เปลว สีเงิน:’จอมกระบี่บุปผา’แห่งบ้านสี่เสาฯ

แบ่งปัน

จอมกระบี่บุปผาแห่งบ้านสี่เสาฯ

                                                                                                เปลว สีเงิน

        ไม่ “นายกิตติรัตน์” ตัว รมว.คลัง ก็ “นายทนุศักดิ์” รมช.คลัง คนใด-คนหนึ่ง ต้องจบเศรษฐศาสตร์การเงิน-การคลัง ไม่จากกรีซก็ต้องจากอาร์เจนตินาแหงๆ

ไม่งั้น…ต้องไม่ “ประชานิยม” หัวทิ่มรูทวารอย่างนี้ มีอย่างที่ไหน อยู่ๆ ก็ “ทำหนี้ดีให้เป็นหนี้เสีย” หาเสียงด้วยการพักหนี้ให้ลูกค้าชั้นดีแบงก์รัฐ ๓ ปี เฉพาะ ธ.ก.ส.เจ้าเดียว รายได้หายวับไปทันที ๖,๐๐๐ ล้าน

        ก็ทำไงได้ล่ะครับ บรรดาผู้บริหารแบงก์รัฐ ถ้ายังต้องการรักษาเก้าอี้ให้อยู่ดีมีสุข ในเมื่อรัฐมนตรีว่าดี ก็ต้อง “ดีครับนาย..ใช่ครับทั่น” สนองบัญชาตามนโยบายบ้าบอไปสถานเดียว อย่าง ธ.ก.ส.ต้องเพิ่มทุน(โดยมิใช่เหตุอันควร) ทันที ติดต่อกัน ๓ ปีรวด

        ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท!

        ก็ช่างแม่งมัน…เนอะ แบงก์รัฐ-เงินหลวง ขาดทุน เป็นหนี้ พรรคเพื่อไทยจ่ายซะเมื่อไหร่ ก็ไปรีดเอาจากภาษีประชาชนมาโปะ ดังนั้น ต้องไปกลัวอะไร รัฐมนตรีคลังเขาสั่งให้ทำอย่างไหน ก็ทำตาม (แม่ง) มันไป ประชานิยมให้มันมากๆ เข้าไว้

        “เพื่อไทย” เจริญ

         แต่…ประเทศไทยจะโรย หรือจะล้มละลาย โฮ้ยยย…มันอีกนาน และยาวไกล ถึงตอนเก็บอัฐิประเทศ ทั้งรัฐบาลเพื่อไทย และผู้บริหารแบงก์รัฐที่สนองนโยบายเพื่อไทย ถกตูดไปทางไหน-ต่อทางไหน ร่ำรวย-สบายไปหมดแล้ว!

        วันนี้ไม่ได้ตั้งใจคุยเรื่องนี้ จะคุยเรื่องนายกฯ ยิ่งลักษณ์นำคณะ ครม.เข้ารดน้ำดำหัวขอพรท่านรัฐบุรุษ “พลเอกเปรม ติณสูลานนท์” ที่บ้านสี่เสาฯ มากกว่า     

        ผมสงสัยว่า ครม.รัฐบาลยิ่งลักษณ์ทำไมมีแค่ ๓ คนเท่านั้น นึกว่าจะมี ๓๕+๑ คือตัวนายกฯ ซะอีก เพราะเห็นที่ไปรดน้ำดำหัวพลเอกเปรมเมื่อวันที่ ๒๖ เมษา มีแค่ ๓ รองฯ กับอีก ๑ นายกฯ แค่นั้น?

        ๓ ท่านรองฯ ก็มี รองฯ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองฯ กิตติรัตน์ ณ ระนอง และรองฯ พลเอกยุทธศักดิ์ ศศิประภา ส่วนบรรดารัฐมนตรีอื่นทั้งหมด รวมทั้งท่านพี่ไพร่ของผม ไม่เห็นมีไปซักคน

        อย่างนี้ไม่เรียกว่านายกฯ ยิ่งลักษณ์นำคณะรัฐมนตรีเข้ารดน้ำดำหัวพลเอกเปรม ต้องเรียกว่า “คณะรัฐมนตรี” ลอยแพ “ยิ่งลักษณ์ไปค้างเติ่งบ้านพลเอกเปรม”   

        ครับ..นั่นก็ช่างเถอะ คนจะทำงานใหญ่ โบราณบอกว่าอย่าคิดหยุมหยิม เรามองข้ามเรื่องย่อยตรงนี้ ไปมองเรื่องใหญ่ดีกว่า การเข้ารดน้ำดำหัวขอพรพลเอกเปรมนี้ นายกฯ ยิ่งลักษณ์ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และในฐานะน้องสาวทักษิณ บอกว่า

         เพื่อสร้างบรรยากาศนำไปสู่ “ความปรองดอง”!

        ผมก็เห็นด้วยชนิดออกหน้า-ออกตาไปแล้ว คนเคยปั้นน้ำเป็นตัวด่าพลเอกเปรมเสียๆ หายๆ อีกทั้งเคยบุกพังบ้านท่านมาแล้ว เมื่อถึงกาลอันควร อะไรที่ผิดบ้างพลั้งไป ทั้งกายกรรม-วจีกรรม-มโนกรรม

        ไปกราบขอโทษ-ขอขมาท่าน!

        ในวาระที่ได้อำนาจบริหารประเทศสมอยากแล้ว ชาวบ้าน-ชาวเมืองก็ต้องเชื่อว่า พลเอกเปรมซึ่งท่านเป็นผู้ใหญ่ เป็นรัฐบุรุษ ผ่านไอ้เรื่องขี้หมาอย่างนี้มาซะนักต่อนัก ท่านย่อมเข้าใจ ท่านย่อมไม่ถือสา ทานอะไรจะเป็นบารมียิ่งใหญ่เท่า “อภัยทาน” ไม่มีแล้ว

        ฉะนั้น เมื่อผู้น้อยกราบขออภัย มีหรือท่านจะไม่ให้อภัย!?

        ขนาดไม่ขอ ทุกวันนี้ท่านก็อภัยอยู่แล้ว ไม่งั้น จะลอยหน้า-ลืมเงาอยู่กันได้แบบอหังการอย่างนี้หรือ?

        ซึ่งตรงนี้มันก็ชัดว่า ฝ่ายที่ไม่ต้องการปรองดองนั้น ไม่ใช่ฝ่ายอำมาตย์ที่พวกแดงจิกเรียก ไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายสีเหลือง กระทั่งฝ่ายชาวบ้านอันเป็นสุจริตชนทั่วไปที่ไม่ต้องการปรองดอง

        พวกเพื่อไทยเพื่อทักษิณ และพวกเสื้อแดงร้อยประเภทเองนั่นแหละ เป็นฝ่ายไม่ต้องการปรองดอง ไม่ต้องการเห็นบ้านเมืองเป็นสามัคคีปึกแผ่น อยู่กันด้วยสุขสงบเหมือนแต่เดิมมา

         และถึงตอนนี้มันก็ชัดว่า พลเอกเปรมท่านไม่ถือโกรธจริงๆ เมื่อนายกฯ ยิ่งลักษณ์เชิญไปร่วมงานที่ทำเนียบฯ ท่านไม่เคยอิดออดเกี่ยงงอน เชิญปุ๊บ ไปปั๊บ และถึงสงกรานต์นี้ ขอเข้ารดน้ำดำหัวขอพรท่าน ท่านก็รีบเปิดประตูบ้าน ไม่มีคิดมาก-คิดน้อย

        นั่นคือ คนที่พร้อมปรองดอง “เพื่อบ้านเมือง” ที่สงบสุขจริงๆ คือพลเอกเปรม

        ตรงกันข้าม ฝ่ายที่ตะโกนทุกวันว่า “พวกเราต้องมาปรองดองกัน” คือเพื่อไทย เอาเข้าจริง เสแสร้ง ร้อยเล่ห์-พันเหลี่ยม เนื้อแท้ต้องการยึดระบอบ-ล้มสถาบัน มากกว่าปรองดอง

        ไม่งั้นคณะรัฐมนตรี “ทั้งคณะ” ต้องแสดงความจริงใจ ไปรดน้ำดำหัวกันครบ!

