ดร.วิษณุ เครืองาม:ส่งเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์

แบ่งปัน

ส่งเสด็จสมเด็จเจ้าฟ้าเพชรรัตน์

                                                                                                         ดร.วิษณุ เครืองาม

         ธรรมเนียมทำศพคนตายเพื่อส่งวิญญาณมีหลายแบบ แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบใดล้วนผูกติดอยู่กับความเชื่อทางศาสนา วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณีทั้งสิ้น เช่น เกี่ยวพันไปถึงชีวิตหลังความตาย ตายแล้วไปไหน ชาวอินเดียมีคตินิยมเผาศพมาแต่โบราณ เผาแล้วก็ลอยกระดูกลอยเถ้าถ่านลงในแม่น้ำคงคา เรียกว่า ลอยอังคารต่อเมื่อเป็นศพคนสำคัญจึงจะแบ่งเอากระดูกหรืออัฐิบางส่วนไปก่อสถูปไว้บูชา พระสรีระพระพุทธเจ้าก็จัดการเช่นนี้

         คตินี้เป็นคติแบบพราหมณ์หรือฮินดู แต่เมื่อพุทธศาสนาเกิดขึ้นก็รับเอาธรรมเนียมนี้มาใช้ด้วยเพราะสะดวก ประหยัดดี ไม่ต้องหาที่ดินไว้ฝังศพ เพียงแต่เปลี่ยนจากลอยอังคารในแม่น้ำคงคาไปเป็นลอยในสายน้ำใดก็ได้ เพราะไม่ผูกกับความเชื่อเรื่องแม่น้ำคงคาไหลจากสวรรค์ผ่านพระเศียรพระศิวะ และไม่เชื่อว่าตายแล้วต้องกลับไปหาพรหมตามความเชื่อในทางศาสนาพราหมณ์

         การฝังศพเป็นการกลับไปสู่ดิน การเอาอังคารไปลอยน้ำเป็นการกลับไปสู่น้ำ การเผาศพเป็นการกลับไปสู่ไฟ รวมแล้วก็คือธาตุดิน น้ำ ไฟนั่นเอง การกลับไปสู่ลมจะว่าไม่มีก็ไม่ได้ ในภูฏาน เนปาล สิกขิม ก็ยังมีธรรมเนียมเผาศพแล้วเอาขี้เถ้าไปโปรยที่หน้าผาให้ฟุ้งไปตามสายลม ที่ทิเบตจะเอาศพไปกอง ๆ กันให้นกกามาทึ้ง บางแห่งห่อผ้าแล้วไปโยนหน้าผา ธรรมเนียมเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับศาสนาและความเชื่อของคนพื้นเมืองในดินแดนเหล่านั้น

 พระมหากษัตริย์และผู้สืบเชื้อสายขัตติยราชสกุลชั้นสูงที่สิ้นพระชนม์ ธรรมเนียมพราหมณ์ที่ผ่านมาทางเขมรถือว่า เป็นการกลับไปสู่สวรรค์คือ กลับไปอยู่เขาพระสุเมรุ จึงใช้คำว่าสวรรคต (อ่านว่าสะ-หวัน-คต) ตัว เติมท้ายคำใดจะเป็นพาสต์เท็นส์แปลว่าแล้ว สวรรคตจึงแปลว่าไปสวรรค์แล้ว ชาตะแปลว่าเกิดแล้ว คำว่าสวรรคตจะใช้กับพระราชามหากษัตริย์ ส่วนพระราชวงศ์พระองค์อื่นก็จะใช้คำลดหลั่นลงมา เช่น ทิวงคต สิ้นพระชนม์ สิ้นชีพิตักษัย พอมาถึงขุนนางชั้นสูงก็เป็นถึงแก่พิราลัย ถึงแก่อสัญกรรม ถึงแก่อนิจกรรม ถ้าต่ำลงมาก็เป็นถึงแก่กรรม พอเป็นชาวบ้านร้านช่องก็หมดบุญ สิ้นเวร หมดกรรม ถึงแก่มรณะ เสียชีวิต ตาย ม่องเท่ง!

          เมื่อพระราชวงศ์ชั้นสูงจนถึงพระมหากษัตริย์จะเสด็จกลับไปสู่สรวงสวรรค์ ณ เขาพระสุเมรุทั้งที ธรรมเนียมพราหมณ์ก็จัดให้มีพิธีส่งเสด็จ เริ่มตั้งแต่จะตกแต่งพระศพอย่างสวยงาม สวมหน้ากากปิดพระพักตร์ ทรงพระชฎา ก่อนจะถวายสุกำ (มัดตราสัง) จัดท่าในท่านั่งคู้กอดเข่า ใช้ผ้าขาวห่อแล้วรวบปลาย เชิญลงนั่งในพระโกศ มีพิธีบำเพ็ญกุศลตามกำหนดแล้วเชิญขึ้นพระราชยานออกไปสู่โรงพิธี ถ้าเป็นเจ้านายชั้นไม่สูงนักก็เชิญขึ้นพระราชยานคานหามแบกกันออกไป

          ถ้าเป็นเจ้านายชั้นสูงหรือพระราชามหากษัตริย์ก็จะเชิญขึ้นราชรถแล้วลากจูงออกไป มีเจ้านายถวายประคองพระโกศ มีรถพระอ่านอภิธรรมนำ สมัยรัชกาลที่ 1 ให้สร้างพระมหาพิชัยราชรถเชิญพระโกศพระบรมอัฐิสมเด็จพระบรมราชชนกเข้าขบวนไปถวายพระเพลิงเป็นครั้งแรก (ครั้งที่สมเด็จพระบรมราชชนกไปสิ้นพระชนม์ที่พิษณุโลก อยู่ระหว่างสงคราม จึงได้แต่จัดการเผาไปตามประเพณี)

         สมัยอยุธยาจะชักลากราชรถออกจากพระราชวังไปยังสนามหน้าพระที่นั่งจักรวรรดิไพชยนต์หรือทุ่งพระเมรุ สมัยกรุงเทพฯ จะแห่พระโกศจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทไปที่หน้าวัดพระเชตุพน แล้วเชิญพระโกศขึ้นพระมหาพิชัยราชรถอีกทอด ชักลากไปตามถนนสนามชัย เข้าสู่ท้องสนามหลวงซึ่งเคยเรียกกันว่าทุ่งพระเมรุ ณ ที่นั้นจะสร้างพระเมรุสูงใหญ่ตามพระเกียรติยศ ประดับประดาอย่างงดงามด้วยศิลปะต่าง ๆ ได้เวลาก็จะพระราชทานเพลิงหรือถวายพระเพลิง (คำนี้ใช้กับพระบรมศพ) ในเมรุชั้นในซึ่งซ้อนกันอยู่อีกชั้นหรือเชิงตะกอน อาคารทั้งหมดที่ประดิษฐานพระโกศเรียกว่าพระเมรุเพื่อเทียบกับเขาพระสุเมรุ

         ส่วนอาคารรับเสด็จ รับพระ และรับแขกอื่น ๆ จะรายล้อมอยู่รอบ ๆ

         วันนี้เราจะมีพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพตามแบบโบราณประเพณีเช่นนี้อีกครั้งหนึ่ง ถวายสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ซึ่งโดยพระสถานะสมเด็จเจ้าฟ้าพระราชธิดาพระองค์เดียวของพระมหากษัตริย์แล้วต้องประกอบการเช่นนี้ แต่มีพระมหากรุณาโปรดเกล้าฯ เพิ่มเติมด้วยว่าให้จัดเต็มที่เพื่อให้สมพระเกียรติยศ.

ขอขอบคุณ เดลินิวส์




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2019 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics