“ทรงครองราชย์”แต่มิทรงปกครอง

แบ่งปัน

70

“ทรงครองราชย์”แต่มิทรงปกครอง

(Thailand’s king reigns–but he doesn’t rule)

 

พระมหากษัตริย์ไทยทรงครองราชย์ – แต่มิทรงปกครอง (Thailand’s king reigns — but he doesn’t rule)

แปลจากบทความ Thailand’s king reigns — but he doesn’t rule ของ Darryl N. Johnson เผยแพร่ครั้งแรกเมื่อ 26 ธันวาคม 2551 ในhttp://www.latimes.com/news/opinion/la-oew-johnson26-2008dec26,0,2945747.story

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์ยาวนานที่สุดของประเทศ ทรงให้โอกาสเหล่าผู้นำทางการเมืองประสบความสำเร็จและประสบความล้มเหลวตามแต่ความสามารถของพวกเขาเอง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย ผู้ซึ่งมีพระชนมพรรษาครบ 81 พรรษาเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม ทรงไม่ได้มีกระแสพระราชดำรัสแก่พสกนิกรในวันเฉลิมพระชนม์พรรษาดังเช่นธรรมเนียมปฏิบัติ  โดยทรงให้เหตุผลคือทรงมีอาการเจ็บพระศอทำให้ไม่มีเสียง ซึ่งจริงๆ แล้วพระพลานามัยของพระองค์ก็เป็นความกังวลของเหล่าพสกนิกรไทย

ที่ซึ่งน้อยคนนักที่จะได้ใช้ชีวิตอยู่ในช่วงก่อนการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวองค์ปัจจุบัน  แต่ก็อาจเป็นไปได้ว่าพระองค์ทรงตัดสินพระทัยว่า  เวลานี้ไม่เหมาะแก่การพระราชทานพระราชดำรัสแก่ประชาชนซึ่งอาจถูกนำไปตีความเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองว่าพระองค์ทรงโปรดหรือไม่ทรงโปรดกลุ่มบุคคลใดกลุ่มบุคคลหนึ่งอันอาจก่อให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองดังเช่นที่เกิดขึ้นในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมานี้

ที่ได้กล่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงมีบทบาทในการปกครองประเทศ อันที่จริงแล้วพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมิทรงใช้อำนาจในการปกครองและมิทรงเลือกข้างทางการเมือง เฉกเช่นเดียวกับสมเด็จพระราชินีอังกฤษและสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งญี่ปุ่น

พระราชอำนาจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นเพียงสัญลักษณ์และมีหลักธรรมาภิบาล มิได้เป็นอำนาจเพื่อการเมืองการปกครอง แม้ในครั้งที่พระองค์ทรงเข้าแทรกแซงในการเผชิญหน้าทางการเมือง ดังเช่นที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ. 2535 ก็ทรงทำเพื่อมิให้เกิดการนองเลือดและเพื่อให้เกิดการรอมชอมและความสมัครสมานสามัคคีของคนในประเทศ แต่มิได้ทรงมีพระบรมราชโองการว่าให้ดำเนินนโยบายอย่างไรหรือผู้ใดควรเป็นผู้ปกครองประเทศ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองราชย์ยาวนานที่สุดในโลกที่มีพระชนม์ชีพในปัจจุบันและยาวนานที่สุดในโลกทั้งหมด จากการครองราชย์ยาวนานกว่า 62 ปี

พระองค์ทรงได้รับความชื่นชมและความจงรักภักดีจากพสกนิกรของพระองค์ในแบบอย่างที่ชาวตะวันตกยากจะอธิบายได้ พระองค์ทรงมีบทบาทเฉพาะในสังคมไทยในอันที่ทรงดำรงตนเป็นแบบอย่างแก่ประชาชนทั้งประเทศ ทั้งในฐานะที่ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ เป็นลุงผู้อารีผู้ส่งเสริมให้กำลังใจประชาชนทั้งในยามสุขและในยามทุกข์ยาก เป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ และเป็นผู้นำทางจิตใจในการประกอบพิธีกรรมทางศาสนา

สิ่งซึ่งพระองค์จะไม่ทรงทำคือการเข้าไปก้าวก่ายทางการเมือง นับตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ในปี พ.ศ. 2475 พระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ได้ถูกจำกัดลงภายใต้บทบัญญัติในรัฐธรรมนูญฉบับต่างๆ แม้ว่านายกรัฐมนตรีทุกคนจะต้องได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีและกฎหมายทุกฉบับจะต้องทรงลงพระปรมาภิไธย แต่พระองค์ทรงกระทำด้วยความเป็นกลางทางการเมือง