        ครม.มี ๓๕+๑ เท่ากับ ๓๖ คนอย่างที่บอก แต่ไปรดนำดำหัวพลเอกเปรมแค่ ๔ คน ส่วนที่เหลือตั้ง ๓๒ คนไม่ไป นั่นเท่ากับปรองดอง ๔ คน ประกาศตน “เป็นศัตรู” ไม่เลิกรา ๓๒ คน?

        อย่างนี้ชัด..ไม่ต้องแปล ก็ขนาดนายกฯ บัญชา พวกเขายังไม่สน ใครอยากไป เชิญไป แต่พวกกู…ไม่ไป นายกฯ อยากปรองดอง ก็ไปปรองดองคนเดียว….เพราะ

        นายใหญ่ไม่ได้สั่งให้ปรองดองแบบนี้!?

        อ้าว…แล้วแบบไหนล่ะ ที่พ่อเพื่อไทยคือนายใหญ่สั่ง เห็นรัฐบาลเพื่อไทยเดินหน้าปรองดองอยู่เหยงๆ มิใช่หรือ และเส้นทางหนึ่งสู่ความปรองดอง คือการเข้ารดน้ำดำหัวพลเอกเปรมมิใช่หรือ?

        อ๋อ…มันปรองดองคนละความหมายน่ะ!

        การไปปรองดองกับพลเอกเปรม ไม่ใช่นโยบายตามแผนทักษิณ ปรองดองที่ทักษิณต้องการ และที่สั่งเดินหน้าเต็มตัวขณะนี้คือ….ใช้เสียงมาก “ยึดรัฐสภา” เปิดสมัยประชุมชนิดไม่มีกำหนดปิด แล้วเดินตามแผนสู่เป้าหมาย

    -ฉีกแล้วเขียนรัฐธรรมนูญใหม่ ๓ อำนาจ “รวมศูนย์” ระบอบทักษิณ

    -ออกกฎหมายล้างโทษทักษิณ-ล้มคดีที่ คตส.ทำทั้งหมด

    -แผ่ลัทธิจานบิน หว่านล้อมวัด-ชาวบ้าน “รวมศูนย์” พุทธจักร

    -ส่งหมอผียึดหัวหาดแบงก์ชาติ “รวมศูนย์” การเงินระบอบทักษิณ

    -แก้กฎหมายกลาโหมเปิดช่อง “รวมศูนย์” กองทัพระบอบทักษิณ

        นี่…ปรองดองที่พ่อของพวกเขาต้องการ ได้ยินกะหูกันแล้วมิใช่หรือ ส.ส.เพื่อไทยลุกขึ้นประกาศในรัฐสภาเมื่อไม่กี่วันมานี้ว่า “ทักษิณคือพ่อของพวกเขา”

        การกลับประเทศแบบเท่ๆ ของทักษิณ มันต้องกลับด้วยปรองดองแบบนี้

        กลับแบบปรองดองด้วยการไปซูฮกพลเอกเปรม…อย่างนั้น

        ทักษิณบอก…มันไม่เท่(ว่ะ)!

        ผมอยากจะบอกว่า ถึงอย่างไร “ขิงแก่” ย่อมเผ็ดกว่าเสมอ ในกรณีทักษิณส่งยิ่งลักษณ์ทำหน้าที่ “เบี้ยหน้าขุน” ๒ ครั้ง ๓ ครา และชาวพาราต่างวิจารณ์กันไปด้วยแง่มุมต่างๆ นานา ในประเด็นว่า “ป๋าเปรมทำไมจึงยอมให้ยิ่งลักษณ์เอาอยู่มือแบบนี้” นั้น

        ก็อยากจะบอกด้วยประโยคในธรรมบทที่ผมท่องจำมาแต่สมัยเด็กว่า “สูทั้งหลาย จงมาดูโลกนี้อันตระการอยู่ แต่ผู้รู้หาข้องอยู่ไม่”!

        เป็นผู้ใหญ่ ใช่สักแต่ว่าหัวหงอก อายุเยอะ การจะเป็นผู้ใหญ่ได้ ความลึกในจิตใจ ต้องไม่ใช่ความลึกระดับท้องคลอง แต่เป็นลึกของเหว หรือมหาสมุทร ถ้าสมมุติว่า นางสาวยิ่งลักษณ์เป็นมือกระบี่ผู้ฝึกปรือวรยุทธ์จากสำนักแม้วเจนจบ

         ก็สวยแค่ท่าร่ายรำ แต่ไม่ล้ำลึกในกระบวนท่า ซ้ำยังไร้ประสบการณ์พลิกแพลง อีกทั้งกำลังภายใน ถือว่ายังห่างไกล-ห่างชั้น ชนิดหยิบมาเทียบมิได้กับปรมาจารย์เพลงกระบี่อย่างป๋าเปรม

        เก่งสุดของยิ่งลักษณ์ ก็แค่ผนึกม่านกระบี่รวมใจ!

        แต่สำหรับป๋าไปถึงขั้น “กระบี่อยู่ที่ใจ” แค่เศษฟาง เมื่ออยู่ในมือป๋า แผ่พุ่งกำลังภายในออกไปกลายเป็นเหล็กกล้า ใช้บั่นคอคน “หัวกระเด็น” ชนิดตาที่กะพริบขึ้น ยังไม่ทันได้กะพริบลงด้วยซ้ำ

        โถ…นึกว่าป๋าไร้เดียงสา ที่อยู่ๆ ยิ่งลักษณ์มาทำประจ๋อ-ประแจ๋แล้วไม่เข้าใจ ยิ่งบอกว่า “จะนำคณะรัฐมนตรีมารดน้ำดำหัวขอพร” เอาเข้าจริง ทั้ง ครม.มา ๔ คนรวมทั้งนายกฯ โด่ๆ

        อาจหวัง “เน้นภาพ” หยามป๋า เจตนาสร้างภาพลวง ๒ ขา “ยึดพื้นที่ข่าว” ไว้อ้างอิง อีกมุมหนึ่งก็ออกข่าวไป นายกฯ ซึ่งเป็นผู้น้อย ขอเข้าคารวะรัฐบุรุษซึ่งเป็นผู้ใหญ่ ถ้าผู้ใหญ่ปฏิเสธ หรืออิดออด ไม่ให้เข้าพบ เชิญแล้วไม่ไป

         เข้าล็อกเขาทันที!

        พลเอกเปรมจะถูกทำลายยก ๒ ทางภาพลักษณ์จากข่าวที่จะถูกขยายให้กระจายออกไปทั้งในและนอกประเทศทำนองว่า……

        “ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พลเอกเปรมไม่ยอมปรองดอง แค้นฝังใจทักษิณและเสื้อแดง แสดงตนเป็นปฏิปักษ์รัฐบาลเพื่อไทย ถึงขั้นตัดเป็น-ตัดตาย กระทั่งนายกรัฐมนตรีจะขอเข้าพบ ก็ไม่ยอมให้เข้าพบ เชิญให้ไปร่วมงานสำคัญๆ ในระบบราชการแผ่นดิน พลเอกเปรมก็ปฏิเสธ”!

        ถ้าข่าวทำนองนี้เกิดขึ้น ท่านตอบกับตัวเองซิว่า…ฝ่ายไหนได้?

        และฝ่ายไหนเสีย?

        ก็บอกแล้ว ระดับป๋า “กระบี่อยู่ที่ใจ” เมื่อทักษิณส่งน้องสาวมาลองเชิงและสร้างพื้นที่ข่าวด้วยกระบวนท่าขายกอเอี๊ยะเช่นนี้ ป๋าแค่น้อมสนองกระบวนท่า  ยิ่งลักษณ์ แล้วผลักกลับด้วยเคล็ดลับวิชา “ยืมบุปผาทิ่มตาแดง” แค่นั้น...

        พวกเสื้อแดง ทั้งตัวพ่อ-ตัวแม่ ทั้งในพรรค-นอกพรรค แตกแยกรุมด่า “ยิ่งลักษณ์” กันเจี๊ยว

        “ได้ดีแล้วเหยียบหัวไพร่…   

        ไปจี๋จ๋ออยู่กับอำมาตย์ใหญ่ซะแล้ว!”

ขอขอบคุณ ไทยโพสต์

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics