พระราชวังปทุมวัน

แบ่งปัน

พระราชวังปทุมวัน

        พระราชวังปทุมวัน เป็นพระราชวังที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น โดยพื้นที่เดิมของพระราชวังเป็นที่นาซึ่งอยู่บริเวณริมคลองแสนแสบใกล้กับทุ่งพญาไท เป็นที่อยู่ของเชลยชาวลาวที่ถูกกวาดต้อนมาตั้งแต่สมัยกบฏเจ้าอนุวงศ์ รัชกาลที่ 4 มีพระราชประสงค์จะทำพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นสถานที่สำราญพระราชหฤทัยนอกพระนคร

        เนื่องจากพื้นที่แห่งนี้เป็นที่ลุ่มต่ำ มีน้ำขังตลอดเวลา มีดอกบัวขึ้นอยู่ทั่วไป รัชกาลที่ 4 จึงมีพระราชดำริจะสร้างสระบัวอันงดงามขึ้นเพื่อเป็นสถานที่ประพาสในยามว่างเว้นจากพระราชกิจ ในทำนองเดียวกับที่พระอินทร์ทรงสร้าง สระโบกขรณี ไว้ในทิศต่างๆ รอบเมืองไตรตรึงส์ ทิศละ 2 สระ จึงโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาพิไชยญาติ เป็นแม่กองก่อสร้าง ได้มีการขุดสระใหญ่ 2 สระติดต่อกัน ปลูกบัวพันธุ์ต่างๆ ไว้ในสระ ทั้งบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน บัวหลวง แล้วทำเป็นเกาะน้อย เกาะใหญ่ลดเลี้ยวกันไป โดยชักน้ำจากคลองแสนแสบเข้ามาล้อมเกาะ ส่วนบนเกาะก็ปลูกพืช ผัก และไม้ดอก

        สระด้านทิศเหนือเรียกว่า สระใน เป็นที่สำหรับเสด็จประพาส มีพลับพลาที่ประทับ มีพระที่นั่ง 2 ชั้นสำหรับประทับแรม พลับพลาสำหรับเสด็จออกโรงละคร เรือนฝ่ายใน โรงครัวข้างใน และโรงครัวเลี้ยงขุนนางข้างหน้า ส่วนสระด้านใต้เรียกว่า สระนอก โปรดเกล้าฯ ให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้เล่นเรือหาความสำราญ สำหรับที่ริมด้านตะวันตกของสระนอก โปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดประจำพระราชวังขึ้นวัดหนึ่ง อาราธนาพระสงฆ์ธรรมยุติกนิกายมาจำพรรษาอยู่ตั้งแต่แรกสร้าง

        เมื่อการก่อสร้างเสร็จเรียบร้อยในราวปี พ.ศ.2400 รัชกาลที่ 4 จึงพระราชทานนามพระราชวังแห่งนี้ว่า พระราชวังปทุมวัน เพราะเต็มไปด้วยดอกบัว และพระราชทานนามวัดที่สร้างขึ้นใหม่ว่า วัดปทุมวนาราม

        เมื่อแรกสร้างพระราชวังปทุมวันนั้นยังไม่มีถนนจากพระนครไปถึงยังวัง ต้องเสด็จฯ โดยเรือพระที่นั่ง และถือว่าอยู่ห่างไกลจากพระนครพอสมควร ดังนั้นเมื่อรัชกาลที่ 4 เสด็จฯ ไปประทับแรมที่พระราชวังปทุมวันจึงต้องมีหมายรับสั่งให้รักษาพระนครเหมือนกับพระองค์เสด็จประพาสตามหัวเมืองเลยทีเดียว

        ในช่วงฤดูน้ำหลาก สระบัวแห่งนี้จะมีความงดงามมาก รัชกาลที่ 4 มักจะเสด็จฯ มาประทับแรมครั้งละ 2 – 3 คืน และในแต่ละครั้งจะโปรดเกล้าฯ ให้มีผ้าป่า มีละครใน บรรดาเจ้าจอมหม่อมห้ามจะลงเรือแต่ละลำ แต่งกายโอ่อ่า หอมฟุ้งไปด้วยเครื่องร่ำ กำยาน และโปรดเกล้าฯ ให้เรือข้าทูลละอองธุลีพระบาทนำวงสักวาดอกสร้อยลอยลำร้องสักวาเป็นการขับกล่อม ถือเป็นเรื่องรื่นรมย์มากในสมัยนั้น จนทั้งเจ้าจอมหม่อมห้ามและบรรดาข้าราชการในราชสำนักต่างชื่นชอบพระราชวังปทุมวันไปตามๆ กัน

        นอกจากนั้นรัชกาลที่ 4 ยังทรงแสดงพระราชศรัทธาในพระพุทธศาสนา โดยโปรดเกล้าฯ ให้พระสงฆ์ในวัดต่างๆ เข้ามาบิณฑบาตภายในพระราชวังปทุมวันโดยเรือสำปั้นทุกๆ ครั้งที่พระองค์เสด็จประพาสและประทับแรมด้วย แต่ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) การเล่นสักวาและงานรื่นรมย์ต่างๆ ในพระราชวังปทุมวันก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนกระทั่งพระที่นั่งชำรุดทรุดโทรม และสระตื้นเขินไปหมด รัชกาลที่ 5 จึงได้พระราชทานพื้นที่พระราชวังแห่งนี้ให้เป็นโรงทหารหน้าและส่วนราชการอื่นๆ

        วัดปทุมวนารามและบ่อน้ำภายในวัดที่ยังพอเหลือให้เห็นร่องรอยของพระราชวังปทุมวัน ต่อมาในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) เมื่อ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้าจุฑาธุชธราดิลก กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย เสด็จกลับจากทรงศึกษาที่ประเทศอังกฤษ รัชกาลที่ 6 จึงได้พระราชทานที่ดินพระราชวังปทุมวันนี้แก่กรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัย เพื่อทรงสร้างวังเป็นที่ประทับ เรียกว่า วังเพ็ชรบูรณ์ มีตำหนักหลายหลัง ได้แก่ ตำหนักประถม ตำหนักแพ ตำหนักสันนิบาตน้อย ตำหนักน้ำ เรือนลมพัดชายคา และเรือนกินรำ

        หลังจากกรมขุนเพ็ชรบูรณ์อินทราชัยสิ้นพระชนม์ วังเพ็ชรบูรณ์ก็ตกแก่ทายาทเรื่อยมา จนกระทั่งในปี พ.ศ.2525 พื้นที่วังเพ็ชรบูรณ์ได้ถูกเอกชนเช่าจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ไปสร้างเป็นห้างสรรพสินค้า ชื่อ ศูนย์การค้าเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ (ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์) ตำหนักต่างๆ ภายในวัง บางตำหนักชลอไปสร้างใหม่ยังที่ต่างๆ แต่บางตำหนักก็ถูกรื้อทิ้งไปในคราวนั้นเอง ทำให้พระราชวังปทุมวันต้องสาบสูญไป เหลือแต่เพียงวัดปทุมวนารามซึ่งเคยเป็นวัดภายในพระราชวังเท่านั้น

ขอขอบคุณ tham-manamai.blogspot

 

 

 




ความเห็น

ผู้เขียน

เขียน 10319 เรื่องบนเว็บไซต์นี้

สำนักข่าวเจ้าพระยาดำเนินกิจการเพื่อสาธารณะประโยชน์และไม่แสวงหากำไร
Copyright © 2018 สำนักข่าวเจ้าพระยา. All rights reserved
web analytics