พระองค์มิทรงตัดสินพระทัยว่าจะให้ผู้ใดเป็นนายกรัฐมนตรีหรือรัฐบาลควรดำเนินนโยบายอย่างไร พระองค์จะทรงโปรดผู้นำคนใดมากกว่าคนอื่นหรือไม่? อาจเป็นไปได้ การที่ทรงโปรดผู้หนึ่งมากกว่าผู้อื่นมีผลต่อการตัดสินพระทัยทางการเมืองหรือทางนโยบายการปกครองหรือไม่? คำตอบคือไม่บ่อยหรือไม่เคยเลย

ในช่วงก่อนปี พ.ศ. 2516 ประเทศไทยถูกปกครองโดยกลุ่มทหารผู้มีอำนาจสูงสุด นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาประเทศไทยก็ถูกปกครองโดยกลุ่มทหารและคณะผู้ได้รับการเลือกตั้ง โดยผู้ปกครองที่มีอำนาจบารมีมากที่สุดในหมู่ผู้ปกครองประเทศที่มาจากการเลือกตั้งคือมหาเศรษฐีโทรคมนาคม พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งได้รับเลือกเข้ามาปกครองประเทศในปี พ.ศ. 2544 และได้รับการชัยชนะอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งอีกครั้งในปี พ.ศ. 2548

แต่ทักษิณได้ลุแก่อำนาจในการทำให้ผลประโยชน์ของธุรกิจของตนเองทับซ้อนกับผลประโยชน์ของประเทศชาติ และในต้นปี พ.ศ. 2549 ครอบครัวของทักษิณได้ขายกิจการโทรคมนาคมของครอบครัวมูลค่ากว่า 1.9 พันล้านเหรียญสหรัฐ ให้แก่กองทุนอันมั่งคั่งที่สุดของรัฐบาลสิงคโปร์โดยไม่เสียภาษีแม้แต่บาทเดียว การซื้อขายครั้งนี้ทำให้เกิดการต่อต้านทำให้รัฐบาลทักษิณไม่สามารถปกครองประเทศต่อไปได้และนำไปสู่การก่อการรัฐประหารโดยทหารในเดือนกันยายน พ.ศ. 2549

การทำรัฐประหารในครั้งนี้ได้รับการยอมรับเป็นอย่างมากในขณะนั้น  แต่ก็ได้นำประเทศไปสู่ช่วงเวลาของการมีรัฐบาลที่อ่อนแอและไม่กล้าตัดสินใจ โดยส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะรัฐบาลนั้นขาดความชอบธรรมอันมาจากการเลือกตั้ง ในการเลือกตั้งครั้งหลังจากการทำรัฐประหารก็ได้ทำให้พลพรรคที่เหลือเดิมของทักษิณกลับเข้าสู่การปกครองประเทศอีกครั้งและก็ทำให้เกิดความแตกแยกทางสังคมและทางการเมืองในประเทศอย่างกว้างขวาง

มีกลุ่มผู้ประท้วงเข้ายึดทำเนียบรัฐบาลเป็นเวลานานถึงสามเดือน กดดันให้คณะรัฐมนตรีในขณะนั้นต้องจัดการประชุมรัฐมนตรีโดยใช้สถานที่อื่นแทน โดยฟางเส้นสุดท้ายคือการปิดสองสนามบินหลักในกรุงเทพมหานครฯ เป็นเวลาหลายวันทำให้นักท่องเที่ยว 300,000 คนติดค้างในประเทศและไม่พอใจ อันเป็นการทำลายอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศซึ่งได้ชื่อว่าเป็นดินแดนสยามเมืองยิ้ม

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีประเทศไทยคนล่าสุด โดยก่อนหน้านั้นเป็นผู้นำพรรคฝ่ายค้านหรือพรรคประชาธิปัตย์ ได้รับการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีและได้ทำการสาบานตนเข้ารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยเป็นผู้นำรัฐบาลที่เกิดจากการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ

อภิสิทธิ์เป็นตัวแทนของการเปลี่ยนผ่านสู่คนรุ่นใหม่ในการเมืองของไทยและเขาจะต้องประสบกับปัญหาความท้าทายอย่างมากทันทีที่รับตำแหน่ง แต่สิ่งที่เขาจะไม่ต้องเผชิญคือการเข้าแทรกแซงโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงสนับสนุนทีมรัฐบาลชุดใหม่  แต่ทรงให้โอกาสรัฐบาลในอันที่จะประสบความสำเร็จหรือความล้มเหลวตามแต่ความสามารถของพวกเขาเอง เพราะพระองค์ทรงครองราชย์  แต่มิได้ทรงปกครอง.

 

**หมายเหตุ-Drryl N. Johnson ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย พ.ศ. 2544 – 2547




ความเห็น

  • วันจันทร์ wrote on 16 กรกฎาคม, 2012, 9:09

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน

  • สมปอง wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:16

    ในหลวงท่านยังทรงสอนให้เรา
    “แก้ปัญหาด้วยปัญญา
    ปัญหาทุกอย่างไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ มีทางแก้ไขได้ถ้ารู้จักคิดให้ดี ปฏิบัติให้ถูกการคิดได้ดีนั้น มิใช่การคิดได้ด้วยลูกคิด หรือด้วยสมองกล
    เพราะโลกเราในปัจจุบันจะวิวัฒนาการไปมากเพียงใดก็ตามก็ยังไมมีเครื่องมืออันวิเศษชนิดใดสามารถขบคิดแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างสมบูรณ์
    การขบคิดวินิจฉัยปัญหา จึงต้องใช้สติปัญญาคือคิดด้วยสติรู้ตัวอยู่เสมอเพื่อหยุดยั้งและป้องกันความประมาทผิดพลาดและอคติต่างๆมิให้เกิดขึ้น
    ช่วยให้การใช้ปัญญาพิจารณาปัญหาต่างๆเป็นไปอย่างเที่ยงตรง ทำให้เห็นเหตุเห็นผลที่เกี่ยวเนื่องกันเป็นกระบวนการได้กระจ่างชัด ทุกขั้นตอน” ใครที่นำไปปฎิบัติจะได้ประโยชน์เป็นอย่างมาก

  • ต่อศักดิ์ wrote on 3 กันยายน, 2012, 11:43

    สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ บรรพบุรุษของไทยปกบ้านป้องเมืองมาได้ด้วยความยึดมั่นในสถาบันการ ปกครองซึ่งมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นองค์ ประมุขจึงทำให้เราได้มีประเทศไทยมาจนถึงทุกวันนี้ และเราจักทำให้อนาคตจะต้องมีประเทศไทยต่อไป

  • ธาตุทอง wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:03

    พระสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • อภิชาติ นามวงค์ wrote on 3 กันยายน, 2012, 14:23

    บรรพบุรุษท่านต่อสู้กอบกู้ชาติ ศาสนา ราชัน แล้วเราเป็นใครกันไม่รักษาให้จงดี
    ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนม์มายุยิ่งยืนนาน

    ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

  • วีระภาค wrote on 3 กันยายน, 2012, 15:09

    พระราชดำริเริ่มแรกที่เป็นโครงการช่วยเหลือประชาชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงนำพันธุ์ปลาหมอเทศจากปีนัง ซึ่งได้รับ เข้าไปเลี้ยงในสระน้ำของพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชทานพันธุ์ปลาหมอเทศนี้แก่กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ เพื่อจะได้นำไปเลี้ยงเผยแพร่ขยายพันธุ์แก่ราษฎรในหมู่บ้านของตน เพื่อจะได้มีอาหารโปรตีนเพิ่มขึ้น

  • กองทุนรักพ่อ wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:17

    ทรงเป็นพระมิ่งขวัญแห่งทวยราษฎร์
    ข้าพระบาทกลั่นอักษรกลอนถวาย
    เทิดพระเกียรติสักการะด้วยดวงใจ
    ขอทรงให้”สุขสำราญ”ชั่วกาลเทอญ

  • เดินตามรอยเท้าพ่อ wrote on 4 กันยายน, 2012, 11:51

    โครงการพระราชดำริที่นับได้ว่าเป็นโครงการพัฒนาชนบทโครงการแรก ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานรถบูลโดเซอร์ ให้หน่วยตำรวจตระเวนชายแดนค่ายนเรศวร ไปสร้างถนนเข้า ไปยังบ้านห้วยมงคล ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้ราษฎรสามารถสัญจรไปมา และนำผลผลิตออกมาจำหน่ายยังชุมชนภายนอกได้สะดวกขึ้น

  • โพส wrote on 4 กันยายน, 2012, 13:16

    ๑ เราเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยพระบารมีของพ่อหลวง
    ๒ เรารักในหลวงของเราไม่มีใครเปรียบได้เหมือนท่าน
    ๓ เรารักในหลวงเรารักประเทศไทยจงร่วมใจกันให้เป็นดินแดนที่น่า อยู่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก
    ๔ เรารักษาเอกราชอธิปไตยมาได้จนถึงทุกวันนี้ ด้วยความจงรักภักดีต่อสถาบันและความสมัครสมานสามัคคี
    ๕ เราอยากเป็นไทด้วยความภาคภูมิใจ จงรักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์
    ๖ ลดละเลิกอบายมุก เพื่อ ในหลวงของเรา
    ๗ วิกฤติเศรษฐกิจของชาวไทยจักพ้นภัยได้หากเจริญรอยตามเบื้องพระยุคลบาทของในหลวง
    ๘ สถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เป็นสถาบันหลักในผืนธงชาติไทยที่เราเคารพ
    ๙ สถาบันพระมหากษัตริย์ ช่วยให้ประเทศไทยอยู่เป็นเอกราชมานานนับร้อย ๆ ปี
    ๑๐ สถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นสถาบันหนึ่งที่ช่วยให้เราได้มีแผ่นดินอยู่จนถึงลูกหลาน เราถึงทุกวันนี้
    ๑๑ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันที่ยิ่งใหญ่ เราทุกคนจงปกป้อง
    ๑๒ สถาบันหลักของชาติไทยเป็นมรดกมาจากบรรพบุรุษของเรา
    ๑๓ สร้างชาติ สร้างวินัย สร้างสรรค์สังคม สร้างคนไทยให้เจริญ
    ๑๔ หนทางจะกันดารลำบากยากแค้นแดนไกลสักปานใดก็ตาม พระองค์ไม่ทรงเคยย่อท้อ

  • พลูริ wrote on 4 กันยายน, 2012, 14:58

    สามัคคี คือการเห็นแก่บ้านเมืองและช่วยกันทุกวิธีทาง เพื่อที่จะสร้างบ้านเมืองให้เข้มแข็ง
    ด้วยการเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน ทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตอย่างตรงไปตรงมา
    นึกถึงประโยชน์ส่วนรวมนั้นคือความมั่นคงของบ้านเมือง

  • ดวงใจ wrote on 5 กันยายน, 2012, 11:24

    ทรงทุ่มเท ทุกหยาดเหงื่อ พระวรกาย เพื่อชาติไทย พัฒนา นำหน้าเขา
    ทรงต่อสู้ อุปสรรค มิทำเนา ทุกดวงใจ ของเรา ร่วมถวายพระพร

  • ยิ่งใหญ่ wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:02

    ทรงยึดหลักศาสนา ทรงศึกษาสรรพวิทยา ทรงนำมาปฏิบัติ ทรงขจัดปัญหาด้วยการ
    พัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรง
    สร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อ
    ประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก
    ( ทรง เป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
    พระองค์ทรงพระเจริญ

  • สายชล wrote on 5 กันยายน, 2012, 13:51

    สองพระหัตถ์ปัดเป่าบรรเทาทุกข์ สองพระบาทดั้นบุกทุกแห่งหน สองพระเนตรแลไกลดุจสายชล หนึ่งพระทัยเปี่ยมล้นพระกรุณา ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

  • กรุณา wrote on 1 ตุลาคม, 2012, 10:42

    พ่อหลวงของเราทรงเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมา ไม่ว่าในด้านการปกครอง หรือการใช้ชีวิตแบบพอเพียง

    อยากให้พสกนิกรทุกคนควรเอาพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้า

    พวกเราอยากให้พระองค์พักบ้างเพราะพระองค์เหนื่อยมามากแล้ว

    ขอพระองค์ทรงพระเจริญ

  • ดนัย wrote on 2 ตุลาคม, 2012, 10:34

    เราคนไทย เรารัก เราเทิดทูน ในหลวงของเรา

  • สิบสอง wrote on 3 ตุลาคม, 2012, 10:28

    ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยจงปกปักรักษาพระองค์ท่านให้มีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรง และอยู่เป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยตลอดไป

  • จงรักภัคดี wrote on 4 ตุลาคม, 2012, 10:15

    สิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลโลกนี้ จงดลบันดาลให้พระองค์ท่านทรงหายจากประชวรโดยเร็ว

  • วิการดา wrote on 1 พฤศจิกายน, 2012, 11:22

    พระมหากษัตริย์ ทรงปกเกล้าเหล่าพสกนิกร โดยได้เสด็จพระราชดำเนินไปทุกท้องถิ่น เป็นท้องที่ห่างไกลทุรกันดารเพียงใด ก็มิได้ทรงย่อท้อ เสด็จไปเยี่ยมเยียนขจัดปัดเป่าความทุกข์ ความยากไร้แก่ทวยราษฎร์ โดยมิทรงรังเกียรติ ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ

  • ซื่อตรง wrote on 5 พฤศจิกายน, 2012, 12:12

    ในหลวงทรงพัฒนาโครงการพระราชดำริ ทรงเตือนสติด้วยการปฏิบัติพระองค์เป็นตัวอย่าง ทรง
    สร้างค่านิยม ทรงห่วงใยประชาราษฎร์ทุกเมื่อ ทรงสละหยาดพระเสโท เพื่อ
    ประชาชนและประเทศไทยอย่างแท้จริง ทรงเป็นบุคคลที่หาได้ยากยิ่งในโลก
    ( ทรง เป็นพระมหากษัตริย์นักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก )
    พระองค์ทรงพระเจริญ

  • สกล wrote on 4 ธันวาคม, 2012, 11:19

    1.   พระองค์ท่านทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทย  ทุกหมู่เหล่าโดยเท่าเทียมกัน  ได้เสด็จ
    เยี่ยมราษฎรในท้องถิ่นทุรกันดารโดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย  และไม่เคยถือพระองค์ ทรงเป็นกันเองกับเหล่าราษฎร
          2. พระองค์ท่านเป็นต้นแบบของเศรษฐกิจแบบพอเพียง  ทรงสอนให้ประชาชนคนไทยพอเพียง  คืออยู่แบบพอเพียง  ดำเนินชีวิตแบบพอเพียง     ซึ่งเป็นภูมิคุ้มกันให้กับราษฎรคนไทยทุกท่าน  ที่จะอยู่ได้ในสภาพเศรษฐกิจทุกรูปแบบ
          3. พระองค์ท่านทรงอยู่เหนือการเมือง  ไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง  เมื่อบ้านเมืองเกิดปัญหาทางการเมือง   เกิดความแตกแยกขัดแย้งขึ้นในชาติ  มีปัญหาการทะเลาะเบาะแว้ง  หรือเกิดจลาจล  ประท้วง  ปะทะกันด้วยความรุนแรง  จนมีผู้บาดเจ็บเสียชีวิตจำนวนมาก  ไม่มีใครฟังใคร  จนดูเหมือนบ้านเมืองไม่มีทางออก  ก็มีแต่พระองค์ที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยทั้งชาติ  ที่ทรงให้สติคนไทยให้รู้รักสามัคคี
          4. พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนและขาดแคลนทั้งภัยแล้ง  น้ำท่วม  ขาดแคลนที่ดินทำกิน  ไร้อาชีพ     พระองค์ท่านก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งโครงการพระราชดำริ  และการพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์  ในการบรรเทาความเดือนร้อน  เช่นโครงการฝนเทียม  เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์  และโครงการพระราชดำริอื่น ๆ
          5. พระองค์ท่านทรงเป็นต้นแบบแห่งความซื่อสัตย์สุจริต  พระองค์ท่านจะสอนราษฎรและข้าราชการอยู่ตลอดเวลาในเรื่องของความซื่อสัตย์ต่องานในหน้าที่  จะเห็นได้ว่าพระองค์ท่านได้เป็นตัวอย่างในการดำเนินชีวิตอย่างเรียบง่าย  สมถะ  อยู่แบบพอเพียง  ไม่ฟุ้งเฟ้อ  ซึ่งความซื่อสัตย์สุจริตนี้จะทำให้ประเทศไทยก้าวไปข้างหน้าสามารถพัฒนาประเทศได้ทัดเทียมประเทศที่เจริญแล้ว

  • ธำรง wrote on 2 มกราคม, 2013, 11:48

    พระองค์ท่านทรงช่วยเหลือพสกนิกรที่ได้รับความเดือดร้อนและขาดแคลนทั้งภัยแล้ง น้ำท่วม ขาดแคลนที่ดินทำกิน ไร้อาชีพ พระองค์ท่านก็ได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือทั้งโครงการพระราชดำริ และการพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ ในการบรรเทาความเดือนร้อน เช่นโครงการฝนเทียม เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ และโครงการพระราชดำริอื่น ๆ

ผู้เขียน

เขียน 10221 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2017 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics