไม่เหมือนชาวญี่ปุ่น ซึ่งในเรื่องนี้ถึงกับมีสงครามกลางเมือง ดูกรณีที่เจ้าชายชาวญี่ปุ่นองค์หนึ่งโทษนิสัยโปรดปรานการดื่มน้ำเมาของพระองค์ว่าเกิดจากประเด็นที่ว่าสตรีอาจจะขึ้นครองบัลลังก์ได้ เราไม่เคร่งครัดถึงปานนั้น ประการหนึ่งคนไทยไม่เอาจริงเอาจังกับเรื่องอย่างนั้น ใครที่มาเมืองไทยและเอาจริงเอาจังกับคนไทยแล้วค่อนข้างจะอันตรายกับตนเองสักหน่อยนะ (เสียงหัวเราะและปรบมือ)

บทส่งท้าย

นายอานันท์ : เรื่องหนึ่งซึ่งผมไม่ค่อยสบายใจนักคือ มีการกล่าวถึงพระเจ้าอยู่หัวว่าไม่เคยเห็นแย้มพระสรวล ผมคิดว่าเป็นข้อจำกัดอันเนื่องมาจากธรรมเนียมประเพณีและความเคารพในพระองค์ท่าน มีบุคคลไม่กี่คน บทความหรือบทสัมภาษณ์ไม่กี่ชิ้นที่สามารถถ่ายทอดให้คนทั่วไปได้เห็นด้านที่ผ่อนคลายของพระองค์ ผมจะเล่าเกร็ดเล็กๆ น้อยๆ ให้ฟังสัก 2-3 เรื่อง ปกติแล้วผมจะไม่เปิดเผยเรื่องที่พระเจ้าอยู่หัวรับสั่งกับผมในฐานะนายกรัฐมนตรี แต่ผมว่าสมควรในกรณีนี้เพื่อที่เราจะได้รู้จักพระองค์ท่านดีขึ้นในฐานะมนุษย์ธรรมดา

เรื่องแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อผมทำหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 มีบางเรื่องซึ่งผมคิดว่าพระเจ้าอยู่หัวจะสนพระทัย เมื่อฉบับร่างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ผมได้ขอเข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายรายงาน และยก 3-4 ประเด็นที่คิดว่าจะสนพระทัย แต่พระองค์ท่านไม่ได้สนพระทัยนัก แน่นอนพระองค์สนพระทัยประเด็นที่ว่าจะตราพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติหรือไม่ นอกเหนือจากนั้นก็ไม่ค่อยสนพระทัยเรื่องที่ผมรายงานสักเท่าใด ตอนสุดท้ายพระองค์รับสั่งว่า คุณอานันท์ มันแปลกดีนะที่ในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ กำหนดไว้ว่าพระมหากษัตริย์จะต้องเป็นพุทธมามกะ ต้องเป็นอัครศาสนูปถัมภก ต้องเป็นนั่น ต้องเป็นนี่ แต่ไม่มีตรงไหนในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ระบุว่าพระมหากษัตริย์ต้องเป็นคนไทย” (เสียงหัวเราะและปรบมือ) ผมขอท้าพวกคุณว่าในบรรดาคนไทย 62 ล้านคน มีใครไหมที่ปราดเปรื่องคิดถึงรายละเอียดด้านเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้

อีกเรื่องหนึ่งเมื่อผมเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในวาระที่ 2โดยอุบัติเหตุอีกนั่นแหละ (เสียงหัวเราะ) ในการเข้าเฝ้าฯ ครั้งแรก ผมถวายคำนับแล้วลงกราบพระบาท พอผมยืนขึ้น ทรงรับสั่งว่า “Shane, come back” (เสียงหัวเราะ) พวกคุณที่อายุไม่มากนักอาจจะไม่รู้เรื่องเชนว่าเป็นมาอย่างไร เชนเป็นภาพยนตร์ที่พวกเราได้ชมกันเมื่อ 40 หรือ 50 ปีก่อน เชนเป็นคนเที่ยงธรรม เป็นนายอำเภอของเมืองเมืองหนึ่งที่มีปัญหาหนักมาก เขาทำให้เมืองสงบเรียบร้อย กวาดล้างมือปืนวายร้าย แล้วก็วางอาวุธปลดเกษียณตัวเองไปอยู่ในชนบท แต่ความวุ่นวายก็เกิดขึ้นในเมืองนั้นอีก เราเลยพูดกันติดปากว่า “Shane, come back” (เสียงหัวเราะและปรบมือ)

ที่มา : บทสัมภาษณ์ ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน พระมหากษัตริย์ที่ดีและยิ่งใหญ่จากหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ฉบับวันจันทร์ที่ 24 กันยายน 2550

นายอานันท์ ปันยารชุนอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัย และอดีตประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สป.) คนแรก คือผู้มีวาทกรรมแหลมคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน เนื่องเพราะความเป็นคนสุขุมลุ่มลึกและเป็นอดีตนักการทูตที่เติบใหญ่ถึงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ก่อนจะเผชิญมรสุมการเมืองยุค “รัฐบาลหอย” (ปี 2520) จนต้องพ้นจากเก้าอี้ เมื่อเร็ว ๆ นี้ เขาได้ให้ตอบข้อซักถามสื่อมวลชนต่างประเทศเกี่ยวพระบารมีและพระราชจริยวัตรของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมีสาระถ้อยความลึกซึ้งและน่าประทับใจอย่างยิ่ง

 

 




ความเห็น

  • การ wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 12:25

     พระองค์เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของพสกนิกรของพระองค์ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้
    พสกนิกรอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข

  • ปิดทอง wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 14:14

    พ่อเป็นยิ่งกว่าพ่อ.
    พ่อของแผ่นดิน.
    พระองค์ทรงพระเจริญ..

  • ดวงดี wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 14:16

    โชคดีมหาศาลของผมที่ได้เกิดใต้พระบรมโพธิสมภารของพระองค์
    จะขอติดตามเป็นข้าพระบาททุกชาติไป
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • ส่งต่อ wrote on 7 มิถุนายน, 2012, 14:17

    พระเจ้าอยู่หัวของคนไทย เสด็จไปเยี่ยมพสกนิกรทุกที่
    ใกล้ ไกล ทุรกันดารเพียงใด บางพื้นที่เสี่ยง พระองค์ก็เสด็จไป
    พระองค์ท่านรักพสกนิกร ทรงทราบว่า เพียงท่านเสด็จไป
    คนไทยก็จะมีกำลังใจมากล้น
    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • สบาย wrote on 16 กรกฎาคม, 2012, 9:27

    ขอสดุดีพ่อหลวงองค์ราชัน องค์บิดาแห่งมหาชนชาวสยาม แดนกันดารท่านทรงฝ่าช่วยเหลือปวงประชาทุกแหล่งหล้าได้ร่มเย็นทุกคนเอย

  • ดาว wrote on 16 กรกฎาคม, 2012, 9:55

    พระมหากษัตริย์ผู้ประกอบพระราชกรณียกิจโดยธรรมเพื่อประโยชน์สุขของชาวไทยอย่างแท้จริง ตามปฐมพระบรมราชโองการในระหว่างพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแก่มหาชนชาวสยาม”

  • พ่อแก่ wrote on 8 สิงหาคม, 2012, 10:28

    พระองค์ทรงรู้จักแผ่นดินทุกตารา­งนิ้ว แม่น้ำทุกสาย ภูเขาทุกลูก ในประเทศไทย จึงทรงพระราชดำริให้ดูแล และแก้ปัญหาด้วยพระปรีชาสามารถ ไอ้พวกคนถ่อยที่ไม่รู้แม้แต่หัว­นอนปลายเท้าของตัวเองไม่มีวันทำ­ได้เพียงเศษธุลีของพระองค์ท่านห­รอก

  • นศท.ธนาุฒิ พรทิพย์ wrote on 2 กันยายน, 2012, 18:46

    พระองค์เป็นร่มโพธิ์ ร่มไทร ของพสกนิกรของพระองค์ ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ เพื่อให้
    พสกนิกรอยู่ร่วมกันอย่างอยู่เย็นเป็นสุข ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • วงศ์รัฐธนา wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:14

    พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงทศพิศราชธรรม ปกครองประเทศด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นคนจนคนรวย พระองค์ทรงช่วยเหลือปวงชนชาวไทยตลอดเวลา ที่ทรงครองราชสมบัติ ทรงมีพระราชกรณียกิจที่สำคัญมากมาย ที่ทำให้ชาวไทยทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เช่น โครงการเศรษฐกิจพอเพียง โครงการแก้มลิง และอีกมากมายที่จะกล่าวในที่นี้ คงต้องใช้เวลาเป็นวันแน่นอน ถ้าใครที่มีความสนใจในโครงการของพระองค์ท่าน สนทนาค้นหาได้ตามเวปไซต์ http://www.chaoprayanews.com หากเป็นคนไทยควรร่วมถวายความจงรักภักดีแด่ประองค์ท่านด้วยความเป็นคนดี ไม่กล่าวถึงพระองค์ท่านในทางไม่ดีหรือนำพระองค์ท่านไปยุ่งกับการเมืองนะ

  • เจ้าแผ่นดิน wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:00

    ในหลวงพระองค์ทรงงาน หนักและเหนื่อย เพื่อราษฎรของพระองค์ให้เป็นสุข

  • นศท.ปรียาวัช พรมสิงห์ wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:22

    กษัตริย์คู่ชาติเรามาช้านานและจะคู่ชาติเราตลอดไป
    ชาติไทยเป็นชาติที่โชคดี เพราะมีกษัตริย์นักพัฒนา

  • สมศักดิ์ wrote on 3 กันยายน, 2012, 15:07

    การส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ ทุกคนที่มีความจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ต้องถือเป็นหน้าที่ที่จะต้องส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยสอดส่องป้องกันภัย และความเสียหายที่กระทบกระเทือนต่อความมั่นคงของสถาบันพระมหากษํตริย์ เช่น ขจัดข่าวร้าย สลายข่าวลือ ที่ทำลายความศรัทธาและความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์

  • สุรินทร์ wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:15

    โครงการต่างๆ ของพระองค์และพระราชดำรัสที่พระองค์ได้พระราชทานแก่ประชาชนนั้น เป็นสิ่งที่ดีและมีคุณค่าต่อประชาชน ขอพระองค์ทรงอยู่เป็นศูนย์รวมจิตใจของประชาชนตลอดไป
    “ทรงพระเจริญ”

  • สังคม wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:42

    ขอเทิดไท้จอมไทยมหาราช…ทรงเปรื่องปราชญ์นำไทยให้สุขสันต์…เหล่าปวงข้าน้อมนบอภิวันท์…ขอ ธ มั่นเกษมองค์ทรงพระเจริญ

  • ปลัด wrote on 4 กันยายน, 2012, 13:20

    1.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้น เพื่อสนับสนุนนักเรียนไทยผู้มีความสามารถทางวิชาการอย่างยอดเยี่ยม มีคุณธรรมสูง ได้มีโอกาสไปศึกษาวิทยาการจนถึงขั้นสูงสุดในต่างประเทศ เพื่อนำความรู้กลับมาทำคุณประโยชน์พัฒนาบ้านเมืองให้ก้าวหน้า
    2.พระองค์ทรงคิดค้นพลังงานน้ำมันทดแทนให้กับประเทศไทยในอนาคต โดย “ โครงการน้ำมันแก๊สโซฮอล “ ( น้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้จากการผสมน้ำมันเบนซินและเอทานอล ) , พ.ศ.๒๕๒๘ ทรงให้โครงการส่วนพระองค์สวนจิตลดา ศึกษาต้นทุนการผลิต และทรงพระราชทานเงินทุนวิจัยจัดสร้างอาคารและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการทดลอง และเริ่มผลิตเอทานอลจากอ้อย , แอลกอฮอล์จากอ้อยในปี พ.ศ.๒๕๒๙ หลังจากนั้นในปี พ.ศ.๒๕๔๐ หลายหน่วยงานได้ร่วมกันปรังปรุงคุณภาพ เอทานอล สามารถเปิดจำหน่วยใช้งานได้ในปี พ.ศ.๒๕๔๔
    3.ไม่มีพระมหากษัตริย์พระองค์ใดในโลกเสมอเหมือนพระองค์ได้ พระราชกรณียกิจอันมากมาย ประดุจต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มเย็นแก่พสกนิกรทุกหนทุกแห่งบนแผ่นดินไทย ขอพระองค์ทรงพระเจริญ
    4.ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการศึกษาให้แก่นักการศึกษา สถาบันการศึกษา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนบุคคลกลุ่มต่าง ๆ อย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอ
    5.โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาอ่าวคุ้งกระเบน จ.จันทบุรี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้มีพระราชดำริ เมื่อเดือนธันวาคม 2524 กับผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ให้พิจารณาจัดตั้งศูนย์กลางการพัฒนาขึ้นในพื้นที่ที่เหมาะสมของจังหวัดจันทบุรี เพื่อยกระดับการพัฒนาให้เป็นตัวอย่างแก่ราษฎรนำไปปฏิบัติโดยให้ใช้เงินที่มีผู้ทูลเกล้าฯ ถวายเมื่อคราวเสด็จ จ.จันทบุรี เป็นเงินทุนก่อสร้าง

  • โชคดีที่มีในหลวง wrote on 4 กันยายน, 2012, 14:56

    สละสุขส่วนพระองค์ทรงงานหนัก เป็นแบบหลักสร้างพื้นฐานการศึกษา
    ด้อยโอกาส…ขาดสิ่งใด…แม้ภัยมา พระเมตตา…โครงการหลวงช่วยปวงชน
    สองพระหัตถ์ปัดทุกข์แผ่สุขชาติ สองพระบาทเบิกทางกระจ่างผล
    น้อมใจภักดิ์นบจักรีภูมิพล บุญเหลือล้นที่เกิดในร่มใบบุญ

  • สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:01

    “ผู้ที่จะรักษาความเป็นไทยได้มั่นคงที่สุด ดีและเหมาะสมที่สุด ไม่มีใครอื่นนอกจากคนไทย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งใด คนไทยมีหน้าที่ต้องรักษาความเป็นไทย ได้เสมอ”
    (พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่สมาคมนักเรียนไทยในประเทศญี่ปุ่น 27 ก.พ. 2547)

  • ขมิ่น wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:48

    ในหลวงพระองค์ทรงมีพระราชดำรัสให้คนในชาติมีความรักใคร่กลมเกลียวสมัครสมานสามัคคีมีความ เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน อันจะนำพาประเทศชาติไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองคงความเป็นชาติไทยไว้ได้

  • พระบรมราโชวาท wrote on 6 กันยายน, 2012, 11:56

    หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

    “การพัฒนาประเทศจำเป็นต้องทำตามลำดับขั้น ต้องสร้างพื้นฐาน คือ ความพอมีพอกิน พอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่เป็นเบื้องต้นก่อน โดยใช้วิธีการและใช้อุปกรณ์ที่ประหยัด แต่ถูกต้องตามหลักวิชา เมื่อได้พื้นฐานมั่นคงพร้อมพอควรและปฏิบัติได้แล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญและฐานะเศรษฐกิจขั้นที่สูงขึ้นโดยลำดับต่อไป หากมุ่งแต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจขึ้นให้รวดเร็วแต่ประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเรื่องต่าง ๆ ขึ้น ซึ่งอาจกลายเป็นความยุ่งยากล้มเหลวได้ในที่สุด….”

    พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของ ณ หอประชุมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วันพฤหัสบดีที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2517

  • บุญเหลือ wrote on 6 กันยายน, 2012, 12:51

    สละสุขส่วนพระองค์ทรงงานหนัก เป็นแบบหลักสร้างพื้นฐานการศึกษา
    ด้อยโอกาส…ขาดสิ่งใด…แม้ภัยมา พระเมตตา…โครงการหลวงช่วยปวงชน
    สองพระหัตถ์ปัดทุกข์แผ่สุขชาติ สองพระบาทเบิกทางกระจ่างผล
    น้อมใจภักดิ์นบจักรีภูมิพล บุญเหลือล้นที่เกิดในร่มใบบุญ

  • น้ำใจ wrote on 2 ตุลาคม, 2012, 10:33

    เพื่อปกปักรักษาคุ้มครองเอกราชของชาติ เราจำเป็นต้องร่วมมือกันเชิดชูและส่งเสริมสถาบันพระมหากษัตริย์ให้คงอยู่ตลอดไป

  • เอกราช wrote on 3 ตุลาคม, 2012, 10:27

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ เป็นร่มเกล้าของชาวสยามรวมใจ รัก ในหลวง

  • เก่ง wrote on 4 ตุลาคม, 2012, 10:14

    ขอให้พระองค์ทรงปลอดภัยต่ออันตรายทั้งปวง

  • สุขเสมอ wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 12:10

    ตลอดรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระองค์พระราชทานแนวพระราชดำริด้านการศึกษาให้แก่นักการศึกษา สถาบันการศึกษา ส่วนราชการ ภาคเอกชน ตลอดจนบุคคลกลุ่มต่าง ๆ อย่างกว้างขวางและสม่ำเสมอ

  • เอกชัย wrote on 6 พฤศจิกายน, 2012, 11:33

     ผมคิดอยู่เสมอว่าสถาบันพระมหากษัตริย์นั้นซึมลึกอยู่ในประเทศไทยและความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าสถาบันนี้จะยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และดำเนินต่อไป

  • อำนวย wrote on 4 ธันวาคม, 2012, 11:23

    “ภูมิพล”  แปลว่า  “พลังของแผ่นดิน”  ในหลวงทรงมีพระราชปรารภถึงสมเด็จย่า  ในการตั้งพระนาม  เพราะสมเด็จย่า  มีพระประสงค์ให้พระองค์ท่าน  “ติดดิน”  เพื่อให้พระราชโอรสของพระองค์ท่านรับทราบปัญหาของชนชาวไทยทุกชนชั้น  พระองค์ก็ทรงมีพระราชจริยวัตรที่งดงาม  เป็นต้นว่า  ทรงใช้ดินสอที่ทรงงานจนเหลือสั้นนิดเดียวจนใช้ไม้ได้จึงทรงเปลี่ยนแท่งใหม่  ยาสีฟันก็ใช้จนหมดหลอด  รองเท้าก็ทรงใช้จนสึกหรอ  จะไม่ใช้รองเท้าใหม่  ให้ช่างซ่อมและนำมาใช้ใหม่  จะทิ้งก็ต่อเมื่อใช้ไม่ได้แล้วเท่านั้น  พระองค์สูท  ก็ทรงตัดในร้านซึ่งไม่มีชื่อ  ด้วยพระราชจริยาวัตรอย่างนี้  พระองค์ท่านได้ปฏิบัติสมดังพระราชนามที่สมเด็จย่าได้ทรงตั้งให้แล้วจริง   ๆ

  • อำนวย wrote on 6 ธันวาคม, 2012, 11:46

    “ในหลวง” มีพระราชดำรัสตอบผู้มาเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพร ทรงขอบพระทัยในความปรารถนาดี ไมตรีจิต และความพร้อมเพรียงกันของพสกนิกรทุกคน ทรงเชื่อมั่นถ้าคนไทยเรายังมีคุณธรรมอันนี้อยู่ในจิตใจบ้านเมืองไทย ไม่ว่าจะอยู่ในสถานการณ์ใดๆ ก็จะอยู่รอดปลอดภัย และธำรงมั่นคงต่อไปได้ตลอดรอดฝั่งอย่างแน่นอน

  • ธำรง wrote on 2 มกราคม, 2013, 11:46

    สถาบันพระมหากษัตริย์นั้นซึมลึกอยู่ในประเทศไทยและความเป็นไทย ผมมั่นใจว่าสถาบันนี้จะยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และดำเนินต่อไป

ผู้เขียน

เขียน 10225 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics